Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - การคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

องค์กร บุคคล มุสลิมเชียงใหม่ => องค์กร มุสลิมในเชียงใหม่และภาคเหนือ => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กันยายน 22, 2010, 12:24:44 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: การคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กันยายน 22, 2010, 12:24:44 pm

   
   
   ระเบียบคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

   ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด

   พ.ศ. ๒๕๔๒

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ คณะกรรมกรกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเห็นสมควรออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

   ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกลางอิสลามห่างประเทศไทยว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด พ.ศ.๒๕๔๒”

   ข้อ ๒ ระเบียนนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เป็นต้นไป 
          ให้ยกเลิกระเบียบการแต่งตั้งถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด(สุเหร่า)และวิธีดำเนินการอันเกี่ยวแก่ศาสนกิจของมัสยิด(สุเหร่า) พ.ศ. ๒๕๓๔
          บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

   ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยรักษาการตามระเบียบนี้และมีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
           ในกรณีมีเหตุอันสมควร คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอาจยกเว้นหรือผ่อนผันในการปฏิบัติตามความในระเบียบนี้ได้

   ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
          “ที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด” หมายความว่า มัสยิด หรือสถานที่อื่นที่ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกำหนดให้ทำการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
           “คณะกรรมการคัดเลือก” หมายความว่า คณะกรรมการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดตามประกาศแต่งตั้งของประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

   หมวด ๑

   กำหนดการคัดเลือก

   ข้อ ๕ เมื่อตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดว่างลง ให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดแจ้งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

   ข้อ ๖ การคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประกาศกำหนดวันเลือก สถานที่เลือก เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการลงคะแนน ตามแบบ กอม.๒ ท้ายทะเบียนนี้ ให้สัปปุรุษของมัสยิดที่จะทำการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันก่อนวันทำการคัดเลือก
          ถ้าประธานในที่ประชุมเห็นว่าจะดำเนินการตามกำหนดเวลาในวรรคหนึ่ง ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากมีเหตุจำเป็นก็ให้ใช้ดุลพินิจกำหนดระยะเวลาตามความจำเป็น

   หมวด ๒

   บัญชีผู้มีสิทธิคัดเลือก

   ข้อ ๗ เมื่อต้องมีการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดจากทะเบียนสัปปุรุษประจำมัสยิด ที่จะทำการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ตามแบบ กอม.๑ ท้ายระเบียบนี้ จำนวนสามชุด ส่งให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับทราบและให้ประธานกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายลงนามรับทราบพร้อมประทับตราสำคัญคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทุกชุด ชุดที่หนึ่งให้ปิดประกาศที่ที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ชุดที่สอง และชุดที่สาม มอบให้คณะกรรมการคัดเลือกนำไปใช้ในวันเลือกหนึ่งชุด และสำรองไว้ติดที่ที่เลือกกรรมการอิสลามประจำประจำมัสยิดหนึ่งชุด
          การปิดประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดชุดที่หนึ่ง ต้องปิดประกาศก่อนวันคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้ตรวจสอบ และขอแก้ไขให้ถูกต้องก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน 
   ผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดผู้ใด ถ้าไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและไม่ดำเนินการขอเพิ่มชื่อตามวรรคสองต่อคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ ให้จัดทำบัญชีผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดเพิ่มเติมและดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
          ผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดผู้ใดเห็นว่ามีชื่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิคัดเลือกปรากฏอยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิคัดเลือก อาจร้องขอให้ถอนชื่อบุคคลนั้นออกจากบัญชีต่อคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดก่อนถึงกำหนดวันคัดเลือกไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ถ้าคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดสอบสวนวินิจฉัยให้ถอนชื่อแล้ว ให้ส่งผลการวินิจฉัยให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ขีดชื่อของผู้ถูกถอนชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกชุดที่สองและชุดที่สาม ให้ปิดประกาศคำวินิจฉัยไว้ ณ ที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดที่เห็นได้โดยง่าย ก่อนวันเลือกไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
          ผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดผู้ใดไม่ได้รับการเพิ่มชื่อตามวรรคสาม หรือไม่ถอนชื่อตามวรรคสี่ ให้ร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดก่อนวันคัดเลือกไม่น้อยกว่าห้าวัน คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการประจำจังหวัดในการเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อแล้วแต่กรณี ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด ให้ปิดประกาศคำวินิจฉัยนั้นไว้ที่ที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและมอบให้คณะกรรมการคัดเลอกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดใช้ร่วมกับบัญชีผู้มีสิทธิคัดเลือกหากเป็นการเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิคัดเลือก

   ข้อ ๘ ให้ประธานกรรมการประจำจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ประกอบด้วย ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานการประชุมเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและกรรมการคัดเลือกผู้ซึ่งประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเห็นสมควรและมีจำนวนที่เหมาะสมโดยให้ทำหน้าที่ดำเนินการคัดเลือก ตรวจหลักฐาน บันทึกคะแนนและงานอื่น ตามแบบ กอม.๔ ท้ายทะเบียนนี้
   การลงมติวินิจฉัยของคณะกรรมการคัดเลือกให้ถือเสียงข้างมากโดยความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการคัดเลือก
          ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดอาจขอความร่วมมือไปยังอำเภอท้องที่ หรือผู้อำนวยการเขต หรือเจ้าพนักงานตำรวจพื่นที่ที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดตั้งอยู่ จัดเจ้าหน้าที่รักษาความสงบไปประจำทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย
   ณ ที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดในวันคัดเลือกจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนก็ได้

   หมวด ๓

   การประชุมสัปปุรุษ

   ข้อ ๙ สัปปุรุษที่มีสิทธิคัดเลือกกรรมการประจำมัสยิดต้องมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันคัดเลือก เว้นแต่กรณีผิดพลาดในการจัดทำทะเบียนสัปปุรุษ คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สอบสวนและเห็นชอบให้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดได้

   ข้อ ๑๐ ในการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ให้สัปปุรุษในที่ประชุมเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิด และผู้ได้รับเสนอชื่อต้องบันทึกรับรองคุณสมบัติและการไม่มีลักษณะต้องห้ามตามแบบ กอม.๓ ท้ายระเบียบนี้ ต่อหน้าคณะกรรมการคัดเลือก
          ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเพียงหนึ่งคนหรือไม่เกินจำนวนกรรมการอิสลามประจำมัสยิดให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อได้รับการคัดเลือก และบันทึกผลการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดตามแบบ กอม.๗

   ข้อ ๑๑ ในวันคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ให้คณะกรรมการคัดเลือกประชุมสัปปุรุษที่จะทำการคัดเลือดกรรมการอิสลามประจำมัสยิด เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ในการคัดเลือก คุณสมบัติของผู้มีสิทธิคัดเลือก คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับคัดเลือกตลอดจนวิธีการคัดเลือกให้สัปปุรุษทุกคนทราบ
          ให้คณะกรรมการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดบันทึกเหตุการณ์และกรณีต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินการคัดเลือกไว้เป็นหลักฐานทุกระยะตามแบบกอม.๑๐ ท้ายระเบียบนี้

   หมวด ๔

   การลงคะแนน

   ข้อ ๑๒ ในกรณีคัดเลือกโดยวิธีลับ ให้ผู้มีสิทธิคัดเลือกแสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ บัตรประจำตัวบัตรประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ เมื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกได้แสดงหลักฐานดังกล่าว และกรรมการคัดเลือกเห็นว่าเป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกให้อ่านชื่อและที่อยู่ของผู้นั้นดังๆ ถ้าไม่มีผู้มีสิทธิคัดเลือกอื่นทักท้วง ให้หมายเหตุชนิดและหมายเลขหลักฐานไว้ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิคัดเลือก
          ในกรณีคัดเลือกโดยวิธีเปิดเผย ที่ประชุมสัปปุรุษอาจขอให้มีการตรวจสอบหลักฐานของผู้มีสิทธิคัดเลือกก็ได้

   ข้อ ๑๓ วิธีคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดให้กระทำโดยวิธีลับ เว้นแต่ที่ประชุมสัปปุรุษฝ่ายข้างมากร้องขอให้กระทำโดยวิธีเปิดเผย

   ข้อ ๑๔ การออกเสียงคัดเลือกโดยวิธีเปิดเผย ให้ที่ประชุมสัปปุรุษใช้วิธีใดวิธีหนึ่งตามความเหมาะสม

   ข้อ ๑๕ เมื่อมีการทักทท้วงการปฏิบัติของคณะกรรมการคัดเลือก ให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาชี้ขาดแล้วบันทึกไว้ ให้ผู้ทักท้วงและคณะกรรมการคัดเลือกทุกคนลงชื่อในบันทึกเหตุการณ์ ถ้าผู้ทักท้วงไม่ยอมลงชื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกบันทึกไว้

   ข้อ ๑๖ บัตรเลือกให้ใช้กระดาษสีขาว ขนาดกว้าง ยาว ตามความจำเป็น เมื่อพับแล้วมีขนาดพอสมควร ด้านหน้ามีตราคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกับข้อความ “บัตรเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด” และมีตราสำคัญคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประทับด้านในของบัตรตอนบนมีข้อความว่า “ให้ทำเครื่องหมายกากบาทเพียงเครื่องหมายเดียวใน ช่องทำเครื่องหมาย” นี้ ต่อลงไปให้แบ่งออกเป็นสองช่อง ช่องที่หนึ่งมีข้อความว่า “เครื่องหมายประจำตัว” ช่องที่สองมีขอ้ความว่า “ช่องทำเครื่องหมาย” ถัดลงไปให้แบ่งออกเป็นสามช่อง ช่องที่หนึ่งมีจุดเครื่องหมายบนพื้นสีขาวเรียงลำดับลงไป ช่องที่สองมีเลขเครื่องหมายบนพื้นสีขาวเรียงลำดับลงไปตรงกับจำนวนจุด ช่องที่สามปล่อยว่างไว้สำหรับทำเครื่องหมาย มีเส้นคั่นระหว่างเครื่องหมายประจำตัวผู้ถูกเสนอชื่อ
          จำนวนเครื่องหมายประจำตัวผู้ถูกเสนอชื่อ ให้มีอย่างน้อยสี่สิบแต่ไม่เกินห้าสิบเครื่องหมาย

   ข้อ ๑๗ เมื่อผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดได้รับบัตรเลือกให้ไปยังคูหาลงคะแนนที่ว่างคราวละหนึ่งคนเพื่อลงคะแนน การลงคะแนนเลือกให้ผู้มีสิทธิคัดเลือกทำเครื่องหมายกากบาทด้วยปากกาในช่องทำเครื่องหมายให้ตรงกับเครื่องหมายประจำตัวผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่ตนต้องการเลือกลงในบัตรเลือกนั้นและให้ทำเครื่องหมายกากบาทเพียงหนึ่งเครื่องหมายในช่องนั้น และทำเครื่องหมากากบาทในช่องทำเครื่องหมายอื่นไม่เกินจำนวนคะแนนที่ต้องลง แล้วพับบัตรเลือกนั้น ทั้งนี้ต้องทำให้เสร็จภายในเวลาอันสมควรแล้วนำบัตรนั้นไปมอบแก่กรรมการคัดเลือกใส่หีบบัตรต่อหน้าตนแล้วออกไปจากที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด

   ข้อ ๑๘ ถ้าผู้มีสิทธิคัดเลือกไม่สามารถลงคะแนนเลือกได้ เพราะบัตรเลือกบกพร่องหรือชำรุด ให้ส่งบัตรนั้นคืนแก่กรรมการคัดเลือก แล้วให้กรรมการคัดเลือกจัดบัตรเลือกให้แก่ผู้นั้นใหม่

   ข้อ ๑๙ หีบบัตรเลือกอาจทำด้วยไม้หรือโลหะที่มีฝาหรือกุญแจพร้อม ด้านหน้าใต้ที่ใส่กุญแจใช้วัสดุโปร่งและมองเห็นภายในหีบบัตรได้ และที่ฝามีช่องใส่บัตรเลือกด้วย หรืออาจขอรับการสนับสนุนหีบบัตรและคูหาลงคะแนนจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมาดำเนินการได้โดยอนุโลม

   ข้อ ๒๐ ถ้าการลงคะแนนหรือนับคะแนนไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากเกิดเหตุสุดวิสัยให้คณะกรรมการคัดเลือกประกาศยกเลิกการลงคะแนนหรือนับคะแนนตามแบบ กอม.๘ แล้วให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประกาศวันลงคะแนนใหม่ภายในสามวัน นับแต่วันที่ได้รับทราบว่าเหตุนั้นได้สงบลง และต้องประกาศให้สัปปุรุษได้ทราบล่วงหน้าก่อนวันลงคะแนนไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตามแบบกอม.๙ ท้ายระเบียบนี้
          การตรวจนับคะแนนให้กรรมการกรอกคะแนนตามแบบ กอม. ๕ ท้ายระเบียนนี้ ถ้าปรากฏว่ามีบัตรเลือกเกินจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือก คณะกรรมการคัดเลือกต้องจัดให้มีการลงคะแนนใหม่หรือดำเนินการตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม แต่ถ้าจำนวนบัตรออกเสียงเท่ากัน หรือน้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิคัดเลือก ให้ถือว่าการเลือกนั้นสมบูรณ์
          ให้คณะกรรมการคัดเลือกประกาศชี้แจงให้ผู้มีสิทธิคัดเลือก ซึ่งอยู่ในที่เลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดนั้นทราบเงื่อนไขตามวรรคหนึ่งของการตรวจนับคะแนน

   ข้อ ๒๑ บัตรเลือกต่อไปนี้ถือว่าเป็นบัตรเสีย คือ
             (๑) บัตรปลอม
             (๒) บัตรที่ทำเครื่องหมายเกินกว่าหนึ่งเครื่องหมายในช่องทำเครื่องหมาย
             (๓) บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมาย
             (๔) บัตรที่ปรากฏว่าได้พับซ้อนกันมากกว่าหนึ่งบัตร
             (๕) บัตรที่มีเครื่องสังเกต หรือข้อความอื่นใดนอกจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
             (๖) บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ถูกเสนอชื่อผู้ใด บัตรดังกล่าวให้สลักว่า “เสีย”และให้กรรมการคัดเลือกคนหนึ่งลงชื่อกำกับไว้ การสลักบัตรเสียให้สลักด้านขวาใต้ตราคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

   ข้อ ๒๒ในกรณีที่ผู้ถูกเสนอชื่อมีคะแนนเท่ากัน ให้จับสลาก ก่อนจะให้จับสลาก ประธานคณะกรรมการคัดเลือกต้องจัดให้ผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากับตกลงเสียก่อนว่าจะให้ผู้ใดเป็นผู้จับสลากก่อนหลัง แล้วจัดทำบัตรสลากขนาดกว้างยาวเท่ากัน มีจำนวนเท่ากับจำนวนผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน โดยเขียนข้อความว่า “ได้รับเลือกเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิด” ตามจำนวนที่ต้องการและคณะกรรมการลงชื่อกำกับทุกบัตรสลาก

   ข้อ ๒๓ เมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลงแล้ว ให้คณะกรรมการคัดเลือก เก็บบัตรเลือกที่ใช้นับคะแนนแล้ว บันทึกการเลือกตามแบบ กอม. ๑๐ และแบบกรอกคะแนนตามแบบ กอม. ๕ ท้ายระเบียบนี้ แล้วบรรจุในหีบบัตรเลือก ส่วนบัตรเสียนั้นให้บรรจุซอง หรือห่อไว้เป็นส่วนต่างหาก โดยมิให้ปะปนกับบัตรเลือกอื่น และให้เก็บไว้ด้วยกันในหีบบัตรเลือกแล้วปิดหีบบัตรเลือกใส่กุญแจหรืออื่นใด ประจำครั่งกับรูกุญแจหรืออื่นใด และให้เอากระดาษปิดทับช่องใส่บัตรเลือก โดยลงชื่อคณะกรรมการคัดเลือกกำกับไว้บนกระดาษนั้นด้วย ทั้งนี้ให้กระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าปวงสัปปุรุษซึ่งอยุ่ในที่นั้น และนำหีบบัตรเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
          ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการคัดเลือกไว้ในหีบบัตร ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจัดเก็บไว้ในตู้นิรภัยของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือสถานที่อื่นที่เหมาะสม

   หมวด ๕

   การแต่งตั้งและการร้องคัดค้าน

   ข้อ ๒๔ เมื่อเสร็จการคัดเลือกและปรากฏผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการกลางอิสลามประจำมัสยิด ให้บันทึกผลการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดซึ่งเป็นผลเบื้องต้นตามแบบ กอม. ๖ หรือ กอม. ๗ ท้ายระเบียบนี้ มีพยานอย่างน้อยสามคน ลงชื่อไว้เป็นหลักฐานแล้วให้ประธานคณะกรรมการคัดเลือกนำบันทึกผลการคัดเลือกเป็นหลักฐานเสนอคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งต่อไป

   ข้อ ๒๕ ให้ประธานคณะกรรมการคัดเลือกรายงานผลการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพร้อมด้วยหลักฐานการคัดเลือกเพื่อพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและออกหนังสือแต่งตั้งตามแบบท้ายทะเบียนนี้โดยเร็ว
          ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะทำลายบัตรเลือกและเอกสารที่เก็บอยู่ในหีบบัตรเลือกนั้นได้ เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านการคัดเลือกตามข้อ ๒๖ แล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และในกรณีที่มีการคัดค้านการคัดเลือก ให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเก็บรักษาหีบบัตรหรือเก็บในสถานที่ตามข้อ ๒๓ วรรคท้าย ไว้จนกว่าคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว

   ข้อ ๒๖ เมื่อประกาศผลกาเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดแล้ว ผู้ถูกเสนอชื่อหรือผู้มีสิทธิเลือกผู้ใดเห็นว่าการคัดเลือกเป็นไปโดยมิชอบ ให้มีสิทธิร้องคัดค้านหารคัดเลือกต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันคัดเลือกเพื่อให้มีการคัดเลือกใหม่
          ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำร้องคัดค้าน และมีอำนาจสั่งยกเลิกการคัดเลือกได้แล้วมีคำสั่งให้ดำเนินการคัดเลือกใหม่ภายในสิบห้าวัน หากวินิจฉัยชี้คาดคำร้องคัดค้านแล้วเห็นว่าการคัดเลือกนั้นถูกต้องแล้วให้ยกคำร้อง

   ข้อ ๒๗ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมติแต่งตั้ง
          ในกรณีที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไม่อนุมัติแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ต้องได้รับการเห็นชอบจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ขณะนั้น

   ข้อ ๒๘ หนังสือแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดให้ติดไว้ ณ มัสยิดโดยเปิดเผย

   บทเฉพาะกาล

   ข้อ ๒๙ ในกรณีที่มีประกาศให้คัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและ กำหนดวันคัดเลือกแล้วโดยประกาศนั้นออกไว้ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ระเบียบการแต่งตั้งถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด(สุเหร่า) และวิธีดำเนินการอันเกี่ยวแก่ศาสนกิจของมัสยิด(สุเหร่า) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลมก่อนจนกว่าจะเสร็จสิ้นการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดตามประกาศนั้น

   ประกาศ ณ วันที่ ๑ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒            

   (นายสุวิทย์ อนันต์นับ)                            
   เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย          

   หมายเหตุ มติที่ประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๘/๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ มอบหมายให้ นายสุวิทย์ อนันต์นับ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามในระเบียบนี้

   รายชื่อแบบพิมพ์ท้ายระเบียบ 
             ๑. บัญชีผู้มีสิทธิคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (กอม.๑)
             ๒. ประกาศกำหนดวันเลือก สถานที่เลือก เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการลงคะแนนการเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (กอม.๒)
             ๓. แบบบันทึกรับรองคุณสมบัติและการไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (กอม.๓)
             ๔. ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (กอม.๔)
             ๕. แบบกรอกคะแนน (กอม.๕)
             ๖. บันทึกผลการคัดเลือกกรณีมีการลงคะแนน (กอม.๖)
             ๗. บันทึกผลการคัดเลือกกรณีไม่มีการลงคะแนน (กอม.๗)
             ๘. ประกาศยกเลิกการลงคะแนนหรือนับคะแนน (กอม.๘)
             ๙. ประกาศให้ลงคะแนนใหม่ (กอม.๙)
             ๑๐. บันทึกเหตุการณ์และกรณีต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินการคัดเลือก(กอม.๑๐)
             ๑๑. บัตรลงคะแนน
             ๑๒. หนังสือแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
   
   ด้านล่าง จาก พรบ บริหารองค์กรอิสลาม ปี 40



หมวด 5 คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด 
 มาตรา 30  ให้มีคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดคณะหนึ่ง ประกอบด้วย 
 (1) อิหม่ามเป็นประธานกรรมการ 
 (2) คอเต็บเป็นรองประธานกรรมการ 
 (3) บิหลั่นเป็นรองประธานกรรมการ และ 
 (4) กรรมการอื่นตามจำนวนที่ที่ประชุมสัปปุรุษประจำมัสยิดนั้น กำหนดจำนวนไม่น้อยกว่าหกคนแต่ไม่เกินสิบสองคน 
 ให้สัปปุรุษประจำมัสยิดซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป  ประชุมกันคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง 
 ให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดเลือกกรรมการตาม (4)  เป็นเลขานุการหนึ่งคน นายทะเบียนหนึ่งคน เหรัญญิกหนึ่งคน และ ตำแหน่งอื่นตามความจำเป็นให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดเป็นประธานในที่ประชุมสัปปุรุษประจำมัสยิด เพื่อดำเนินการ คัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดแล้วเสนอคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด 
มาตรา 31  อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ต้องมีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ 
(1) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา  17 
 (2) อ่านพระคัมภีร์อัลกุรอานได้ถูกต้อง 
 (3) สามารถนำในการปฏิบัติศาสนกิจได้ถูกต้องตามบัญญัติแห่ง ศาสนาอิสลาม 
 (4) มีความสามารถแสดงธรรมได้ 
 (5) เป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ก่อนวันคัดเลือก 
 อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ไม่ถือเป็นนักพรตหรือนักบวช 
 การพ้นจากตำแหน่งของ อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ให้เป็นไป ตามระเบียบที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด 
 มาตรา 32  กรรมการตาม มาตรา  30 (4) ต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ 
 (1) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา  17 
 (2) เป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ก่อนวันคัดเลือก 
 (3) มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่มัสยิดนั้นตั้งอยู่ไม่น้อยกว่า เก้าสิบวันก่อนวันคัดเลือก 
 มาตรา 33  เมื่อตำแหน่งอิหม่าม คอเต็บ หรือบิหลั่น ว่างลง  ให้นำวิธีการตามที่บัญญัติใน มาตรา  30 มาใช้เพื่อดำเนินการคัดเลือก ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ที่ตำแหน่งว่าง 
 มาตรา 34  กรรมการตาม มาตรา  30 (4) มีวาระการดำรง ตำแหน่งสี่ปี เมื่อตำแหน่งกรรมการว่างลง ให้นำวิธีการตามที่บัญญัติ ใน มาตรา  30 มาใช้เพื่อดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนภายใน หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง เว้นแต่ตำแหน่งกรรมการ ดังกล่าวว่างลงเนื่องจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมติให้พ้น จากตำแหน่งตาม มาตรา  40 (4) และผู้ที่พ้นจากตำแหน่งได้ยื่นคำร้อง คัดค้านต่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยตาม มาตรา  41  ระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้นับแต่วันที่คณะกรรมการกลางอิสลาม แห่งประเทศไทยมีมติ 
 ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนถึงกำหนดตามวาระไม่เกิน หนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่ง ที่ว่างก็ได้ กรรมการที่ได้รับการคัดเลือกแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระ ที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน 
 มาตรา 35  คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 
 (1) บำรุงรักษามัสยิดและทรัพย์สินของมัสยิดให้เรียบร้อย 
 (2) วางระเบียบปฏิบัติภายในของมัสยิดเพื่อให้การดำเนินงาน ของมัสยิดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 
 (3) ปฏิบัติตามคำแนะนำชี้แจงของคณะกรรมการกลางอิสลาม แห่งประเทศไทยและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในเมื่อไม่ขัดต่อ บัญญัติแห่งศาสนาอิสลามและกฎหมาย 
 (4) สนับสนุนสัปปุรุษในการปฏิบัติศาสนกิจ ส่งเสริมให้เกิดความ สามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่ชอบตามบัญญัติแห่งศาสนา อิสลาม 
 (5) พิจารณามีมติรับมุสลิมเข้าเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิด 
 (6) อำนวยความสะดวกและอบรมสั่งสอนให้สัปปุรุษประจำมัสยิด ปฏิบัติศาสนกิจโดยถูกต้องเคร่งครัด 
 (7) ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสัปปุรุษประจำมัสยิดเมื่อได้รับ การร้องขอ 
 (8) จัดให้มีและรักษาสมุดทะเบียนสัปปุรุษประจำมัสยิด  และตรวจตราแก้ไขเพิ่มเติมสมุดทะเบียนดังกล่าวให้ถูกต้องตรงตาม ความเป็นจริง 
 (9) จำหน่ายชื่อสัปปุรุษประจำมัสยิดออกจากทะเบียน เมื่อได้ สอบสวนแล้วปรากฏว่าผู้นั้นกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม 
 (10) จัดให้มีทะเบียนทรัพย์สิน เอกสาร และบัญชีรายรับรายจ่าย ของมัสยิดให้ถูกต้องตรงความเป็นจริง และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน  ฐานะการเงิน และทรัพย์สินของมัสยิด แล้วรายงานให้คณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี 
 (11) ดูดวงจันทร์และแจ้งผลการดูดวงจันทร์ต่อคณะกรรมการ อิสลามประจำจังหวัด 
 (12) ส่งเสริมการศึกษาและจัดกิจกรรมที่ไม่ขัดต่อบัญญัติแห่ง ศาสนาอิสลาม 
มาตรา 36  สัปปุรุษประจำมัสยิดผู้ถูกจำหน่ายชื่อตาม มาตรา  35  (9) มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้ประกาศให้จำหน่ายชื่อออกจากทะเบียน และให้ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพิจารณาวินิจฉัยให้เสร็จภายในหนึ่งร้อย ยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องคัดค้านมติของคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดให้เป็นที่สุด 
 การยื่นคำร้องคัดค้านและการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องคัดค้านตาม วรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่ง ประเทศไทยกำหนด 
 มาตรา 37  อิหม่ามมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 
 (1) ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม 
 (2) ปกครองดูแลและแนะนำเจ้าหน้าที่ของมัสยิดให้ปฏิบัติงาน ในหน้าที่ให้เรียบร้อย 
 (3) แนะนำให้สัปปุรุษประจำมัสยิดปฏิบัติให้ถูกต้องตามบัญญัติ แห่งศาสนาอิสลามและกฎหมาย 
 (4) อำนวยความสะดวกแก่มุสลิมในการปฏิบัติศาสนกิจ 
 (5) สั่งสอนและอบรมหลักธรรมทางศาสนาอิสลามแก่บรรดา สัปปุรุษประจำมัสยิด 
 มาตรา 38  คอเต็บมีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามบัญญัติแห่ง ศาสนาอิสลามในการแสดงธรรมแก่สัปปุรุษประจำมัสยิด 
 มาตรา 39  บิหลั่นมีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามบัญญัติแห่ง ศาสนาอิสลามในการประกาศเชิญชวนให้มุสลิมปฏิบัติศาสนกิจตามเวลา 
 มาตรา 40  กรรมการอิสลามประจำมัสยิดพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 
 (1) ครบกำหนดวาระตาม มาตรา  34 วรรคหนึ่ง สำหรับกรรมการ อื่นตาม มาตรา  30 (4) ในคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด 
 (2) ตาย 
 (3) ลาออก 
 (4) คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา  32 
 (5) สัปปุรุษประจำมัสยิดตาม มาตรา  30 วรรคสอง จำนวนเกิน กว่ากึ่งหนึ่งยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขอให้พ้นจาก ตำแหน่งและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสอบสวนและวินิจฉัย แล้วมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง 
 (6) คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสอบสวนแล้วเห็นว่า มีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่มัสยิด หรือบกพร่อง ต่อหน้าที่ หรือดำเนินกิจการของมัสยิดไปในทางไม่สงบเรียบร้อย หรือ ขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลาม หรือกระทำการอันอาจเสื่อมเสียประโยชน์ ของมัสยิด และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดวินิจฉัยแล้วมีมติให้พ้น จากตำแหน่ง 
 ในกรณีที่สอบสวนแล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งความผิดที่ได้กระทำ ยังไม่ถึงขั้นให้พ้นจากตำแหน่งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดอาจ วินิจฉัยให้ภาคทัณฑ์ไว้ก่อนก็ได้ 
 มาตรา 41  กรรมการอิสลามประจำมัสยิดซึ่งพ้นจากตำแหน่งตาม มาตรา  40 (4) (5) และ (6) มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง  และให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยพิจารณาวินิจฉัยให้เสร็จ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องคัดค้าน มติของคณะกรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทยให้เป็นที่สุด 
 การยื่นคำร้องคัดค้าน และการวินิจฉัยคำร้องคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด 
 มาตรา 42  การประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ให้นำ มาตรา  21 มาใช้บังคับโดยอนุโลม 



หัวข้อ: Re: การคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
เริ่มหัวข้อโดย: ramma ที่ ธันวาคม 22, 2010, 08:34:24 pm

1  อิสลาม ไม่ใช่ประชาธิบไตยในแบบที่เรารู้จักกัน แต่อิสลาม คือประชาธิปไตย ตามอัลกุรอ่าน และหะดีษ ดังนั้น การเลือกตั้ง ก็ต้องเป็นการเลือกตั้งตามแนวทางอิสลาม ถึงจะถูกต้องประเด็นที่

2 อิสลาม ให้ความสำคัญกับหน้าที่ แต่ละคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ  ดังนั้น คนที่มีหน้าที่ก็ต้องถูกสอบสวนไปตามนั้น ประัเด็นที่

3 คนที่เป็นผู้นำ หากการปฏิบัติไม่ผิดหลักศาสนา เราตามได้(และต้องตาม) หากผิดหลักศาสนาร้ายแรง เราก็ไม่ควรตาม(ห้ามตาม) แต่หากว่าไม่รู้อย่างชัดเจนแน่นอนว่าผิดหรือถูก อิสลามบังคับให้เราต้องตามผู้นำ ประเด็นที่

4 การเมืองการปกครอง หากมีผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการปกครอง มักจะสงบ ถึงแม้ผู้มีอำนาจเหล่านั้นจะไม่เป็นที่พึงพอใจก็ตาม ในทางกลับกัน หากผู้มีอำนาจแต่ไม่เบ็ดเสร็จในอำนาจ มักจะวุ่นวายและประเด็นอื่นๆ

(อัลลอฮ์ตะอาลารู้ดีที่สุด)
ผิดถูกเช่นไร ขอมะอัฟและขอตัีกเตือนกัน 

  http://www.muslimthai.com/mnet/content.php?bNo=46&qNo=5379&kword=
 


หัวข้อ: Re: การคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ มกราคม 08, 2011, 02:31:00 am
test


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service