Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - ตลาดต้นมะพร้าว แหล่งทำกินมีชีวิตของยะลา

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

ฮู้จักฮากเหง้า ฮู้ตั๋วตน เล่ากำเก่า ที่แอ๋ว คนล้านนา => สถานที่ท่องเทียวในเชียงใหม่ => ข้อความที่เริ่มโดย: ramma ที่ เมษายน 14, 2013, 09:38:40 am


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: ตลาดต้นมะพร้าว แหล่งทำกินมีชีวิตของยะลา
เริ่มหัวข้อโดย: ramma ที่ เมษายน 14, 2013, 09:38:40 am

   ตลาดต้นมะพร้าว แหล่งทำกินมีชีวิตของยะลา

   โดย :  เล ลิกอร์
   
   
   

   
    

   ชีวิตชีวาของตลาดนัดต้นมะพร้าว เริ่มต้นขึ้นตอนสายๆ ของทุกวันอังคาร วันพฤหัสบดีและวันเสาร์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น มาเกือบยี่สิบปีแล้ว ทิวแถวมะพร้าวที่ยังหลงเหลืออยู่สองสามแถวคือที่มาของชื่อตลาดแห่งนี้ ตลาดแห่งลมหายใจของคนรักข้าของมือสอง
   
   ตลาดนัดต้นมะพร้าว หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่า นัดพังยอ ตั้งอยู่ในตัวเมืองยะลา เป็นตลาดนัดที่รวมสินค้ามือสองที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของจังหวัดชายแดนใต้ มีสินค้ามากมาย อาทิ เสื้อ กางเกง รองเท้ากระเป๋า ผ้านวม ผ้าห่ม ตุ๊กตา เครื่องครัว เป็นต้น ตลาดอยู่ติดกับวัดยะลาธรรมาราม มีรถไฟวิ่งให้เห็นเป็นระยะ เป็นสถานที่ที่ผู้ชื่นชอบสินค้ามือสองทั้งหลายจะต้องมาเลือกซื้อสารพัน สินค้ากันที่ตลาดแห่งนี้ เพราะมีสินค้าให้เลือกจำนวนมาก หลากหลายรูปแบบ สินค้าส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา ราคาก็ย่อมเยา มีทั้งของถูกยันของแพงให้เลือกตามอัฐในกระเป๋า แต่ละวันจึงมีเงินไหลสะพัดเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก สร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้กันอย่างเป็นกอบเป็นกำ
   
   
   

   
   
   แม้ตลาดนัดแห่งนี้ดูเงียบเหงาลงไปบ้างเมื่อ เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ พอระยะหนึ่งก็กลับมาเหมือนเดิม ด้วยเสน่ห์ของตลาดแห่งนี้และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างก็มีกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อเรียกลูกค้าให้กลับมาซื้อสินค้าดังเดิม ความคึกคักก็กลับมายังตลาดนัดต้นมะพร้าวดังเดิม
   
   “ผมเปิดเสื้อใหม่ทุกวันอังคารวันละ 10-15 ลูก ให้ลูกค้าประจำได้คัดก่อน ที่เหลือก็ขายปลีกต่อให้เลือกกันเลย ตัวละ 50 บาทขึ้นไป” เสียงของ มูฮัมหมัด  เจ๊ะเซ็ง พ่อค้าส่งและปลีกเสื้อมือสองเจ้าใหญ่สุดของตลาดนัดแห่งนี้ดังฟังชัด แข่งกับเสียงลูกค้าที่สอบถามและต่อราคาเสื้อ เขาขายเสื้อมือสองมากว่า 20 ปี ขายที่นี่มากว่า 15 ปี เริ่มจากเปิดครั้งละ 4-5 ลูก จนขณะนี้เปิดเป็น 100

   
   แม้ราคาเสื้อจะขึ้นราคาอีกแต่เขาบอกว่ายัง พอไหว ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ส่งผลพอสมควรที่ทำให้ลูกค้ายอกพื้นที่ไท่กล้าเข้ามา คัดและซื้อเสื้อ เขาจึงออกไปขายตามตลาดนัดใหญ่ๆ ของชายแดนใต้ที่ ตลาดสะเดา และตลาดคลองแงะ โดยไปเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ เพื่อเก็บสต็กเสื้อไว้ ไม่ต้องขนไปจากที่นี่
   
   
                        
   
   
   “ผมรับของมาจากมาเลเซียซึ่งส่วนใหญ่เป็นของ มาจากอเมริกาและญี่ปุ่นที่มีคุณภาพดี และรับมาจากด้านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และส่งไปยังอรัญด้วยสำหรับสินค้าที่รับมาจากมาเลเซีย เป็นการแลกเปลี่ยนกัน ส่วนใหญ่ส่งเป็นลูกได้กำไรและสินค้าออกเร็วกว่า”
   
   สารพัดรสจัดจ้านทั้งเครื่องปรุงและสีสันน่ารับประทาน ตบท้ายด้วยไอติมหวาน มัน ทั้งกะทิและเผือกรสกำลังดี มือของ แวมีเนาะ บราเฮง และสามีที่มาขายกันเป็นประจำ ก๊ะเมาะบอกว่ายำและไอติมของเธอขายดีมาตลอดไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

   
   “ก๊ะขายตลาด นัดนี้มา 11 ปีแล้ว วันเสาร์จะขายดีที่สุดเพราะเป็นวันหยุด คนเยอะ ขายแต่เช้าถึงบ่ายสอง ทั้งยำ ไอติมและน้ำ คุ้มค้าเหนื่อย ไอติมก็ทำเองมีสองรสสลับกันทุกนัด ถ้วยละสิบบาทเท่าเดิม ไม่ได้ขึ้นราคาแม้ว่าวัตถุดิบจะแพงขึ้น วันไหนไม่ขายที่นี่ก็ขายตามตลาดอื่นและตามงานในเมืองยะลา”
   
   
   
   
   
   ด้วยความที่ขายมานาน เห็นความเปลี่ยนแปลงของตลาดมาตลอด ก๊ะเมาะบอกว่า อีกไม่นานต้นมะพร้าว สัญลักษณ์ของตลาดแห่งนี้คงหมดไป หากเจ้าของตลาดจะสร้างตึกแถวแทน บรรยากาศเช่นทุกวันนี้ก็คงไม่มีอีก
   
   สักปีสองปีที่ผ่านมา สินค้ามือสองจากสิงคโปร์ได้รับความนิยมและมีพ่อค้าแม่ค้านำมาขายกันเป็น จำนวนมากให้เลือกกันด้วยคุณภาพที่ดีอยู่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งของเล่น ของตกแต่ง สะสม และสารพันที่มีให้เลือกหากันละลานตาทีเดียว

   
   
                                  
   
   
   กว่า 20 ปีที่ตลาดแห่งนี้ยังยืนหยัดอยู่คู่พี่น้องยะลาและจังหวัดชายแดนใต้ตลอดมา แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้ยังทำให้ใครต่อใครอยากเข้ามาสัมผัส สร้างความสุขต่อผู้มาเยือน สร้างงานสร้างอาชีพแก่พี่น้องในพื้นที่เพราะคนเราต้องต่อสู้ดิ้นรนกันตราบ ที่ชีวิตยังมีลมหายใจ
   
   เฉกเช่นดั่งต้นมะพร้าวที่ยืนต้นเรียงราย ออกลูกไปเรื่อยๆ ทำให้ตลาดนัดต้นมะพร้าวแห่งนี้ยังมีชีวิต ไม่เลือนหายไปตราบเท่ายังไม่มีสิ่งเปลี่ยนแปลงใดมาทำให้ชีวีนี้หายไป

   
   ลมหายใจแห่งชีวิตยังเดินต่อไป....
   
   
   

    

   ที่มา

   http://www.fatonionline.com/index.php/news/detail/1310



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service