Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - เรื่องของมุอัลลัฟชาวอังกฤษคนแรก

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

เีรียนย้อนหลังการจัดอบรมหลักสูตร ผู้สอนมุอัลลัฟ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัต-ตักวา เชียงให => ห้องเรียนย้อนหลัง โครงการหลักสูตร มุอัลลัฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ธันวาคม 13, 2012, 04:25:27 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: เรื่องของมุอัลลัฟชาวอังกฤษคนแรก
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ธันวาคม 13, 2012, 04:25:27 pm

   เรื่องของมุอัลลัฟชาวอังกฤษคนแรก

   
   ที่มา :  www.muslimvillage.com
   
   แปลและเรียบเรียงโดย : โต๊ะข่าวต่างประเทศ ฟาตอนีออนไลน์
   
   
   
                             

                            วิลเลียม อับดุลลอฮฺ ควิลเลียม ผู้ก่อตั้งมัสยิดที่ขึ้นทะเบียนแห่งแรกของอังกฤษ

   
    

   
   ในวันที่ฝนตกลงพัดและเยือกเย็นในลิเวอร์พูล อาคารสีขาวแบบจอร์เจียเก่าแก่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของมัสยิดที่ขึ้นทะเบียนแห่งแรกของอังกฤษ มองดูอึมครึมยิ่งนัก
   
   อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่บนบรู้คแฮม เทอรเรส แห่งนี้อยู่ห่างจากใจกลางเมืองลิเวอร์พูลเพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้น แต่มันผิดแผกไปจากอาคารที่ประชุมแห่งใหม่ที่อยู่ถัดไปอย่างชัดเจน สีเริ่มหลุดลอกออกจากผนังด้านหน้าและหน้าต่างถูกปิดด้วยแผ่นกระดาน หลังจากหลายปีของยุคแห่งความป่าเถื่อน

   
   ตัวบ้านซึ่งเป็นหนึ่งในสามอาคารที่ติดกับทรัพย์สินแห่งนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นของวิลเลียม อับดุลลอฮฺ ควิลเลียม ทนายความและลูกชายของพระเทศนาธรรมนิกายเมธอดิสต์ เขาเป็นคริสเตียนคนแรกที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามในอังกฤษสมัยวิคตอเรีย
   
   ชื่อเดิมของเขาคือวิลเลียม เฮนรี่ ควิลเลียม เขาเปลี่ยนศาสนาหลังจากเดินทางไปโมรอคโค และเปลี่ยนชื่อเป็นอับดุลลอฮฺ
   
   สองปีต่อมา เขาเปิดสถาบันมุสลิมลิเวอร์พูลขึ้นที่อาคารเลขที่ 8บรู้คแฮม เทอร์เรส เพื่อใช้เป็นมัสยิดและศูนย์กลางสำหรับชุมชนชาวมุสลิมที่กำลังเติบโตขึ้น เขายังเปิดโรงเรียนสำหรับเด็กชายหญิงและเด็กกำพร้าอีกด้วย
   
   ศาสตร์จารย์ รอน กีฟส์ เป็นผู้เขียนหนังสือ อิสลามในสมัยวิคตอเรีย เขาบรรยายเกี่ยวกับอับดุลลอฮฺ ควิลเลียม ครั้งแรกที่ศูนย์กลางชุมชนปากีสานในลิเวอร์พูดเมื่อต้นเดือนนี้
   
   “วิลเลียม อับดุลลอฮฺ ควิลเลียม ถูกเลี้ยงดูมาในฐานะคริสเตียนผู้อุทิศตนคนหนึ่ง และเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ Temperance Movementซึ่งส่งเสริมการไม่ดื่มสุรา หนึ่งในเหตุผลหลายข้อที่เขาสนใจศาสนาอิสลามคือการที่สุราเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมุสลิม เขายังมีความกังวลในหลักคำสอนที่เกี่ยวกับเรื่องตรีเอกภาพในศาสนาคริสต์อีกด้วย” เขากล่าว
   
   ผู้นำมุสลิม
   
   ควิลเลียมได้รับการยอมรับทั้งภายในประเทศและต่างประเทศจากงานเขียนหลายเล่มและการบรรยายเกี่ยวกับศาสนาอิสลามและมุสลิม พื้นที่ส่วนหนึ่งในบ้านของเขาถูกเปลี่ยนมาเป็นโรงพิมพ์เพื่อวัตถุประสงค์นี้
   
   ในปี 1894เขาได้รับสถานะเป็นชัยคุล-อิสลาม หรือผู้นำมุสลิมในหมู่เกาะอังกฤษโดยสุลต่าน อับดุล ฮามิด ที่ 2กาหลิบองค์สุดท้ายของออตโตมาน และเขายังได้รับการแตกต่างตั้งเป็นผู้แทนกงสุลแห่งเปอร์เซียโดยกษัตริย์ชาห์อีกด้วย
   
   ศาสตราจารย์กีฟส์กล่าวว่า “เขาเป็นผู้มีความจงรักภักดีและได้รับการรับรองจากพระราชินีวิคตอเรียอีกด้วย เขาเคยส่งหนังสือเล่มหนึ่งของเขาที่เกี่ยวกับอิสลามให้พระนางด้วย พระนางจึงได้สั่งหนังสืออีกหลายเล่มให้แก่ลูกๆ ของพระนาง”
   
   วิเลียม อับดุลลอฮฺ ควิลเลียม ผู้ก่อตั้งมัสยิดที่ขึ้นทะเบียนแห่งแรกของอังกฤษ
   
   ในช่วงแห่งพระราชพิธีราชาภิเษกพระโอรสของพระนาง คือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7ควิลเลียมได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำของมุสลิมในหมู่เกาะอังกฤษ
   
   ศาสตราจารย์กีฟส์ได้เล่าถึงโอกาสหนึ่งเมื่อครั้งที่ควิลเลียม ในฐานะชัยคุล-อิสลาม แต่งกายด้วยชุดเสื้อคลุมยาวและสวมตุรบัน ได้เข้าร่วมกับนายกเทศมนตรีเพื่อต้อนรับผู้ทรงเกียรติจากต่างประเทศที่เดินทางมาถึงกฤษทางท่าเรือที่ลิเวอร์พูล ซึ่งประกอบไปด้วยมหาราชา, พระบรมวงศานุวงศ์ และผู้นำชาติต่างๆ ทั่วโลก
   
   “แขกหลายร้อยคนได้มารวมตัวกันในท้องพระโรงใหญ่ รวมทั้งทหารต่างชาติ เมื่อทุกคนเห็นเขา ทั้งหมดลุกขั้นยืนและทำความเคารพต่อเขาไม่ใช่ในแบบของกองทัพอังกฤษ แต่เป็นในแบบของอิสลาม ‘อัลลอฮุอักบัรฺ, อัลลอฮุอักบัรฺ’(พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่)”
   
   ควิลเลียมรับผิดชอบหน้าที่ในการเผยแพร่ศาสนาอิสลามในอังกฤษในสมัยวิคตอเลีย เขาช่วยให้มีผู้เปลี่ยนศาสนาประมาณ 600คน ในจำนวนนี้รวมถึงเจ้าของที่ดินผู้ร่ำรวย ลอร์ดสแตนลีย์ แห่งอัลเดอร์ลีย์ ในเมืองเชไชร์ ขุนนางมุสลิมคนแรกในสภาขุนนาง เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงอย่างแท้จริง
   
   ศาสตราจารย์กีฟส์กล่าวว่า “เมื่อเขา (ลอร์ดสแตนลีย์) เสียชีวิตลง ชาวคริสเตียนบางคนยังสงสัยว่าเขาเป็นมุสลิมหรือเปล่า พวกเขาบอกว่าเขาได้สร้างโบสถ์หลายหลังบนที่ดินของเขา เพราะฉะนั้นเขาไม่น่าจะใช่มุสลิม”
   
   “ควิลเลียมจึงกล่าวแทรกขึ้นแล้วบอกกับพวกเขาว่า ในฐานะเจ้าของที่ดิน เขาสามารถมอบสถานที่ให้แก่คนงานชาวคริสเตียนของเขาเพื่อประกอบศาสนกิจได้”
   
   ถึงแม้จะมีการถกเถียงกัน แต่ลอรด์สแตนลีย์ก็ได้รับการฝังแบบมุสลิมโดยมีควิลเลียมเป็นผู้นำในการทำละหมาดในพิธีศพแบบอิสลามให้ที่มัสยิดที่เขาก่อตั้งขึ้นในบรู้คแฮม เทอร์เรส
   
   โถงละหมาดมีช่องบนผนัง
   
   หลังจากที่ควิลเลียมเสียชีวิตในปี 1932อาคารที่เป็นที่ตั้งมัสยิดแห่งนี้ถูกขายไป และต่อมาภายหลังถูกใช้เป็นสำนักงานทะเบียนที่เก็บรักษาบันทึกการเกิด, การเสียชีวิต และการแต่งงาน ซึ่งรวมถึงบันทึกการแต่งงานของจอห์น เลนนอน และซิลเธีย ภรรยาคนแรกของเขาด้วย
   
   เบื้องหลังประตูของอาคารเลขที่ 8บรู้คแฮม เทอร์เรส ในปัจจุบัน อาจบรรยายได้ว่าเป็นเปลือกหอยที่ว่างเป่า โถงละหมดเก่าแก่มีช่องโหว่อยู่บนผนังที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีประตูและหน้าต่าง
   
   มุสลิมกลุ่มหนึ่งจากเมอร์ซีย์ไซด์ ได้ก่อตั้งสมาคมอับดุลลอฮฺ ควิลเลียมขึ้นในปี 1999เพื่อรักษามรดกของควิลเลียมเอาไว้ ในปี 2000พวกเขาได้เข้ารับผิดชอบอาคารหลังนี้ ซึ่งปัจจุบันถูกรับรองว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกของอังกฤษ
   
   สมาคมนี้ต้องการที่จะเปิดมัสยิดและโรงพิมพ์แห่งนี้อีกครั้งเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์กลางมรดก
   
   กาลิบ คาน ประธานสมาคมกล่าวว่า “มันเป็นสถานที่ถือกำเนิดของศาสนาอิสลามในอังกฤษ เราต้องรวบรวมเงิน 3.8ล้านปอนด์ เพื่อทำให้มันกลับมางดงามรุ่งเรืองเหมือนเมื่อก่อน
   
   “มุสลิมหลายร้อยคนเคยมารวมตัวกันที่นี่เพื่อฟังท่านเชค และเคยมีเปียโนอยู่ที่ด้านหลังของโถงละหมาดด้วย เขามีเชื่อเสียงในการเขียนเพลงสวดของคริสเตียนขึ้นใหม่โดยที่ดัดแปลงให้เป็นเพลงอิสลาม”
   
   การทำงานเพื่อฟื้นฟูมัสยิดแห่งนี้เป็นไปได้ช้า จนถึงขณะนี้พวกเขาเพิ่งรวบรวมเงินได้เพียงแค่ประมาณ 300,000ปอนด์ ซึ่งถูกนำไปใช้ในการเปลี่ยนหลังคาใหม่และแก้ไขส่วนที่แห้งเปื่อยไป
   
   คุณคานกล่าวว่า “เราต้องการให้โครงการนี้เสร็จสิ้นภายในปี 2008แต่มันเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้เรากำลังพยายามจะทำให้งานมันเดินต่อไปในหลายๆ ด้าน แต่เวลาเป็นเรื่องยาก ทุกคนไม่ค่อยมีเงิน
   
   “มีคนหลายคนที่ให้เงินเราเดือนละหรือสัปดาห์ละหนึ่งปอนด์ แต่เรามีความคิดในแง่ดีว่าเราจะสามารถรวบรวมเงินได้ 100,000ปอนด์ ดังนั้นอย่างน้อยโถงละหมาดจะสามารถซ่อมแซมได้ก่อนถึงฤดูร้อนและเดือนรอมฎอน ซึ่งจะเริ่มในเดือนกรกฎาคม”
   
   “น่าหลงใหลที่สุด”
   
   สมาคมอับดุลลอฮฺ ควิลเลียม พยายามที่จะยกย่องเกียรติคุณของชัยคุล-อิสลาม โดยเพิ่งจะจัดให้มีการบรรยายประจำปีเป็นครั้งแรกเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาที่ศูนย์กลางชุมชนชาวปากีสถานในลิเวอร์พูล
   
   สมาคมยังมีแผนที่จะจัดพิธีมอบรางวัลเพื่อยกย่องผู้ที่ส่งเสริมศาสนาอิสลามและผู้ที่ทำงานเพิ่มสร้างความสัมพันธ์อันดีกับศาสนาอื่นๆ
   
   การบรรยายครั้งนี้มีลูกหลานของเชคเข้าร่วมหลายคน โจนาธาน ควิลเลียม และสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ของเขาเดินทางมาลิเวอร์พูลจากสแตฟฟอร์ด
   
   “ผมคิดว่าผมเป็นญาติทางฝ่ายพ่อของผม มันน่าสนใจมากที่ได้รู้ว่าใครคนหนึ่งที่มีพื้นเพดั้งเดิมจากเกาะแมน ที่เรายังมีญาติอยู่ที่นั่น แล้วก็ที่ลิเวอร์พูลนี่ จะเป็นผู้ที่ทำให้ศาสนาอิสลามรุ่งเรืองขึ้นในประเทศนี้ มันน่าหลงใหลที่สุด”
   
   มุสลิมอังกฤษบางคนที่เข้าร่วมฟังการบรรยายครั้งนี้มีความประทับใจกับความกล้าหาญและความมุ่งหมายที่แข็งแกร่งของควิลเลียม
   
   มุฮัมมัด อัฟซัล วัย 20ปลายๆ กล่าวว่า “มันสำคัญเพราะมีคำประณามมากมายต่อศาสนาอิสลาม แต่ควิลเลียมพูดถึงมันได้อย่างเปิดเผยถึงแม้ว่ามันจะขัดกับสถานะของเขาก็ตาม”
   
   ชาฮีนา อันญุม กล่าวว่า “ในวันนี้และยุคนี้ ผู้คนพบแต่สิ่งที่ยากลำบาก แต่เขามาจากครอบครัวชาวคริสเตียน นิกายเมธอดิสต์ ฉันคิดว่าเขาต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวและความกล้าหาญเป็นอย่างมากเลย”

    

    

   credit

   http://www.fatonionline.com/index.php/news/detail/1195



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service