Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - อิสลามกับเงือนไข แบบอย่าง การขอทาน เป็นที่อนุญาติหรือไม่

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

วิถี อิสลาม สู่ชุมชนมุสลิมเข็มแข็ง => คุณค่าอาม้าล ผลบุญคุณค่าของการทำความดีในอิสลาม => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ตุลาคม 03, 2016, 05:42:59 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: อิสลามกับเงือนไข แบบอย่าง การขอทาน เป็นที่อนุญาติหรือไม่
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ตุลาคม 03, 2016, 05:42:59 pm
ขอทานในหน้าประวัติศาสตร์อิสลาม

666

ขอทานในหน้าประวัติศาสตร์อิสลาม ในประวัติศาสตร์อิสลาม บอกไว้ว่า ท่านอะนัส บินมาลิก ได้เล่าว่า มีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบีมูฮัมหมัด ร้องทุกข์ว่าเขายากจนเหลือประมาณ แม้อาหารสักหยิบมือก็ไม่มีที่บ้าน ท่านนบีมูฮัมหมัด จึงบอกว่า ท่านจงกลับไปบ้านดูว่ามีสิ่งของอะไรบ้างแล้วนำมาให้ฉัน

ชายคนนั้นกลับไปบ้าน สักครู่ใหญ่ๆ ก็กลับมาพร้อมด้วยพรมหยาบๆ 1 ผืนกับถ้วยน้ำ 1 ใบ แล้วพูดว่า ผ้าผืนนี้บางคนใช้ปูนอน บางคนใช้ห่ม ถ้วยใบนี้ใช้ตักน้ำรับประทานอยู่เสมอ เมื่อได้รับผ้ากับถ้วยน้ำจากชายคนนั้นแล้ว ท่านนบีมูฮัมหมัด ก็ถามแก่คณะซอฮาบะห์ที่นั่งอยู่ในที่นั้นว่า “ของสองสิ่งนี้ราคา 1 ดิรฮัม ใครจะต้องการบ้าง?” คนหนึ่งก็ตอบว่า “ข้าพเจ้าจะเอาเอง” ท่านนบีมูฮัมหมัด ก็ถามอีกว่า “ราคา 2 ดิรฮัมเล่า ใครจะต้องการบ้าง ?” อีกคนหนึ่งก็ตอบว่า “ข้าพเจ้าเอาเอง” ท่านนบีมูฮัมหมัด ก็มอบของสองสิ่งให้แก่ชายคนที่สองไป และรับเงินสองดิรฮัมมา แล้วก็เรียกชายผู้มาขอความช่วยเหลือเข้ามาหา ส่งเงินสองดิรฮัมให้พร้อมกับสั่งว่า “เงิน 2 ดิรฮัมนี้ 1 ดิรฮัม ท่านจงไปซื้อขวานมา 1 เล่ม อีก 1 ดิรฮัม ซื้ออาหารให้แก่ครอบครัวของท่าน”

ชายคนนั้นจากไปสักครู่หนึ่งก็กลับมาหาท่านนบีมูฮัมหมัด พร้อมด้วยขวานหนึ่งเล่ม ท่านนบีมูฮัมหมัด เห็นดังนั้นก็พูดว่า “ดีแล้ว ท่านจงเดินทางเข้าไปในป่านี้ พบอะไรที่พอจะขายได้ ให้ตัดรวบรวมแล้วนำมาจำหน่าย โดยท่านมิต้องมาพบกับฉันอีกภายในระยะเวลา 15 วัน” ชายคนนั้นก็ทำตามคำสั่งของท่านอย่างขยันขันแข็ง จนกระทั่งเวลา 15 วันได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาจึงมาหาท่านนบีมูฮัมหมัดอีก พร้อมด้วยเงิน 10 ดิรฮัม ท่านนบีมูฮัมหมัดก็สั่งว่า “ท่านจงนำเงิน 10 ดิรฮัมนี้ซื้ออาหาร 5 ดิรฮัม อีก 5 ดิรฮัมซื้อเครื่องนุ่งห่ม แล้วนำไปให้แก่ครอบครัวของท่าน”




ชายคนนั้นพูดว่า “โดยคำสั่งที่ท่านให้แก่ข้าพเจ้านี้ อัลลอฮฺได้ทรงประทานความกว้างขวางให้แก่ข้าพเจ้ามาก ท่านนบีมูฮัมหมัด จึงพูดแก่ชายคนนั้นว่า “พฤติการณ์อย่างนี้ดีกว่าที่ท่านจะไปปรากฏในวันกิยามะห์ โดยมีเครื่องหมายการขอทานปรากฏบนใบหน้าของท่าน เพราะการขอทานนั้นเป็นสิ่งที่ต้องห้าม นอกจากแก่บุคคลสามจำพวกคือ
1. ผู้ที่ไม่มีเงินเสียค่าทำขวัญ
2. คนที่มีหนี้สิน สุดวิสัยที่จะใช้ได้
3. คนยากจน ที่ไม่มีทรัพย์สินสิ่งใดเหลืออยู่เลย”

จากเรื่องดังกล่าวทำให้รู้ว่า อิสลามสนับสนุนการทำงาน ดีกว่าการขอทาน

จริงอยู่การขอทานเป็นอาชีพที่ศาสนาไม่ห้าม แต่ประตูของการขอทานก็ได้ถูกจำกัดไว้อย่างแคบเหลือเกิน อนุญาตให้เฉพาะบุคคลประเภทที่ไร้ความสามารถจริง ๆ เพียงแต่ความยากจนอดอยากอย่างเดียวยังไม่นับว่าเป็นเหตุผลเพียงพอที่มุสลิมจะจับงานขอทานเป็นอาชีพ หากยังมีกำลังกายหรือกำลังความคิด หรือความสามารถที่พอจะหาทางออกอื่นได้ เพราะอิสลามถือว่าการขอทานเป็นงานที่เลวทรามต่ำช้าที่สุด เป็นเครื่องทำลายเกียรติแห่งการเป็นมนุษย์ ทั้งในดุนยา (โลกนี้) และในอาคิรัต (โลกหน้า)

ท่านนบี ได้ย้ำว่า อาหารที่ดีที่สุดของคนๆ หนึ่งก็คืออาหารที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

ดังเช่นในกรณีของนบีดาวุด การเป็นคนขยันทำมาหากินแม้จะถือว่าเป็นคนดีแล้วก็ตาม แต่ได้มีผู้ถามท่านนบี ว่า มุสลิมแบบใดที่ดีที่สุด ท่านตอบว่า คือผู้ที่ให้อาหาร และให้สลาม(ทักทาย)แก่คนที่รู้จัก และไม่รู้จัก


   ที่มา
   http://pantip.com/topic/31818314
   
   สมาชิกหมายเลข 1035494


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service