Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ความมุ่งมั่นตั้งใจไม่สามารถทำลายกำแพงแห่งกอฏอกอดัรไปได้หรอก

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สุขภาพ ภูมิปัญญา ไอที สาระประโยชน์ => การแพทย์ในอิสลาม => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กันยายน 24, 2012, 06:51:24 am


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ความมุ่งมั่นตั้งใจไม่สามารถทำลายกำแพงแห่งกอฏอกอดัรไปได้หรอก
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ กันยายน 24, 2012, 06:51:24 am
ความมุ่งมั่นตั้งใจไม่สามารถทำลายกำแพงแห่งกอฏอกอดัรไปได้หรอก(บทเรียนฮิกัม)


บบบ
ภาพ Burak Soylu  เฟสบุ๊ค

ท่านอิมาม อิบนุอะฏออิลแหละฮ์  กล่าวว่า 
 

سَوَابِقُ اْلهِمَمِ لَا تَخْرِقُ أَسْوَارَ اْلَأقْدَارِ

"ปณิธานที่แรงกล้า ไม่สามารถเจาะ(ทำลาย)บรรดากำแพงแห่งการกำหนดสภาวะได้หรอก"

 اْلهِمَمِ  (อัลฮิมัม) หมายถึง  ปณิธานความมุ่งมั่นตั้งใจที่อัลเลาะฮ์ทรงเปิดโอกาสให้แก่มนุษย์ในการย่างก้าวเข้าไปทำกิจการต่าง ๆ ของพวกเขา  เช่นการค้าขาย , อุตสาหะกรรม , การศึกษา , และอื่น ๆ  ซึ่งบรรดาความมุ่งมั่นตั้งใจนี้  แม้ว่าจะมีความมุมานะอยู่ในหัวใจสักแค่ใหน  มันก็ไม่สามารถเจาะทำลายบรรดากำแพงแห่งการกำหนดสภาวะของอัลเลาะฮ์ได้หรอก

เป้าหมายของท่านอิมามอิบนุอะฏออิลและฮ์นั้น  คือ  ท่านได้กล่าวว่า  โอ้ลูกหลานของอาดัม  ท่านจงบากบั่นทำงานตามที่ท่านชอบและจงแสวงหาผลลัพธ์ที่จะได้รับตามที่ท่านต้องการเถิด  และจงทำงานต่าง ๆ ตามที่อัลเลาะฮ์ทรงให้ท่านกระทำอยู่อย่างสุดความสามารถ  แต่จงรู้ไว้เถิดว่า  การงานต่าง ๆ ที่ท่านได้กระทำนั้น  ไม่ว่าจะทุ่มเทมากน้อยแค่ใหน  มันย่อมไร้ผลหากไปค้านกับการกำหนดสภาวะของอัลเลาะฮ์ตาอาลา

اَلْقَضَاءُ (กอฏออฺ)ของอัลเลาะฮ์  คือ  การรู้ของพระองค์ที่มีมาแต่เดิมเกี่ยวกับทุก ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ส่วนกอดัร الْقَدْرُ คือ  การดำเนินไปหรือการเกิดขึ้นของสรรพสิ่งต่าง ๆ โดยสอดคล้องกับการรู้ของอัลเลาะฮ์ที่มีมาตั้งแต่เดิม  ดังนั้น  การที่อัลเลาะฮ์ทรงรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ของจักรวาลก่อนที่มันจะเกิดขึ้นนั้น  เขาเรียกว่า  กอฏออฺ  และเมื่อเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้น (ตรงตามการรอบรู้ของอัลเลาะฮ์ตามตั้งแต่เดิม)  นั่นแหละเขาเรียกว่า กอดัร

บัดนี้  ขอวิเคราะห์ความสัมพันของคำพูดของท่านอิบนุอะฏออิลและฮ์ตรงนี้  ที่มีความเกี่ยวข้องกับฮิกัมที่ผ่านมา  กล่าวคือ : 

บางครั้งมีชายคนหนึ่งสนใจที่จะทำงานแสวงหาริสกี  แต่ปรากฏว่างานที่เขาจะทำนั้นไม่เป็นที่อนุญาตตามหลักศาสนา  จึงมีบุคคลหนึ่งเข้ามาตักเตือนให้เขาห่างไกลจากการทำงานดังกล่าวเนื่องจากไม่ถูกต้องตามหลักศาสนา  เขาจึงโต้แย้งว่า  การทำงานแสวงหาริสกีนั้นเป็นสิ่งที่ศาสนาส่งเสริม  อัลเลาะฮ์ตาอาลาทรงรังเกียจผู้ที่ไม่ยอมทำงาน  และบางครั้งเขาอาจจะกล่าวอีกว่า  “ฉันได้ยึดฮิกัมของท่านอิบนุอะฏออิลและฮ์  ที่ว่า  อัลเลาะฮ์ทรงทำให้อยู่ในโลกแห่งมูลเหตุ(โลกแห่งการทำงาน)  ดังนั้น  ฉันจึงจำเป็นต้องทำงานเช่นนี้”

คำตอบ :   คือขอหยิบยกฮิกัมของท่านอิบนุอะฏออิลและฮ์ดังต่อไปนี้  ที่ว่า :  

"ปณิธานที่มีอยู่ก่อนนั้น  ไม่สามารถเจาะ(ทำลาย)บรรดากำแพงแห่งการกำหนดสภาวะได้หรอก"

หมายถึงในขณะที่ท่านพบว่า  ตนเองกำลังจะทำงานที่ไม่อนุญาตตามหลักศาสนา  กล่าวคือท่านพบว่าตนเองอยู่ในเมืองหนึ่งที่มีสิ่งฮะรอมต่าง ๆ มากมาย  หลังจากนั้นก็ทำการพิจารณาใคร่ครวญ  ปรากฏว่าการที่ลงมือทำงานเช่นนี้จะนำพาไปสู่การกระทำสิ่งที่ฮะรอมทั้งหลาย  ฉะนั้น  จึงจำเป็นที่ท่านต้องวางมือจากการลงทุนหรือการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ทั้งหมด  และเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีสิ่งฮะรอมและไม่นำพาไปสู่การกระทำบาป  ดังนั้น  เมื่อชัยฏอนกล่าวแก่ท่านว่า  “นี้คือการทำงานที่อัลเลาะฮ์ทรงกำหนดมาเพื่อให้ท่านได้ริสกี  ซึ่งหากท่านปิดกั้นตนเองจากหนทางดังกล่าวแล้วจะได้รับอะไรมาทดแทนกระนั้นหรือ?”  ท่านก็จงกล่าวกับชัยฏอนนั้นว่า   “การค้าขายและการประกอบธุรกิจของฉันในเมืองนี้คือแหล่งที่มาของริสกีสำหรับฉันกระนั้นหรือ?  การประกอบธุรกิจในเมืองนี้เป็นแก่นแท้ของสาเหตุการให้ความอำนวยสุขและการมีชีวิตที่ดีสำหรับฉันกระนั้นหรือ?  และฉันจะไขว้เขวได้อย่างไร  ในเมื่อฉันได้ถูกลิขิตไว้แล้วและฉันก็ยังคงดำเนินชีวิตอยู่พร้อมกับคำตรัสของอัลเลาะฮ์ตาอาลา  ที่ว่า

إِنَّ اللَّهَ هُوَ الرَّزَّاقُ ذُو الْقُوَّةِ الْمَتِينُ

“แท้จริงอัลเลาะฮ์  พระองค์ทรงประทานโชคผลยิ่ง  พระองค์ทรงพลานุภาพ  ทรงมั่นคงที่สุด” อัซซาริยาต 58

และคำตรัสของพระองค์ความว่า

فَابْتَغُوا عِندَ اللَّهِ الرِّزْقَ

 "ดังนั้นพวกท่านทั้งหลายจงแสวงหาปัจจัยยังชีพ(ริสกี)จากอัลเลาะฮ์เถิด" อัลอังกะบูต 17 

ท่านนบี  มุฮัมมัด  ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวไว้  ความว่า

إِنَّ أَحَدَكُمْ يُجْمَعُ خَلْقُهُ فِي بَطْنِ أُمِّهِ أَرْبَعِينَ يَوْمًا ثُمَّ يَكُونُ فِي ذَلِكَ عَلَقَةً مِثْلَ ذَلِكَ ثُمَّ يَكُونُ فِي ذَلِكَ مُضْغَةً مِثْلَ ذَلِكَ ثُمَّ يُرْسَلُ الْمَلَكُ فَيَنْفُخُ فِيهِ الرُّوحَ وَيُؤْمَرُ بِأَرْبَعِ كَلِمَاتٍ بِكَتْبِ رِزْقِهِ وَأَجَلِهِ وَعَمَلِهِ وَشَقِيٌّ أَوْ سَعِيدٌ

“แท้จริง  คนหนึ่งจากพวกท่านนั้น  การกำเนิด(ก่อตัวขึ้นมา)ของเขาจะถูกอยู่ในครรภ์มารดาของเขาโดยใช้เวลาถึง 40 วัน  หลังจากนั้นในสิ่งดังกล่าว(คืออยู่ในครรภ์มารดา 40 วัน) เขาก็กลายเป็นก้อนเลือดเฉกเช่นดังกล่าว(คือในช่วง 40 วัน)  หลังจากนั้นในสิ่งดังกล่าว(คือในการเป็นก้อนเลือด 40 วัน)  เขาก็จะกลายเป็นก้อนเนื้อ(ที่เป็นรูปร่าง)เฉกเช่นดังกล่าว(คือในช่วง 40 วันเช่นกัน)  หลังจากนั้น  มาลาอิกะฮ์จึงถูกส่งมา  แล้วทำการเป่าวิญญานในมัน  และถูกบัญชาให้บันทึก 4 ประการ  คือบันทึกปัจจัยยังชีพ(ริสกี)ของเขา  , บันทึกวาระที่เขาจะตาย , บันทึกการปฏิบัติของเขา , และบันทึกว่าเขาเป็นคนดีหรือคนเลว”

ดังนั้น  ริสกีที่ท่านจะได้รับ   ได้ถูกบันทึกไว้ในการรอบรู้ของอัลเลาะฮ์แล้ว  ซึ่งถือว่าอยู่ในการกำหนด(กอฏออฺ)ของพระองค์  และต่อไปท่านจะได้จากอัลเลาะฮ์ซึ่งริซกีที่พระองค์ทรงบันทึกสำหรับท่านจากการรู้ของพระองค์มาแต่เดิมแล้ว  ซึ่งตรงนี้ก็คือกอดัรของอัลเลาะฮ์ที่เกิดขึ้นโดยสอดคล้องกับกอฏออฺของพระองค์

สำหรับการทุ่มเทเพียรพยายามของท่านในการค้าขายหรือประกอบธุรกิจ  ก็เป็นเพียงตัวรับใช้ให้กับสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในกอฏออฺของอัลเลาะฮ์(คือความรอบรู้ของอัลเลาะฮ์)  และเป็นตัวรับใช้ให้กับกอดัรของพระองค์ซึ่งมันจะเกิดขึ้นโดยสอดคล้องกับความรอบรู้ของพระองค์ที่มีมาแต่เดิมนั่นเอง

ดังนั้น  ท่านจงกล่าวกับชัยฏอนที่กำลังทำให้ท่านคลางแคลงสงสัยว่า : เมื่ออัลเลาะฮ์ทรงกำหนดให้ฉันมีความร่ำรวยและมีริสกีอย่างสมบูรณ์มาแล้ว  ต่อไปสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดให้แด่ฉัน  มันก็จะติดตามฉัน  ไม่ว่าจะไปที่ใดและอยู่ที่ใหนก็ตาม  และถ้าหากอัลเลาะฮ์ทรงกำหนดแก่ฉัน(โดยทรงรู้แต่เดิมแล้วว่า)ได้มีริซกีและมีทรัพย์สินน้อย  ต่อไปทรัพย์สินก็คงเหลือน้อยตามที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ไม่ว่าฉันจะมีชีวิตอยู่อย่างไรหรือจะมีโครงการลงทุนทำธุรกิจมากมายเพียงใดก็ตาม  ดังกล่าวนั้นเพราะ “ปณิธานที่มีอยู่ก่อนนั้น  ไม่สามารถเจาะ(ทำลาย)บรรดากำแพงแห่งการกำหนดสภาวะได้หรอก”

แต่อาจจะมีบุคคลหนึ่งตั้งคำถามว่า  เหตุใดเราต้องลงมือทำงาน  ทั้งที่ไม่สามารถเจาะกำแพงแห่งการกำหนดสภาวะได้?  และเหตุใดต้องลำบากตรากตรำทำงานแสวงหาริสกี?

ตอบ :  แท้จริงท่านจะอยู่ในสองสภาวะกาารณ์

1. การทำงานต่าง ๆ อาจจะห่างไกลจากท่านหรือยังไม่สามารถหางานทำได้อย่างสะดวก  ดังนั้นท่านก็อยู่ในสภาวะแห่งการ التجريد  (อัตตัจญ์รีด) ปลดเปลื้องตนเองโดยมุ่งเน้นทำอิบาดะฮ์  และถูกใช้ให้ทำการน้อมรับและรอคอยจนกว่าพระองค์จะประทานทางออกให้

2. บรรดาการงานต่าง ๆ พร้อมสรรพอยู่ต่อหน้าและรอบ ๆ ตัวท่าน  ดังนั้นจึงสมควรทำการตอบรับและลงมือทำงาน  เพราะอัลเลาะฮ์ประสงค์ที่จะให้ท่านดำรงอยู่ในสภาวะของการทำงาน  ฉะนั้นการมุ่งลงมือทำงานต่าง ๆ ถือว่าเป็นหน้าที่ที่พระองค์ทรงให้เราดำรงอยู่บนมันและทรงใช้ให้เรากระทำมัน  ซึ่งในแก่นแท้แล้ว  เราได้ลงมือกระทำพร้อมกับอัลเลาะฮ์ไม่ใช่พร้อมกับตัวงานที่กระทำ  และผลต่าง ๆ ที่ได้รับนั้น  ย่อมมาจากอัลเลาะฮ์  มิใช่มาจากตัวของการงานนั้น  (หมายถึงผลการทำงานนั้นเพราะอัลเลาะฮ์คือผู้ให้ความสำเร็จ  มิใช่เพราะตัวของงานเพราะหากเป็นตัวของงาน ทุกคนต้องทำงานสำเร็จ)  ซึ่งดังกล่าวนี้  ย่อมหมายถึง  การงาานต่าง ๆ คือตัวที่มารับใช้หรือสนองกอฏออฺและกอดัรของอัลเลาะฮ์  (หมายถึงเมื่ออัลเลาะฮ์ทรงรู้มาแล้วว่า การงานนี้ต้องดำเนินไปอย่างนั้น  ผลที่เกิดขึ้นก็ต้องเป็นอย่างนั้น)  มิใช่กอฏออฺและกอดัรเป็นผู้รับใช้การงานต่าง ๆ  (หมายถึงมิใช่ทำงานก่อนแล้วกอฏออฺและกอดัรติดตามมา)  และนี้ก็คือความหมายของฮิกัมที่ท่านอิบนุอะฏออิลและฮ์ได้กล่าวไว้

อนึ่ง  ความสัมพันระหว่างหลักปฏิบัติ(ชาริอะฮ์)ที่อัลเลาะฮ์ตาอาลาทรงบังคับแก่เรานั้น  ต้องดำเนินไปพร้อม ๆ กับแก่นแท้ของอีหม่านที่อัลเลาะฮ์ทรงสอนแก่เราไว้ในคำบัญชาของพระองค์  เช่นเหตุการณ์ของพระนางมัรยัมในขณะที่การเจ็บครรภ์  นางต้องไปที่ต้นอินทผาลัม  พระองค์จึงตรัสบัญชาว่า 

وَهُزِّي إِلَيْكِ بِجِذْعِ النَّخْلَةِ تُسَاقِطْ عَلَيْكِ رُطَباً جَنِيّاً

“และเธอจงเขย่าลำต้นอินทผลัมมายังตัวเธอเถิด  แล้วมันจะร่วงมาให้เธอซึ่งผลอินทผลัมสด(เพื่อเธอได้รับประทาน”  มัรยัม 25

ขณะนั้นต้นอินทผลัมแห้งปราศจากผล  แต่แล้วอัลเลาะฮ์ทรงให้มันเจริญงอกงามและมีผลอินทผลัมสดออกมา  จึงไม่สงสัยเลยว่านั่นคือกะรอมัตเหนือธรรมชาติที่พระองค์ทรงมอบให้แก่นาง  พระองค์ทรงสามารถที่จะให้ผลอินทผลัมตกลงมาอยู่ในอ้อมอกของนางในช่วงเวลาใดก็ได้ตามที่พระองค์ทรงประสงค์  ซึ่งทั้ง ๆ ที่เราทั้งหมดต่างมั่นใจแล้วว่าความเดชาสามารถของพระองค์ทรงทำให้มันเป็นไปได้  แต่ทว่าพระองค์ก็ตรัสบัญชาแก่นางว่า

وَهُزِّي إِلَيْكِ بِجِذْعِ النَّخْلَةِ

“และเธอจงเขย่าลำต้นอินทผลัมมายังตัวเธอเถิด”  มัรยัม 25

แต่กระนั้น  บางทีมือของนางที่หมดเรี่ยวแรงอาจจะไม่ทำให้ลำต้นอันทผลัมอันแข็งเกร่งเคลื่อนไหวได้เลย  แต่ทว่ามันเป็นภาระหน้าที่ที่อัลเลาะฮ์ทรงบัญชาให้นางกระทำ  จึงสมควรที่นางต้องดำเนินการตามระเบียบคำสั่ง  เพื่อแสดงถึงการยอมจำนนและมีมารยาทต่อคำแนะนำแห่งพระเจ้า  และน้อมรับในความเป็นทาสบ่าวที่มีต่ออัลเลาะฮ์ตาอาลา

และหากมีบุคคลหนึ่งถามว่า  “เมื่อเราป่วย  แล้วเราจะทำอย่างไร?  ทั้งที่เรารู้ว่าไม่สามารถจะฝืนการกำหนดสภาวะกอฏออฺและกอดัรของอัลเลาะฮ์ได้  หรือว่าไม่ต้องทานยา  เพราะเชื่อว่าอัลเลาะฮ์ทำกำหนดให้หาย?”   ขอตอบว่า : การที่เราจะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดพร้อมกับเชื่อมั่นในอัลเลาะฮ์นั้น  ต้องเกี่ยวพันธ์กับคำบัญชาใช้ของพระองค์และต้องปฏิบัติตามระเบียบที่อัลเลาะฮ์ทรงวางไว้ให้กับสารบบแห่งจักรวาลนี้   หมายถึง  พระองค์ทรงบัญชาใช้แก่เราว่า  หากเราหิวก็ต้องกิน  เมื่อเรากระหายก็ต้องดื่ม  หากเราป่วยก็ต้องหายามารับประทาน  และพระองค์ทรงบัญชาใช้ให้เราปกป้องรักษาและระวังจากสิ่งที่ทำให้เกิดโรค  ความเจ็บป่วย  และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตัวเรา  หลังจากนั้นพระองค์ทรงบัญชาใช้ให้เรายาเกนมั่นใจว่าพระองค์ทรงสร้างทุก ๆ สิ่ง และทรงใช้ให้เราปฏิบัติตามหน้าที่ที่พระองค์ทรงบัญชาใช้ 

أَلاَ لَهُ الْخَلْقُ وَالأَمْرُ

"พึงทราบเถิด! พระองค์ทรงสิทธิ์บันดาลและบัญชา" อัลอะอฺร๊อฟ : 54

ดังนั้น  ถ้าหากเราป่วยแล้วทานยา แสดงว่าเราได้ทำตามกฏระเบียบที่อัลเลาะฮ์ทรงวางไว้ให้แก่มนุษย์  หากพระองค์ทรงรู้มาก่อนแล้วว่าไม่หายป่วย (กอฏออฺ) โรคก็จะไม่หายตามนั้น(กอดัร)  แต่เราให้ริฏอพอใจต่อสิ่งที่พระองค์กอฏออฺกอดัร และให้มีความอดทน  ซึ่งพระองค์จะตอบแทนผู้ที่อดทนอย่างคณานับไม่ได้  แต่หากพระองค์ทรงให้หายจากป่วย  หัวใจของเราก็จงยาเกนมั่นใจว่ามันเป็นกอฏออฺกอดัรที่พระองค์ทรงประทานความโปรดปรานแก่เรา  หลังจากนั้น  ลิ้นของเราก็จำเป็นต้องทำการสรรเสริญและชุโกรต่ออัลเลาะฮ์ตาอาลา

วัลลอฮุอะลัม
   ที่มา


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service