Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - กลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมในภาคกลางและกรุงเทพฯ

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

ศาสนาอิสลาม => ชาติพันธ์ ที่มา วิถี วัฒนธรรมประเพณีมุสลิม => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กันยายน 16, 2010, 04:33:21 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: กลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมในภาคกลางและกรุงเทพฯ
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กันยายน 16, 2010, 04:33:21 pm

   กลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมในภาคกลางและกรุงเทพฯ

             มุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพ มีบรรพบุรุษมาจากเชื้อชาติต่างๆ ดังส่วนหนึ่งของหลักฐานทางประวัติศาสตร์คือ...

             สายอาหรับ-เปอร์เซีย
   
   
      
   
       ชาวเปอร์เซียได้นำเครื่องกระเบื้องของตนเข้ามาค้าขายตั้งแต่ 1,200 ปีมาแล้ว ส่วนชาวอาหรับนั้นเรามีจดหมายเหตุแน่นอนของพวกอาหรับซึ่งแสดงให้เราทราบว่า เขาได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับดินแดนส่วนนี้ตั้งแต่สมัย 1,100 ปีมาแล้วเหมือนกัน (ประยูรศักดิ์ ชลายนเดชะ, 2539:4)

    

           มีหลักฐานแน่นอนว่ามีมุสลิมได้เข้ามาอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ปรากฏตามจดหมายเหตุโบราณว่า มีคนที่คนโบราณเรียกว่า "แขกเทศ" ตั้งบ้านเรือนอยู่ตั้งแต่ประตูจีนด้านตะวันตกของกรุงศรีอยุธยาไปจนถึงหลังวัดนางมุกแล้วก็เลี้ยวลงไปที่"ท่ากายี" เป็นบริเวณที่มุสลิมตั้งบ้านเรือนอยู่ในกำแพงเมือง มีถาวรวัตถุร้างไปแล้วยังปรากฏอยู่ ชาว้านเรียกมาจนทุกวันนี้ว่า"กุฎีทอง" ที่นี่คำว่า "แขกเทศ" มีปรากฏในจดหมายเหตุดังนี้ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าจะเป็นผู้รับนับถือศาสนาอิสามที่มีรกรากบ้านเดิมอยู่ในประเทศอาหรับบ้าง และประเทศอิหร่านหรือเปอร์เซียบ้าง แล้วก็มาตั้งรกรากเพื่อดำเนินการค้าขาย ในที่สุดก็กลายเป็นคนไทย (ประยูรศักดิ์ ชลายนเดชะ, 2539:3)

           ในสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากเชคอะหมัด ซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียที่มาตั้งถิ่นฐานและสร้างมัสยิดที่เรียกว่า"กุฎีทอง" แล้วยังมีชาวเปอร์เซียที่สำคัญอีกท่านหนึ่งที่เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่หัวเขาแดง (สงขลา) หลังจากตั้งถิ่นฐานที่อินโดนีเซียมาแล้วระยะหนึ่ง ชาวเปอร์เซียท่านนี้เป็นมุสลิมสายซุนนะฮ์ชื่อ "ท่านโมกอล" (เข้ามาในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม พ.ศ. 2145) บิดาของท่านสุลัยมาน ผู้ที่ประกาศแยกสงขลาออกเป็นอิสระจากกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองและสถาปนาตนเองเป็น"สุลต่านสุลัยมานซาห์" เมื่อ พ.ศ. 2143 โดยท่านถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ. 2211 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ศพของท่านฝังอยู่ที่หัวเขาแดงจังหวัดสงขลา

             สายชวา-มลายู

           ส่วนชาวมุสลิมเชื้อสายปัตตานีซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "แขกปัตตานี" มักจะประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมและค้าขาย (ประยูรศักดิ์ ชลายนเดชะ, 2539:21)

            คนที่นับถือศษสนาอิสลามในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นตำบลใหญ่ หลายร้อย หลายพันหลังคาเรือนเหมือนกัน ตำบลนั้นจะอยู่คลองตะเคียนทางทิศใต้ ส่วนอิสลามิกชนที่มาจากอินโดนีเซีย จากเกาะที่เรียกว่า "เกาะมากาซา" หรือ "มักสัน" ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านฝั่งตะวันตกลงไป (ประยูรศักดิ์ ชลายนเดชะ, 2539:3)

            ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า ช่วงสงครามไทย-พม่า จนมาถึงช่วงการล่มสลายของอณาจักรกรุงศรีอยุธยา มุสลิมกลุ่มนี้ได้อพยพหลบหนีมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในธนบุรี นอกจากนั้นตลอดสมัยธนบุรีถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ก็คงมีมุสลิมเชื้อสายชวา-มลายู ย้ายถิ่นฐานมาจากอณาจักรปัตตานีมาอยู่ในธนบุรี เพราะถูกกวาดต้อนเป็นเชลย และเชิญชวนมาช่วยปฏิบัติงานรับใช้ชาติ ส่วนมุสลิมจากชวาก็อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ประเทศไทยเช่นกัน

            สายจาม-เขมร
   
   
   ภาพ แขนลายโพกหัวเหน็บกริช? เคยลองๆไปถามๆผู้รู้ดูเห็นเค้าบอกว่าเป็นแขกจามครับ
        
   
   
   
   จามและเขมรเป็นคนละเชื้อชาติ เพราะจามเป็นชนที่ผสมระหว่างขอมเดิม อินเดีย มลายู และจีน เป็นต้น จามเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในกรุงศรีอยุธยาในรัชกาลสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและเข้ามารับราชการเป็นทหารอาสา ดังความในกฏหมายไทย (2439 : 192) ปรากฏว่า ยังมีแขกอีกพวกหนึงซึงปรากฏในมณเฑียรบาลของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เรียกว่า "อาสาจาม"

    

            มุสลิมที่อพยพจากกัมพูชานี้ ภายหลังเข้ามารวมเป็นพวกอาสาจาม ส่วนสาเหตุที่อพยพเข้ามาในไทยเพราะถูกรุกรานจากเวียดนาม (รัชนี  สาดเปรม , 2521:18)

           เมื่อเกิดสงครามไทย-พม่า กองอาสาจามจึงเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้ศัตรูไทย และเสียชีวิตลงจากการต่อสู้กับศัตรูเป็นจำนวนมาก ที่รอดชีวิตส่วนหนึ่งได้อพยพลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา และตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณบางอ้อและที่อื่นๆ

            สายอินเดีย-ปากีสถาน-บังกลาเทศ

           อินเดียที่ต่อมาแยกประเทศเพิ่มเป็นปากีสถานและบังกลาเทศ เป็นชนอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาติดต่อค้าขายและตั้งถิ่นฐานในไทย

            มุสลิมเชื้อสายอินเดียมีทั้งที่เป็นชีอะฮ์และซุนะฮ์ และมีทั้งรวมตัวตั้งเป็นชุมชนเฉพาะกลุ่ม และเข้าไปตั้งถินฐานรวม หรือโดยการแต่งงานกับคนมุสลิมเชื้อสายอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว

            มุสลิมอินเดียเชื้อสายชีอะฮ์ คือที่"มัสยิดตึกขาว"(เซฟี) มีสุสานอยู่ใกล้กับกุฎีเจริญพาศน์ ส่วนกลุ่มที่เป็นซุนนะฮ์คือทีชุมชน "มัสยิดฮารูน" ซึ่งเป็นชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาด้านตะวันออกหรือฝั่งพระนคร นอกจากนั้นกล่าวได้ว่าทุกชุมชนเก่าแก่ในธนบุรี มุสลิมเชื้อสายอินเดียจะกระจายตัวตั้งถิ่นฐานอยู่ในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ชุมชน"มัสยิดตึกแดง" ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของพระคลังสินค้า

            สายจีน

            มุสลิมเชื้อชาติจีนที่ตั้งถิ่นฐานในธนบุรีอาจมีอยู่บ้าง แต่จำนวนไม่มากเหมือนทางภาคเหนือของไทยและส่วนที่มีอยู่จะเป็นลักษณะการผสมระหว่างเชื้อชาติเสียมากกว่า กล่าวคือ ชาวจีนซึ่งอาจจะมีทั้งจีนมุสลิมแต่เดิมและจีนที่นับถือศาสนาอื่นแต่เดิม แต่งงานกับมุสลิมเชื้อชาติต่างๆ เช่น จามมุสลิมก็เป็นกลุมเชื้อชาติผสมจีน มุสลิมจากอณาจักรปัตตานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบบริเวณอ่าวปัตตานีจำนวนไม่น้อยก็เป็นมลายูผสมจีน ทั้งนี้จากการเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งอ่าวปัตตานีจะเป็นบริเวณที่พักหลบลมมรสุมอย่างดี

            ส่วนในปัจจุบันมุสลิมจากเชื้อชาติต่างๆ ที่ตั้งถิ่นฐานอยูในธนบุรี ส่วนหนึ่งก็ได้แต่งงานกับลูกหลานชาวจีนที่นับถือศาสนาต่างๆ โดยเข้ามารับอิสลาม และมักจะกลายเป็นมุสลิมผู้เคร่งครัดเป็นจำนวนไม่น้อย

            การตั้งถิ่นฐานและชุมชนมุสลิมในไทย

            ชุมชนมุสลิมไม่ว่าจะมีบรรพบุรุษสืบเนื่องมาจากเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ใด จะมีการตั้งถิ่นฐานอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นชุมชน มีผู้นำ ทั้งนี้และทั้งนั้นเป็นไปตามรูปแบบและคำสอนในอิสลาม

           เมื่อเกิดการรวมตัวตั้งเป็นกลุ่มหรือชุมชน หรือที่เรียกในภาษามลายูซึงมาจากภาษาเขมรว่า "กำปง" แล้วมุสลิมในแต่ละชุมชนจะเสียสละทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ เพื่อสร้างศูนย์กลางของชุมชนขึ้น นั่นคือ "มัสยิด" หรือ"สุเหร่า" และหาหากพื้นที่ไม่จำกัดจนเกินไป บริเวณมัสยิดจะมีหน่วยอื่นๆประกอบด้วย อาคารมัสยิด อาคารเรียน อาคารอเนกประสงค์ และสุสาน(กุโบร์)สำหรับฝังศพ แต่บางชมชนอาจต้องใช้ส่วนหนึ่งของมัสยิดเป็นทีศึกษา และไปใช้กุโบร์ร่วมกับชุมชนอื่น

    

    

   ที่มา:จากหนังสืออนุสรณ์ชุมชน มัสยิดดารุ้ลอิบาดะฮ์(คลองสามวา) 

   คัดลอกมาจาก  http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=10&id=404



หัวข้อ: Big Ass Photos - Free Huge Butt Porn, Big Booty Pics
เริ่มหัวข้อโดย: dellauv18 ที่ กันยายน 29, 2021, 02:08:10 am
Hot new pictures each dayhttp://piffardjrporn.jsutandy.com/?paola  gets turned into chick porn porn star brenn young wilderness gay porn commerce texas porn and music online virtual porn


หัวข้อ: Daily updated super sexy photo galleries
เริ่มหัวข้อโดย: dellauv18 ที่ ตุลาคม 08, 2021, 06:59:39 am
Sexy teen photo gallerieshttp://henderson.asian.energysexy.com/?post-jaylynn  legend of zealda porn porn star lisa ann anal ducy porn dirty xxx porn free celebrity fake porn pictures


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service