Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ที่มาของอัตตาธิปไตย โดย บรรจง บินกาซัน

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

วิถี อิสลาม สู่ชุมชนมุสลิมเข็มแข็ง => บทความ เศรษฐกิจ มุมมอง ทัศนะ ในอิสลาม => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ธันวาคม 24, 2015, 03:18:46 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ที่มาของอัตตาธิปไตย โดย บรรจง บินกาซัน
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ธันวาคม 24, 2015, 03:18:46 pm

   ที่มาของอัตตาธิปไตย
   บรรจง บินกาซัน
   
   ภาพจาก topicstock.pantip.com
    

   ยัษริบเป็นเมืองเก่าแก่อายุมากกว่าสองพันปีในทะเลทรายอาหรับ เมืองนี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของคนสองเผ่าใหญ่ที่อพยพมาจากเยเมนทั้งนี้เพราะความแห้งแล้งที่เกิดจากเขื่อนใหญ่แตก เขื่อนนี้มีชื่อว่ามะอ์ริบซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 8 พันปีก่อนคริสตกาลและเป็นเขื่อนที่ทำให้แผ่นดินในเยเมนเขียวชะอุ่ม ปัจจุบัน ซากเขื่อนนี้ยังคงมีให้เห็นในเยเมน

   

      แต่ชาวเยเมนสองเผ่าใหญ่นี้วิวาทบาดหมางกันมาเป็นเวลายาวนานและไม่มีเผ่าใดยอมให้อีกเผ่าหนึ่งขึ้นมามีอำนาจในเมืองยัษริบ

   

      นอกจากชาวเยเมนสองเผ่านี้แล้ว ในเมืองยัษริบยังมีชาวยิวสามเผ่าที่อพยพหลบหนีจากความพ่ายแพ้พวกโรมันไบแซนตินมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ชานเมืองและเผ่ายิวดังกล่าวนี้ก็เป็นพันธมิตรกับชาวเยเมนสองเผ่าในการต่อสู้เพื่อทำลายกัน

   

      เดิมที ชาวยิวสามเผ่านี้เป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากลูกหลานอิสราเอล คนเหล่านี้ทะนงในเผ่าพันธุ์และความรู้ของตัวเองจนมีปมเขื่องฝังอยู่ในสำนึกว่าชนชาติตนมีความเหนือกว่าชนชาติอื่น เพราะบรรพบุรุษหลายคนของพวกตนเป็นศาสดาที่ได้รับคัมภีร์จากพระเจ้า ดังนั้น ชนชาตินี้จึงไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของใครนอกจากชนชาติตัวเองจะได้เป็นผู้ปกครอง

   

      อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านคงนึกสงสัยว่า...อย่างนี้แล้วมันจะอยู่รวมกันได้อย่างไร

   

      ชาวเยเมนสองเผ่า คือเผ่าเอาส์และคอซรอจญ์ก็รู้ว่าถ้ารบกันเอง ต่างฝ่ายต่างมีแต่จะบาดเจ็บล้มตาย สุดท้ายชาวยิวลูกหลานอิสราเอลก็จะกลายเป็นตาอยู่มาแย่งพุงปลาไปกิน ด้วยเหตุนี้ หัวหน้าชาวเยเมนสองเผ่าจึงพยายามแสวงหาคนกลางที่จะมาทำให้คนสองเผ่าที่ขัดแย้งกันมานานได้มีโอกาสปรองดองกัน ในที่สุด พวกเขาก็พบบุคคลที่จะทำให้พวกเขาสมประสงค์เมื่อพวกเขาเดินทางมาทำฮัจญ์ในเมืองมักก๊ะฮฺ บุคคลผู้นั้นคือนบีมุฮัมมัดที่กำลังเริ่มเผยแผ่อิสลามและถูกต่อต้านจากหัวหน้าชาวเมือง

   

      ตัวแทนจากสองเผ่าคู่อริประทับใจในบุคลิกภาพและคำสอนของนบีมุฮัมมัดเป็นอย่างมากและได้เข้ารับนับถืออิสลามกับท่าน ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังให้คำมั่นสัญญาว่าหากนบีมุฮัมมัดไปอยู่ที่ยัษริบ พวกเขาจะให้ท่านเป็นผู้นำและจะช่วยท่านเผยแผ่อิสลาม แต่นบีมุฮัมมัดต้องการดูความจริงใจของคนเหล่านี้ จึงไม่รับปากทันทีเพื่อดูว่าคนเหล่านี้พูดจริงทำจริงหรือไม่ และเมื่อเทศกาลฮัจญ์ในปีถัดไปมาถึง คนเหล่านี้ได้พาคนในเผ่าของตนบางคนที่รับนับถืออิสลามแล้วมายืนยัน นบีมุฮัมมัดจึงเชื่อมั่นว่าคนเหล่านี้จริงใจและเอาจริง

   

      เมืองยัษริบมีสภาพทางสังคมการเมืองเช่นนี้เมื่อนบีมุฮัมมัดอพยพไปที่นั่น

   

      เมื่อสองเผ่าใหญ่ยอมรับท่านและพร้อมที่จะปฏิบัติตามอิสลาม นบีมุฮัมมัดก็สบายใจ แต่กระนั้นการสร้างสังคมตามคำสอนของอิสลามก็มิใช่เรื่องง่ายถ้าคนในสังคมทุกส่วนยังไม่ยอมรับ เพราะในเมืองยัษริบยังมีพวกลูกหลานอิสราเอลอีกสามเผ่าที่มีความเชื่อคล้ายๆกับอิสลาม ด้วยเหตุนี้ นบีมุฮัมมัดจึงได้เข้าหาคนกลุ่มนี้เพื่อบอกถึงสถานะภาพของท่านและท่านคิดว่าคนกลุ่มนี้จะเข้าใจคำสอนของท่านได้ง่าย

   

      แต่เมื่อนบีมุฮัมมัดเข้าหาคนเหล่านี้ ท่านกลับถูกคนเหล่านี้แสดงท่าทีต่อต้านและเหยียดหยาม เพราะพวกลูกหลานอิสราเอลรู้ว่านบีมุฮัมมัดไม่รู้หนังสือและที่สำคัญคือนบีมุฮัมมัดเป็นชนชาติอาหรับที่ชาวยิวถือว่าเป็นชนชาติไร้การศึกษาและบรรพบุรุษของนบีมุฮัมมัดไม่เคยมีใครเป็นศาสดาที่ได้รับคัมภีร์จากพระเจ้า ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่มุฮัมมัดจะเป็นนบี พวกลูกหลานอิสราเอลเชื่อฝังกระดูกดำว่าหากพระเจ้าจะแต่งตั้งให้ใครเป็นนบี พระองค์ต้องแต่งตั้งคนในหมู่ลูกหลานอิสราเอลเท่านั้น ไม่ใช่ในหมู่ชาวอาหรับ

   

      ภูมิหลังดังกล่าวมานี้เองที่ทำให้พระเจ้าประทานเรื่องราวการสร้างอาดัมผู้เป็นบิดาของมนุษยชาติมาให้นบีมุฮัมมัดมาอ่านให้พวกลูกหลานอิสราเอลได้คิด

   

      เรื่องราวการสร้างอาดัมในคัมภีร์กุรอานโดยสรุปก็คือ อัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้าได้สร้างอาดัมมาจากดินและจากดินนี้เองที่พระองค์ได้ทรงเป่าวิญญาณเข้าไป อาดัมจึงถือกำเนิดขึ้นมาเป็นมนุษย์คนแรก เมื่ออาดัมถูกสร้างขึ้นมาแล้ว พระองค์ได้ประทานความรู้ความสามารถต่างๆให้แก่อาดัมเพื่อที่อาดัมจะได้มาสร้างความเจริญบนหน้าแผ่นดินในฐานะตัวแทนของพระองค์

   

      ด้วยความรู้ที่พระเจ้าสอนให้แก่อาดัม อาดัมจึงมีสถานะสูงส่งจนพระเจ้าได้บัญชาให้ทุกสรรพสิ่งในอาณาจักรของพระองค์ก้มกราบสยบนบนอบต่ออาดัม ทุกสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตต่างทำตามคำบัญชาของพระองค์ ยกเว้นอิบลีสซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งไม่ยอมทำตามคำบัญชา

   

      เมื่อพระองค์ถามอิบลีสว่าสาเหตุใดที่มันไม่ยอมทำตามคำบัญชาของพระองค์ มันตอบอย่างโอหังว่าอาดัมถูกสร้างมาจากดิน แต่ตัวมันถูกสร้างมาจากไฟ มันจึงเหนือกว่าอาดัม ดังนั้น เรื่องอะไรที่มันจะไปก้มกราบสยบนบนอบต่ออาดัม อิบลีสยึดมั่นในอัตตาของมันจนลืมไปว่าถึงแม้มันจะถูกสร้างมาจากไฟ มันก็เป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้างมาเหมือนกับสิ่งอื่นๆที่ต้องเชื่อฟังพระองค์ ด้วยเหตุนี้ มันจึงถูกอัปเปหิออกจากอาณาจักรของพระองค์

   

      พวกลูกหลานอิสราเอลรู้เรื่องการสร้างอาดัมเป็นอย่างดีเพราะเรื่องนี้มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ของพวกตน แต่เรื่องราวนี้ถูกประทานแก่นบีมุฮัมมัดให้นำมาอ่านให้คนพวกนี้ฟังก็เพื่อที่จะเหน็บแนมว่าลูกหลานอิสราเอลก็สืบเชื้อสายมาจากอาดัมที่ถูกสร้างมาจากดินเหมือนกับมนุษย์เผ่าพันธุ์อื่น ใครที่คิดว่าชนชาติตัวเองเหนือกว่ามนุษย์เผ่าพันธุ์อื่น คนผู้นั้นก็มีทัศนคติไม่ต่างจากอิบลีส และอิบลีสนั้นคือหัวหน้าของเหล่ามาร

   

      แต่ทุกวันนี้ ทัศนคติที่ถือว่าชนชาติตัวเองเหนือกว่าชนชาติอื่นยังไม่หมดไปจากชาวยิว
      
      อ่านบทความต่อได้ที่ เฟสบุ๊ค
      Banjong Binkason



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service