Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - หอ “หละกังสะดาน” ในวัดหลวงลำพูน

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

ฮู้จักฮากเหง้า ฮู้ตั๋วตน เล่ากำเก่า ที่แอ๋ว คนล้านนา => สถานที่ท่องเทียวในเชียงใหม่ => ข้อความที่เริ่มโดย: kunthai ที่ ตุลาคม 27, 2013, 02:51:14 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: หอ “หละกังสะดาน” ในวัดหลวงลำพูน
เริ่มหัวข้อโดย: kunthai ที่ ตุลาคม 27, 2013, 02:51:14 pm
   

      DSCF0086
      (ลีด)
      “สร้างหละกังสะดานหน่วยนี้ แต่เมื่อศักราชได้ 1222 ตัว ปีกดสัน เดือน 9 ออก 3 ค่ำวันอังคาร หล่อกันจะนะมหาเถรเจ้า วัดป่าเมิงแพร่ เป็นเค้าแก่สัทธาภายใน เจ้าหลวงเมิงเจียงใหม่เป็นเค้าแก่สัทธาภายนอก พร้อมสร้างหล่อในวัดพระสิงห์ เวียงเจียงใหม่มาไว้เป็นเครื่องปูจาทานกับพระธาตุเจ้า อันตั้งไว้ในเมิงหริภุญชัยที่นี่ 5,000 พระวัสสาแล”
      จังหวัดลำพูนเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเชียงใหม่ เมืองแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจและเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งใน อาณาจักรล้านนา “เมืองลำพูน” หรือ “เมืองหริภุญชัย” สร้างขึ้นเมืองปี พ.ศ.1439 ถือได้ว่านครหริภุญชัยเป็นเมืองที่ตั้งขึ้นก่อนเมืองอื่นในอาณาจักรล้านนา
      นครลำพูนแต่เดิมเคยเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองทั้งศิลปวัฒนธรรม การเมืองการปกครองรวมทั้งการค้าขายที่มั่งคั่ง อาณาจักรหริภุญชัยถือกำเนิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้และยังถือได้ว่าเป็นปฐม อาณาจักรที่มีความเก่าแก่ที่สุด ดังนั้นนครลำพูนจึงเป็นเมืองที่เก่าและสำคัญ มีชื่อเสียงในด้านศิลปกรรมที่สวยงามโดยเฉพาะภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัย ยังปรากฏโบราณสถานที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย
      นครหริภุญชัยหรือเมืองลำพูน ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำปิงและแม่น้ำกวง หลังจากที่สร้างเมืองเสร็จพระสุเทวฤาษีและพระสุกกทันตฤาษีจึงได้อัญเชิญพระ นางจามเทวี พระธิดาแห่งกรุงละโว้ให้เสด็จขึ้นมาครองเมือง ดังนั้นศิลปกรรมที่ยังปรากฏอยู่ตามวัดต่าง ๆ ในลำพูนจึงเป็นศิลปกรรมสมัยหริภุญไชยแทบทั้งสิ้น
      วัดหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และผู้คนมักจะนิยมเดินทางมากราบไหว้อยู่เสมอก็คือ “วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร” ถึงแม้ว่าวัดนี้จะไม่ได้สร้างในสมัยของพระนางจามเทวี แต่ก็เป็นผลพวงของพระองค์ที่ได้ปูพื้นฐานของพระศาสนาในนครหริภุญชัยจนสืบต่อ มาถึงกษัตริย์ในรุ่นหลัง ๆ
      เมื่อเดินทางมาเยือนเมืองลำพูนก็ต้องแวะชมความรุ่งเรืองของศิลปกรรมแบบหริ ภุญชัย วัดพระธาตุฯ ถือเป็นวัดหลวงสำคัญของชาวลำพูน สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ.1590 ในสมัยของพระเจ้าอาทิตยราช ปูชนียสถานสำคัญคู่เมืองคือ องค์พระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์เดิมนั้นสูงเพียง 3 วามีโกษทองที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสูง 3 ศอก ต่อมาเมื่อหริภุญไชยตกเป็นเมืองขึ้นของเชียงใหม่ พระมหาเถระในลำพูนและขุนฟ้าได้ก่อพระเจดีย์รูปทรงกลมครอบองค์เดิม มีขนาดสูง 10 วา จากนั้นได้มีการบูรณะองค์พระธาตุอีก 2 ครั้งในสมัยพระเจ้าเมืองแก้วและในสมัยของพระเจ้ากาวิละโดยได้ยกฉัตรขึ้นทั้ง 4 มุม
      ปัจจุบันพระธาตุหริภุญชัยได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ถือเป็นศาสนาสถานสำคัญคู่เมืองลำพูนและดินแดนล้านนาแล้ว เจดีย์องค์นี้ยังนับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา บริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัยยังปรากฏโบราณสถานซึ่งมีความสำคัญนั่นก็คือ “หอระฆัง” หรือ “หอหละกังสะดาน” ประดิษฐานฆ้องใบใหญ่ ซึ่งหล่อที่วัดพระสิงห์เชียงใหม่ เมื่อปีวอก โทศกจุลศักราช 1222 ตรงกับ พ.ศ.2403 มีตัวอักษรไทยเหนือแบบฝักขามจารึกข้อความบนหละกังสะดานนี้ว่า
      “สร้างหละกังสะดานหน่วยนี้ แต่เมื่อศักราชได้ 1222 ตัว ปีกดสัน เดือน 9 ออก 3 ค่ำวันอังคาร หล่อกันจะนะมหาเถรเจ้า วัดป่าเมิงแพร่ เป็นเค้าแก่สัทธาภายใน เจ้าหลวงเมิงเจียงใหม่เป็นเค้าแก่สัทธาภายนอก พร้อมสร้างหล่อในวัดพระสิงห์ เวียงเจียงใหม่มาไว้เป็นเครื่องปูจาทานกับพระธาตุเจ้า อันตั้งไว้ในเมิงหริภุญชัยที่นี่ 5,000 พระวัสสาแล”
      หอหละกังสะดานในอดีตจะมีเสาไม้เตี้ย ๆ สองต้นแล้วมีไม้ท่อนหนึ่งวางพาดอยู่ ไม้ท่อนนี้คือไม้ที่สำหรับใช้ตีฆ้อง ปัจจุบันทางวัดได้สร้างเป็นมณฑปขึ้นอย่างสวยงามสำหรับเก็บรักษาฆ้องให้อยู่ ในสภาพดี
      พระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เล่าว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2479 สมัยที่ยังเป็นเด็กวัดอยู่ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย ยังทันได้เห็นหอหละกังสะดานหลังเก่า ซึ่งสมัยก่อนจะมีเพียงแค่เสา 2 ต้นสำหรับแขวนหละกังสะดาน ด้านหลังหอหละกังสะดานจะเป็นหอพระนาค เป็นซุ้มทรงสี่เหลี่ยม
      ภายหลังปี พ.ศ.2480 ได้ทำการรื้อหอหละกังสะดานและหอพระนาค เพื่อสร้างหอหละกังสะดานหลังใหม่ พระเทพมหาเจติยาจารย์ เล่าต่ออีกว่า เมื่อครั้งที่ชาวบ้านช่วยกันรื้อหอหละกังสะดานและหอพระนาค ได้มีการพบพระพุทธรูปสำริดหลายองค์ บางองค์ทำมาจากทองเหลือง บางองค์ทำมาจากทองแดง เมื่อนำพระพุทธรูปที่พบมาขัดทำความสะอาดแล้วเหมือนนาค ชาวบ้านจึงเรียกหอพระหลังนี้ว่า “หอพระนาค”
      ปัจจุบันทางวัดได้รื้อหอหละกังสะดานหลังเก่าแล้วสร้างใหม่ขึ้นแทน โดยใช้เงิน 180 รูปี เป็นหอหละกังสะดาน 2 ชั้น ชั้นล่างแขวนหละกังสะดาน ส่วนชั้นบนแขวนระฆัง ซึ่งหอหละกังสะดานหลังใหม่ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของวัดพระธาตุหริภุญชัย หากจะนับอายุของหละกังสะดานลูกนี้ น่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 145 ปี เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยววัดนี้มักจะไม่พลาดที่จะถ่ายรูปไว้เป็น ที่ระลึก

   

      จักรพงษ์ คำบุญเรือง
      jakrapong@chiangmainews.co.th
      7/10/56

   

      จาก หนังสื่อพิมพ์เชียงใหม่นิวส์

   

      ลิงค์บทความ

   

      http://www.chiangmainews.co.th/page/?p=224930



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service