Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ซูจี(แกงข้าวแป้ง)สูตรมุสลิมยูนนาน

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สุขภาพ ภูมิปัญญา ไอที สาระประโยชน์ => สูตรอาหาร การกิน => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 22, 2011, 07:56:00 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ซูจี(แกงข้าวแป้ง)สูตรมุสลิมยูนนาน
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 22, 2011, 07:56:00 pm

    

   ซูจี(แกงข้าวแป้ง)สูตรมุสลิมยูนนาน
    

    อาหารการกิน
   โดย  Nisreen Pattararuangwilai
   

      มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

   ประวัติความเป็นมาและวิธีการทำอาหารประเภทแกงข้าวแป้ง(ซูจี)
   
   ppp
   
   จริงๆ แล้วอาหารประเภทนี้เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารชาวฮั่น ชื่อที่ถูกต้องและอาหารประเภทนี้เรียกว่าซูโร่ว คำว่า ซู (酥) แปลว่ากรอบ คำว่าโร่ว(肉) แปลว่า เนื้อ ซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นเนื้ออะไร แต่เพื่อเป็นการเลี่ยงความคลุมเครือไม่ชัดเจนในจุดนี้ มุสลิมยูนนานจึงเปลี่ยนจาก โร่ว(肉) เป็นคำว่า จี(鸡) ซึ่งแปลว่าไก่  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนชื่อเรียกที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการเรียกขานและตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น
   เมื่อกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของอาหารประเภทนี้ ก็ต้องย้อนไปเมื่อปลายราชวงค์ซัง ( ปี 1711 ก่อน ค.ศ. )  มีตำนานเล่ากันว่า ตอนที่ Zhouwangเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองแต่ไม่เอาใจใส่
   
   หลังจากมีสนมที่ชื่อ SuDaji เข้าวัง พระองค์ก็ยิ่งจมปลักกับความรื่นเริงบันเทิงใจ และสนมคนนี้เมื่อได้รับความโปรดปรานจาก Zhouwangก็กลายเป็นคนที่ยโส โอหัง ไม่เกรงกลัวใคร เข่นฆ่าชาวบ้านเป็นว่าเล่น ไพร่ฟ้าประชาชนต่างก็เกรงกลัว แต่ทุกคนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ฤดูใบไม้ร่วงของปีหนึ่ง Zhouwangและ  SuDaji ออกไปล่าสัตว์ แต่กลับล่าสัตว์ไม่ได้เลยสักตัว ขากลับนายพรานที่ติดตามไปจับไก่และแกะของผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่ง และสนม SuDaji ก็บังคับให้ผู้หญิงคนนี้ปรุงให้เสร็จ หลังจากZhouwang SuDaji ทานกันอิ่มหมีพลีมันแล้วก็เดินทางกลับ ไม่จ่ายค่าตอบแทนใดๆ แก่ผู้หญิงคนนี้เลย ผู้หญิงคนนี้เสียใจวิ่งเข้าครัวอย่างรวดเร็ว และเพื่อเป็นการระบายความโกรธ ผู้หญิงจึงนำเนื้อมาชิ้นหนึ่ง เปรียบว่าเป็นเนื้อของ SuDaji  และสับด้วยความไปด้วยความแรงและร้องไห้ไปด้วย พร้อมกับพูดว่า “ นางปีศาจ แกมาทำร้ายข้า ข้าจะใช้มีดสับแกเป็นชิ้นๆ  นำแกไปทอดแล้วไปนึ่ง  แล้วข้าจะกินแกไม่ให้เหลือสักชิ้น   ”  
   
   จนกระทั่งสามีกลับมาพบเข้า นางก็ระบายให้สามีฟัง สามีจึงออกความเห็นว่า ถ้าเช่นนั้นแล้วเราก็เรียกเนื้อที่ทำนี้ว่า SuDaji  เมื่อนางได้ยินก็ยิ้มออกแล้วพูดว่า “ถ้าข่าวแพร่ออกไปว่าเราทานเนื้อ SuDaji หัวเราทั้งสองคนคงขาดแน่ๆ ” ทันใดนั้นสามีของนางจึงพลันคิดขึ้นมาได้จึงพูดว่า” ถ้าเช่นนั้นก็เปลี่ยนเป็นทาน Dasurou  เป็นการบอกโดยนัยว่าเป็นการทานเนื้อของ SuDaji” ทั้งสองมีพูดเสร็จ จึงนำเนื้อที่ซับเสร็จไปทอดและนึ่ง และทานกันอย่างเอร็ดอร่อย จึงเป้นที่มาของอาหารรสเด็ดจานนี้
   
   หลังจากนั้นเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป ชาวบ้านต่างก็เลียนแบบเพราะมีความเคียดแค้นสนม SaDajiเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาหารจานนี้จึงได้ชื่อว่าอาหารที่อร่อยและสามารถระบายความอาฆาตได้ หลังจากที่ ราชวงค์ซังล่มสลายประชาชนก็กลับมาอยู่เย็นเป็นสุขอีกครั้ง และชื่อของ Dasurou จึงกลายเป็น Surouหรือ Xiaosurou ในปัจจุบัน


    

แกงข้าว

   ซูจี(แกงข้าวแป้ง)สูตรมุสลิมยูนนาน
   ส่วนประกอบที่สำคัญ
   
   1  เนื้อไก่                300          กรัม
   2  แป้งสาลี              100          กรัม      
   3ไข่                        3              ฟอง
   4  โครงไก่              500          กรัม
   5  น้ำมัน                  500          กรัม
   6  ขิงซอย                                10            กรัม
   7  กระเทียม            5              กลีบ
   8 แปะกั๊ก                4              หัว
   9 เกลือ น้ำตาล พริกไทยป่น
    
   
      
   
       
   
       
   
   วิธีการทำ
   
   1   หั่นไก่เป็นชิ้นลูกเต๋าแล้วหมักเกลือทิ้งไว้
   2    ตีไข่และผสมแป้งสาลีให้เข้ากันพร้อมเติมไก่ น้ำตาล พริกไทยป่น เพื่อปรุงรส
   3   นำน้ำมันตั้งไฟหลังจากที่น้ำมันเดือดแล้วให้ใช้ไฟอ่อนในการทอด
   4   ใช้ช้อนตักไก่พร้อมแป้งลงในทัพพีที่มีน้ำมันแล้วปล่อยลงในกระทะทีละชิ้น
   5    ระหว่างทอดต้องระวังความพอดีของไฟ เพราะถ้าไฟแรงไปอาจเกรียมง่าย
   7    ตั้งไฟเพื่อต้มโครงไก่ พร้อมใส่กระเทียม แปะกั๊ก
   8   นำไก่ที่ทอดเสร็จต้มในน้ำแกงไก่ หลังจากเดือดแล้วให้ต้มด้วยไฟอ่อนจนกระทั่งแป้งนิ่ม
   9   ตักใส่ชามพร้อมโรยต้นหอมผักชี เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ลิ้มลองกับซูจีอันโอชะ
   
   เคล็ดลับ
   สำหรับท่านที่ชอบทานผักหรือแพ้อาหารประเภทแป้ง สามารถเติมผักชนิดต่างๆ ระหว่างที่ต้มได้

   
      
      อาหารจีนยูนนาน
   
       
   บทความที่เกี่ยวข้อง
   ประวัติความเป็นมาของ แกงข้าวแป้งหรือ ซูจีคลิกอ่านต่อ


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service