Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - มุสลิมในแผ่นดินไทย บทบาทในการสร้างสรรค์สังคม

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม => แจ้งข่าว ความเคลื่อนไหว มุสลิมทุกภาค => ข้อความที่เริ่มโดย: ramma ที่ กันยายน 20, 2010, 01:32:02 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: มุสลิมในแผ่นดินไทย บทบาทในการสร้างสรรค์สังคม
เริ่มหัวข้อโดย: ramma ที่ กันยายน 20, 2010, 01:32:02 pm
                                                
            

               มุสลิมในแผ่นดินไทย บทบาทในการสร้างสรรค์สังคม
               คนไทยส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด แม้แต่มุสลิมเองก็ยังเข้าใจตัวเองผิด ที่จริงคำว่า "แขก" นั้นหมายถึงคนอินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ จึงไม่แปลกที่จะเห็นหลายๆบทความพูดถึงจะเหมารวมถึงมุสลิมทุกคนเพราะความเข้าใจผิดนั่นเอง

            

               “มุสลิม” หรือ ที่เรียกกล่าวสั้นๆ ว่า “แขก” นั้น เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้อาศัยและเข้ามาอาศัยในแผ่นดินสุวรรณภูมินับย้อนไปได้หลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันมีชาวไทยมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลามอยู่ในราชอาณาจักรไทย รวม 7 ชาติพันธุ์ ได้แก่ มลายู มักกะสัน เปอร์เซีย มะหง่น จาม อาหรับ ตุรกี รวมจำนวนประมาณ 3.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 5.8 ของประชากรทั้งหมด บุคคลเหล่านี้คือ ลูก หลาน เหลน โหลน ของบรรพบุรุษมุสลิม ที่ได้ร่วมสร้างบ้านสร้างเมืองคู่กับชาวไทยพุทธเช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อาทิ ชาวมอญ มาหลายยุคหลายสมัย บ้างได้รับราชการในราชสำนัก มีบรรดาศักดิ์ เป็นขุน เป็นพระยา และเป็นต้นตระกูลสำคัญๆ หลายตระกูลของชาวไทย มีการแต่งงานข้ามชาติพันธุ์ มีการเปลี่ยนศาสนา หลายตระกูลที่เป็นชาวไทยพุทธในปัจจุบัน มีต้นตระกูลมาจากมุสลิม
               
               
               
                     การอาศัยอยู่หรือการเข้ามาอยู่ในดินแดนนี้ของคนมุสลิม ก็เหมือนกับอีกหลายชนชาติมอญ ฉาน ลาว จีน เวียดนาม โดยเป็นพ่อค้าวาณิชเข้ามาค้าขาย อพยพหนีการรุกรานจากถิ่นอื่น ตลอดจนการรวบรวมหัวเมืองของอาณาจักรไทยในยุคต่างๆ จนกลายเป็นราชอาณาจักรไทยในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยเป็นดินแดนของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา คติความเชื่อ และหลายสิ่งหลายอย่างก็ได้กลายกลืนกัน ถ่ายทอดทางวัฒนธรรมกันไปมา จนบางครั้งแทบแยกไม่ออกว่ามีที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ใด และนี่เองที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองไทย
               
               
               
                     รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ กล่าวว่า องค์ความรู้เกี่ยวกับชาวไทยชาติพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินไทย รวมทั้งชาวไทยมุสลิมจึงสมควรได้รับการรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ และในมิติที่กว้างขวาง ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา สังคม อารยธรรม ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ทางภาษา โดยมุ่งหวังให้สังคมได้ทราบและตระหนักว่าพี่น้องมุสลิม ก็คือคนไทยส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมเป็นเนื้อหนึ่งอันเดียวกันในสังคมไทยมาช้านาน มีบูรณาการร่วมกันในสิ่งที่เราเรียกว่าความเป็นไทยในปัจจุบันอย่างกลมกลืนจนกล่าวได้ว่า ความเป็นไทยในปัจจุบันไม่สามารถที่จะแยกความเป็นมุสลิมออกไปได้ อันเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่เราอาจมองไม่เห็นหรือหลงลืมไป การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับมุสลิมกับสังคมไทยในมิติต่างๆ อย่างรอบด้าน การเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยศาสนิกชนอื่นๆ จะเป็นส่วนช่วยให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมไทย 
               
               
               
               ดังนั้น ในระหว่างวันที่ 29 กันยายน-2 ตุลาคม 2553 ณ หอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์มุสลิมศึกษา ในสังกัดสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ จึงได้จัดงาน “มุสลิมในแผ่นดินไทย: บทบาทชาวไทยมุสลิมในการสร้างสรรค์สังคมไทย” โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการสัมมนา และทอดพระเนตรการแสดงดนตรีพื้นบ้านรางวัลอาเซียนวง “เด็นดงอัสลี” นำวงโดยศิลปินแห่งชาติ นายแวกาเดร์ (ขาเดร์) แวเด็ง ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2536 สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) จังหวัดปัตตานี ในวันพุธที่ 29 กันยายน 2553 เวลา 09.00 น. และ ฯพณฯ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พระราชกรณียกิจกับมุสลิมในแผ่นดินไทย”
               
               
               
                     งานนี้จัดครบครันทั้งเนื้อหาและรูปแบบ มีการสัมมนากว่า 20 หัวข้อ ทั้งภาคภาษาไทย และภาษาอังกฤษครบทุกมิติองค์ความรู้ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งระดับชาติและนานาชาติ กว่า 50 คน วันสุดท้ายเป็นภาคภาษาอังกฤษ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะบรรยายพิเศษ เรื่อง “Thailand and Muslim World: A Strategic Partnership” 
               
               
               คุณทอจันทร์ นเรศจักรพันธ์ และคุณศุกรีย์ สะเร็ม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดกิจกรรมต่างๆ กล่าวว่า ในส่วนแสดงนิทรรศการแสดงความเป็นมาประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์มุสลิมในประเทศไทยที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมทั้งตระกูลมุสลิมต่างๆ ที่มีบทบาทในสังคมไทย การแสดงเครื่องแต่งกายมุสลิมในแบบต่างๆ ตามชาติพันธุ์ ความรู้เกี่ยวกับสำนักจุฬาราชมนตรี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมมุสลิมในภาคกลางและภาคใต้ นิทรรศการงานหัตถกรรมมุสลิมภาคใต้ (ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ) นิทรรศการอาหารฮาลาล นิทรรศการระบบเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนในโลกมุสลิม นิทรรศการผลงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยและสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
               
               
               
               จุดเด่นของงานที่จะเป็นส่วนสร้างสีสันและสะท้อนอัตลักษณ์ของมุสลิมได้อย่างชัดเจนคือ ซุ้มอาหารจัดเลี้ยง และภาคศิลปะการแสดง ที่ผ่านการสืบเสาะเจาะหา ค้นคว้าอย่างถึงแก่น สิ่งที่นำมาเสนอนั้น บางอย่างลางเลือน หลายอย่างถูกลบเลือนและผสมกลมกลืนจนกลายเป็นสิ่งใหม่ๆ และบางอย่างใกล้สูญหาย อาทิ อูเละนบี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสายธารแห่งการแสดงลิเกครึ่งท่อน การขับลำนำนาชีด ดิเกรฮูลู และ ลำตัด ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของแขกมอญ (ชุมชนมุสลิมพระประแดงซึ่งอพยพมาจากมลายู) ปัญจักสีลัต มวยไทยมุสลิมซึ่งมีท่ารำกำเนิดจากช่อดอกบอมอร์ในกระแสน้ำวน เป็นต้น 
               
               
               คุณทอจันทร์ ได้เน้นว่า ผู้เข้าร่วมจะได้ลิ้มชิมรสอาหารอันโอชะต้นตำรับ สำหรับซุ้มอาหารจัดเลี้ยง จัดแบ่งออกเป็น 4 ซุ้ม ตามกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ผู้บริการประจำซุ้มจะแต่งกายให้เห็นเด่นเป็นสัญลักษณ์ อันได้แก่ ซุ้มมุสลิมมลายู นำเสนอ นาซิดาแฆ แกงยะโฮร์บารูแพะ จิ้มด้วย โรตีปาแย ปูโละยอ ปลาอินทรีย์ทอดขมิ้น ฯลฯ ซุ้มมุสลิมอินเดีย เสนอข้าวหมกไก่ เอกลักษณ์เฉพาะของอินเดีย ไก่มาซาลา ซุ้มมุสลิมจีนฮ่อ (ยูนนาน) เหนือสุดแดนสยาม เสนอ ข้าวหมกไก่ยูนนาน ซุปน่องลาย เนื้อน้ำค้าง หว่านซุ่ย ซุ้มมุสลิมเปอร์เซีย ทีเด็ดของสำรับคลองบางหลวง เสนอมัสมั่นเนื้อโคเลื่อง อาจาดนพเก้า สลั่ว ไก่หลวงศรี นอกจากนั้นยังมี มะสิล่า ตะลุ่ม มัศกอด น้ำขิงปรุงเทศ ของว่างเฉพาะในงานนี้ เพียงตัวอย่างเท่านี้ คงพอจะเห็นความตั้งใจของผู้จัดที่ต้องการถ่ายทอด และสะท้อนให้เห็นภาพเชิงลึกถึงอัตลักษณ์ ผ่านมิติแห่งกาลเวลา ตามรอยเส้นทางการกระจายของประชากรไทยมุสลิมสู่การสร้างชุมชนในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ลงหลักปักฐานผสานผสมกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ผู้คน และสังคมรอบข้าง เป็นประจักษ์พยานถึงสัมพันธภาพที่กอดเกลียวเกี่ยวรัดกันอย่างกลมกลืนของผู้คนที่อยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง ผ่านกาลเวลานับหลายร้อยปี      
               
               
                     ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมงานได้โดย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงขอให้แจ้งสำรองที่นั่งเข้าร่วมการสัมมนาและรับบัตรชมการแสดง ได้ที่สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ชั้น 7 โทร.0-2218-7412 และ 0-2218-7464 และดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://www.ias.chula.ac.th-บ้านเมือง

         
            
http://www.muslimthai.com/main/1428/content.php?page=sub&category=19&id=14827


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service