Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - สูตรของกิ๋นบ้านเฮาเข้ามาผ่อเน้อ

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สุขภาพ ภูมิปัญญา ไอที สาระประโยชน์ => สูตรอาหาร การกิน => ข้อความที่เริ่มโดย: อับดุลการีม ที่ สิงหาคม 29, 2010, 12:51:35 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: สูตรของกิ๋นบ้านเฮาเข้ามาผ่อเน้อ
เริ่มหัวข้อโดย: อับดุลการีม ที่ สิงหาคม 29, 2010, 12:51:35 pm
แกงฮังเล




แกงฮังเล มี ๒ ชนิด คือ แกงฮังเลม่าน และ แกงฮังเลเชียงแสน เชื่อกันว่าแกงฮังเลเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่าในตั้งแต่สมัยอดีต
แกงฮังเลม่าน เครื่องปรุง เนื้อหมูสามชั้นติดมัน หรือกระดูกซี่โครงบ้างปนกัน ขิงหั่นฝอย มะขามเปียก(หากมีกระท้อนจะใช้กระท้อนแทนมะขามเปียกยิ่งดี) กระเทียมดองแกะเป็นกลีบ ถั่วลิสงคั่วกระเทาะเปลือกแล้ว พริกแห้ง ๗-๙ เม็ด เกลือ กะปิ ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผงแกงฮังเล

วิธีทำ นำพริกแห้ง เกลือ หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ มาโขลกกันเป็นเครื่องแกง เนื้อหมูหั่นเป็นท่อน ๆ ขนาดกว้างประมาณ ๒ x ๓ นิ้ว แล้วนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับเครื่องแกงและผงฮังเลหมักทิ้งไว้ประมาณ ๓๐ นาที แล้วนำใส่หม้อขึ้นตั้งไฟจนเดือด อาจเติมน้ำลงไปอีกเล็กน้อย (บางสูตรจะนำไปผัดก่อนแล้วเติมน้ำอีกเล็กน้อย) เคี่ยวจนเปื่อยจนเหลือน้ำขลุกขลิก จากนั้นนำมะขามเปียก ถั่วลิสง ขิง เติมลงไป ถ้าชอบหวานก็ใส่น้ำตาลหรือน้ำอ้อยลงไปด้วย แกงฮังเลที่ได้จะมีสีน้ำตาลแดง เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม มีน้ำขลุกขลิก รสไม่จัด อมเปรี้ยว เค็มนำ รสเผ็ดตาม

แกงฮังเลเชียงแสน แตกต่างจากแกงฮังเลม่านตรงที่มีถั่วฝักยาว มะเขือยาว พริกสด หน่อไม้ส้ม(หน่อไม้ดองเปรี้ยว) งาขาวคั่ว เพิ่มเข้ามา

วิธีทำ ขั้นตอนเช่นเดียวกับแกงฮังเลม่านแต่ในขณะเคี่ยวแกงนั้นจะใส่หน่อไม้ส้ม เมื่อจวนจะยกลงก็ใส่ถั่วฝักยาว(หั่นเป็นท่อน ๆ ) มะเขือยาว(หั่น) พริกสด(ผ่าซีกหรือซอยหยาบ ๆ ) ก่อนยกลงใส่น้ำมะขามเปียก ขิง และงาขาวคั่ว บางสูตรจะต้มหมูกับหน่อไม้ดองรวมกันก่อน แล้วจึงใส่เครื่องแกงและเครื่องปรุงอื่น ๆ ตามลำดับ
http://www.lannaworld.com/food/k_hlae.htm



น้ำพริกปลา ("น้ำพิกป๋า")

เครื่องปรุง พริกสด ๓-๕ เม็ด หัวหอม ๒ หัว กระเทียม ๑ หัว กะปิ ครึ่งช้อนโต๊ะ(หรือปลาร้า) ปลาช่อน ๑ ตัว ต้นหอม ผักชี ตะไคร้
วิธีทำ ต้มน้ำใส่ตะไคร้จนเดือด ใส่ปลา (ขอดเกล็ด)เติมกะปิหรือปลาร้าจนปลาสุก ขณะรอปลาสุกนั้นก็เอาพริกหัวหอม กะเทียม ย่างไฟให้สุก แล้วแกะเอาเปลือกออก ใส่ครกโขลกพร้อมกันกับเนื้อปลาต้มจากนั้นเอาน้ำที่ได้จาการต้มปลามาเติมให้ขลุกขลิก แล้วปรุงรสตามชอบ เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยผักชี ต้นหอมหั่นฝอย สำหรับผู้ที่ชอบรสเปรี้ยวจะบีบมะนาวผสมเล็กน้อยก็ได้ บางสูตรก็มีการนำปลาไปย่างไฟก่อนต้มหรือย่างปลาให้สุกโดยไม่ต้องต้ม จะทำให้ลดความคาวของปลา
ผักที่ใช้จิ้มกับน้ำพริกมียอดผักแว่น ยอดกะถิน กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักบุ้ง มะเขือเปราะถั่วฝักยาว ถั่วพู และผักขึ้นตามทุ่งนาหน้าฝน เช่น ผักฮิน (ผักขาเขียด) ผักฅวบ (สันตะวา) ผักปุมปลาซึ่งผักกับ ดังกล่าวจะกินสดหรือต้มก็ได้

พบว่าน้ำพริกปลาในปริมาณ ๑๐๐ กรัม มี ๗๕.๘๘ แคลอรี โปรตีน ๙.๒๐ กรัม ไขมัน ๑.๗๓ กรัม คาร์โบไฮเดรท ๕.๓๗ กรัม แคลเซียม ๔๘.๔๓ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๑๒๗.๖๔ มิลลิกรัม เหล็ก ๓.๘๐ มิลลิกรัมวิตามินเอ๖๑.๐๙อาร์อี วิตามินบีหนึ่ง ๐.๑๕ มิลลิกรัม วิตามินบีสอง ๐.๐๕ มิลลิกรัม ไนอะซิน ๑.๑๙มิลลิกรัม และ วิตามินซี ๖๐.๐๖ มิลลิกรัม

หมายเหตุ : หากจะใช้ปูนาต้ม หมูสับ หรือจิกุ่ง(จิ้งหรีด)ต้มแทนปลาก็ได้ ชื่อน้ำพริกก็จะเปลี่ยนไปตามนั้น เช่น น้ำพริกปู น้ำพริกจิกุ่ง น้ำพริกชิ้นหมู เป็นต้น สำหรับน้ำพริกเนื้อหมู หากจะใส่มะเขือเทศลูกเล็กก็มีรสชาติอร่อยดีเช่นกัน แต่ต้องเอาห่อใบตองหมกไฟให้สุกเสียก่อน
http://www.lannaworld.com/food/nampigpa.htm



กระบอง

เครื่องปรุงของกระบองประกอบด้วย ฟักทองประมาณครึ่งกิโลกรัม มะพร้าวขูดจำนวนเล็กน้อย กะทิประมาณ ๑ ถ้วยตวง แป้งข้าวจ้าวและน้ำมันประมาณ ๒ ถ้วยตวง พริกแกงคั่ว น้ำตาลทราย และ งาคั่วจำนวนเล็กน้อย สำหรับน้ำจิ้มกระบองมีเครื่องปรุงคือ น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือป่น และ พริกสดโขลกละเอียดและถั่วลิสงคั่วบุบพอแตกผสมคลุกเคล้ากันอย่างละเล็กละน้อย ยกตั้งไฟพอเดือด แล้วยกลง ตักใส่ถ้วยน้ำจิ้ม โรยด้วยถั่วลิสง
วิธีปรุงกระบอง จะเริ่มจากการปอกเปลือกฟักทอง เฉือนไส้ออก หั่นเป็นเส้น ๆ ความหนาและ ความยาวพอประมาณ จากนั้นนวดแป้ง กะทิ น้ำพริกแกง น้ำตาล เกลือ และมะพร้าวขูดเข้าด้วยกันให้ข้นพอชุบติด (ถ้าข้นเกินไปให้เติมกะทิ) แล้วจึงใส่ฟักทองลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว เมื่อน้ำมันในกะทะที่ ตั้งไฟไว้ร้อนได้ที่ จึงนำส่วนผสมลงทอดให้เหลืองและตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ฟักทองจะเกาะติดกันเป็น แพสีน้ำตาลอ่อน ผิวข้างนอกกรอบ รสชาติเผ็ดและเค็มเล็กน้อย

http://www.lannaworld.com/food/kngrbong.htm

จจ


ตำกุ้ง

เครื่องปรุง กุ้งฝอยสด ๒-๓ ขีด มะนาว เครื่องน้ำพริกใช้เหมือนยำชิ้นไก่ คือประกอบด้วย เกลือ ๑ช้อนชา พริกแห้ง ๔-๖ เม็ด หัวหอม ๑ หัว กะเทียม ๕ กลีบ กะปิ ๑/๒ ช้อนโต๊ะ ข่า ๓-๕ แว่น ตะไคร้ ๑/๒ ต้น บ่าแขว่น ๗-๙ เม็ด ดีปลี ๑/๒ เม็ด
วิธีทำ กุ้งฝอยสดล้างน้ำให้สะอาดพริกแห้ง กะปิ ดีปลี มะแขว่น ย่างพอหอม หัวหอมกระเทียม และตะไคร้ นำไปหมกไฟ โขลกเครื่องน้ำพริกทั้งหมดเข้าด้วยกันพอละเอียด นำกุ้งลงตำคลุกเคล้าจนได้ที่ เติมน้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย อาจโรยด้วยต้นหอมผักชีหรือไม่ก็ได้
การรับประทานตำกุ้งต้องมีผักกับ คือผักจิ้ม มีหลายชนิดเหมือนกับลาบชิ้น เช่น ผักไผ่ สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว ผักชี ฯลฯ แต่ผักที่นิยมกินกับตำกุ้งโดยเฉพาะคือ ยอดมะกอก


พบว่าในตำกุ้งปริมาณ ๑๐๐ กรัม มี ๙๗.๔๑ แคลอรี โปรตีน ๑๒.๑๓ กรัม ไขมัน ๒.๙๒ กรัม คาร์โบไฮเดรท๕.๖๐กรัม แคลเซียม๘๒๙.๙๕ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๒๑๘.๕๘ มิลลิกรัม เหล็ก ๑๘.๕๑ มิลลิกรัม วิตามินเอ ๓๖๘.๓๘ อาร์อี วิตามินบีหนึ่ง ๐.๐๗ มิลลิกรัม วิตามินบีสอง ๐.๔๘ มิลลิกรัม ไนอะซิน ๒.๘๐ มิลลิกรัม และ วิตามินซี ๕.๖๙ มิลลิกรัม
http://www.lannaworld.com/food/p_shrimp.htm


ยย

ยำหน่อไม้ไล่

ในฤดูฝน หน่อไม้มีมากโดยเฉพาะหน่อไล่ (ไม้ไผ่ป่าชนิดหนึ่ง) ตามตลาดจึงมีผู้เอาหน่อไม้ไล่ต้มมาขายเสมอ หน่อไม้ไล่นี้นอกจากใช้จิ้มน้ำพริก ยังสามารถดัดแปลงเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น นำมาผัด ยำ หรือหมักอย่างแหนม เป็นต้น
สำหรับวิธียำหน่อไม้ไล่ ให้เอาหน่อไม้มาแกะและล้างให้สะอาดแล้วใช้ซ่อมหรือไม้แหลม ๆ ยักให้เป็นฝอยเตรียมไว้ เอาพริกสด(พริกหนุ่ม) หัวหอม กระเทียมหมกไฟแล้วเอามาโขลกเข้าด้วยกัน แล้วตักออกใส่ชามเตรียมไว้ เอาน้ำต้มปลาร้าหรือกะปิให้ข้น ๆ ลงแล้วเอาหน่อไม้ที่ทำเป็นฝอยแล้วนั้นลงคนไปด้วยคนให้ทั่วชิมดูรส หั่นยอดใบขิงหรือปูเลย(ไพล) ต้นหอมและผักชี โรยหน้า หากมีแคบหมูสับหยาบ ๆ โรยด้วยก็จะชูรสยิ่งขึ้น บางคนชอบใส่ "น้ำปู"(คือเอาปูมาตำ แล้วเอาน้ำนั้นเคี่ยวจนมีกลิ่นคล้ายกะปิ เรียกว่าน้ำปู ใช้ตำน้ำพริกแทนกะปิได้) ก็เติมน้ำปูลงไปอีก
บางสูตรจะใส่หมูสับด้วย โดยต้มพร้อมกับปลาร้าสับ จากนั้นจึงค่อยนำมาคลุกเคล้ากับน้ำพริกและหน่อไม้

พบว่ายำหน่อไล่ในปริมาณ ๑๐๐ กรัม มี ๔๕.๘๖ แคลอรี โปรตีน ๔.๘๘ กรัม ไขมัน ๑.๓๔ กรัม คาร์โบไฮเดรท๓.๔๘ กรัม แคลเซียม ๖๙.๖๓ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๗๔.๘๑ มิลลิกรัม เหล็ก ๑.๘๒ มิลลิกรัม วิตามินเอ ๒๑.๖๐ อาร์อี วิตามินบีหนึ่ง ๐.๐๕ มิลลิกรัม วิตามินบีสอง ๐.๑๖ มิลลิกรัม ไนอะซิน ๐.๕๔ มิลลิกรัม และ วิตามินซี ๑๙.๖๙ มิลลิกรัม


http://www.lannaworld.com/food/s_shoot.htm


หัวข้อ: Re: สูตรของกิ๋นบ้านเฮาเข้ามาผ่อเน้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ramma ที่ สิงหาคม 29, 2010, 08:39:39 pm
น้ำพริกตาแดง (น้ำพริกแดง)




เครื่องปรุง พริกแห้งเลือกเม็ดแดง ๆ สัก ๗-๑๐ เม็ด ปลาย่าง ๑ ตัว หัวหอม ๒ หัว กะเทียม ๑ หัว ปลาร้า ๑ ช้อนโต๊ะ เกลือ (จะใส่กะปิก็ได้ ๑/๒ โต๊ะ)
วิธีทำ เอาพริกเสียบไม้ ย่างไฟสูง ๆ เรียกว่า "พิงไฟ" พอกรอบและหอมอย่าให้ดำ แล้วเอาหัว กะเทียมหัวหอมหมกไฟพอสุก แกะเปลือกออก กะปิย่างไฟ ปลาร้าสับห่อใบตองหมกไฟให้สุก ปลานั้นนำไปปิ้งไฟให้หอมเอาเครื่องปรุงทุกอย่างโขลกด้วยกันให้ละเอียด จนมีลักษณะเหนียว อาจเก็บไว้ในกระปุก ซึ่งสมัยก่อนมักเอาใบตองแห้งห่อไว้ สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือน

เนื่องจากน้ำพริกแดงสามารถเก็บไว้ได้นาน จึงนิยมนำไปกินในทุ่งนา ป่า ไร่ สวน หรือการเดินทางไกล เมื่อเก็บไว้นานอาจมีลักษณะแห้ง ดังนั้นเมื่อจะรับประทานจะเอาน้ำใส่แล้วคนให้มีลักษณะเหนียวหรืออาจบีบเอาน้ำจากผลมะกอกเติมก็ได้ โดยทั่วไปการกินน้ำพริกแดงจะต้องมีผักนึ่งเช่นผักกาด กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ถั่วผักยาว ถั่วพู มะเขือ อาจมีชิ้นปิ้ง คือเนื้อปิ้ง บ้างชอบรับประทานพร้อมกับจอผักกาด

พบว่าน้ำพริกตาแดง ในปริมาณ ๑๐๐ กรัม มี ๑๔๗.๓๗ แคลอรี โปรตีน ๑๐.๑๔ กรัม ไขมัน ๕.๒๒ กรัม คาร์โบไฮเดรท ๑๔.๙๔ กรัม แคลเซียม ๙๗.๔๘ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๑๗๙.๗๙ มิลลิกรัม เหล็ก ๗.๔๑ มิลลิกรัม วิตามินเอ ๑๕๓๙.๘๗ อาร์อี วิตามินบีหนึ่ง ๐.๑๐ มิลลิกรัม วิตามินบีสอง ๐.๒๕ มิลลิกรัม ไนอะซิน ๓.๒๓ มิลลิกรัม และ วิตามินซี ๑๐.๕๐ มิลลิกรัม
http://www.lannaworld.com/food/nampigtadang.htm


แกงอ่อม
    
   
   
   แกงอ่อมเป็นแกงประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อควาย ไก่ หรือจำพวกครัวใน คือเครื่องใน ของวัว ควาย หมู เป็นต้น จะเรียกชื่อแกงอ่อมตามเนื้อที่เอามาแกง เช่น แกงอ่อมไก่ แกงอ่อมชิ้นงัว แกงอ่อมครัวในหมู แกงอ่อมครัวในงัว แกงอ่อมครัวในฅวาย เป็นต้น
   เครื่องปรุง พริกแห้ง ๕-๗ เม็ด หัวหอม ๒-๓ หัว กะเทียม ๑ หัว ข่า ๕-๗ แว่น ตะไคร้หั่น ๑ ต้น รากผักชี เม็ดผักชี กะปิ ปลาร้า ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง และเนื้อสัตว์ที่จะนำมาแกง
   วิธีทำ นำพริกแห้งหัวหอม กะเทียม ข่า(หั่นเป็นแว่น) ตะไคร้(หั่น) กะปิ ปลาร้า ใส่ลงในครกโขลกรวมกัน ใส่รากผักชีและเม็ดผักชี พอให้มีกลิ่นหอม ส่วนเนื้อสัตว์เอาหั่นเป็นชิ้น ๆ เมื่อเตรียมเครื่องแกงเรียบร้อยแล้วอาน้ำมันหมูใส่กะทะตั้งไฟ เอาเครื่องแกงลงผัดพร้อมด้วยเนื้อสัตว์คนให้เข้ากันดี ใช้ไฟร้อนกลาง ๆ แล้วเติมน้ำลงไปพอสมควรแล้วเคี่ยวต่อไปจนเนื้อนุ่ม เมื่อได้ที่แล้วเอาใบมะกรูดหั่นหรือฉีกใส่ลงพร้อมกับผักชีฝรั่งหั่นเป็นท่อนสั้น ๆ ไปเพื่อให้มีกลิ่นหอม
   แกงอ่อมนี้บางสูตรจะใส่ขมิ้นด้วย พบว่าบางคนนิยมใส่ใบโกสนลงไปให้มีรสหวานเล็กน้อย ถ้าแกงอ่อมไก่บางคนอาจเติมใบอ่อนของน้อยหน่า ถ้าเป็นแกงอ่อมวัวควาย ผู้ที่ชอบรสขมอาจใส่น้ำดีหรือน้ำเพี้ย(กากอาหารที่ค้างในลำไส้วัวควาย) ลงไปด้วยก็ได้ แกงอ่อมนี้หากจะเพิ่มปริมาณ โดยแกงใส่ฟักหม่น (ฟักเขียว)หรือหยวกกล้วย ลงไปก็จะกลายเป็น แกงฟักหม่น หรือ แกงหยวก ทันที
   แกงอ่อมนี้ถือว่าเป็นอาหารยอดนิยม หรือเป็นอาหารชั้นดีอย่างหนึ่งในบรรดาอาหารล้านนาทั้งหลาย โดยเฉพาะในเทศกาล งานเลี้ยงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ มักจะมีการทำแกงอ่อมเลี้ยงกันเสมอโดยเฉพาะในการเลี้ยงผีแล้วจะขาดแกงอ่อมไม่ได้
   พบว่าในแกงอ่อมชิ้นฅวาย ในปริมาณ ๑๐๐ กรัม มี ๑๒๖.๗๓ แคลอรี โปรตีน ๑๔.๙๐ กรัม ไขมัน ๕.๒๕ กรัม คาร์โบไฮเดรท ๓.๙๒ กรัม แคลเซียม ๕๙.๐๕ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๒๑๑.๗๔ มิลลิกรัม เหล็ก๓.๙๔ มิลลิกรัม วิตามินเอ ๒๑๖.๔๖ อาร์อี วิตามินบีหนึ่ง ๐.๐๕ มิลลิกรัม วิตามินบีสอง ๐.๑๕ มิลลิกรัม ไนอะซิน ๓.๓๗ มิลลิกรัม และ วิตามินซี ๒.๘๐ มิลลิกรัม

   http://www.lannaworld.com/food/k_aum.htm
   
   
   น้ำพริกอี่เก๋
   

   
      
      เครื่องปรุง มะเขือขื่นแก่ ๑ขีด พริกสดหรือพริกชี้ฟ้าสีแดง ๕ เม็ด หัวหอม ๒ หัว กระเทียม๕ กลีบ กะปิ ๑ ช้อนโต๊ะ แคบวัว ๑ ขีด น้ำปลา มะนาว ผักชี ต้นหอม
      
      วิธีทำ ผ่ามะเขือล้างน้ำเอาแต่เมล็ด ใส่กระชอนพักไว้ โขลกพริก หัวหอม กระเทียม กะปิให้เข้ากัน เอาแคบวัวใส่โขลกให้ละเอียดใส่เมล็ดมะเขือขื่นที่เตรียมไว้ บีบมะนาว เติมน้ำปลาเล็กน้อย ชิมดูให้มีรสเปรี้ยวเผ็ดและเค็มเล็กน้อย ตักออกใส่ชามและโรยหน้าด้วยผักชีต้นหอม

      http://www.lannaworld.com/food/nampigegke.htm


หัวข้อ: Re: สูตรของกิ๋นบ้านเฮาเข้ามาผ่อเน้อ
เริ่มหัวข้อโดย: abuamen ที่ สิงหาคม 29, 2010, 09:13:17 pm
เข้าหนมจ๊อก

ึึถถ

ขนมจ็อกหรือขนมเทียน มีเครื่องปรุงประกอบด้วย แป้งข้าวเหนียว มะพร้าวขูด น้ำอ้อย (ก้อน) ๘ ขีด (ถ้าชอบรสหวานสามารถเพิ่มได้อีก) ใบตอง (กล้วยตานีหรือกล้วยน้ำว้า)และน้ำมัน หมูหรือ น้ำมันพืช
ขนมจ็อกหรือขนมเทียนมีวิธีทำง่าย ๆ คือขั้นแรก นวดแป้งด้วยน้ำจนเหนียวพอปั้นได้ จากนั้น เคี่ยวน้ำอ้อยพอเป็นยางมะตูม (ใช้ไฟอ่อน) แล้วใส่มะพร้าวลงไปเคี่ยว หมั่นคนอยู่เสมอจนกระทั่งหอม และเหนียวจึงยกลง ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดพอคำ จากนั้นปั้นแป้งที่คลุกไว้ให้มี ขนาดโตกว่าไส้ขนมที่ปั้นไว้แล้วสักเล็กน้อย กดแป้งที่ปั้นไว้ให้แบนเป็นรูปวงกลมโดยวางไส้ขนมไว้ ตรงกลาง บีบแป้งหุ้มให้ทั่วและปั้นให้กลมเพื่อที่จะนำมาห่อในใบตองต่อไป ใบตองที่จะนำมาห่อ ขนมจ็อกนี้ หลังจากทำความสะอาดแล้วต้องฉีกกะขนาดให้พอที่จะห่อขนมได้ เจียนหัวและท้ายแล้วทา น้ำมันมะพร้าว น้ำมันหมูหรือน้ำมันพืชก็ได้ ขั้นสุดท้ายนำขนมที่ห่อเรียบร้อยมาวางเรียงใส่ลังนึ่งแล้ว นึ่งจนสุก
http://www.lannaworld.com/food/knjok.htm



ยำหนังฮอ



เครื่องปรุง หนังวัวหรือหนังควายที่หั่นบาง ๆ ๓ ถ้วยตวง ต้นหอม ๒ ช้อนโต๊ะ ผักี ๒ ช้อนโต๊ะ งาขาวคั่ว ๑ ช้อนโต๊ะ
เครื่องน้ำพริก พริกแห้ง ๕ เม็ด หอมแดง ๓ ช้อนโต๊ะ กระเทียม ๒ ช้อนนโต๊ะ กะปิหยาบ ๑/๒ ช้อนโต๊ะ ปลาร้า ๑ ช้อนโต๊ะ เกลือ ๑/๒ ช้อนชา ขมิ้น ๑/๒ ช้อนชา ข่า ๑ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำหนังฮอ (ฮอ แปลว่า ทำให้บาง ทำให้ละเอียด) มาแช่น้ำให้นิ่ม หรือใช้วิธีต้มก็ได้แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ต้นหอม ผักชี หั่นหยาบ โขลกเครื่องน้ำพริกให้ละเอียด นำหนังฮอมาคลุกกับน้ำพริกให้เข้ากัน แล้วนำไปผัดน้ำมันกระเทียมเจียว (หรือผัดน้ำพริกก่อนให้หอมแล้วใส่หนังฮอก็ได้)โรยหน้าด้วยงาขาว หรืองาดำคั่ว และผักชี ต้นหอม

http://www.lannaworld.com/food/s_bfskin.htm


เข้าหนมกล้วย



เครื่องปรุงของขนมกล้วยคือ แป้งข้าวจ้าว ๑ กิโลกรัม กล้วยน้ำว้าหนึ่งหวีครึ่ง มะพร้าวทึนทึก ขูดฝอยเล็กน้อย ถั่วลิสงต้ม ๑ ถ้วยเล็ก และน้ำตาลทรายขาวครึ่งกิโล (ถ้าไม่ชอบหวานก็ลดปริมาณลงได้)
วิธีทำขนมกล้วยนั้น ขั้นแรกต้องเตรียมใบตองที่ฉีกเป็นแผ่นยาวพอประมาณแล้วทำเป็นรูปกรวย ทิ้งไว้ก่อน จากนั้นจึงบดกล้วยให้ละเอียดพร้อมกับบดถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ต่อไปให้เอาแป้ง กล้วย มะพร้าว น้ำตาลและถั่วมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยระหว่างนี้ก็ให้เติมน้ำอุ่นไปด้วย เวลาที่คลุกนั้น ไม่ ควรให้เหลวหรือข้นจนเกินไป สุดท้ายคือตักขนมที่ปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นใส่กรวยใบตองแล้วใส่ลังถึงและนึ่งจนสุก

http://www.lannaworld.com/food/knbanana.htm



เข้าต้มหัวหงอก

าา

เครื่องปรุง ได้แก่ ข้าวเหนียว ๑ ลิตร กล้วยน้ำว้า ๑๐ ผล มะพร้าวขูดขาว ๑/๒ กิโลกรัม น้ำตาลทราย ๑/๒ กิโลกรัม เกลือป่น ๑ ช้อนโต๊ะ และใบตองสำหรับห่อ ตองสำหรับมัด
วิธีทำ นำข้าวเหนียวมาซาวน้ำ ๒ ครั้ง ฉีกใบตองกว้างพอประมาณ เช็ดให้สะอาดเตรียมไว้ กล้วยน้ำว้าปอกเปือก ผ่าซีก ตักข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ใส่ใบตองเล็กน้อย แล้ววางกล้วยน้ำว้าที่ผ่าไว้ ๑ ซีก ตักข้าวเหนียวใส่ลงบนกล้วย เกลี่ยข้าวหุ้มกล้วยให้มิด พับใบตองเป็นรูปให้มัดได้ จากนั้นนำข้าวต้ม ๔-๕ ห่อ มารวมกัน แล้วมัดด้วยตอกหัวท้าย ใส่มัดข้าวต้มลงในหม้อ ตั้งไฟร้อน ต้มไปจนข้าวต้มสุกยกลงในการต้มข้าวนี้ บางคนจะเอาใบตองมาห่อและมัดเลียนแบบมัดข้าวต้มจริง ๆ เรียกว่า ชู้เข้าหนม (อ่าน จู้เข้าหนม) ใส่บนมัดข้าวต้มในไห เชื่อว่าจะทำให้ขนมหรือข้าวต้มสุกทั่ว
การรับประทานข้าวต้มหัวหงอก จะแกะข้าวต้มตัดเป็นท่อน ๆ ตามขวาง โรยด้วยมะพร้าวขูด ผสมน้ำตาลและเกลือป่นมากน้อยตามชอบ

http://www.lannaworld.com/food/knkaotom.htm



เข้าวิทู (อ่าน "เข้าวิตู")

เข้าวิทู หรือข้าวเหนียวแดง บ้างเรียกว่าเข้าอี่ตูหรือ เข้าหมี่ตู
เครื่องปรุงประกอบด้วย ข้าวสาร ข้าวเหนียว จำนวน ๑ ลิตร น้ำอ้อย และมะพร้าวทึนทึกอย่างละประมาณครึ่งกิโลกรัม
กะทิข้นประมาณ ๒ ถ้วยตวง ถั่วลิสง ๑ ถ้วยตวง งาขาวและเกลือป่นจำนวนเล็กน้อย
วิธีทำข้าวเหนียวแดง ขั้นแรกคือนำข้าวเหนียวที่แช่ค้างคืนไว้มาสงขึ้น ล้างจนสะอาด พักให้ สะเด็ดน้ำ แล้วนำมานึ่งจนสุกพร้อมกับถั่วลิสงที่ลอกเปลือกออกหมด ถั่วลิสงที่ว่านี้ต้องผ่านการแช่น้ำร้อนมาก่อนเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ส่วนการนึ่งจะใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาทีเท่านั้น สำหรับมะพร้าวทึนทึกจะต้องขูดให้เป็นเส้น แล้วนำไปนึ่งเพื่อเก็บไว้ได้นานขึ้นเมื่อยกลงให้คลุกกับเกลือเล็กน้อย
ขณะที่รอให้ข้าวและ ถั่วลิสงสุกอยูนั้น ให้ตั้งหม้อเล็กซึ่งใส่กะทิ น้ำอ้อย และเกลือ คนพอเหนียวแล้วยกลง กรองด้วยผ้าขาวบาง เมื่อข้าวเหนียวกับถั่วลิสงสุกจึงยกลงเทใส่ภาชนะนำน้ำอ้อยที่เคี่ยวแล้วค่อย ๆ หยอดลงบนข้าวร้อน ๆ ทีละน้อยจนหมด พร้อมกับใช้ไม้พายหรือทัพพีคนและกดข้าวไปเรื่อย ๆ จากนั้นยกข้าวเหนียวขึ้นตั้งไฟ อ่อน ๆ คนอีกเรื่อย ๆ จนกว่าข้าวเหนียวจะอิ่มน้ำอ้อยและนุ่ม
บางแห่งเมื่อไอข้าวขึ้น จะนำน้ำอ้อยวางบนข้าวนึ่งนั้นจนกว่าข้าวจะสุก การทำเช่นนี้ น้ำอ้อยจะละลาย แล้วจึงจะยกลงคนให้ทั่ว สุดท้ายให้โรยหน้าด้วยงาคั่วกับมะพร้าวขูด เพี่อเพิ่มรสชาติและความสวยงาม ขนมจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเกาะติดกัน มีรสมันจากจากกะทิและหวานเล็กน้อย
http://www.lannaworld.com/food/knvittue.htm


เข้าหนุกงา



เข้าหนุกงา คือ ข้าวคลุกงา
เครื่องปรุงเพียงสามอย่างคือ ข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ ประมาณครึ่งกิโลกรัม งาขี้ม้อน (งาชนิดเม็ดกลม) และเกลือป่นเล็กน้อย
วิธีทำข้าวหนุกงาคือ โขลกงากับเกลือให้พอเหมาะและเข้ากัน จากนั้นตักเอาข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ ๆ ลงตำคลุกเคล้าพอให้เข้ากันดี หรือบ้างก็คดข้าวร้อน ๆ นั้นออกใส่ชาม โรยงาที่โขลกไว้แล้วให้กระจายทั่วข้าว งาจะเกาะบนข้าวเหนียวได้ดีขณะที่ข้าวยังร้อนอยู่
http://www.lannaworld.com/food/knnuknga.htm





หัวข้อ: Re: สูตรของกิ๋นบ้านเฮาเข้ามาผ่อเน้อ
เริ่มหัวข้อโดย: abuamen ที่ สิงหาคม 29, 2010, 09:17:43 pm
ส้ายอดบ่าขาม



เครื่องปรุง ยอดมะขามอ่อน ๒ ขีด พริกแห้ง ๓-๕ เม็ด หอม ๓ หัว กระเทียม ๒ หัวมะเขือเทศ ปลาร้า ๑/๒ ช้อนโต๊ะ กะปิ ๑/๒ ช้อนชา เกลือ ๑ ช้อนชา หมูสับ ๒ ขีด แคบวัว
วิธีปรุง ยอดมะขามอ่อนล้างให้สะอาดเตรียมไว้ ตั้งน้ำต้มปลาร้า ใส่กะปิ เอาเนื้อหรือไก่สับลงต้มด้วย พอสุกยกลงทิ้งให้เย็น หอมและเทียมหั่นซอยลงเจียวในน้ำมันเตรียมไว้ พริกแห้งปิ้งไฟให้หอม นำมาโขลกพร้อมหอม กระเทียมสดเกลือ และเนื้อสับต้ม ก็จะได้น้ำพริก จากนั้นตักน้ำต้มปลาร้ามาพอควร เอาน้ำพริกลงละลาย แล้วเอายอดมะขามอ่อนลงยำคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่มะเขือเทศหั่นซอย ชมรสได้ที่แล้วตักใส่จาน โรยหน้าด้วยแคบวัว หอมและกระเทียมเจียว
บางคนอาจใช้เนื้อหรือเนื้อควายตากแห้งแทนเนื้อวัวสับก็ได้ แต่จะนำไปทอดหรือย่างให้สุกก่อน นำมาหั่นซอยแล้วตำพร้อมกับน้ำพริก ส้ายอดมะขาม บางท่านเรียก ยำยอดบ่าขาม หรือบางคนอาจใช้ปลากระป๋องแทนปลาช่อนก็ได้
พบว่าส้ายอดบ่าขาม ในปริมาณ ๑๐๐ กรัม มี ๑๕๓.๗๕ แคลอรี โปรตีน ๘.๑๓ กรัม ไขมัน ๙.๔๙ กรัม คาร์โบไฮเดรท ๘.๘๘ กรัม แคลเซียม ๘๙.๒๐ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๑๘๕.๓๕ มิลลิกรัม เหล็ก ๒.๘๓มิลลิกรัม วิตามินเอ ๒๔๘.๒๖ อาร์อี วิตามินบีหนึ่ง ๐.๐๓ มิลลิกรัม วิตามินบีสอง ๐.๑๔ มิลลิกรัมไนอะซิน ๒.๘๓ มิลลิกรัม และ วิตามินซี ๒๔.๓๕ มิลลิกรัม

http://www.lannaworld.com/food/s_makham.htm



แกงโฮะ

คำว่า"โฮะ" แปลว่า รวม แกงโฮะก็คือ แกงนำเอาอาหารหลาย ๆ อย่างมารวมกัน เช่นเดียวกับ "จับฉ่าย" ของจีน ในสมัยก่อนแกงโฮะมักจะทำจากอาหารที่เหลือหลาย ๆ อย่างรวมกันแต่ปัจจุบันนี้ใช้อาหารใหม่ทำก็ได้หรือจะเป็นของที่ค้างคืนก็ได้ โดยการปรุงใหม่อีกทีหนึ่ง

เครื่องปรุง-วิธีปรุง จะต้องมีหน่อไม้ดองแกงฮังเล แกงเผ็ด แกงแค เป็นหลักยืนพื้น ส่วนอาหารที่จะนำลงไปสมทบนั้นไม่นิยมแกงปลา ลาบ แกงผักกาด หรืออาหารที่มีรสเด่นเฉพาะตน แต่จะใช้อาหารที่ประกอบด้วยผักหลายชนิดที่มีเนื้อหมู หรือไก่ประกอบรส โดยให้เทน้ำแกงออกจนหมดเอาลงเคี่ยวรวมกัน เติมหน่อไม้ดอง วุ้นเส้น แล้วปรุงรสตามชอบใจและอาจใส่พริกขี้หนูและใบมะกรูดด้วย จากนั้นจึงนำไปผัดในน้ำมันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้หากจะปรุงใหม่ทั้งหมดก็จะใช้เนื้อหมูติดมัน ผักต่างๆ เช่น ผักกาดถั่วฝักยาว ผักตำลึง หน่อไม้ดอง วุ้นเส้น มะเขือ ใบมะกรูด เครื่องปรุงน้ำพริก มีพริกสด หัวหอมกะเทียม เกลือ กะปิ โขลกเข้าด้วยกันให้ละเอียด แล้วเอากะทะตั้งน้ำมัน เอาพริกลงผัดกับเนื้อแล้วเอาผักต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ลงผัดเติมน้ำพอสมควร เคี่ยวให้แห้งแล้วเอาวุ้นเส้นใส่ลงไป ชิมรสตามชอบโรยพริกขี้หนู ใบมะกรูด
http://www.lannaworld.com/food/k_hao.htm





ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service