Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ประกันสังคม VS หลักประกันสุขภาพ

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา => นานาสาระ เกี่ยวกับชีวิตครอบครัว => ข้อความที่เริ่มโดย: abuamen ที่ มีนาคม 25, 2011, 11:19:22 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ประกันสังคม VS หลักประกันสุขภาพ
เริ่มหัวข้อโดย: abuamen ที่ มีนาคม 25, 2011, 11:19:22 pm
ประกันสังคม VS หลักประกันสุขภาพ
โดย sureerat

      ตต



   เห็นข่าวรายวันในสื่อกระแสหลักต่อเนื่องมา ๓ สัปดาห์ว่าด้วยการกดดันของชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมออกมาเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้มีสิทธิเลือกรับบริการสุขภาพ บริการสาธารณสุขจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ อันเนื่องจากพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ต้องเป็นผู้ร่วมจ่ายเพียงกลุ่มเดียว ในขณะที่ประชาชนทั่วไปและข้าราชการไม่ต้องร่วมจ่ายเพราะรัฐได้จัดให้เป็นสวัสดิการที่เสมอภาค เป็นธรรม และทั่วถึง คือใช้ระบบภาษีมาจัดการให้ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังแปรญัตติกฎหมายประกันสังคมในคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการเปิดช่องให้กองทุนประกันสังคมรับสมาชิกที่เป็นคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตนให้เข้ามาอยู่ในกองทุนประกันสังคมได้ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ ๓ ประการคือ ๑) รักษาพยาบาล ๒) ทุพพลภาพ ๓) ฌาปนกิจ โดยจำนวนคนที่คาดว่าจะรับเข้ามากลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ ๔ - ๕ ล้านคน โดยไม่มีการพูดว่าผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบรายเดือนเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่เมื่อต้องจัดสวัสดิการเพิ่มให้ครอบครัว ๓ ประการนี้ นอกจากบอกว่ารัฐบาลต้องนำเงินที่จ่ายให้คนเหล่านี้ในบัตรทองมาให้กองทุนประกันสังคมแทน ก็ต้องพิจารณาว่าจะต้องนำเงินมาเท่าไรเพราะรัฐบาลเป็น ๑ ใน ๓ ของหุ้นส่วนจ่ายเงินสมทบในกองทุนประกันสังคมอยู่แล้ว หากมาอยู่ภายใต้ประกันสังคมก็จำเป็นต้องคำนวณแบบหาร ๓ และผู้ประกันตนต้องร่วมจ่ายให้ครอบครัวด้วย ใครมีลูกหลายคนก็ต้องจ่ายมากขึ้น
   
   จังหวะนี้ ชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน ก็ออกมาเรียกร้องเรื่องความไม่เป็นธรรมในการต้องจ่ายซ้ำซ้อนเพื่อรับสิทธิประโยชน์เดียวกันกับประชาชนทั่วไป โดยไม่ต้องร่วมจ่ายในเรื่องรักษาพยาบาลจะขอไปใช้ระบบบัตรทองแทน ส่วนเงินสมทบรายเดือนตามกฎหมายประกันสังคมจะขอจ่ายเท่าเดิมไม่ลดลงแต่ให้นำไปเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านชราภาพ (บำนาญ) เมื่อออกจากงาน หยุดทำงาน เมื่ออายุครบ ๕๕ ปี ซึ่งจะทำให้ได้รับบำนาญรายเดือนในจำนวนเงินที่มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพเมื่อชรา
    
   สิ่งเหล่านี้ทำให้มีข่าวรายวันในสื่อกระแสหลักทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อข้อเรียกร้องของชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน โดยให้เหตุผลว่าการประกันสุขภาพไม่ว่าจะจัดให้โดยประกันสังคม ประกันสุขภาพ หรือข้าราชการ ต้องยืนอยู่บนหลักการ “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้อาจมีการแปรความคลาดเคลื่อนกันไปในเรื่อง “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” ว่าหมายถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นไม่ถูกต้อง ในที่นี้คือการทำระบบหลักประกันสุขภาพเป็นระบบซื้อประกัน คนที่ไม่ป่วยก็ไม่ต้องใช้เงิน คนที่ป่วยก็ได้ใช้เงิน บนความเป็นจริงที่ว่าทุกคนไม่ป่วยในเวลาเดียวกัน มีบางคนป่วยหนัก บางคนป่วยเล็กน้อย บางคนไม่ป่วยเลย กองทุนประกันสุขภาพก็เฉลี่ยค่าใช้จ่ายไป แต่มีหลักประกันว่าทุกคนเมื่อป่วยต้องได้รับการรักษา การเฉลี่ยทุกข์สุขในระบบประกันสุขภาพมีปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือเรื่อง “อายุ” ของคนในกองทุน เพราะคนที่ป่วยมากต้องรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลานานคือเด็กและผู้สูงอายุ ดังนั้น กองทุนประกันสุขภาพจึงต้องมีการเฉลี่ยอายุคนในกองทุนให้เหมาะสม เพื่อให้กองทุนไม่ต้องยากลำบากเกินไปในการบริหาร กองทุนสุขภาพจึงจำเป็นต้องมีสมาชิกเป็นคนที่มีอายุมากน้อยเฉลี่ยกันอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เลือกเอาเฉพาะคนวัยแรงงานไปไว้ในกองทุนหนึ่ง เหลือคนที่มีโอกาสป่วยมากกว่าไปไว้อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบทั้งหมดต้องพิจารณาในเรื่องเหล่านี้อย่างลึกซึ้งและเกลี่ยให้เหมาะสมหรือจัดการรวมกองทุน    

      ในขณะที่เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ได้หมายถึง ร่วมจ่ายแต่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงร่วมกำหนดนโยบาย กำหนดแนวทางปฏิบัติ ร่วมปกป้องคุ้มครองระบบ และร่วมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานบริการ ซึ่งควรมีส่วนร่วมในทุกระดับตั้งแต่ในระดับตำบล จังหวัด และระดับชาติ ทั้งนี้ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับดังกล่าวมาแล้ว ส่วนการร่วมจ่ายนั้น ในระบบภาษีที่เอามาใช้กับกองทุนคือการร่วมจ่ายของประชาชนอยู่แล้ว นั่นคือประชาชนทั้งหมดจ่ายภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อม รัฐมีหน้าที่จัดสวัสดิการรักษาพยาบาลเป็นหลักประกันให้ทุกคนอย่างทั่วถึง ถ้วนหน้า และได้มาตรฐานคุณภาพเดียวกันโดยการใช้ภาษีนั้นอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพและรับประกันสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน

   
   การร่วมจ่ายของผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมในส่วนที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจึงเป็นการจ่ายซ้ำซ้อน ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกันตน ข้อเรียกร้องของชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตนจึงมีมูล และแสดงให้เห็นว่าช่องทางการสื่อสารไปยังกองทุนประกันสังคมผ่านตัวแทนลูกจ้างที่เข้าไปเป็นคณะกรรมการประกันสังคมไม่เป็นที่พึ่งได้
   
   นอกจากนี้สื่อกระแสหลักยังมีข่าวของกองทุนประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลให้ผู้ประกันตนเพื่อให้ทัดเทียมกับคนในระบบบัตรทองที่ได้รับมากกว่าดังข้อมูลที่มีนักวิชาการได้ออกมานำเสนอเปรียบเทียบชุดสิทธิประโยชน์ระหว่างประกันสังคมกับประกันสุขภาพ ในอีกด้านหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่าการเรียกร้องของชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน ส่งผลให้กองทุนประกันสังคมขยับตัวลุกขึ้นมาเพิ่มสิทธิประโยชน์ หลังจากทำตัวเป็นผู้ปกป้องกองทุนแบบไม่ลืมหูลืมตาไม่ยอมเพิ่มสิทธิประโยชน์ใดใดรวมถึงการจำกัดสิทธิประโยชน์ด้วย เช่น กรณีการตั้งครรภ์การคลอด ที่ต้องรอให้ส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมไม่ต่ำกว่า ๗ เดือน การจำกัดการรักษาไตวายเรื้อรัง สำหรับคนที่เป็นก่อนเข้ามาสู่ระบบประกันสังคม การจำกัดค่าใช้จ่ายดูแลเรื่องฟัน สายตา มาตลอด เป็นต้น
   
   ในเรื่องนี้อยากเสนอให้ประชาชน และคนงานที่เป็นผู้ประกันตนพิจารณากันให้ดี เรื่องนี้มีกฎหมาย ๒ ฉบับรับรองและบังคับใช้ คือกฎหมายประกันสังคม และกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กฎหมายประกันสังคมบังคับใช้ก่อนในสมัยที่ไม่มีระบบประกันสุขภาพใดใด แต่กฎหมายหลักประกันสุขภาพบังคับใช้ภายหลังแต่มุ่งเน้นชัดเจนเรื่องเดียวคือการรักษาพยาบาล การส่งเสริมและป้องกันโรค จึงควรพิจารณาว่าคนงานผู้ประกันตนสมควรมาใช้กองทุนประกันสุขภาพนี้หรือไม่ ส่วนกองทุนประกันสังคม ควรประกันในเรื่องอื่นๆ และใช้หลักการร่วมจ่าย ๓ ฝ่าย เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการบางส่วนก็เสนอว่าน่าจะแยกเรื่อง บำนาญชราภาพ ออกมาจากกองทุนประกันสังคมไปด้วยเลย เนื่องจากรัฐไม่ได้ร่วมจ่ายเข้าในส่วนนี้อยู่แล้ว เมื่อเวลาเปลี่ยนไป บทบาทหน้าที่ของรัฐได้รับการดำเนินการมากขึ้น สิทธิประโยชน์ของประชาชนมีความซ้ำซ้อนกัน ก็เป็นเหตุที่ประชาชนและรัฐจะทบทวนได้ว่าจะจัดระบบอย่างไรให้มีประสิทธิภาพที่สุด และคุ้มครองสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญได้รอบด้านอย่างแท้จริง
    
   เรื่องโรงพยาบาลเอกชนที่ผู้ประกันตนบางส่วนรู้สึกว่าจะไม่ได้ไปใช้บริการหากย้ายมาอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพนั้น ก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงคือโรงพยาบาลเอกชนอยู่ได้ด้วยเงินจากการซื้อประกันสุขภาพของกองทุนประกันสังคม และกองทุนประกันสุขภาพ ขึ้นอยู่กับว่ากองทุนจะต่อรองกับโรงพยาบาลเอกชนได้เพียงใดในฐานะผู้ซื้อบริการ ไม่ใช่ให้โรงพยาบาลเอกชนผู้ขายบริการมาต่อรองว่าจะขายบริการให้ใคร ราคาเท่าไร เพราะโรงพยาบาลเหล่านี้เป็นธุรกิจเต็มตัว บริหารเพื่อให้มีผลกำไรต่อผู้ถือหุ้น อย่างไรต้องพร้อมจะเจรจากับกองทุนประกันสุขภาพทุกกองทุนอยู่แล้ว โดยเฉพาะกองทุนขนาดใหญ่ ขอให้ประชาชนได้แสดงความเห็นว่าจะขอรับประโยชน์ด้านสุขภาพแบบใดกันออกมาให้มากๆ ด้วย โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในระบบบัตรทองควรต้องตระหนักว่าจะให้คนในครอบครัวที่เป็นผู้ประกันตนได้รับสิทธิอย่างไร ต้องร่วมจ่ายหรือไม่ อย่างไรน่าจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันด้วยในบรรยากาศเช่นนี้
   
   คัดลอกจาก
   http://blogazine.in.th/blogs/sureerat/post/3245
 


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service