Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - เข้ารับอิสลาม เรื่องดีๆ ที่อยากนำมาแบ่งปัน ==>

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

เีรียนย้อนหลังการจัดอบรมหลักสูตร ผู้สอนมุอัลลัฟ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัต-ตักวา เชียงให => ห้องเรียนย้อนหลัง โครงการหลักสูตร มุอัลลัฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 07, 2015, 02:11:26 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: เข้ารับอิสลาม เรื่องดีๆ ที่อยากนำมาแบ่งปัน ==>
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 07, 2015, 02:11:26 pm

   เรื่องดีๆ ที่อยากนำมาแบ่งปัน ==>
   
   อิสลาม

   อาลี - เป็นคริสต์คาทอลิค
   ฟาติมะ - เป็นพุทธ
   มีฮาซัน - เป็นบุตรชาย

   

      เราอยู่ร่วมกับสังคมมุสลิมมาเป็นเวลากว่า 2 ปี ที่พัฒนาการ ซอย 38 
      โดยอยู่ร่วมกับมุสลิมวัยรุ่น ที่มาเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
      ช่วง 2 ปีที่อยู่ไม่ได้รู้สึกว่าอิสลามดีตรงไหน มุสลิมที่เราคลุกคลีสอนให้เรารู้ว่าอิสลามยุ่งยากมาก 
      แม้แต่เราไปยืมจานเขามาใส่กับข้าว เขาก็ไม่ให้เรากลัวเราเอาไปใส่หมู ถ้าเราเอาจานใส่หมูไปกินกับเขา เขาก็ต้องเอากระดาษหนังสือพิมพ์มารองจานที่เรากินเพื่อไม่ให้จานที่ใส่หมูของเราสัมผัสพื้นห้องของเขา 
      จนเราพูดกับสามีว่าเขาคนละพวกกับเรา ต่อให้คุยกันได้แต่พวกเขากับเราเหมือนอยู่คนละประเทศกัน

   

      แต่เรื่องที่เขาอธิบายเรื่องคลุมผม และเรื่องหลักๆของอิสลามเรารับฟังได้อยู่ 
      แต่เรื่องกินอาหารด้วยกันนี่รับไม่ได้ ที่สำคัญเราถามเรื่องอิสลามกับเขา 
      เขามักจะตอบไม่ได้และไม่ชัดเจน เหมือนกับว่าเป็นมุสลิมแค่นามบัตรเฉยๆ จากช่วงแรกๆที่เราถามเรื่องของอิสลามก็จบไปกลายเป็นคุยกันแต่เรื่องหนังเพลงเรื่องทางโลกทั่วไป

   

      จากนั้นปีที่ 3 มาถึง ดิฉันและสามีย้ายลงมาอยู่ชั้น 1
      แต่เดิมอยู่ชั้น 4 ได้คลุกคลี กับ บังคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นคนพุทธมาก่อน 
      บังคนนี้ทำให้ภาพอิสลามที่เห็นแก่ตัวเปลี่ยนไป แกทุ่มเท ใส่ใจเรา 2 สามีภรรยา 
      ต้องการอะไรในการย้ายและแต่งห้องแกก็หามาให้ มีอะไรแบ่งมาให้กินไม่ขาด
      แกซื้อใจเรา 2 คนได้ และเราเริ่มรู้สึกดีกับอิสลามแล้วล่ะ
      และสามีเล่าให้แกฟังเรื่องมุสลิมข้างบนว่าอิสลามยุ่งยาก อะไรๆก็ไม่ได้ ห้ามไปหมด 
      ทำให้รู้สึกว่าอะไรกันนักหนาอิสลาม แต่บังแกกลับบอกว่า ก็เพราะมันเป็นอย่างนี้น่ะสิ 
      คนต่างศาสนาถึงหนีกันหมด เกลียดอิสลามกันหมด ก็เพราะรู้แบบผิดๆ ปฏิบัติแบบผิด 
      จริง ๆ อิสลามง่ายนิดเดียว แกก็เริ่มบอกให้สามีฟังว่าจริงๆแล้วอิสลามดีและง่ายยังไง

   

      บังชอบมาพูดเรื่องพระเจ้าให้สามีฟัง สามีก็คุยเรื่องพระเยซูสู่กันฟัง ไม่นานสามีก็มาพูดแปลก ๆ กับดิฉัน
      สามีบอกว่าคริสต์กับอิสลามเหมือนกันมาก ฉันก็ไม่สนใจ ไร้สาระพระเจ้าบ้าบออะไรกัน 
      ฉันก็เถียงเอาเรื่องพุทธศาสนามาแย้ง จากนั้นทุกคืนถึง ตี 2 ตี 3 สงครามเรื่องศาสนาในมุ้งก็มีทุกคืน
      เราทะเลาะกันบ่อย แทบทุกวัน วันหนึ่งสามีบอกเขาเข้าอิสลาม ดิฉันขอร้องอย่าได้ไหม ฉันรับไม่ได้ 
      สามีก็ยอม สามีบอกว่าเขาเชื่อว่าพระเจ้ามีจริง คริสต์ไม่รู้ว่าพระเจ้าคือใครกันแน่
      แต่อิสลามตอบคำถามได้หมดทุกอย่าง สามียังบอกอีกว่าสิ่งที่พระเจ้าเกลียดที่สุด คือการกราบไหว้รูปปั้น 
      ไม่มีทางได้ขึ้นสวรรค์ สิ่งอื่นพระเจ้าอภัยโทษให้ได้ ยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น

   

      คำพูดนี้เป็นคำพูดที่มันหลอนอยู่ในใจฉัน ทุกวันเวลาเดินผ่านศาลพระภูมิ 
      มือฉันจะยกขึ้นไหว้แบบไม่ต้องสั่งเพราะมันอยู่ในสายเลือด แต่วันนี้ฉันแค่เดินผ่าน 
      และหันมองที่รูปปั้นเท่านั้น ในใจคิดว่า ไม่กล้าไหว้ ถ้าเกิดมีพระเจ้าขึ้นมาจริงๆ ซวยแน่

   

      ฉันไม่ได้ไหว้พระและรูปปั้นมาหลายวันแล้ว และเริ่มทำใจยอมรับได้แล้วว่าสามีไม่ได้พูดเล่น 
      ฉันกลับไปบอกสามีว่า ฉันไม่ได้ไหว้รูปปั้นแล้ว แต่ขอเวลา 2 ปี ค่อยเข้าอิสลามนะ สามีก็ตกลง 
      จากนั้น ไม่นาน ฉันก็เริ่มสงสัย อิสลามมันมีอะไรแน่ ฉันถามสามีหลายอย่างเขาตอบไม่ได้ 
      เขาให้ไปถามบัง ฉันหยิ่ง ฉันไม่ถาม แต่ ฉันเข้าอินเตอร์เน็ต

   

      ฉันค้นหาคำว่าอิสลาม และเจาะลึกเข้าไปทุกทีๆ จากอดีตที่อิสลามบันทึก ปัจจุบันวิทยาศาสตร์คั้นพบ 
      ว่ามีจริง และ นั่นกลับตรงกับสิ่งที่พระเจ้าของอิสลามบอกไว้ น่าทึ่ง และฉันค้นพบเรื่องศาสนาพุทธของฉันว่า
      หลาย ๆ คำ มีความหมายหมายถึงพระเจ้า ไม่ได ้หมายถึง สิทธัตถะ ศาสดาของศาสนาพุทธ น่าทึ่ง
      และที่สำคัญ สิทธัตถะ ไม่เคยสั่งสอนให้ไหว้รูปปั้น ศาลพระภูมิ อะไรทั้งนั้น 
      ท่านยังบอกอีกว่า อย่าไปกราบไหว้มันเลย มันไม่ได้คุณประโยชน์อะไรกับเราหรอก 
      ใช่สิ ฉันเชื่อศาสดาของฉัน ฉันยิ่งมั่นใจว่าฉันจะไม่ไหว้ อีกอย่างฉันระลึกเสมอว่า 
      สิทธัตถะสอน ไม่ให้เชื่ออะไรง่ายๆ ให้พิสูจน์ด้วยตนเองให้รู้แจ้งค่อยเชื่อ 
      นี่ไงฉันกำลังทำตามพระพุทธเจ้าของฉันสอน
      และการทำตามพระพุทธเจ้าของฉันสอนนี้กำลังนำฉันมาสู่ความเชื่อใหม่

   

      ใจฉันยอมรับแล้ว แต่ยังไม่รู้สึกรัก รู้สึกแค่ว่าพระเจ้าคือคนแปลกหน้าเสมือนพ่อเลี้ยง 
      จะให้รักเหมือนพ่อแท้ๆ ได้ไง ทำไม่ได้ สามีจึงปรึกษาบัง บังบอกว่ารอให้ศรัทธาก่อนค่อยเข้า
      หาศรัทธาให้เจอ ฉันบอกว่าตอนนี้ยังหาไม่เจอ จนวันหนึ่ง บังบอกให้คุยกับลูกเขย ของบังซึ่งคนนี้แน่นเรื่องศาสนา สามีก็ถามข้อข้องใจบังเขาก็เคลียร์ซะกระจ่างใจเลยที่เดียวเข้าใจอิสลามชัดเจนเข้าไปอีก ตาฉันถามละ

   

      บังคะ หนูสงสัย พระเจ้าทำไมให้สวรรค์แค่มุสลิม แล้วคนอื่นที่ไม่เคยรู้เรื่องพระเจ้าล่ะ จะยุติธรรมกับเขาได้ยังไง
      วันนั้นพระเจ้าจะทดสอบให้ลองเข้าประตูนรก สวรรค์ เพื่อดูหัวใจเขาว่าคนต่างศาสนาคนนั้น 
      จะเชื่อพระเจ้าไหม หากพระองค์สั่งให้เข้าประตูนรก หากเขาเข้าแสดงว่าเชื่อฟังประตูนรกนั้นจะเป็นประตูสวรรค์ 
      แต่ถ้าใครทำตรงข้ามไม่เชื่อฟัง เห็นประตูนรกแล้วไม่เข้าทั้งที่พระเจ้าสั่ง แต่ไปเข้าประตูสวรรค์ นั่นล่ะคือประตูนรก บังยกตัวอย่าง
      บัง หนูหาศรัทธาไม่เจอ บังพ่อตาบังบอกให้หาศรัทธาให้เจอก่อนค่อยเข้าก็ได้

   

      บังย้อนถามกลับว่า แล้วเชื่อไหม ว่าพระเจ้ามีจริง
      เชื่อค่ะ
      บังพูดว่า นั่นล่ะเขาเรียกว่า ศรัทธาแล้ว ศรัทธาคือความเชื่อไง

   

      ฉันถามต่อว่า ยังไงก็ยังไม่อยากเข้าอยู่ดี ละหมาดก็ไม่เป็น เสื้อผ้าก็ไม่มี 
      อยากให้พร้อมให้เป็นก่อนค่อยเข้าไม่อยากให้มีบาปปนเปื้อน ทำบาปมาเยอะต้องการขาวสะอาดจริงๆ

   

      บังบอกว่า ไม่ต้อง เข้าก่อนพร้อมเมื่อไรก็ค่อยทำ ละหมาดไม่เป็นก็เข้าได้ ค่อยๆศึกษาได้ 
      ไม่จำเป็นต้องทำเป็นก่อนค่อยเข้า แล้วความรักในพระเจ้าจะเพิ่มมากขึ้นเอง"

   

      ฉันลืมบอก วันนั้นเองเป็นวันที่ฉัน รับอิสลามพร้อมสามี คุณรู้ไหมวันนั้นเป็นวันอะไร วันมาฆบูชา วันพระใหญ่ ของชาวพุทธ ฉันไม่ได้ไปตักบาตรตอนเช้าเหมือนคนอื่น และตอนค่ำก็ไม่ได้ไปเวียนเทียนด้วย แต่คืนวันนั้นเองฉันกลับรับอิสลาม

   

      ฉันอยากบอกว่า ฉันรับอิสลามเพราะความศรัทธาในศาสนา
      ไม่ใช่รับเพราะดูการกระทำตัวของมุสลิมหรือถูกมุสลิมเป่าหูมา 
      เพราะฉันฟังจากมุสลิมแล้วฉันไม่ได้เชื่อ แต่ฉันไปศึกษาค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง 
      แล้วการศึกษาหาคำตอบของฉันนั้นทำให้ฉันทึ่งในหลักคำสอนที่ละเอียดอ่อนมาก 
      อิสลามสอนทุกเรื่อง และวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงตามที่อิสลามสอนมาแล้ว
      เป็นเวลากว่าพันสี่ร้อยปี เช่น อิสลามห้ามผู้ชายใส่ทองมานานแล้ว 
      มาปัจจุบันวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็มาพิสูจน์ได้ว่า
      ทองมีผลต่อการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายจริง

   

      และเรื่องที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการกำเนิดตัวอ่อน 
      ในคัมภีร์อัลกุรอาน อัลลอฮฺบอกไว้ชัดเจน ว่าก่อนจะเป็นทารกที่สมบูรณ์
      ์ในระบบอวัยวะมีส่วนเกิดก่อน เกิดหลัง นักวิทยาศาสตร์ก็มาค้นพบด้วยกล้องจุลทรรศน์
      ทีหลังว่าตรงกับที่กุรอานกล่าวไว้อย่างชัดเจน โดยที่นักวิทยาศาสตร์ท่านนั้นบอกเองว่า
      เป็นไปไม่ได้ที่คนโบราณสมัยก่อนจะรู้เรื่องราวในร่างกายมนุษย์ที่น่ามหัศจรรย์ได้ละเอียดขนาดนี้ 
      สมัยก่อนไม่มีกล้องจุลทรรศน์ การแพทย์ก็ไม่ได้ก้าวหน้าเหมือนยุคนี้ คนที่จะรู้เรื่องราวและอธิบายการกำเนิดตัวอ่อนในครรภ์มารดาได้ตรงและละเอียดขนาดนี้คือคนที่สร้างมนุษย์เท่านั้น

   

      นี่เพียงแค่ สองเรื่องเท่านั้นที่ฉันศ้นคว้าหาความจริง 
      สองเรื่องนี้ก็ระบุให้เห็นชัดเจนแล้วว่าอิสลามนี่ล่ะคือวิทยาศาสตร์ ล้วนๆ อธิบายได้หมดทุกอย่าง 
      ฉันยิ่งค้นคว้าฉันก็ยิ่งเข้าลึกเข้าไปในเรื่องราวการสอนของอิสลามและคำสอนนั้น
      พระเจ้าสั่งให้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมันพิสูจน์ได้หมดตามวิทยาศาสตร์ที่ฉันเชื่อ 
      อย่างนี้หรือเรียกว่างมงาย สิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ คนส่วนใหญ่เชื่อถือไม่ใช่หรือ 
      ก็อิสลามนี่ไงวิทยาศาสตร์ล้วนๆ แล้วทำไมยังว่าอิสลามงมงายกันอีก 
      แล้วหลายคนยังกราบไหว้สิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ นี่ยิ่งไม่หลงงมงายกว่าอีกหรือ 
      ฉันคิดนะว่า แม้อิสลามจะกราบไหว้พระเจ้าที่มองไม่เห็น ( ซึ่งดูงมงายในสายตาคนที่เชื่อเรื่องพระเจ้า ) 
      แต่การไหว้พระเจ้าของอิสลามไม่ได้เสียเงิน ไม่ต้องซื้อของเซ่นไหว้ แค่ก้มๆเงย 5 เวลาต่อวัน
      แล้วก็ทำความดี แค่นี้เอง ไม่เดือดร้อนกระเป๋าสตางค์ ระดับพระเจ้าแล้วท่านไม่กินของหยาบแบบเราหรอก 
      พระองค์อิ่มทิพย์ไม่มีอารมณ์ใฝ่ต่ำแบบพวกเราหรอก

   

      ฉันคิดไปอีกว่าตอนที่ฉันกราบไหว้รูปปั้นนั้น ไหว้ทำไม 
      ถ้าเป็นระดับเทพยดาแล้ว ทำไมต้องกินของเซ่นไหว้ด้วย 
      ถ้ากินของที่มนุษย์กิน ก็เท่ากับว่าเทพเหล่านั้นไม่ได้ต่างกับมนุษย์เลย
      เมื่อไม่ต่างแล้วจะให้ความสำคัญ เคารพกราบไหว้ทำไม มีแต่เสียเงิน 
      เอาไปบริจาคช่วยเหลือคนจนดีกว่าเสียอีก แล้วลองไม่เซ่นไหว้สิ มันก็มาเข้าสิง
      ทำให้เรากลัว มันจะได้กินของจากเราอีก นั่นหรือพระเจ้าที่แท้จริง ต้องขอมนุษย์กินด้วยหรือ 
      มีคนว่าฉันงมงายเรื่องพระเจ้า 
      ฉันอยากย้อนถามกลับไปว่า ที่พวกชาวคริสต์ล่ะ พวกคุณชอบไม่ใช่หรือ 
      ประเพณีการแต่งงานของเขา การแต่งตัวของเขา วัฒนธรรมของฝรั่งคนทั่วโลกก็นำมาใช้แล้วคิดว่าหรูหราทันสมัย คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า พวกเขาส่วนมากเป็นคริสต์นะ แล้วคริสต์นับถืออะไร พระเจ้าไง นั่นไง อย่างนี้ชาวคริสต์ก็งมงายสินับถือพระเจ้าด้วย แต่ทำไมไม่ว่าคริสต์งมงายล่ะ ทีอิสลามเชื่อเรื่องพระเจ้ากลับถูกว่า หรือเพราะอิสลามแต่งตัวโบราณ ไม่ใส่สูตรหรูๆ เลยถูกเหมาว่างมงาย วัดกันที่การแต่งกายนั่นเอง

   

      อิสลามละหมาด 5 เวลาโดนว่าว่ายุ่งยากเรื่องมาก เขาไปทำความดีในมัสยิดนะ 
      แต่ทีคนส่วนมากไปกินเหล้า เที่ยว ไม่เห็นจะโดนว่าเลย โลกนี้มันเห็นผิดเป็นชอบหมดแล้วจริงๆ
      ความชั่วถูกยกให้ถูกต้อง เช่นการพนัน หวย ก็ถูกเอามาขายเสรี พออิสลามต่อต้าน ก็ว่าไม่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย 
      จะปรับไปทำไม ปรับไปทำความชั่วนี่นะ น่าภูมิใจเหลือเกิน 
      ผู้หญิงมุสลิมคลุมผม แต่งตัวมิดชิดก็ถูกตำหนิ แนะนำให้นุ่งน้อยห่มน้อย ให้นำไปสู่การถูกข่มขืน นี่มันดีหรือกับการให้ปรับตัวเข้ากับสมัยใหม่ น่าสมเพศกับกลุ่มชนที่คิดได้แค่นี้

   

      ศาสนาที่มาจากพระเจ้าย่อมไม่มีที่ติ 
      แต่ถ้าเป็นศาสนาที่มนุษย์คิดขึ้นมาเองคงตอบคำถามทุกข้อสงสัยไม่ได้ เพราะมนุษย์ไม่ได้เป็นคนสร้างทุกอย่างบนโลกนี้ แต่พระเจ้าซี่งเป็นผู้ที่สร้างย่อมรู้ดีและอธิบายความจริงได้ชัดแจ้งกว่ามนุษย์คนใด

   

      ฉันและสามีเป็นมุสลิมแล้ว และฉันพึ่งรู้เดี่ยวนี้เองว่า สังคมมุสลิมเป็นสังคมที่ช่วยเหลือกันอย่างมาก 
      ช่วยกันด้วยหัวใจบริสุทธิ์จริงๆ มีปัญหานิดเดียวแต่พี่น้องมุสลิมมาหามาช่วยถึงที่ ไม่เคยทอดทิ้งฉันและสามีเลย
      ฉันไม่เคยอยู่ในสังคมแบบนี้ สังคมที่ไม่กล้านินทา ไม่กล้าคิดร้ายต่อพี่น้องของเขาเอง เขายำเกรงพระเจ้าในทุกกริยาอาการแม้แต่ความคิด เขาทำดีกับพี่น้องมุสลิมเพื่อถวายพระเจ้าของเขา เขาไม่ทำชั่วเพราะยำเกรงพระเจ้าของเขา

   

      เมื่อได้เข้ามาคลุกคลีกับมุสลิม ทำให้ได้รู้หลายๆอย่างว่าข่าวที่ประโคมตามทีวีว่ามุสลิมก่อการร้ายหัวรุนแรงนั้น
      จริงๆแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย ทำไมเขาต้องทำแบบนั้น ถ้าพ่อแม่ฉันถูกฆ่า น้องสาวถูกลากไปข่มขืนต่อหน้าต่อตา ก็ไม่แปลกนะที่ฉันจะลุูกมาต่อสู้แบบนั้นมุสลิมไม่ได้คิดจะทำสงครามง่ายๆหรอก
      ถ้าเขาไม่ถูกรุกรานเกินทนได้จริง ๆ เพราะศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้ทำสงครามง่ายๆ 
      ภาพทหารอเมริการุกราน ฆ่ามุสลิมที่บริสุทธิ์ ข่มขืนผู้หญิงมุสลิม ฆ่าพ่อของลูกเล็กๆที่ยังแบเบาะ 
      ฆ่าแม่ของเด็กน้อยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือแม้แต่เด็กตัวเล็กที่ถูกฆ่าด้วยความตั้งใจ 
      ทำไมมันหาดูยากนัก ทำไมมันไม่ถูกแพร่ภาพไปทั่วโลกบ้าง มุสลิมตัดคอตัวประกันคนเดียวเป็นข่าวถูกประณามทั่วโลก ทหารอเมริกาฆ่ามุสลิมไปกี่พันหมื่นครอบครัวทำไมมันไม่ถูกประณามบ้าง
      มันก็ได้แค่พูดว่าเป็นความผิดพลาด แล้วให้ข้อมูลเท็จตลอด 
      ฆ่าไปเป็นร้อยแต่บอกว่ามุสลิมตายไม่ถึง 10 ทำนองนี้เสมอ

   

      ถ้าคุณได้เห็นภาพลับต่างๆที่อเมริกา ยิว อังกฤษ เดนมาร์ก หัวโจกเหล่านี้ทำเลวไว้กับมุสลิม 
      แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวมุสลิมก่อการร้ายนั้นคุณคิดผิด คุณบริโภคข่าวเท็จตลอด ฉันขอพรต่อพระเจ้าของฉัน ให้ความเลวของชนชาติ ที่รังแกอิสลาม มันถูกประณามและประจักษ์แก่สายตาคนทั่วโลก เพื่อที่คนพวกนั้นจะได้ตาสว่าง

   

      Cr:line Boonyarit Bilmad



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service