Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - มุสลิมกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สุขภาพ ภูมิปัญญา ไอที สาระประโยชน์ => การแพทย์ในอิสลาม => ข้อความที่เริ่มโดย: adam ที่ มกราคม 08, 2011, 09:58:52 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: มุสลิมกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
เริ่มหัวข้อโดย: adam ที่ มกราคม 08, 2011, 09:58:52 pm

   มุสลิมกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
   



   การดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายควรดุมแลแบบองค์รวมที่จะต้องครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ให้ความเชื่อถือ ความศรัทธา และฝากความหวังอย่างมากให้กับแพทย์ พยาบาล ตลอดทั้งบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุด เป็นผู้ที่มีส่วนจูงใจ โน้มน้าวให้เกิดความร่วมมือในการบำบัดรักษา เกิดขวัญกำลังใจในการเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บของผู้ป่วย ฉะนั้นประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยในระยะสุดท้าย บุคลากรสาธารณสุขควรจะมีการตระหนักรู้ มีเจตคติและความเข้าใจ มีความเห็นอกเห็นใจ และมีการประคับประคองผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจเยี่ยมผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ การสบตา การสัมผัสผู้ป่วยตามความเหมาะสม การฟังสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการพูด และการยินดีตอบคำถามอย่างให้เกียรติ สิ่งสำคัญในการดูแลดังกล่าวคือ ความจริงใจและมีคุณธรรมในการดูแล

    

   ในขณะเดียวกันการช่วยเหลือทางสังคมและจิตใจ สำหรับญาติผู้ป่วยเราก็ไม่ควรจะละเลย เพราะปฏิกิริยาทางจิตใจที่มีต่อการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก อาจแสดงออกมาในลักษณะช็อก ตกตะลึง ปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้น ไม่เชื่อ ไม่ยอมรับต่อความเป็นจริง ซึมเศร้า ท้อแท้ใจ และในที่สุดอาจยอมรับสภาพความจริงไม่ได้ ฉะนั้นการสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อลดความรุนแรงของอารมณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ที่จะสื่อสารหรือบอกข่าวกับญาติควรดำเนินการดังนี้

    

       
  1.       เตรียมความพร้อมทั้งด้านอารมณ์ ความรู้สึก และความคิด
  2.    
  3.       การบอกความจริง บอกอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้รับข่าวการเจ็บป่วยรับรู้ตามลำดับเหตุการณ์ หรือตามเหตุผลที่เกิดขึ้นจริง
  4.    
  5.       ให้กำลังใจ เพื่อให้ผู้รับข่าวการเจ็บป่วยผ่อนคลายความรู้สึกลง
  6.    
  7.       เสนอความช่วยเหลือและร่วมวางแผนแก้ไขปัญหาแก่ผู้รับข่าวสารการเจ็บป่วยต่อไป

    

   ในฐานะที่เป็นมุสลิม หน้าที่ประการหนึ่งของมุสลิมพึงมีต่อกันและกัน คือ การเยี่ยมผู้ป่วย สิ่งที่คนไปเยี่ยมผู้ป่วยพึงกระทำ คือ ควรเตือนให้ผู้ป่วยได้ตระหนักถึง

    

       
  1.       การเตาบะฮ์ (ขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮ์)
  2.    
  3.       สิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องสั่งเสีย
  4.    
  5.       ให้เขาใช้เวลาอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์

    

   เพราะสิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยครั้งเมื่อเขาอยู่ในสภาพของคนใกล้สิ้นลมหายใจ ผู้ที่อยู่ใกล้ผู้ตายควรจะสอนให้เขาได้กล่าวว่า "ลา อิลาฮะอิลลัลลอฮ์" (ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น) ด้วยเสียงดังพอที่จะให้คนใกล้ตายได้ยิน อันจะเป็นการทำให้เขาระลึกได้และได้รำลึกถึงอัลลอฮ์

    

   สิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ดูแลจะต้องแนะนำให้ผู้ป่วยกระทำอยู่เสมอ ได้แก่

    

       
  1.       ให้ผู้ป่วยมีความพอใจในการกำหนดของอัลลอฮ์
  2.    
  3.       ให้ผู้ป่วยมีความอดทนต่อการกำหนดของอัลลอฮ์
  4.    
  5.       ให้ผู้ป่วยมีความคิดแต่สิ่งที่ดีๆเกี่ยวกับอัลลอฮ์
  6.    
  7.       ไม่ควรให้ผู้ป่วยขอดุอาร์ให้ตาย เพื่อจะได้พ้นจากการทรมานจากอาการเจ็บป่วย
  8.    
  9.       ให้ผู้ป่วยกล่าวขออภัยต่ออัลลอฮ์ในความผิดที่ผ่านมา

    

   สำหรับญาติพี่น้องหรือผู้ดูแลควรมีข้อปฏิบัติ ดังนี้

    

       
  1.       กล่าวชะฮาดะฮ์ อยู่ตลอดเวลาให้แก่ผู้ป่วย
  2.    
  3.       กล่าวดุอาร์ (บทขอพร) ให้ผู้ป่วย เช่น "ขออัลลอฮ์ ให้เราพ้นจากความทรมานและความเจ็บป่วยในการตาย"
  4.    
  5.       พูดเฉพาะสิ่งที่ดีๆ ต่อหน้าผู้ป่วย
  6.    
  7.        

   
   บทความโดย : เจ๊ะฟาตีหม๊ะ บินอิบรอเฮง
   ที่มา : การช่วยเหลือทางสังคมและจิตใจในผู้ป่วยระยะสุดท้าย หน้า 41-44 อ้างอิงตามสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข

    

   
      ที่มา
   
       
   http://portal.in.th/ms-pcare/pages/5843/


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service