Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ที่มา กากี หญิงหลายสามี ใน นิทานพื้นบ้าน'นางกากี'

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา => นานาสาระ เกี่ยวกับชีวิตครอบครัว => ข้อความที่เริ่มโดย: ramma ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2013, 08:13:40 am


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ที่มา กากี หญิงหลายสามี ใน นิทานพื้นบ้าน'นางกากี'
เริ่มหัวข้อโดย: ramma ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2013, 08:13:40 am

   

    

   กาล ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีพระราชาองค์หนึ่งพระนามว่า พรหมทัต ครองเมืองพาราณสี พระองค์ทรงมีพระมเหสีสาวสวยชื่อ กากี ซึ่งมีกลิ่นกายหอมดุจกลิ่นดอกมณฑา ถ้าหากชายใดถูกต้องผิวนางกลิ่นกายนางก็จะติดตัวชายนั้นไปนานถึงเจ็ดวัน และแม้ว่าพระองค์จะมีพระสนมมากมายนับพัน ๆ คน แต่พระองค์ทรงรักพระนางกากีมาที่สุด นอกจากจะมีพระมเหสีผู้เลอโฉมแล้ว พระองค์ยังมีคนธรรพ์เป็นผู้ให้ความบันเทิงและเป็นที่ปรึกษาในเวลาเดียวกัน อีกด้วย เมื่อมีเวลาว่างพระองค์จะทรงเล่นสกากับอำมาตย์ผู้ใหญ่และเพลิดเพลินกับเสียง ดนตรีที่ขับกล่อมโดยคนธรรพ์ชื่อว่า นาฏกุเวร
   อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาทรงมีนัดหมายเล่นสกากับพญาครุฑ และแล้วพญาครุฑก็เหาะบินออกจากวิมารฉิมพลีข้ามป่าและมหาสมุทรมายังเขตแดนพา ราณสี โดยปกติแล้วพญาครุฑจะเล่นสกากับพระราชาทุก ๆ เจ็ดวัน และทุกครั้งก่อนที่จะเข้ากำแพงเมืองเขาก็จะแปลงกายเป็นมาณพรุปงาม ทั้งนี้เพื่อปกปิดสถานภาพที่แท้จริงของตนไว้ เพราะการปรากฏกายของเขาจะทำให้คนแตกตื่นไปทั้งเมือง
   
   จนกระทั่งเย็น มากแล้ว พระราชายังทรงเพลิดเพลินกับการเล่นสกากับพญาครุฑแปลงอยู่ โดยไม่มีทีท่าว่าจะทรงเบื่อแต่ประการใด ในขณะที่พระราชินิกากีเฝ้ารอพระองค์อญู่ที่ตำหนักของนาง หลังจากสอบถามนางกำนัลก็ได้รับการทูลให้ทราบว่า พระราชาทรงเพลิดเพลินกับการเล่นสกากับมาณพรูปงามอยู่ เมื่อได้ยินว่ามาณพรูปงาม พระนางก็ใคร่ที่จะทราบว่ารูปงามมากน้อยเพียงใด และแล้วพระนางก็รับสั่งให้นางกำนัลพาไปยังท้องพระโรง ซึ่งพระราชากับมาณพรูปงามกำลังเล่นสกาอยู่ พระราชินีแอบอยุ่หลังม่านก่อนและต่อมาก็ยกม่านขึ้นเพื่อดู มาณพหนุ่มผู้ซึ่งไม่คาดคิดก็มองตรงมายังพระเนตรทั้งคู่ของพระนางเข้าพอดี และทันทีที่ทั้งคู่สบตากันเท่านั้นต่างก็ตะลึงที่ได้สบตากัน มาณพหนุ่มตกตะลึงในความงามของพระราชินีผู้ซึ่งมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน หลังจากเล่นสกาไปได้สักพักหนึ่งมาณพก็ทูลลากลับ ในขณะที่พระราชาก็เสด็จกลับเข้าตำหนัก
   
   ภายนอกกำแพงพระราชวัง พญาครุฑก็เปิดเผยรูปโฉมแท้จริงของตนออกมาทันที แล้วบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาแผ่ปีกออกเพื่อทำให้เกิดลมแรงและทำให้เกิดลมพายุปกคลุมเมืองพาราณสี ซึ่งในบัดดลนั้นก็ตกอยู่ในสภาพโกลาหล ในชั่วพริบตาเดียว พญาครุฑก็บินโฉบลงมายังพระราชินีผู้กำลังตื่นตกพระทัยและประคองนางไว้ในอ้อม แขนของเขา พระราชินีกากีพยายามดิ้นให้หลุด แต่ว่าเจ้าสัตว์ครึ่งคนครึ่งนกก็ปลอบประโลมนางให้อยู่ในความสงบไม่ต้องตื่น ตกใจ เขาบอกนางว่า ความจริงแล้วเขาก็คือมาณพหนุ่มรูปงามที่นางเห็นในพระราชวังนั้นเอง เขาชื่อ เวนไตย เป็นราชาแห่งครุฑและมีอำนาจมนตรามาก
   
   หลังจากปลอบประดลมให้ พระราชินีกากีทรงเชื่อแล้ว พญาครุฑก็พานางไปยังวิมานฉิมพลีซึ่งตั้งอยุ่บนยอดเขาไกรลาส (ซึ่งเป็นชื่อของภูเขาหิมาลัย) ในขณะอยู่ในวิมานของตนพญาครุฑเวนไตยก็จะปรากฏเป็นเทพบุตรรูปงาม ดังนั้นพระนางกากีผู้ซึ่งมีอุปนิสัยชอบแต่สิ่งสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น ก็เคลิบเคลิ้มไปกับเขาและยินดีเป็นภรรยาของพญาครุฑ
   
   ฝ่ายพระเจ้าพรหม ทัตก็ทรงโศกเศร้าพระทัยยิ่งนัก เพราะการหายไปของพระมเหสีผู้เป็นสุดที่รัก พระองค์ทรงปรึกาากับนาฏกุเวรเพื่อหาหนทางตามพระราชินีที่สูญหายไป แต่ว่านาฏกุเวรมีความสงสัยในมาณพรูปงามผู้ซึ่งมาเข้าเฝ้าพระราชาเป็นประจำ ดังนั้นเขาจึงอาสานำพระราชินีกลับมาให้พระองค์ และไม่นานเกินรอเพราะหลังจากหนึ่งสัปดาห์ พญาครุฑเวนไตยก็แปลงร่างเป็นมาณพรูปงามลงมาจากวิมานฉิมพลีเพื่อเล่นสกากับ พระราชาทำเสมือนหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อได้เห็นมาณพรูปงาม นาฏกุเวรก็แปลงร่างเป็นตัวไรในทันที แล้วกระโดดขึ้นไปอยู่บนร่างของมาณพคอยเวลาที่จะถูกนำไปยังวิมานของมาณพรูป งาม
   
   เมื่อเลิกเล่นสกาแล้ว มาณพรูปงามก็ลาพระราชากลับและเดินออกจากเมืองไป และเพียงชั่วครู่เดียว เขาก็กลายร่างกลับไปเป็นพญาครุฑอย่างเดิมและบินขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมทั้งมี ตัวไรติดไปด้วย เมื่อมาถึงวิมานของตนเขาก็กลายร่างเป็นมาณพรูปงาม และใช้เวลาตลอดคืนอยู่กับพระราชินีกากี นาฏกุเวรเห็นพระราชินีมีความเพลิดเพลินอยู่กับชีววิตใหม่กับชายคนรักใหม่ก็ รู้สึกสงสารผู้เป็นเจ้านายของตนที่กำลังเฝ้าคอยการกลับมาของผู้เป็นภรรยา อยู่
   
   เมื่อรุ่งสางพญาครุฑเวนไตยก็มักจะทิ้งนางกากีไว้เพียงลำพังใน พระราชวัง และใช้เวลาตลอดวันอยู่ในป่าหิมพานต์และขากลับก็จะนำผลไม้มากมายหลายชนิดมา ฝากนางกากีด้วย เมื่อพญาครุฑไม่อยู่ นาฏุกุเวรก็เปิดเผยตนเองต่อกากีและเกี้ยวพาราสีนางจนกระทั่งนางตกลงใจเป็น ภรรยาของเขาด้วย และนับแต่นั้นมาทุกวันนาฏกุเวรก็จะออกมาจากที่ซ่อนมาร่วมอภิรมย์กับนางกากี ในเวลากลางวัน และซ่อนตัวในเวลากลางคืน เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ตลอดสัปดาห์
   
   เมื่อ ถึงเวลาเล่นสกากับพรเจ้าพาราณสีตามปกติ พญาครุฑก็บินไปยังเมืองพาราณสีพร้อมกับตัวไรซ่อนติดตัวมาด้วยเขาแปลงร่าง เป็นมาณพรูปงามแล้วเล่นสกากับพระราชาจนเย็นมากแล้วก็ออกจากเมืองไป และแล้วนาฏกุเวรก็เปิดเผยตนเองต่อพระราชา แล้วกราบทูลให้ทรงทราบว่าพระราชินีกากีไม่สนใจพระองค์อีกต่อไปแล้ว เพราะนางเพลิดเพลินกับชีวิตใหม่กับพญาครุฑพระนางไม่ควรค่าแก่การเป็นราชินี ของพระองค์อีกต่อไป เพราะนางมีคู่รักมากแม้แต่ตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในคนรักของนางด้วย พร้อมทั้งกราบทูลขออภัยโทษที่ตนประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นอุบายเพื่อพิสูจน์ว่าพระราชินีกากีไม่มีความซื่อ สัตย์ต่อพญาครุฑด้วยเช่นกัน พระราชาทรงเข้าใจในเหตุการณ์ และชื่นชมนาฏกุเวรว่าสามารถแก้เผ็ดพญาครุฑได้อย่างชาญฉลาด
   
   หลังจาก ครบ 7 ปี ก็ถึงเวลาที่พญาครุฑจะมาเล่นสกากับพระเจ้าพรหมทัตอีก และคราวนี้นาฏกุเวรก็เห็นเป็นโอกาสดีที่จะร้องเพลงซึ่งเปิดเผยความสัมพันธ์ ลับ ๆ กับนางกากีที่ตนมีในเวลาที่พญาครุฑไม่อยู่อีกด้วย แ ละถึงแม้ว่าพญาครุฑจะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดของเพลง เขาก็แกล้งทำเป็นไม่โกรธและเพลิดเพลินกับเพลงที่ขับร้องนั้น อย่างไรก็ตามหลังจากกลับมาถึงวิมานของตน พญาครุฑผู้โกรธเคืองก็บังคับให้นางกากีพูดความจริง แต่นางก็ยืนกรานในความบริสุทธิ์ของตน ด้วยความโกรธที่นางเป็นคนสำส่อน พญาครุฑจึงไม่ต้องการนางอีกต่อไป ดังนั้นจึงนำนางลงมาจากวิมานและวางนางไว้ที่พระลานหน้าเมืองเก่าของนาง
   
   เมื่อ ถูกคนรักใหม่ทิ้งขว้าง พระราชินีผู้ตกยากก็ร้องไห้คร่ำครวญตลอดทั้งคืน ครั้งรุ่งสางพระเจ้าพรหมทัตก็ทรงแปลกพระทัยมากที่ทรงพบอดีตพระมเหสีของ พระองค์มาคร่ำครวญร่ำไห้อยู่ที่หน้าพระราชวังของพระองค์ พระอวค์ตัดพ้อต่อว่านางที่ไม่มีความซื่อสัตย์ แต่นางกากียืนยันในความไร้เดียงสาของตนโดยแก้ตัวต่าง ๆ นานา แต่พระราชาก็ไม่ทรงเชื่อนางและรับสั่งให้นำพระราชินีผู้ตกยากไปลอยแพเพื่อไป ให้พ้นจากเมืองของพระองค์
   
   ท่ามกลางทะเลที่ปั่นป่วนโหดร้ายความ ว้าเหว่ทรมานใจนางยิ่งนักนางกากีร่ำไห้อยู่ตลอดเวลาหลังจากลอยอยู่ในทะเล เป็นเวลานาน ในที่สุดแพของนางก็ลอยไปถึงเรือสำเภาค้าขาย เจ้าของเรือก็นำนางขึ้นมาบนเรือของตน ความงามของนางดึงดูดใจวานิชมาก เขาจึงตั้งให้นางเป็นศรีภรรยาและนำนางขึ้นฝั่ง หลังจากทอดสมอเรือสำเภาแล้วนายวานิชก็นำภรรยาใหม่ไปเยี่ยมชมสถานที่น่าสนใจ หลายแห่งและกราบไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์จนเย็นมากแล้ว และโดยบังเอิญที่นายโจรป่าและพวกลูกน้องมาพบทั้งคู่เข้าพอดี นายโจรนึกรักนางกากีและต้องการได้นางเป็นภรรยา ดังนั้นเขาจึงใช้คาถาอาคมสะกดให้ทั้งคู่หลับและพานางกากีไปยังซ่องโจรของตน หลังจากตื่นขึ้นมานางกากีก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเป็นภรรยาของนายโจร
   
   ต่อ มาภายหลัง ความงามของนางกากีทำให้พวกสมุนโจรพากันก่อกบฏหัวหน้าของพวกตนเพราะพวกเขา อิจฉาที่เห็นหัวหน้าของพวกตนแสวงหาความสุขจากภรรยาแสนสวยของตนเท่านั้นหลัง จากสังหารนายโจรแล้ว พวกลูกสมุนก็ทะเลาะกันเองเพราะแย่งนางกากีกัน ท่ามกลางความสับสนนั้น นางกากีก็หนีเข้าไปในป่าและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
   
   ใน ขณะเดียวกัน ท้าวทศวงศ์ผู้ครองนครไพศาลี ผู้ซึ่งเพิ่งจะสูญเสียพระมเหสีไปจากการให้กำเนิดรัชทายาทของพระองค์ บังเอิญเสด็จมาในทิศทางเดียงกับนางกากี พระราชาผู้ซึ่งกำลังโศกเศร้าตัดสินพระทัยออกประพาสป่าก็เพื่อประสงค์ที่จะ ลืมประสบการณ์อันข่มขื่น พระองค์พบนางกากีร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ความงามของนางกากีทำให้พระราชาหม้ายเกิดเสน่หาในนางทันทีที่พบ หลังจากทรงทราบเรื่องราวอันแสนเศร้าของนางแล้ว พระองค์ก็นำนางเข้าไปยังพระนครของพระองค์และทรงตั้งให้นางเป็นพระมเหสีองค์ ใหม่
   
   ในขณะเดียวกัน หลังจากที่พระนางกากีจากไปแล้ว พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงโศกเศร้าพระทัยยิ่งนัก สุขภาพของพระองค์ทรุดโทรมลงและสวรรคตในที่สุด และเนื่องจากพระองค์ไม่มีรัชทายาทสืบทอดบัลลังก์บรรดาขุนนางอำมาตย์และชาว เมืองจึงพร้อมใจกันเชิญคนธรรพ์นาฏกุเวรขึ้นเป็นพระราชาองค์ใหม่ของเมืองพารา ณสี พระราชาองค์ใหม่ปกครองเมืองด้วยความร่มเย็นเป็นสุข แต่พระองค์ก็ไม่อาจที่จะลืมนางกากีได้และโหยหานางตลอดเวลา ซ้ำร้ายพระองค์ยังทรงดำริว่า การที่นางกากีประสบทุกข์อย่างแสนสาหัสก็เพราะพระองค์ทูลเท็จต่อพระเจ้าพรหม ทัตจึงทรงตำหนิพระองค์เองที่ทำผิดต่อนางและพระราชาองค์ก่อน พระราชานาฏกุเวรทรงรักนางกากีอย่างจริงใจและไม่ทรงสนใจอดีตที่ผ่านมาของนาง
   
   อยู่ มาวันหนึ่ง พระราชานาฏกุเวรก็ได้รับข่าวดีจากอำมาตย์ของพระองค์ว่า พระราชินีกากีตอนนี้เป็นพระราชินีของพระราชาแห่งเมืองไพศาลี นางได้เปลี่ยนพระนามเป็นพระนางเทพอัปสรและทรงเสวยสุขอยู่ที่เมืองนั้น ด้วยความดีพระทัยยิ่งนัก พระองค์จึงรีบส่งสาสน์ไปยังพระราชาแห่งเมืองไพศาลีเพื่อทูลความจริงให้ทรง ทราบ และขอร้องให้ส่งตัวพระราชินีกากีกลับมายังเมืองพาราณสี หลังจากอ่านพระสาสน์แล้ว ท้าวทศวงค์ก็ทรงอ้างว่าพระองค์เองก็รักพระนางกากีไม่น้อยไปกว่าพระราชานาฏ กุเวรและปฏิเสธที่จะคืนนางให้ และถ้าหาพระราชานาฏกุเวรยังยืนยันที่จะนำตัวนางกลับแล้วละก็ สงครามระหว่างเมืองทั้งสองก็คงจะหนีไม่พ้น
   
   เมื่อไม่อาจยุติข้อพิพาท อย่างมิตรภาพได้ พระราชาทั้งสองจึงทำสงครามกันอย่างดุเดือดและในการรบทุกครั้ง ท้าวทศวงศ์ก็จะเป็นฝ่ายชนะ เพราะว่าพระองค์ใช้ช้างวิเศษที่สร้างขึ้นด้วยฤทธิ์มนตราของพระองค์มาช่วยใน การรบ หลังจากทรงทราบความจริงเกี่ยวกับช้างวิเศษของพระราชาคู่อริแล้ว พระราชานาฏกุเวรก็เสกหนูขึ้นมาด้วยฤทธิ์มนตราของพระองค์ แล้วส่งไปกันสายมนตราภายในช้างวิเศษ ด้วยเหตุนี้เอง ช้างวิเศษจึงล้มลงกับพื้นทำให้นายของมันต้องพ่ายแพ้ในการสู้รบ พระราชานาฏกุเวรจึงนำตัวพระราชินีกากีเสด็จกลับพระนครของพระองค์ และทรงแต่งตั้งให้นางเป็นพระราชินีผู้เป็นที่รักยิ่งของพระองคื และทั้งสองพระองค์ก็ทรงปกครองเมืองพาราณสีอย่างมีความสุขนับแต่นั้นมา
   
   แง่คิด : รักแท้ย่อมเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้ในที่สุด

    

    

   -ขอบคุณเรื่องราวสนุกๆจาก :

    

                                    
                         
               http://www.skn.ac.th/skl/project/nitan482/nu24.htm
                
         
กากีจาก เว็บ http://www.dmc.tv/pages/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81.html

พระราชาหนุ่มก็ทรงอภิเษกกับพระนาง กากาติ เป็นอัครมเหสี ผู้มีพระสิริโฉมงดงาม เปรียบประหนึ่งดุจนางเทพอัปสรแห่งสรวงสวรรค์ก็มิปาน จนเป็นที่ร่ำลือกันทั่วพระนคร
    
   พระราชาและพระนางกากาติอัครมเหสี
    
   พระราชาและพระนางกากาติอัครมเหสี 
    
       “จริงหรือไม่ ที่ผู้คนในเมืองนี้ เขาร่ำลือกันนักกันหนาว่า พระมเหสีของพระราชานั้นน่ะ สวยงามราวกับนางฟ้า นางสวรรค์เลยทีเดียว” “โอ๊ย ท่านเอ้ย งามสุดจะบรรยายเลยล่ะ เกิดมาน่ะไม่เคยพบไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนสวยขนาดนี้ มองซ้ายมองขวา ไม่ว่ามุมไหนๆ ก็สวยไปหมดเลย ถ้าท่านเห็นนะ รับรองตาค้างแน่ๆ”
    
   ชาวเมืองร่ำลือถึงความงดงามของพระมเหสี
    
   ชาวเมืองร่ำลือถึงความงดงามของพระมเหสี
    
       “ว่าแล้วก็ชักอยากจะเห็นเป็นบุญตาสักครั้งนึง” “โอ๊ย อย่างท่านอะนะ คงไม่มีบุญซะล่ะ มองข้าแทนก็แล้วกันนะ ข้าก็สวยพอไปวัดไปวาได้นะ เฮอะๆๆๆ” “อุ่ย เห็นแล้วสยอง”
    
   พญาครุฑแปลงร่างเป็นมนุษย์มาเล่นสกากับพระราชา
    
   พญาครุฑแปลงร่างเป็นมนุษย์มาเล่นสกากับพระราชา
    
       ในครานั้นมีพญาครุฑตนหนึ่ง มีนิสัยชอบเล่นสกาอยู่เป็นนิจ มักแปลงร่างเป็นมนุษย์มาเล่นสกากับพระเจ้าพาราณสีพระโพธิสัตว์ ฉับพลันที่ได้ยลพระสิริโฉมของพระอัครมเหสี ก็มีจิตปฏิพัทธ์หลงใหลในความงามนั้น บังเกิดเป็นความสิเน่หาจนยากจะทอดถอนใจได้
    
   พญาครุฑได้ตกหลุมรักพระนางกากาติทันทีที่เห็น
    
   พญาครุฑได้ตกหลุมรักพระนางกากาติทันทีที่เห็น
    
       “โอ้ ช่างสวยงามอะไรเช่นนี้ อื้ม! ช่างงามสมคำร่ำลือจริงๆ นี่เราตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกเห็นเลยหรือเนี่ย” ฉับ พลันกิเลสก็เกาะกุมจิตใจพญาครุฑ บันดาลความคิดลอบลักพาตัวพระอัครมเหสีไปยังวิมานฉิมพลี อันเป็นที่พำนักของตน โดยที่พระราชาโพธิสัตว์ไม่ได้ระแวงแม้แต่นิดเดียว
    
   พญาครุฑลักพาตัวพระนางกากาติไปยังวิมานฉิมพลี
    
   พญาครุฑลักพาตัวพระนางกากาติไปยังวิมานฉิมพลี
    
       และแล้วพญาครุฑลักพานางกากาติไปยังสู่สุบรรณภพของตนได้สำเร็จ “ฮ่าๆๆๆ มาอยู่กับพี่เถอะ ยอดยาหยี พี่เนี่ยจะใช้สองปีกโอบอุ้มเจ้าให้มีความสุข ฮ่าๆๆๆๆ” ไม่มีสิ่งใดจะต้านทานแรงกิเลสปรารถนาในใจของพญาครุฑได้
    
   พญาครุฑใช้กำลังบังคับพระนางกากาติให้ตกเป็นของตน
    
   พญาครุฑใช้กำลังบังคับพระนางกากาติให้ตกเป็นของตน
    
       เมื่อไปถึงวิมานฉิมพลีของตน พญาครุฑก็ใช้กำลังบังคับพระนางกากาติ หมายจะให้นางตกเป็นของตน และแล้วพระนางกากาติก็มิอาจต้านทานแรงกิเลสราคะของพญาครุฑได้ ในที่สุดพญาครุฑก็ได้ร่วมอภิรมย์กับพระนางกากาติ สมดังใจปรารถนา
    
   พระราชาให้เหล่าขุนนางตามหาตัวพระมเหสีซึ่งหายตัวไป
    
   พระราชาให้เหล่าขุนนางตามหาตัวพระมเหสีซึ่งหายตัวไป
    
       ฝ่ายพระราชานั้น เมื่อไม่เห็นพระนางกากาติ พระอัครมเหสีตนก็กระวนกระวายใจด้วยความเป็นห่วง แม้นแต่ถามเหล่าขุนนางอำมาตย์ ทหารก็มิมีผู้ใดพานพบ “พวกท่านทั้งหลาย มีใครพบเห็นพระนางกากาติ มเหสีของเราบ้างไหม” “ข้าพระองค์ให้ทหารค้นทุกซอกทุกมุมพระราชวังก็ไม่เห็นพระมเหสีเลยพะย่ะค่ะ”
    
   คนธรรพ์ นามว่า นฏกุเวร
    
   คนธรรพ์ นามว่า นฏกุเวร
     
       เมื่อค้นหาจนทั่วพระนครแล้วก็ไม่มีวี่แววของพระอัครมเหสีเลยแม้แต่น้อย พระราชาจึงตรัสเรียกคนธรรพ์ นามว่า นฏกุเวร มาเข้าเฝ้าเพื่อให้ค้นหา พระมหาเทวี “นฏกุเวร เจ้าจงไปค้นหามเหสีของเรากลับคืนมาให้ได้โดยเร็วนะ” “รับด้วยเกล้าพระเจ้าค่ะ”
    
   นฏกุเวร นั้น แอบนอนซุ่มอยู่ในดงตะไคร้น้ำ
    
   นฏกุเวร นั้น แอบนอนซุ่มอยู่ในดงตะไคร้น้ำ
    
       นฏกุเวร คนธรรพ์นั้น ล่วงรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว พญาครุฑที่จำแลงแปลงกายมาเป็นมนุษย์ เพื่อมาเล่นสกากับพระราชา คือ ผู้ที่ลักพาตัวพระนางกากาติ อัครมเหสีไป จึงคิดวางอุบายหาทางพาพระนางกากาติกลับมา “จะทำยังไงดีหน๊า ถึงจะไปรังเจ้าครุฑได้น่ะ อ้า! คิดออกแล้ว” นฏกุเวร นั้น แอบนอนซุ่มอยู่ในดงตะไคร้น้ำ ข้างสระแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งพญาครุฑนั้นมาเล่นน้ำเป็นประจำ
    
   นฏกุเวร ได้แอบเกาะอยู่ในระหว่างปีกของพญาครุฑ
    
   นฏกุเวร ได้แอบเกาะอยู่ในระหว่างปีกของพญาครุฑ
     
       เมื่อขึ้นจากสระ นฏกุเวร จึงได้แอบเกาะอยู่ในระหว่างปีกของพญาครุฑ ด้วยร่างกายอันใหญ่โต พญาครุฑจึงไม่ได้ทันสังเกต หรือเอะใจเลยแม้แต่น้อย ในที่สุดก็บินกลับมายังสุบรรณภพ วิมานฉิมพลีของตน “พี่กลับมาแล้วจ้า น้องหญิงจ๋า” “ฮึๆๆๆ ในที่สุดแผนของเราก็ได้ผล ฮ่าๆๆๆ เจ้าครุฑนี่ช่างโง่เขลาจริงๆ ตัวใหญ่ซะเปล่า ฮึบ”
    
   พญาครุฑได้เวลาลงไปเล่นสกา
    
   พญาครุฑได้เวลาลงไปเล่นสกา
    
       เมื่อพญาครุฑเผลอ นฏกุเวร ก็หลบออกจากปีกของพญาครุฑแล้วหลบซ่อนตัว จนพญาครุฑลงไปเล่นสกากับพระราชายังเมืองมนุษย์ ตนจึงลอบเข้าไปยังตำหนักเพื่อพบกับพระนางกากาติ “น้องหญิงจ๋า พี่ขอไปเล่นสกาซักแป๊บนะจ๊ะ เดี๋ยวกลับมาจะหาของอร่อยๆ มาฝากนะจ๊ะ”
    
   นฏกุเวร ได้ยลความงามของพระนางกากาติ
    
   นฏกุเวร ได้ยลความงามของพระนางกากาติ
     
       “ฮ่าๆๆๆ ทีของเราแล้ว ทางสะดวก ฮิๆๆๆ” แต่ทว่าทันทีที่ นฏกุเวร ได้ยลความงามของพระนางกากาติ ก็พลันเกิดกิเลสต้องตาต้องใจ จนสุดที่จะห้ามใจได้ดั่งเช่นพญาครุฑ “โห งามยิ่งกว่าหญิงใดในโลก งามดุจดั่งนางฟ้านางสวรรค์ โอ้! เห็นแล้วสุดจะห้ามใจได้ น้องนางกากาติ นางฟ้าของพี่ ช่างงดงามบาดใจข้าเหลือเกิน”
นฏกุเวร เกิดกิเลสสุดจะห้ามใจใช้กำลังฝืนใจพระนางกากาติ
   นฏกุเวร เกิดกิเลสสุดจะห้ามใจใช้กำลังฝืนใจพระนางกากาติ
     
       นฏกุเวร เห็นสบโอกาสก็ไม่รอช้า เข้าไปกระทำการเคล้าคลึงด้วยกิเลสกับพระเทวีในทันที เสร็จสมอารมณ์ปรารถนาแล้ว นฏกุเวร ก็หลบซ่อนตัว แล้วพอสบโอกาสก็แอบเกาะปีกพญาครุฑกลับมายังเมืองพาราณสีเหมือนเดิม “เจ้าพญาครุฑเอ๋ย ตัวโตซะเปล่าจะคิดบ้างไหม ว่าจะเป็นพาหนะให้ข้า ทั้งขามาและขากลับ โฮ้ย! รับส่งถึงที่เลย ฮ่าๆๆๆ”
    
   นฏกุเวร ได้แอบเกาะปีกพญาครุฑกลับมายังเมืองมนุษย์
    
   นฏกุเวร ได้แอบเกาะปีกพญาครุฑกลับมายังเมืองมนุษย์
    
       วันหนึ่งในขณะที่พญาครุฑแปลงร่างลงเล่นสกากับพระราชาอย่างเคยนั้น คนธรรพ์ นฏกุเวร ก็แสร้งทำทีถือพิณมาที่สนามสกา พร้อมขับกล่อมดนตรีเป็นทำนองเพลงว่า “หญิงคนรักของเราอยู่ ณ ที่แห่งใด กลิ่นของนางยังคงหอมฟุ้งมาจากที่แห่งนั้น ใจของเรายินดีในนางใด นางนั้นชื่อ กากาติ ซึ่งอยู่ไกลจากที่แห่งนี้”
    
   นฏกุเวร แสร้งทำทีถือพิณมาที่สนามสกา พร้อมขับกล่อมดนตรี
    
   นฏกุเวร แสร้งทำทีถือพิณมาที่สนามสกา พร้อมขับกล่อมดนตรี
     
       พญาครุฑเมื่อได้ฟังก็ตกใจ ว่าเหตุไฉนคนธรรพ์นี้ ถึงได้รู้ความจริงที่ตนนั้น ลักพาพระนางกากาติ จึงเอ่ยถามเป็นนัยว่า “ท่านข้ามทะเลไปได้ยังไง” “เราข้ามไปได้ก็เพราะท่าน” “แล้วไหนจะแม่น้ำเกปุระล่ะ ท่านข้ามไปได้อย่างไร” “เราข้ามแม่น้ำไปได้เพราะท่าน” “แล้วท่านข้ามทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลอีกตั้ง 7_แห่งไปได้ยังไงกัน” “เราข้ามทะเลทั้ง 7 แห่งได้ก็เพราะท่านอีกนั่นแหละ” “หา! แล้วท่านขึ้นไปยังวิมานฉิมพลีได้ยังไง” “ฮึ้ย! ก็ท่านอีกนั่นแหละ ที่นำเราขึ้นไป ฮ่าๆๆๆ เราเกาะอยู่ในระหว่างปีกของท่าน
    
   พญาครุฑสงสัยว่าเหตุใดคนธรรพ์นี้ ถึงได้รู้ความจริงที่ตนนั้น ลักพาพระนางกากาติ
    
   พญาครุฑสงสัยว่าเหตุใดคนธรรพ์นี้ ถึงได้รู้ความจริงที่ตนนั้น ลักพาพระนางกากาติ
    
       กระทำการกิจทั้งปวงนี้ เพราะท่านเป็นผู้ชักนำเราไป” พญาครุฑพอทราบความจริงแล้วก็ถึงกับกล่าวติเตียนตนด้วยความเสียใจว่า “อันตัวเราเอง ก็มีร่างกายใหญ่โตซะเปล่า ช่างไม่มีความคิดซะเลย ปล่อยให้ชายชู้ใช้เป็นพาหนะใช้ไปหาเมียทั้งขาไป
   และขากลับ โอ่ย น่าเจ็บใจตัวเองซะจริงๆ”
    
   พญาครุฑเสียใจยิ่งนักในความไม่รอบคอบของตนเอง
    
   พญาครุฑเสียใจยิ่งนักในความไม่รอบคอบของตนเอง
    
       ด้วยความละอายใจ พญาครุฑก็เนรมิตกายคืนร่างดั่งเดิม แล้วบินกลับไปสู่สุบรรณภพ วิมานฉิมพลีของตน พาพระนางกากาติมาส่งคืนพระราชา แล้วก็ไม่หวนคืนมาเล่นสกากับพระราชาและเหล่ามนุษย์อีกเลย
    
    
   พญาครุฑตัดสินใจนำพระนางกากาติส่งคืนพระราชา
    
   พญาครุฑตัดสินใจนำพระนางกากาติส่งคืนพระราชา


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service