Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ศาสนาอิสลาม:คุณลักษณะของชายที่จะเลือกมาเป็นคู่ครอง

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา => นานาสาระ เกี่ยวกับชีวิตครอบครัว => ข้อความที่เริ่มโดย: abuamen ที่ มิถุนายน 01, 2011, 07:34:12 am


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ศาสนาอิสลาม:คุณลักษณะของชายที่จะเลือกมาเป็นคู่ครอง
เริ่มหัวข้อโดย: abuamen ที่ มิถุนายน 01, 2011, 07:34:12 am
คุณลักษณะของชายที่จะเลือกมาเป็นคู่ครอง

เขียนโดย ซอลาหุดดีน

   44


การแต่งงานเป็นสิ่งที่อิสลามส่งเสริมให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นการรักษาความบริสุทธิ์ของผู้หญิงและผู้ชาย ให้ออกห่างจากการที่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำซินาหรือผิดประเวณี ในเมื่อการแต่งงานนั้นเป็นสิ่งที่อิสลามส่งเสริมและให้ความสำคัญ และการแต่งงานนั้นเป็นการเคารพภักดีต่ออัลลอฮด้วย เราจะเห็นในหะดีษก็ดี หรือข้อเขียนของนักวิชาการจำนวนมาก มักจะกำหนดคุณลักษณะของผู้หญิงที่เราจะหามาเป็นคู่ครอง แต่ในที่นี้ผมขอหยิบยก การที่ผู้หญิงจะสรรหาผู้ชายมาเป็นคู่ครอง ประการแรกที่จะต้องพิจรณาสำหรับคนที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ หรือต้องการที่จะสละโสด ก็คือต้องพิจรณาในเรื่องศาสนาของผู้ชาย จำเป็นที่ผู้ชายคนนั้นเป็นมุสลิมที่มีความเอาใจใส่ในเรื่องของศาสนา และเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของอิสลามในการดำเนินชีวิตของเขา ผู้ที่เป็นผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะต้องสืบดูว่าผู้ที่จะมาแต่งงานกับลูกสาวของเรา ไม่ใช้มองแต่รูปกายภายนอกของผู้ที่จะมาเป็นสามีลูกสาวของเรา เช่นจะต้องเป็นผู้ที่มีทรัพย์สิน เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคม โดยที่ไม่คำนึงว่าคนนั้นจะมีความเข้าในเรื่องศาสนาหรือไม่ และสิ่งที่ควรพิจรณาเป็นประการแรกในเรื่องนี้ก็คือ การละหมาดเพราะว่าการละหมาดนั้นเป็นสิทธิที่บ่าวจะต้องปฏิบัติต่ออัลลอฮ ดังนั้นผู้ใดที่ไม่ทำการละหมาด เขาก็เป็นผู้ที่บกพรองหน้าที่ที่เขามีต่อพระเจ้า แน่นอนผู้ที่ละเลยหน้าที่ของเขาที่มีต่อพระเจ้า เขาก็ย่อมละเลยหน้าที่ที่มีต่อผู้อื่นเช่นเดียวกัน ดังนั้นชายที่เป็นผู้ศรัทธาเอาจะไม่เอาเปรียบ ข่มเหงภรรยาของเขาอย่างแน่นอน หากเขารักภรรยาของเขา เขาก็จะให้เกียรตินาง และหากเขาไม่พอใจนางเขาก็ไม่อธรรมต่อนาง และคุณลักษณะดังกล่าวนั้นไม่มีในหมู่ผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้ศรัทธา เราจะเห็นว่าอัลลอฮได้กล่าวไว้ในอัลกุรอานว่า แม้แต่ชายที่เป็นทาสของผู้อื่นที่เป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮนั้นดีกว่าชายที่เป็นผู้ตั้งภาคต่ออัลลอฮ ถึงแม้ชายที่ตั้งภาคีจะเป็นที่ชอบพอของเราก็ตาม เพราะมุสลิมเราในการมีชีวิตนั้นเราต้องใช้ชีวิตเพื่อเป็นการภักดีต่ออัลลอฮ เพราะจุดประสงค์ของอัลลอฮในการที่พระองค์ได้มีบัญญัติให้มุสลิมทำการแต่งงานนั้นก็เพื่อต้องการที่จะสร้างครอบครัวที่ศรัทธาต่อัลลอฮ ดังนั้นการเลือกคู่ครองนั้นเป็นการบอกถึงเจตนาของเราว่าเราจะสร้างครอบครัวในอนาคตของเราออกมาในรูปแบบใด ดังนั้นผู้นำครอบครัวนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างครอบของมุสลิมให้เป็นไปตามความต้องการของอัลลอฮ อัลลอฮได้กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า


قال الله تعالى : (ولبعد مؤمن خير من مشرك ولو أعجبكم )
อัลลอฮตาอาลาได้ตรัสไว้ว่า และแน่นอนบ่าวที่เป็นผู้ศรัทธานั้นย่อมดีกว่า ชายที่เป็นผู้ที่ตั้งภาคี ถึงแม้เขาจะเป็นที่ชอบพอแก่พวกเจ้า

وقال النبي صلى الله عليه وسلم : ( إذا جاء كم من ترضون دينه وخلقه فأنكحوه ، إلا تفعلوا تكن فتنة في الأرض وفساد عريض ) رواه الترمذي
ท่านนบีศอลลัลลอฮู อะลัยอิวะซัลลัมได้กล่าวว่า (เมื่อมีบุคคลที่พวกเจ้ามีความพอใจ ในศาสนาและมารยาทของเขาได้มายังพวกเจ้า(หมายถึงมาสู่ขอลูกสาว) ดังนั้นพวกเจ้าจงทำการนิกาฮให้แก่เขา มิเช่นนั้นพวกเจ้าได้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากมาย)
รายงานโดย ท่านอัตติรมีซีย์
และอิสลามนั้นส่งเสริมให้แต่งงานกับชายที่มีความรู้และเคร่งครัดในนเรื่องศาสนา และชายที่มีตระกุลที่ดี เช่นเป็นที่รู้ว่าเป็นตระกูลที่อยู่ในสิ่งที่เป็นความดีและคุณธรรม ก็หมายความว่าตัวของผู้ชายที่เราจะแต่งงานแล้ว เราจะต้องมองไปดูอีกว่าเครือญาตพี่น้องของเขาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะพ่อแม่ของเขา ถ้าพ่อแม่ทั้งสองของเขาเป็นคนดีที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ ก็เป็นการดีเพราะความดีของคนดีที่ตายไปแล้วความดีของเขายังผลมายังคนรุ่นลูกหลาน ตัวอย่างในซูเราะห์ อัลกะฟีย์ที่อัลลอฮได้ปกป้องทรัพย์สินของเด็กกำพร้าในฐานะที่พ่อแม่ทั้งสองของเขาเป็นคนดี ความดีของคนทั้งสองนั้นได้รับผลมายังลูกของเขาทั้งสอง
قال الله تعالى : (وأما الجدار فكان لغلامين يتيمين في المدينة وكان تحته كمز لهما وكان أبوهما صالحا فأراد ربك أن يبلغا أشد هما ويستخرجا كنزهما رحمة من ربك )
(และส่วนเรื่องกำแพงนั้น มันเป็นของเด็กกำพร้าสองคนที่อยู่ในเมือง และใต้กำแพงนั้นมีขุมทรัพย์ของเขาทั้งสอง และพ่อของเด็กทั้งสองเป็นคนดี ดังนั้นพระผู้เป็นเจ้าของท่านประสงค์ที่จะให้เด็กทั้งสองบรรลุความเป็นผู้ใหญ่ และจะให้เด็กทั้งสองเอาขุมทรัพย์ของทั้งสองออกมา เป็นความเมตตาจากพระเจ้าของท่าน)อัลกะฮฺฟฺ อายะที่ 82
จากอายะนี้จะเห็นว่าความดีของบิดาที่ล่วงลับไปแล้วยังผลที่ดีมายังลูกมันเป็นการให้เกียรติของอัลลอฮที่ให้แก่เขาในฐานะที่เขาเป็นผู้ศรัทธา เช่นเดียวกันการที่เราลูกคู่ครองจากสายเลือดที่ดีๆ สิ่งดีๆเหล่านั้นจะยังผลมายังลูกหลานของเรา

แต่ในปัจจุบันจุดประสงค์ของการแต่งงานนั้นได้หายไปจากสังคมของเรา การแต่งงานนั้นกลับกลายเป็นประเพณี นิยมที่มักจะอวดกันในเรื่องของมะฮัร และตำแหน่งการงานของคู่บ่าวสาว โดยน้อยคนมากที่จะมาคำนึงในเรื่องความศรัทธาของคู่บ่าวสาวที่ได้ทำการสมรสกัน เลยทำให้เยาวชนรุ่นหลังที่เกิดมานั้นมีพฤติกรรมที่สวนทางกับคำสอนของศาสนา และมีนิสัยที่แข็งกระด้างไม่เชื่อฟังต่อพ่อแม่ และครูบาอาจารย์และยังเป็นปัญหาในการอบรมอีกด้วยจะเห็นว่าเด็กสมัยนี้การอบรมพวกเขาโดยเฉพาะในเรื่องพฤติกรรมนั้นทำได้ยากมาก ดังนั้นการแต่งงานนั้นไม่ใช้เป็นการลองผิดลองถูก แต่มันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการสร้างอุมมะห์ที่ดีที่จะมาเป็นกำลังสำคัญของอิสลาม ดังนั้นคู่บ่าวสาวที่จะทำการสมรสกันนั้นจะต้องมีเจตนาที่ในการแต่งงานด้วย ก็คือเรามีเจตนาให้เป็นไปตามที่อัลลอฮต้องการ ไม่ใช้มีเจตนาในการแต่งงานของตัวเองเป็นเพียงการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเพียงอย่างเดียว หมายถึงหลังจากการแต่งงานของเรา เรามีภาระที่หนักอึ้งก็คือการอบรมลูกของเราให้เป็นคนดีเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ

และเช่นเดียวกันในการเลือกคู่ครองเราต้องดูผู้ชายที่มีงานทำสามารถมาเลี้ยงตัวเองและสมาชิกในครอบครัวของเขาได้เช่นกัน ในปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งจากปัญหาการหย่าร้างก็คือ การที่ผู้ชายไม่สนใจครอบครัว ก็คือผู้ชายไม่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและไม่พยายามที่จะทำงานสุดท้ายก็นำพาครอบครัวสู่ความแตกแยกและหย่าร้าง ดังนั้นอิสลามส่งเสริมในเรื่องของการแต่งงานแต่อิสลามก็ส่งเสริมให้การแต่งงานนั้นเป็นการแต่งงานที่มีความมั่นคง ก็คือคู่บ่าวสาวสามารถดำเนินชีวิตโดยมีความสุข และส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเรามีความสุชในการดำเนินชีวิตได้ก็ คือการที่ผู้นำครอบครัวมีความสามรถที่จะทำการเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ สามารถเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ไม่ได้หมายถึงให้เลือกคนที่รวยมีฐานะ แต่หมายถึงผู้ที่สามารถทำงานเลี้ยงครอบครัวได้
สืบเนื่องจากคำพูดของท่านนบีศอลลัลลอฮู อะลัยอิวะซัลลัมที่ท่านได้แนะนำฟาติมห์ บินติ กัยซ รอฏิยัลลอฮูอันฮาในขณะที่นางได้มาขอคำปรึกษาต่อท่านนบี ในขณะที่มีชายสามคนมาทำการสู่ขอนางโดยที่ท่านนบีได้กล่าวว่า

( أما معاوية فرجل ترب ( أي فقير ) لا مال له ....)

สำหรับมูอาวิยะนั้นเป็นชายที่มีความขัดสนยากจน ไม่มีทรัพย์สิน
จากหะดีษนี้ได้มีชายสามคนมาขอผู้หญิงคนหนึ่งแล้วนางมาขอคำปรึกษากับท่านนบี ท่านนบีก็ได้ให้ทางออกด้วยการแนะนำชายที่มีความเหมาะสมทีทำการเลี้ยงดูนาง ก็คือท่านนบีได้บอกว่ามูอาวิยะไม่มีความเหมาะสมที่จะทำการเลี้ยงดูนางก็เนื่องจาก เขาเป็นคนที่ไม่มีทรัพย์สิน การที่ท่านนบีแนะนำไม่ให้แต่งงานก็มูอาวิยะนั้นไม่ได้หมายความว่า เป็นการห้ามแต่งงานกับคนที่ยากจน ก็หมายถึงท่านนบีมองดูจากคนสามคนที่มาใครมีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะบางครั้งผู้หญิงมีฐานะแล้วมีผู้ชายที่มีความยากจนมาสู่ขอก็ไม่ใช้ปัญหาที่นางจะแต่งงานกับชายผู้นั้น ก็อิสลามมองถึงผลประโยชน์สูงสุดของการแต่งงาน เช่นการครองเรือนของคู่บ่าวสาวนั้นจะต้องให้อยู่กันนานๆ เหมือนที่กล่าวมาแล้วปัจจัยในการดำเนินชีวิตของคนเราคงไม่มีใครปฏิเสธว่าทรัพย์สินนั้นเป็นส่วนหนึ่งจากปัจจัยของการดำเนินชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าอิสลามมองแต่เรื่องทรัพย์สินป็นอย่างเดียว จากหะดีษที่กล่าวมาแล้วเป็นการกล่าวของท่านนบี ตามวาระและความเหมาะสมของผู้ที่มาถามท่าน เช่นบางครั้งมีคนมาขอให้ท่านนบีสอนในเรื่องศาสนา บางคนท่านนบีสอนเขาในเรื่องของการรู้จักระงับอารมณ์ ก็ท่านนบีรู้ถึงจุดบกพร่องของคนที่มาถาม เช่นบางคนเป็นคนโกรธง่าย บางคนท่านนบีบอกว่าให้ละหมาดให้ตรงเวลาของมัน แต่ถ้าคนสองคนที่มาขอผู้หญิง อีกคนเป็นคนที่มีฐานะแต่บกพร่องในเรื่องศาสนา อีกคนเป็นคนที่ไม่มีฐานะแต่มีความเคร่งครัดศาสนา ในกรณีนี้ให้เลือกคนที่มีศาสนาเป็นอันดับแรก ก็หมายความว่าจากหะดีษที่ผ่านมาคนทั้งสามที่มาทำการสู่ขอ ฝาติมะห์ บินติ กัยซ ทั้งสามคนนั้นเป็นคนที่มีศาสนาทั้งสามคน แต่ท่านนบีเลือกคนที่มีความเหมาะสมกับนางที่สุด

และอีกประการที่ผู้หญิงจะต้องดูในการที่จะตกลงแต่งงานกับใคร ก็คือ มารยาทของผู้ชายต้องไม่เป็นผู้ชายที่ชอบใช้อารมรณ์ตัดสินปัญหา และชอบทำร้ายผู้หญิงด้วยการทุบตี เหมือนตอนหนึ่งของหะดีษที่ผ่านมา
( أما أبو جهم فلا يضع العصا عن عاتقه )
สำหรับอาบูญะฮมฺ เขาไม่เคยวางไม้เท้าของเขาจากบ่า ของเขาเลย
หนึ่งในสามที่มาสู่ขอ ฟาติมะห์ บินติ กัยซฺ ก็คือ อาบูญะฮมฺ ท่านนบีบอกว่าอาบู ญะฮมฺ นั้นไม่เหมาะสมกับนางเนื่องจากเขาชอบทุบตีผู้หญิง เป็นนิสัยส่วนตัวของเขา.

และส่งเสริมให้แต่งงานกับผู้ที่สุขภาพดีปราศจากโรค เช่น โรคที่เกี่ยวกับการสืบพันธ์ การเป็นหมั้น หรือ หมดสมรรถภาพทางเพศ
และที่สำคัญที่สุดผู้ชายต้องเป็นผู้ที่รู้ในเรื่องของฮุกุม ที่มีอยู่ในอัลกุรอาน และซุนนะห์ของท่านนบี ถ้าได้อย่างที่กล่าวมาถือ ว่าเป็นความอันมากมายของการใช้ชีวิตคู่ของบ่าวสาว

และอนุญาตให้ผู้หญิงและผู้ชายที่มาทำการสู่ขอกันมองดูซึ่งกันและกัน ในขอบเขตที่ศาสนาได้กำหนดไว้ โดยมีเงื่อนไขจะต้องมีผู้ปกครองฝ่ายหญิงอยู่ด้วย จะให้หญิงอยู่กันเพียงลำพังสองคนไม่ได้ .
และเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองของฝ่ายหญิงที่จะต้องสอบถามถึงมารยาท ตลอดเรื่องศาสนาของผู้ที่จะมาทำการสู่ขอลูกสาวเรา จากบุคคลที่ไว้ใจได้ เพื่อขอคำปรึกษากับเขาในเรื่องนี้.
และสุดท้ายที่ลืมไม่ได้ก็ คือ การขอให้อัลลอฮเป็นผู้เลือกสรรให้ก่อนที่เราจะทำการตัดสินใจก็ให้ละหมาดอิสติกอเราะห์ขอต่ออัลลอฮ

credit  http://www.muslimthaipost.com/mnet/index.php?p=a&bNo=19&qNo=696&pagenum=1

    


ลักษณะชาย 10 ประการ...ที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ
1. รับผิดชอบ ผู้ชายที่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ จะส่อแววตั้งแต่สมัยเรียนก็รับผิดชอบการเรียนได้ ถึงเวลาทำงานก็สามาถจัดการในหน้าที่ของตัวเองได้ สามารถจัดสรรรายได้สมดุลกับรายจ่ายของตัวเองโดยไม่ต้องเบียดเบียนพ่อแม่ ยิ่งถ้าเขาสามารถจุนเจือครอบครัวได้ละก็ ถือว่าเป็นบุคคลที่น่านับถือทีเดียว เพราะผู้ชายไม่รู้จักโตสมัยนี้มีเยอะ ประเภทที่ทำงานแล้วยังต้องขอเงินพ่อแม่อยู่ร่ำไป รับผิดชอบตัวเองยังไม่ได้แล้วก็อย่าหวังเลยว่า เขาสามารถรับผิดชอบเราได้
2. รักครอบครัว การปฏิบัติต่อครอบครัวเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงทัศนคติเกี่ยวกับครอบครัวของเขาได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว ปรนนิบัติพัดวี ดูแล พ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง ซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวปัจจุบันของเขาเป็นอย่างดีแล้ว ย่อมแสดงให้เห็นว่า หากเขามีครอบครัวของเขาเองในอนาคต (อันมีเราเข้าไปเอี่ยวด้วย) เขาก็น่าจะเป็นคนรักครอบครัวและดูแลสมาชิกอย่างดีด้วยเช่นกัน
3. ให้เกียรติเรา ทั้งภายในบ้านและต่อหน้าสาธารณชน ทั้งต่อหน้าและลับหลังไม่พยายามแตะเนื้อต้องตัวแม้จะมีโอกาส ไม่เอาเรื่องขายหน้าของแฟนไปนินทาด้วยความคึกคะนองในกลุ่มเพื่อน ไม่ดุด่าว่ากล่าวเราต่อหน้าคนอื่น รวมทั้งต้องไม่มองสาวอื่นจนน่าเกลียดในขณะที่อยู่กับเราด้วย
4. เสมอต้นเสมอปลาย หายาก ผู้ชายที่จะปฏิบัติต่อคนที่เป็นแฟนเหมือนกับวันที่เริ่มจีบกันวันแรก ส่วนใหญ่ก็มีแต่ประเภทที่ตอนจีบใหม่ๆก็เฝ้าโทร.มาทุกเวลาหลังอาหารแถมด้วยช่วงเบรกระหว่างมื้อและก่อนนอน เทียวรับเทียวส่งเช้าถึงเย็นถึง แต่พอสาวเจ้าตกลงปลงใจคบเป็นแฟนแล้ว พ่อเจ้าประคุณก็เกิดอ้างเหตุผลทางเศรษฐกิจ ประหยัดทั้งค่าโทรศัพท์และค่าน้ำมัน คุยกันวันละครั้งยังบ่นว่าเปลืองทั้งๆที่เราเป็นคนโทร. เฮ้อ...ดังนั้น ถ้าหลังจากคบหากันไปได้สักปีแล้ว คุณพบว่า เขายังปฏิบัติต่อคุณเหมือนเดิมทุกประการแล้วละก็ อย่าปล่อยเขาไปเชียวนะคะ
5. มีความเป็นตัวของตัวเอง ถึงแม้ว่าหนุ่มสาวยุคใหม่จะมีความเท่าเทียมกัน แต่ผู้ชายก็ยังต้องเป็นผู้นำครอบครัว ดังนั้น เขาควรจะเป็นคนมีความคิดความอ่าน มีจุดยืน สามารถคิดและตัดสินใจในเรื่องต่างๆด้วยตัวเองได้ แต่ต้องไม่ใช่พวกอีโก้สูงจนไม่ฟังใคร
6. อารมณ์ขัน ไม่ต้องถึงกับยกคาเฟ่มาไว้ที่บ้าน แต่หากต้องรู้จักสร้างบรรยากาศที่สดชื่นให้เกิดขึ้นบ้าง เพราะการใช้ชีวิตในสังคมมีเรื่องเครียดๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน ถ้าได้คนใจเย็น คอยกระเซ้าเย้าแหย่ให้คายเครียดได้ก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น
7. ดูแลตัวเองได้ ทั้งเสื้อผ้า บ้านช่อง ดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ใช่ว่าคอยอาศัยให้คนอื่นทำให้อยู่ร่ำไป ถึงเวลาที่ไม่มีใครทำให้ก็ปล่อยให้ห้องกลายเป็นรังหนู เสื้อผ้าไม่ซักกองเป็นภูเขา ปล่อยให้รถโสโครกได้ทั้งปี หรือหาข้าวกินเองไม่เป็น คุณสาวๆคะถ้าตกลงปลงใจกับผู้ชายแบบนี้ก็เตรียมตัวรับสภาพคุณแจ๋วต่อไปเถิด
8. สุภาพ ทั้งต่อเราและผู้อื่น เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ใช่ว่าต้องแสดงความเป็นชายชาตรี พูดคำด่าคำ ไม่พอใจอะไรก็โวยวาย ขู่ ตะคอก ขยันสร้างศัตรูไว้ทุกมุมเมือง
9. ไม่รังเกียจงานบ้าน คู่รักสมัยนี้ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้น งานในบ้านก็ไม่ควรเป็นภาระของฝ่ายหญิงเพียงคนเดียว แล้วคุณผู้ชายก็ทำประหนึ่งท่านเจ้าคุณกลับชาติมาเกิด หากเขาแสดงให้เห็นว่า เขายินดีและไม่รังเกียจที่จะช่วยงานบ้านเล็กๆน้อยๆบ้าง เช่น อาสาล้างจานให้ (หลังจากที่มากินข้าวฟรีหลายมื้อ) หรือช่วยเอาขยะไปทิ้งให้บ้าง ก็น่ารักแล้ว
10. มีอนาคต แหม...ก็ไม่ต้องถึงกับว่า แววรัฐมนตรีออกตั้งแต่หนุ่มๆหรอกนะคะ เพียงแต่ขอให้พอมองเห็นความเจริญก้าวหน้าบ้าง ไม่ใช่ประเภทถ้าใครตกลงปลงใจด้วยแล้วเตรียมเกลือไว้คลุกข้าวกินตลอดชีวิตก็พอแล้วละค่ะ
..................
ลอกเขามา
http://www.formumandme.com/article.php?a=744


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service