Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ความเห็นหนึ่ง จาก ม.๑๗ ถึง ม.๗ ใน พรบ.อิสลาม เรื่องคุณสมบัติ กก.อิสลาม

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

องค์กร บุคคล มุสลิมเชียงใหม่ => องค์กร มุสลิมในเชียงใหม่และภาคเหนือ => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ธันวาคม 18, 2012, 09:14:44 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ความเห็นหนึ่ง จาก ม.๑๗ ถึง ม.๗ ใน พรบ.อิสลาม เรื่องคุณสมบัติ กก.อิสลาม
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ ธันวาคม 18, 2012, 09:14:44 pm
   ความเห็นหนึ่ง จาก มาตรา ๑๗ ถึง มาตรา ๗ ใน พรบ.อิสลาม เรื่องคุณสมบัติ ของคณะกรรมการอิสลาม
   
   
       การที่จะเป็นคณะกรรมการมัสยิดนั้นจะต้องได้รับการคัดเลือกโดยอาศัยกฎหมายตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติอันดับแรก ตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ. การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ “

   
   “มาตรา ๓๒ กรรมการตามมาตรา ๓๐ (๔) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
   
   (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗
   
   (๒) เป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันคัดเลือก
   
   
   (๓) มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่มัสยิดนั้นตั้งอยู่ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันคัดเลือก”
   โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามหลักกฎหมายมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ. การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ “
   บัญญัติว่า
   
   “มาตรา ๑๗ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
   
   (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ ยกเว้น (๒) และ (๑๐)
   
   (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์”
   คุณสมบัติของคณะกรรมการมัสยิดใช้คุณสมบัติเดียวกันกับกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ตามมาตรา 17 พ.ร.บ. การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ แต่ยกเว้นเฉพาะมาตรา 17 (1) พ.ร.บ. การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ “มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 7 ยกเว้น(2)และ(10) ซึ่งเป็นคุณสมบัติของจุฬาราชมนตรี
   
   แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ทีมาตรา 7 บัญญัติว่า จุฬาราชมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
   (๑) เป็นมุสลิมผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
   (๒) …………………………………..
   ซึ่งองค์ประกอบของข้อกฎหมายตามมาตรา 7(1) พ.ร.บ. การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ใช้เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของกรรมการ มีดังนี้
   
   1.เป็นมุสลิม 2. ผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
   จะเห็นได้ว่าหลักกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดบุคคลที่จะเป็นกรรมการได้นั้นลำดับแรก ต้องเป็นมุสลิม และเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ไม่ใช่มุสลิมโดยการเกิดที่มีสัญชาติไทย แต่เป็นมุสลิมผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด จุดประสงค์ของกฎหมายเพื่อให้บุคคลที่เป็นคนไทยแท้ที่นับถือศาสนาอิสลามได้เป็นคณะกรรมการ เป็นมุสลิมที่มีสัญชาติไทยและเชื้อชาติไทย และเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นที่แปลงสัญชาติเพื่อเป็นสัญชาติไทยมาเป็นกรรมการ ฉะนั้นถึงแม้ว่าบุคคลนั้นไม่ใช่เป็นบุคคลที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นมุสลิม แต่มีความศรัทธาและได้เข้ารับอิสลามและปฏิบัติตนอยู่ในหลักของศาสนาแล้วและเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดแล้วก็สามารถสมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นกรรมการมัสยิดได้
   
   ความเห็นนี้เป็นความเห็นส่วนตัวฐานะที่เป็นนักกฎหมาย หากการตีความกฎหมายไปในแนวทางอื่นที่เป็นการขัดต่อหลักสิทธิและเสรีตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทยแล้ว ก็สามารถที่จะร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหลักกฎหมายดังกล่าวได้ เพื่อเป็นข้อยุติต่อไป

   
   
            
      
   จากความเห็นทางด้านกฏหมายของคุณ Adul Sigakhal
    https://www.facebook.com/adul.si


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service