Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัตตักวาและระเบียบข้อบังคับ

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

องค์กร บุคคล มุสลิมเชียงใหม่ => องค์กร มุสลิมในเชียงใหม่และภาคเหนือ => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กรกฎาคม 04, 2011, 02:05:39 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัตตักวาและระเบียบข้อบังคับ
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กรกฎาคม 04, 2011, 02:05:39 pm

   
   
   ระเบียบข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัตตักวา เชียงใหม่

   หมวดที่ ๑ เกี่ยวกับสมาคม

   ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัตตักวา" ย่อว่า “ส.ศ.อ.”

   
   ข้อ ๒. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะดังรูปที่แสดงและมีความหมายดังต่อไปนี้

    

   

      788

   

      
      ๒.๑. วงกลมสีดำภายนอก หมายถึง ศิษย์เก่าโรงเรียนจิตต์ภักดี (มัสยิดอัตตักวา) ที่กระจายกันอยู่รอบโลก

   

      ๒.๒. แถบวงกลมภายในสีเขียว ประกอบด้วย

   
      - ด้านบน ได้แก่ ชื่อสมาคมภาษาไทย “สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัตตักวา”
      - ตรงกลาง ได้แก่ สัญลักษณ์พระจันทร์กับดาว คือสัญลักษณ์ประจำศาสนาอิสลาม
      - ด้านล่าง ได้แก่ ชื่อสมาคมภาษาอังกฤษ “Attaqwa School Alumni Association”
   

      ๒.๓. พื้นที่วงกลมภายในสีขาว ประกอบด้วย

   
      - ด้านบน ได้แก่ ชื่อสมาคมภาษาอาหรับ جمعية خريجي مدرسةالتقوى
      - ตรงกลาง ได้แก่ รูปโรงเรียนจิตต์ภักดี (มัสยิดอัตตักวา) หมายถึงสถานที่บ่มเพาะ    ศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าทุกคนเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและเผยแพร่ศาสนาอิสลาม
      - ด้านล่าง ได้แก่ ชื่อสมาคมภาษาจีน 泰國清邁敬真學校聯誼會
   

      ๒.๔. สีขาวและสีเขียว หมายถึง สีประจำโรงเรียนจิตต์ภักดี (มัสยิดอัตตักวา)
      
      ข้อ ๓. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ ๗๖ ซอยรามคำแหง ๖๐ แยก ๒ (สวนสน ๒) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๔๐
      
      ข้อ ๓.๑. สำนักงานสาขาของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ ๘๐ ถนนหน้าวัดเกต ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๐๐๐

   ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ

   

      ๔.๑. มุ่งดำเนินการจัดกิจกรรม ในการส่งเสริม สนับสนุน การศึกษาแก่ชาวมุสลิมและศาสนิกชนอื่น ๆ ที่สนใจเพื่อสร้างเสริมความเข้าใจในศาสนาอิสลามที่ดี และถูกต้อง
      
      ๔.๒. ส่งเสริม สนับสนุน การศึกษา และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม เพื่อต่อต้านอบายมุขและสิ่งเสพติดทุกชนิด
      
      ๔.๓. มุ่งสร้างความสามัคคีอันดีต่อกันระหว่างพี่น้องชาวมุสลิมและพี่น้องชาวไทยทั่วไป โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางการเมืองด้วยประการใด ๆ ทั้งสิ้น

    

   หมวดที่ ๒ สมาชิก

   ข้อ ๕. สมาชิกของสมาคมมี ๓ ประเภท คือ

   

      ๕.๑. สมาชิกสามัญ ได้แก่ นักเรียนเก่าที่เคยศึกษาจากโรงเรียนจิตต์ภักดี จังหวัดเชียงใหม่
      
      ๕.๒. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ชาวมุสลิมที่สนใจช่วยเหลือสังคม
      
      ๕.๓. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปาระคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

   
   ข้อ ๖. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

   

      ๖.๑. เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม
      
      ๖.๒. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
      
      ๖.๓. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
      
      ๖.๔. ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
      
      ๖.๕. ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะสมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

   
   ข้อ ๗. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

   

      ๗.๑. สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๑๐๐ บาท
      ค่าบำรุงสมาชิกเป็นรายปี ๆ ละ ๒๐๐ บาท
      หรือค่าบำรุงสมาชิกตลอดชีพ ๕,๐๐๐ บาท
      
      ๗.๒. สมาชิกวิสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๑๐๐ บาท
      ค่าบำรุงสมาชิกเป็นรายปี ๆ ละ ๓๐๐ บาท
      
      ๗.๓. สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

   ข้อ ๘. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คน และให้เลขานุการนำใบสมัคร เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครรับทราบโดยเร็ว

   ข้อ ๙. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

   
   ข้อ ๑๐. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

   
   ข้อ ๑๑. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

   

      ๑๑.๑. ตาย
      
      ๑๑.๒. ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
      
      ๑๑.๓. ขาดคุณสมบัติสมาชิก
      
      ๑๑.๔. สมาชิกที่ขาดการชำระเงินค่าบำรุงรายปีให้แก่สมาคมจนสิ้นวาระของคณะกรรมการ ถือว่าสิ้นสุดความเป็นสมาชิกภาพ
      
      ๑๑.๕. ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

   
   ข้อ ๑๒. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

   

      ๑๒.๑. มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
      
      ๑๒.๒. มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
      
      ๑๒.๓. มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
      
      ๑๒.๔. มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
      
      ๑๒.๕. สมาชิกสามัญมีสิทธิเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ ๑ เสียง ยกเว้นสมาชิกวิสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์ ซึ่งไม่มีสิทธิออกเสียง
      
      ๑๒.๖. มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารหรือบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
      
      ๑๒.๗. มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
      
      ๑๒.๘. มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
      
      ๑๒.๙. มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
      
      ๑๒.๑๐. มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม
      
      ๑๒.๑๑. มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
      
      ๑๒.๑๒. มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

   

       

   หมวดที่ ๓ การดำเนินกิจการสมาคม

   ข้อ ๑๓.ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย ๗ คน อย่างมากไม่เกิน ๑๕ คน โดยที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ดำเนินการเลือกตั้งนายกสมาคม และคณะกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งให้เข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม ตามที่กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปต่อไปนี้

   

      ๑๓.๑. นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
      
      ๑๓.๒. อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคมปฏิบัติตามหน้าที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่นายกสมาคม ให้อุปนายกสมาคมตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
      
      ๑๓.๓. เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็น เลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
      
      ๑๓.๔. เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
      
      ๑๓.๕. ปฏิคม มีหน้าที่ในการให้การต้องรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
      
      ๑๓.๖. นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
      
      ๑๓.๗. ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
      
      ๑๓.๘. กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนด ให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตาม ข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลางคณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคม และกรรมการด้านอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

   ข้อ ๑๔. คณะกรรมการของสมาคมอยู่.ในตําแหน่งได้.คราวละ ๒ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยูในตำแหน่งครบกําหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกําหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทําการส่ง และรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

   
   ข้อ ๑๕. ตำแหน่งกรรมการสมาคมถ้าต้องว่างลงก่อนครบกําหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดํารงตําแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

   
   ข้อ ๑๖. กรรมการอาจจะพ้นจากตําแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ

   

      ๑๖.๑. ตาย
      
      ๑๖.๒. ลาออก
      
      ๑๖.๓. ขาดจากสมาชิกภาพ
      
      ๑๖.๔. ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
      
      ๑๖.๕. ขาดประชุม ๓ คร้งติดต่อกันโดยไม่มีหนังสือลา หรือไม่มีเหตุอันควรโดยให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ

   ข้อ ๑๗. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตําแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

   
   ข้อ ๑๘. อํานาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

   

      ๑๘.๑. มีอํานาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
      
      ๑๘.๒. มีอํานาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
      
      ๑๘.๓. มีอํานาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
      
      ๑๘.๔. มีอํานาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจําปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
      
      ๑๘.๕. มีอํานาจแต่งตั้งกรรมการในตําแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กําหนดไว้ในข้อบังคับนี้
      
      ๑๘.๖. มีอํานาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจน มีอํานาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
      
      ๑๘.๗. มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
      
      ๑๘.๘. มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จํานวน ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิกไม่น้อยกว่า ๕๐ คนได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
      
      ๑๘.๙. มีหน้าที่จัดทําเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
      
      ๑๘.๑๐. จัดทําบัญชีการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
      
      ๑๘.๑๑. มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กําหนดไว้

   ข้อ ๑๙. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในวันเสาร์ที่ ๑ ของทุก ๆ เดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

   
   ข้อ ๒๐. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานใหญ่การประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

   
   ข้อ ๒๑. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทําหน้าที่เป็นประธานในการประชุมครั้งนั้น

    

   หมวดที่ ๔ การประชุมใหญ่

   ข้อ ๒๒. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ชนิด คือ

   

      ๒๒.๑. ประชุมใหญ่สามัญ
      
      ๒๒.๒. ประชุมใหญ่วิสามัญ

   
   ข้อ ๒๓. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจําปี ๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนธันวาคม ของทุก ๆ ปี

   
   ข้อ ๒๔. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ทําหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

   
   ข้อ ๒๕. การแจ้งกำหนดนัดประชุดใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกําหนดนัดประชุมใหญ่ ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจนโดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๔ วัน และประกาศแจ้งกําหนดนัดประชุมไว้ ณ สํานักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๔ วันก่อนถึงกําหนดการประชุมใหญ่

   
   ข้อ ๒๖. การประชุมใหญ่สามัญประจําปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

   

      ๒๖.๑. แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
      
      ๒๖.๒. แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
      
      ๒๖.๓. เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกําหนดวาระ
      
      ๒๖.๔. เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
      
      ๒๖.๕. เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

   
   ข้อ ๒๗. ในการประชุมใหญ่สามัญประจําปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกําหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมให้ คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วันนับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สําหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุมเป็นจํานวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

   
   ข้อ ๒๘. การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติ มีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

   
   ข้อ ๒๙. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทําการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทําหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

    

   หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน

   ข้อ ๓๐. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นําฝากไว้ในธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

   
   ข้อ ๓๑ การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทําการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ

   
   ข้อ ๓๒. ให้นายกสมาคมมีอํานาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจาก คณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกินเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

   
   ข้อ ๓๓. ให้เหรัญญิก มีอํานาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมภายใน ๓ วันทำการ

   
   ข้อ ๓๔. เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการการรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทําการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน

   
   ข้อ ๓๕. ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมและจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับใบอนุญาต

   
   ข้อ ๓๖. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่ จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

   
   ข้อ ๓๗. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

    

   หมวดที่ ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

   
   ข้อ ๓๘. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

   
   ข้อ ๓๙. การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

   
   ข้อ ๔๐. เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ ชําระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของมูลนิธิจิตต์ภักดี อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

    

   หมวดที่ ๗ บทเฉพาะกาล

   ข้อ ๔๑. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

   
   ข้อ ๔๒. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ

    

                           
            

               ผู้จัดทำข้อบังคับ

            

               นายธงชัย จารุวรกุล

            

               เลขานุการสมาคมฯ

         


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service