Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - เวย์ออฟไลฟ์...กับความต่างในพหุความเชื่อ

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

ศาสนาอิสลาม => อิสลามที่อยากรู้ => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ พฤศจิกายน 19, 2018, 01:13:07 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: เวย์ออฟไลฟ์...กับความต่างในพหุความเชื่อ
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ พฤศจิกายน 19, 2018, 01:13:07 pm

   สังคมพหุความเชื่อ...

   โดย อับดุลกอเดร มัสแหละ

   ผมมีประเด็นต่อจากข้อเขียนที่แล้ว คือผมเลือกใช้ประโยคอยู่สองประโยคคือ พหุวัฒนธรรม กับพหุความเชื่อ

   

      เกรงเหมือนกันว่าท่านจะไม่เข้าใจ กับมีนักวิชาการ คอมเม้นท์ตรงนี้มากลัวว่าผู้อ่านจะไม่เข้าใจ (แต่ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจ)

   

      ส่วนตัวในความเป็นจริงผมว่า เกือบทุกคนเข้าใจ โดยธรรมชาติว่า สังคมไทยเป็นสังคม "พหุ" คือเป็นสังคมที่มีหลากหลาย ที่อยู่ในสังคมเดียวกัน

   

      ที่ผมเขียนในความหมายคือ เรา(มุสลิม) เป็นอีกหนึ่งความเชื่อ ที่อยู่ร่วมในสังคมนี้ เพราะมันต้องอยู่ และอยู่มาตั้งแต่บรรพชน เราก็สามารถอยู่ด้วยกัน โดยให้เกียรติกัน ไม่ล้ำกัน มานมนาน

   

      พหุเทวนิยม (อังกฤษ: polytheism) เป็นการบูชาหรือความเชื่อในพระเป็นเจ้าหรือเทพเจ้าหลายองค์ ถือเป็นเทวนิยมแบบหนึ่ง ซึ่งตรงข้ามกับเอกเทวนิยมที่เชื่อในพระเป็นเจ้าองค์เดียว ผู้ที่เชื่อแบบพหุเทวนิยมไม่ได้บูชาเทพเจ้าทุกองค์เสมอกัน แต่อาจบูชาเฉพาะองค์ใดองค์หนึ่งเป็นพิเศษก็ได้ (เรียกว่าอติเทวนิยม)

   

      พหุความเชื่อในความหมายของผม มิได้หมายถึง เราคนเดียว แต่เชื่อหลายอย่าง แต่ผมกำลังหมายถึง ตัวเราอยู่กับหลากหลายความเชื่อ

   

      ผมกำลังบอกว่าคนไทย อยู่กันเป็นสังคม ในสังคมก็มีหลายๆความเชื่อปะปนกันไป ผมเรียกความหลาหหลายทางความเชื่อ ของสังคมนี้ว่า "สังคมพหุความเชื่อ"

   

      มันจึงไม่ได้หมายความว่ามุสลิมจะไปเชื่อหลายๆอย่างในเวลาเดี่ยวกัน หากอ่านบทความที่ผมเขียน ผมมักจะเน้น ในเรื่องกติกาที่ต่างกัน และจะโฟกัส ไปที่คำๆหนึ่งคือ "มุรตัด" ตรงนี้น่าจะชัดเจนว่าเฉพาะมุสลิม จะไม่มีพหุความเชื่ออยู่ในตัวคนเดียวกัน คือเชื่อพระเจ้า(อัลลอฮ์) และเชื่อสิ่งอื่นด้วย

   

      แต่ถ้าหากพูดถึงชีวิตจริงในสังคม เราปฏิเสธได้หรือไม่ว่า รอบๆกายเรา รอบชุมชนเรา ไม่มีความเชื่อใดนอกจากอิสลามอยู่เลย

   

      ตรงนี้ไงที่เรียกว่า "พหุความเชื่อ" เข้าใจตรงกันนะครับ ผมไม่ได้หมายถึง มุสลิมมีหลายความเชื่อ แต่บอกว่าในสังคมมีหลายความเชื่อ

   

      ซึ่งสังคมแบบนี้ ในสมัยท่านนบีฯก็มี แต่ท่านนบีฯบริหารความเชื่อที่ต่างกันอย่างมีวิทยปัญญาอย่างไรตรงนี้ต่างหาก...

   

      ส่วนคำว่า "พหุวัฒนธรรม" ก็เช่นกัน ผมคงไม่ต้องอธิบาย หรือให้คำจำกัดความนะครับ มันใกล้เคียงกัน

   

      ฉะนั้นเวลาเราพูดถึง "พหุ" มันไม่ได้หมายถึง เราเองเป็น "พหุ" แต่เราอยู่ท่ามกลาง "พหุ" ต่างหาก เราจะอยู่ท่ามกลาง "พหุ" ได้อย่างไรไม่ให้มีปัญหา

   

      ที่มา
      https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2098605780469924&id=100009615667397

   
   
   เวย์ออฟไลฟ์...

   โดย อับดุลกอเดร มัสแหละ

   ผมอ่านการแสดงความคิดเห็นทั้งของมุสลิม และท่านที่มิใช่มุสลิม ที่โพสสองโพสที่ผ่านมามีเรื่องต้องทำความเข้าใจสักเล็กน้อย...

   

      อิสลาม หากจะจำกัดความว่าเป็นศาสนา มันไม่ถูกทั้งหมด ในความหมายของศาสนา หมายถึง ลัทธิความเชื่อของมนุษย์ ตลอดจนลัทธิพิธีที่กระทำตามความเชื่อนั้น

   

      ศาสนาจึงไม่ครอบคุมหรือนำมาใช้กับอิสลามได้ทั้งหมด ในทางภาษาเรียกว่า "ดีน" น่าจะหมายถึงระบบการดำเนินชีวิต ที่ครอบคุมทั้งกาย วาจา ใจ

   

      ฉะนั้นเวลาพูดถึงอิสลาม มิได้หมายถึง การยึดเหนี่ยวทางใจเท่านั้น มันหมายถึงการปฏิบัติด้วย เราจึงเห็นการดำเนินชีวิตของมุสลิม ตั้งแต่เกิด จนตายจะต้องมี "ดีนุนอิสลาม"เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

   

      เกิดต้องทำอะไร ตายต้องทำอย่างไร มันถูกกำกับโดย "ดีนุนอิสลาม" ให้เป็นแนวปฏิบัติ ท่านคงรับรู้แล้ว เช่น จะกินอาหารแบบไหน ในอิสลามวางแนวมาแล้ว ว่าต้องเป็นอาหาร "ฮาล้าล" ในส่วนของรายละเอียดก็ว่ากันไป

   

      ผมเคยคุยกับพระบางรูปบางสาย ก็มีแนวคิดแบบนี้เช่นกัน ที่เรียกว่า "วิถีพุทธ" คือในวงการพุทธ ก็มีความพยายามที่จะนำศาสนามาเป็นแนวในการดำเนินชีวิต เช่น กินอย่างพุทธ(มังสะวิรัต) แต่ส่วนใหญ่วิถีพุทธจะไปปรากฏที่พระ ฆาราวาสมักทำได้ยาก ในพุทธมีระบบนักบวช ซึ่งมีกติกาบังคับอยู่

   

      ในอิสลาม ไม่มีระบบนักบวช ทุกคนมีความเป็นนักบวช และฆาราวาสอยู่ในตัวคนเดียวกันโดยอัตโนมัติ มุสลิมทุกคนจึงมีทั้งสองอย่างอยู่ในคนๆเดียวกัน

   

      กติกาของศาสนาจึงใช้บังคับกับมุสลิมทุกคนโดยเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมี "ศรัทธาเข้มแข็ง" .มากกว่ากันเท่านั้น

   

      มุสลิมมีศิลบังคับกี่ข้อ ก็บังคับทุกคนเท่ากัน ไม่ว่ายากดี มีจน จะอยู่ในวรรณะใด ทุกคนอยู่ในข้อบังคับเดี่ยวกัน

   

      ผมเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนๆที่มีความเชื่อต่างกัน พยายามที่จะบอกว่า ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี อันนี้ใช่ แต่มันมีคำว่าดี เฉพาะความเชื่อใคร ความเชื่อมัน

   

      ทำดีของศาสนาหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ความดีของอีกศาสนาหนึ่ง ทำดีแบบนี้ได้บุญของศาสนาหนึ่ง แต่ไม่ใช่ได้บุญของอีกศาสนาหนึ่ง

   

      ยกตัวอย่าง การทำบุญใส่บาตร เป็นความดีของชาวพุทธ แต่ไม่ใช่ของมุสลิม หรือการละหมาดของมุสลิมได้ผลบุญ แต่ไม่ใช่ของคนพุทธ เป็นต้น

   

      แต่มันก็มีการทำความดีบางอย่าง ที่มีความเห็นตรงกันของทุกๆศาสนา เช่น การช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ เป็นต้น

   

      ฉะนั้น ผมถึงบอกเสมอๆว่า ในเมื่อเชื่อต่างกัน จะให้เหมือนกันไม่ได้ เราต่างอยู่บนความเหมือนในบางเรื่อง และไม่เหมือนในบางเรื่อง หากเราเข้าใจตามนี้ เราก็สามารถคุยในเรื่องที่ต่างกันได้ อย่างคนเข้าใจกัน

   

      ที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันคือ มุสลิมใช้หลัก "ดีนุนอิสลาม" เป็นวิถีชีวิต การดำเนินชีวิตของมุสลิม จึงมีความต่างในบางเรื่องในการดำเนินชีวิต เพราะได้น้อมนำ "ดีนุนอิสลาม" มาเป็นวิถีชีวิต

   

      เมื่อความเชื่อต่างกัน แน่นอนวิถีบางอย่างก็ต้องต่างกัน ง่ายๆเลย เช่น เรื่องอาหารการกิน ผมว่าหากเราเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความแตกต่างที่ว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว โดยปกติ

   

      ความสวยงามมันน่าจะอยู่ตรงที่เราต่างก็นำศาสนาของแต่ละศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ตรงนี้ต่างหากที่น่าจะมี

   

      หากทุกความเชื่อ นำความเชื่อของตัวเองมาเป็น "เวย์ออฟไลฟ์" โดยตั้งอยู่บนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนเกิดการตกผลึกในความเข้าใจกัน

   

      ใครจะทำอะไร หรือใครจะไม่ทำอะไร จะไม่มาเป็นปัญหา ให้สังคมเลย...เราก็จะอยู่กัน ด้วยความสงบสุข แบบที่เราต้องการ

   

      ที่มา
      https://www.facebook.com/100009615667397/posts/2098847073779128/



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service