Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ปี่ใหม่เมือง กับการรุกคืบของวัฒนธรรมตะวันตก เมื่อ ปี 2511

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

ฮู้จักฮากเหง้า ฮู้ตั๋วตน เล่ากำเก่า ที่แอ๋ว คนล้านนา => ค่าวฮำ คำเมือง วิถี ประเพณี ของคนล้านนา => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 11, 2010, 03:06:55 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ปี่ใหม่เมือง กับการรุกคืบของวัฒนธรรมตะวันตก เมื่อ ปี 2511
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 11, 2010, 03:06:55 pm
ปี่ใหม่เมือง กับการรุกคืบของวัฒนธรรมตะวันตก เมื่อ ปี 2511
เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๑(๑๔)

  
                                   
           
รายละเอียดข่าว
           
           
           
ต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑ หลังเทศกาลสงกรานต์แล้ว คาดว่าผู้บริหารของเมืองเชียงใหม่คงเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมประเพณีของเมืองเชียงใหม่แตกต่างจากเดิมจึงมีความห่วงใยถือว่าเป็นยุคที่เกิด
           
กระแสความห่วงใยวัฒนธรรมประเพณีของเมืองเชียงใหม่ และหลายฝ่ายมีความคิดเห็นด้านการอนุรักษ์วิถีชีวิตของคนเมืองอย่างน่าประทับใจ
            
             สื่อมวลชนรายงานสิ่งที่พบเห็นและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมในบทบรรณาธิการหน้า ๓ หนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๑ โดยเฉพาะการแต่งกายและการเล่นน้ำสงกรานต์
             "วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของเรากำลังจะสูญไป"

            
             "สงกรานต์เชียงใหม่ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้วด้วยดี ชาวต่างจังหวัดและชาวต่างประเทศที่ได้มีโอกาสขึ้นมาเที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่ ต่างก็มีความพออกพอใจในสิ่งที่ได้เห็นและได้รับจากไมตรีจิตอันดีเยี่ยมจากพี่น้องชาวเชียงใหม่อย่างทั่วหน้ากัน สำหรับการทะเลาะวิวาทชกต่อยตีรันฟันแทงและอุปัทวเหตุในระหว่างงานสงกรานต์ก็ยังมีบ้างตามระเบียบ มีผู้เสียชีวิตไปเพียง ๕ รายเท่านั้น ซึ่งนับว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับที่อื่นหรือที่ต่างประเทศ
            
             "เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ปีนี้ สุภาพสตรีชาวเชียงใหม่ที่เดินเล่นน้ำสงกรานต์ตามท้องถนน เช่น ถนนท่าแพ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเล่นน้ำสงกรานต์ของเชียงใหม่ ส่วนมาก ๙๙ เปอร์เซ็นต์ต่างนุ่งสะแอ๊ด กางเกงขายาวและเสื้อผ้าสีต่างๆ มีเพียงไม่กี่คนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบพื้นเมืองแซมดอกเอื้องที่ผม ทำให้บรรยากาศของสงกรานต์เชียงใหม่เปลี่ยนแปลงไปกว่าเมื่อ ๑๐ ปีก่อนโน้นมาก เพราะเมื่อ ๑๐ ปีก่อนโน้นสุภาพสตรีส่วนมากก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบพื้นเมือง ส่วนผู้ชายก็แต่งกายด้วยชุดหม้อฮ่อม คล้องคอด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ ไม่เฉพาะแต่ชาวเชียงใหม่เจ้าของถิ่นเท่านั้นที่แต่งกายแบบพื้นเมือง แม้แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างจังหวัดก็แต่งกายในชุดพื้นเมืองด้วย ซึ่งทำให้ดูสวยสดงดงามและมีบรรยากาศเป็นกันเองอย่างยิ่ง
            
             "เราไม่อาจจะทราบได้ว่า สงกรานต์เชียงใหม่ในปีต่อๆไปข้างหน้านี้นั้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรบ้าง บรรยากาศแบบพื้นเมืองและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวเชียงใหม่จะยังมีอยู่หรือสูญหายไป เพราะวัฒนธรรมแปลกๆจากที่อื่นๆ และจากต่างประเทศกำลังหลั่งไหลเข้ามายังเชียงใหม่อยู่ไม่ขาดสาย ซึ่งวัฒธรรมแบบใหม่แปลกๆ เหล่านี้ ช่างเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของเราได้ง่ายเหลือเกิน
            
             "ภาพชายชาวต่างประเทศ ๒ คน เดินเล่นน้ำสงกรานต์ตามท้องถนนในเชียงใหม่เมื่อบ่ายวันที่ ๑๔ เมษายนศกนี้ โดยนุ่งแต่ผ้าขาวม้าและใส่เสื้อหม้อฮ่อม คงจะเป็นเครื่องชี้หรือสัญญาณแจ้งเหตุล่วงหน้าให้แก่พวกเราว่า วัฒนธรรมแบบแปลกๆ พิสดารบ้าๆบอๆ ของชาวต่างประเทศกำลังจะหลั่งไหลเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ของเราแล้ว ซึ่งถ้าหากเด็กเยาวชนของเราจะเลียนแบบเอาไปใช้บ้าง อีกหน่อยวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของเราก็คงจะสูญสิ้นไปแน่ๆ
            
             "เราจึงใคร่จะขอร้องและวิงวอนต่อพี่น้องชาวเชียงใหญ่ทั้งหญิงและชาย จงช่วยกันรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่บรรพบุรุษของเราได้มอบให้แก่เราไว้ตลอดไป อย่ารับเอาวัฒนธรรมบ้าๆบอๆ เหล่านี้มาเป็นสมบัติของเราเลย"
            
             การแก้ไขปัญหานี้ ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่มีแนวคิดในการตั้งคณะกรรมการรักษาวัฒนธรรมประเพณีขึ้น
            
             "เสนอตั้งกรรมการรักษาวัฒนธรรม ประเพณี แนะนำการเล่นน้ำสงกรานต์ให้ถูกต้อง ควบคุมมิให้ร้านค้า ขูด นักท่องเที่ยว"
            
             "นายอรุณ นาถะเดชะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ผู้แทนหนังสือพิมพ์และวิทยุตามปกติประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ ๑๙ เดือนนี้(เมษายน) รอง ผวก.แสดงทรรศนะเกี่ยวกับการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ผ่านมานี้ รู้สึกว่าเล่นกันรุนแรงขึ้นทุกที เช่นสาดน้ำเป็นถังๆ เข้าไปในรถยนต์ ใช้ท่อยางต่อก๊อกน้ำฉีดคน อย่างกับเห็นคนเป็นต้นไม้ไปเสียแล้ว นอกจากนั้นยังมีผู้ฝ่าฝืนนำถังน้ำขึ้นรถยนต์ตระเวนไปตามถนนสายต่างๆ โดยเฉพาะฝรั่งชาวต่างประเทศนำถังน้ำบรรทุกรถยนต์เที่ยววิ่งสาดคน และมีพฤติการณ์อื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นการทำลายประเพณีท้องถิ่น
            
             "นายชุ่ม บุญเรือง นายอำเภอเมือง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า พวกที่แล่นน้ำสงกรานต์เกินขอบเขตนี้เป็นคนมาจากต่างจังหวัด"
            
             "นายประจวบ คำบุญรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดเสนอแนะว่า เมื่อมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ก็ควรจะมีคณะกรรมการรักษาการท่องเที่ยว เช่นรักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ควบคุมการฉวยโอกาสของบรรดาผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ ร้านอาหารและร้านสินค้าพื้นเมือง ที่ขึ้นราคา เอากำไรมากเกินควร โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเข้าร่วมเป็นกรรมการ เช่น งานสงกรานต์ก็มีคณะกรรมการคอยควบคุมแนะนำการเล่นน้ำสงกรานต์ให้ถูกต้องตามประเพณี เป็นต้น เรื่องนี้ รอง ผวก.ได้สั่งให้ศึกษาธิการจังหวัดร่างโครงการเสนอเพื่อนำสู่ที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัดต่อไป."(๒๕ เม.ย.๒๕๑๑)
            
             ผลต่อเนื่องมา มีการรณรงค์การแต่งกายแบบภาคเหนือ โดยเชิญชวนแต่งกายพื้นเมืองทุกวันเสาร์ นำโดยนายปรีดา พัฒนถาบุตร
            
             "เชิญชวนแต่งกาย คนเมือง เป็นประเพณีทุกๆ วันเสาร์"
            
             "นายปรีดา พัฒนถาบุตร ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมลานนาไทย ได้มีหนังสือเวียนถึงบุคคลตามสถาบันต่างๆ เมื่อวันที่ ๙ เดือนนี้(เมษายน) เรื่องเชิญชวนแต่งกายคนเมืองทุกวันเสาร์ดังนี้
            
             "เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาทัศนาจรกันอยู่เสมอ และนับวันจะทวีจำนวนอยู่ต่อไป กอร์ปกับทางองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำลังจะปรับปรุงส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่-ลำพูนเป็นเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทย ดังเป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วๆไป ในบรรดาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและศิลปกรรม ตลอดทั้งชาวจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูนทั้งหลายแล้ว
            
             "เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีอันดีงามในด้านการแต่งกายของประชาชนทางภาคเหนือ และจะได้เป็นการส่งเสริมและดึงดูดนักทัศนาจรทั้งหลายมาท่องเที่ยวทางภาคเหนือมากขึ้น ตลอดทั้งจะได้เป็นทางที่จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้นในบรรดาร้านค้าเครื่องอุตสาหกรรมภายในครอบครัว และศิลปกรรมพื้นเมืองกับของชำร่วยทั้งหลาย สมาคมฯจึงใคร่ขอร้องมายังท่านทั้งหลายได้ให้ความร่วมมือในอันจะให้บรรดาเจ้าของร้านและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายในจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน ได้แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืออย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง คือ ทุกวันเสาร์ โดยพร้อมเพรียงกัน ประดุจว่าเป็นวันอุตสาหกรรมและศิลปกรรมของชาวจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน
            
             "ทั้งนี้มิได้หมายความว่า จะต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้ามีราคาแพง ซึ่งจะต้องสิ้นเปลืองอีก แต่ขอให้เป็นชุดพื้นเมืองปกติธรรมดา สมาคมฯ เห็นว่าเมื่อทุกท่านทำได้อย่างนี้แล้ว นอกจากจะเป็นทางสนับสนุนส่งเสริมประเพณีของชาวเราแล้ว ยังเป็นทางที่จะดึงดูดชาวนักทัศนาจรทั้งหลายให้มาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูนมากขึ้น และเป็นการแสดงออกซึ่งความสามัคคีพร้อมเพียงกันในอันจะส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในครอบครัวและศิลปกรรมทั้งเป็นทางส่งเสริมเศรษฐกิจภายในอีกโสตหนึ่งด้วย
            
             "สมาคมฯ จึงขอเรียนมายังท่านและหวังว่าท่านและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายจะได้ให้ความร่วมมือด้วยดีเป็นแน่ ทั้งนี้ขอให้เริ่มปฏิบัติจัดการตามที่เรียนขอร้องมาตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๑๑ เป็นต้นไป โดยพร้อมเพรียงกัน ขอได้รับความขอบใจล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วย"
            
             ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีความตื่นตัวกันมากน้อยเพียงใด
            
             นอกจากนี้ในด้านประวัติศาสตร์ก็มีความเคลื่อนไหว โดยมีการตั้งกรรมการเพื่อสะสางประวัติศาสตร์ภาคเหนือขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
            
             "ตั้งกรรมการสะสางประวัติศาสตร์เหนือ"
            
             "พตอ.นิรันดร ชัยนาม ผู้ว่าราชการจังหวัด จะได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งทำการรวบรวมสะสางเรื่องราวของโบราณสถาน โบราณวัตถุ วัฒนธรรม ประเพณี บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของลานนาไทย โดยจัดทำเป็นหนังสือขึ้น เชิญบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ไปเป็นกรรมการร่วมกับทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่" (นสพ.คนเมือง,๑๐ เม.ย.๒๕๑๑)
            
             แม้ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมแต่ก็ถือเป็นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของภาคเหนือเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว แต่ก็น่าเสียใจอย่างยิ่งที่การดำเนินการให้เป็นรูปธรรม คือการแก้ไขปัญหาการเล่นสาดน้ำรวมทั้งการแต่งกายไม่ได้ผลแต่อย่างใดเมื่อประเมินจากการเล่นสงกรานต์ในปัจจุบัน.
            
             พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.พร้าว
             "">anunernhard@hotmail.com>
           
           
หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ เชียงใหม่
             ที่มา http://www.thainews70.com/news/news-culture-arnu/view.php?topic=194
           


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service