Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - บาปจากมุมมองของอิสลาม

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

เีรียนย้อนหลังการจัดอบรมหลักสูตร ผู้สอนมุอัลลัฟ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัต-ตักวา เชียงให => ห้องเรียนย้อนหลัง โครงการหลักสูตร มุอัลลัฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 20, 2013, 09:18:56 pm


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: บาปจากมุมมองของอิสลาม
เริ่มหัวข้อโดย: ป้อหลวงบ้าน ที่ เมษายน 20, 2013, 09:18:56 pm
   บาปจากมุมมองของอิสลาม     
   
   555
   
   
        บาปคือการละเมิดคำสอนของศาสนา การทำบาปก็คือการทำความชั่วนั่นเอง บาปจึงเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่สร้างความทุกข์ให้แก่มนุษย์ ใครที่ไม่เชื่อในบาปก็จะยิ่งทำบาปมากขึ้นและสร้างความทุกข์ให้แก่ตัวเองและคนอื่นมากขึ้น บาปมีมาแต่เมื่อใด
    
       คนส่วนใหญ่เข้าใจกันว่าบาปเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อตอนที่อาดัมและอีฟ(เฮาวา)ฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้าขณะที่ทั้งสองอยู่ในสวนสวรรค์แห่งเอเดน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ทำให้ทั้งสองต้องถูกอัปเปหิมายังโลกนี้และทำให้มนุษย์มีมลทินจนต้องถูกตีตราบาปมาตั้งแต่นั้น
   แต่อิสลามมีมุมมองในเรื่องบาปต่างไปจากความเชื่อเช่นนั้น คัมภีร์กุรอานกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าพระเจ้าได้สั่งให้อาดัมและอีฟอาศัยอยู่ในสวนสวรรค์แห่งเอเดนและแสวงหาความสุขสำราญจากผลไม้นานาพรรณในสวนของพระองค์ตามความพอใจ แต่ทั้งสองถูกสั่งมิให้เข้าใกล้ต้นไม้ต้นหนึ่งทั้งนี้เพื่อที่ทั้งสองจะได้ไม่ต้องมีทุกข์และทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรมต่อตัวเอง แต่แล้วมารร้ายก็ล่อลวงทั้งสองให้หลงผิดและทำให้ทั้งสองต้องสูญเสียความเป็นอยู่อันแสนบรมสุขของตัวเอง หลังจากนั้น ทั้งสองก็ได้ถูกขับออกจากสวรรค์มายังโลกนี้เพื่อดำรงชีวิตอยู่ชั่วครู่หนึ่งแล้วก็ตาย หลังจากนั้นก็จะถูกทำให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อรอรับการตัดสินครั้งสุดท้าย
    
       ด้วยความสำนึกในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไป ทั้งอาดัมและอีฟมีความรู้สึกละอาย จึงสำนึกและเสียใจในความผิดของตน ด้วยความสำนึกนี้เองที่พระผู้เป็นเจ้าได้สอนให้คนทั้งสองกล่าวคำสำนึกผิดและขออภัยโทษต่อพระองค์ว่า ?ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริง เราเป็นผู้อธรรมต่อตัวของเราเอง หากพระองค์มิทรงให้อภัยและมิทรงเมตตาเราแล้ว เราย่อมเป็นผู้ขาดทุนอย่างแน่นอน? แม้ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ไม่ต้องแบกบาป
    
        เหตุการณ์ดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แต่มันเกิดขึ้นในสวนสวรรค์ของพระเจ้า เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเล่าเป็นสัญลักษณ์หรืออุทาหรณ์ให้มนุษย์ได้รู้ว่าขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วไม่มีใครสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์และมีความต้องการไม่สิ้นสุดแม้แต่จะอยู่ในสวรรค์ก็ตาม แต่ความผิดหรือบาปดังที่อาดัมและอีฟได้ทำไปนั้นมิจำเป็นต้องหมายความว่าหัวใจของมนุษย์ได้ตายไปแล้วจนไม่มีทางที่จะปฏิรูปหรือเจริญเติบโตก้าวหน้าได้อีก ในทางตรงข้าม มนุษย์มีความสำนึกพอที่จะยอมรับบาปและข้อบกพร่องของตัวเอง ที่สำคัญก็คือ มนุษย์สามารถที่จะรู้ว่าเขาควรจะหันกลับไปหาใครเพื่อขอคำแนะนำหรือการชี้ทาง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือความจริงที่ว่าพระเจ้าพร้อมเสมอที่จะตอบรับคำวิงวอนอย่างจริงใจของผู้ที่แสวงหาความช่วยเหลือจากพระองค์ ทั้งนี้เพราะพระองค์ทรงกรุณาปรานี ทรงเมตตาเสมอ นอกจากนั้นแล้ว เมื่อพระองค์ทรงให้อภัยใคร พระองค์ก็จะประทานความเมตตาแก่คนผู้นั้นด้วย (กุรอาน 7:156)
   การเอาเหตุการณ์ทำผิดของมนุษย์คู่แรกมาอ้างว่าเพศหญิงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำบาปและทำให้บาปนั้นติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิดจึงเป็นสิ่งแปลกประหลาดในทัศนะของอิสลาม

    
        แนวความคิดเรื่องบาปติดตัวมาแต่กำเนิดไม่มีอยู่ในคำสอนของอิสลาม ตามคัมภีร์กุรอานและคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด มนุษย์เกิดมาในสภาพที่สะอาดบริสุทธิ์หรือที่เรียกในภาษาอาหรับว่า ?ฟิฏเราะฮฺ? นั่นคือ มนุษย์อยู่ในสภาวะยอมจำนนต่อเจตนารมณ์และกฎของพระเจ้า มนุษย์จะเป็นอะไรหลังจากเกิดมานั้นก็เป็นเพราะอิทธิพลภายนอกและปัจจัยรอบตัวที่มากระทบเขา ถ้าจะเปรียบเรื่องนี้กับความคิดสมัยใหม่ก็คือ ธรรมชาติของมนุษย์สามารถดัดแปลงได้โดยกระบวนการหล่อหลอมทางสังคม(Socialisation)โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมภายในบ้านซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะมันจะเป็นตัวกำหนดให้มนุษย์เป็นอะไร มนุษย์จะมีบุคลิกและลักษณะทางศีลธรรมอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการอบรมบ่มเพาะนิสัยของพ่อแม่ คนไทยจึงมีคำพูดเรียกเด็กที่มีพฤติกรรมชั่วๆว่า ?พ่อแม่ไม่สั่งสอน? แต่นี่มิได้เป็นการปฏิเสธเสรีภาพในการเลือกของบุคคลและทำให้เขาพ้นจากความรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาเอง แต่มันเป็นการบรรเทาภาระมนุษย์มิให้ต้องมาแบกบาปหรือความผิดที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดโดยที่ตัวเองยังไม่ได้ทำเลย ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ยังรู้ดีรู้ชั่ว
    
         อย่างไรก็ตาม ความไม่สมบูรณ์และความบกพร่องผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากมนุษย์ก็มิได้หมายถึงบาปหรือมีความหมายเดียวกันกับการทำความผิด อย่างน้อยที่สุด อิสลามก็มีคำสอนเช่นนั้น ถ้าหากมนุษย์ไม่สมบูรณ์ มนุษย์ก็มิได้ถูกพระเจ้าทอดทิ้งไว้โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และพระเจ้าก็จะไม่ปล่อยให้มนุษย์ต้องตกเป็นเหยื่อความบกพร่องของเขาเอง แต่มนุษย์ได้รับอำนาจจากคำสอนของพระองค์ที่พร้อมไปด้วยเหตุผลที่สติปัญญาของเขาสามารถเข้าใจได้และเขามีเสรีภาพที่จะเลือก อีกทั้งมนุษย์ยังมีความคิด มีลักษณะทางสังคมและจิตใจในการแสวงหาความสมบูรณ์ด้วย ดังนั้น การที่พลังแห่งความดีและความชั่วต่างยื้อยุดฉุดกระชากกันจึงเป็นการต่อสู้ของชีวิต มันทำให้มนุษย์มีอะไรบางอย่างข้างหน้าที่เขามุ่งมาดปรารถนาจะได้มันมาและลงมือทำเพื่อมัน มันทำให้ชีวิตของมนุษย์น่าสนใจและมีความหมาย ไม่ใช่เกิดมาเพียงเพื่อกิน นอน ถ่าย สืบพันธุ์แล้วก็ตายไป ในอีกด้านหนึ่ง มันก็ทำให้พระเจ้าพึงพอพระทัยที่ได้เห็นบ่าวของพระองค์อยู่ในฐานะของผู้ที่ได้รับชัยชนะทางด้านจิตใจและศีลธรรม องค์ประกอบของบาป
    
        มาตรฐานทางศีลธรรมของอิสลามถือว่าบาปมิใช่สิ่งที่ทำให้มนุษย์ไม่สมบูรณ์หรือมีความบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์เป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งของมนุษย์ในฐานะที่เป็นสิ่งถูกสร้างที่มีขอบเขตจำกัด บาปจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมนุษย์มีหนทางและปัจจัยที่จะไปสู่ความสมบูรณ์กว่าได้ แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ไปหามัน ดังนั้น บาปจึงหมายถึงการกระทำผิดใดๆที่
   
   (1) ทำไปโดยตั้งใจ
   (2) ฝ่าฝืนคำสั่งที่ชัดเจนของพระเจ้า
   (3) ละเมิดสิทธิ์ของพระเจ้าหรือสิทธิ์ของมนุษย์
   (4) เป็นอันตรายต่อวิญญาณหรือร่างกาย และ
   (5) สามารถหลีกเลี่ยงได้

    
        นี่คือองค์ประกอบของบาปซึ่งมิได้มีอยู่ในตัวของมนุษย์หรือติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิด อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจปฏิเสธว่ามนุษย์มีความสามารถในการทำบาปอยู่ภายในตัว แต่ความสามารถนี้ก็มิได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าความสามารถในการทำดีของเขาเช่นกัน ถ้าเขาเลือกที่จะใช้ความสามารถของเขาทำบาปแทนการใช้ความสามารถในการทำดี นั่นก็เท่ากับว่าเขาได้เอาปัจจัยภายนอกเข้าไปเพิ่มในธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของเขา ด้วยเหตุนี้เองที่มนุษย์จึงต้องรับผิดชอบการกระทำของตน
    
   ในอิสลาม บาปมีทั้งบาปเล็กและบาปใหญ่ มีทั้งบาปต่อพระเจ้าโดยเฉพาะ และบาปต่อทั้งพระเจ้าและมนุษย์ด้วยกัน บาปทั้งหมดที่มีต่อพระเจ้าสามารถได้รับการให้อภัยหากผู้ทำบาปขอการอภัยโทษต่อพระองค์ด้วยความจริงใจ ส่วนบาปที่กระทำต่อมนุษย์นั้นจะได้รับการให้อภัยก็ต่อเมื่อผู้ถูกละเมิดให้อภัยผู้ละเมิดหรือถ้าหากได้มีการชดใช้หรือได้รับการลงโทษแล้ว
    
   กล่าวโดยสรุป บาปเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น มิได้มีอยู่ในตัวมนุษย์ มันเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถหลีกเลี่ยงได้ มันเป็นการฝ่าฝืนกฎของพระเจ้าโดยเจตนาทั้งๆที่รู้ ถ้ามนุษย์ทำสิ่งใดที่เกิดจากสัญชาตญาณทางธรรมชาติโดยแท้จริง เช่นหลงลืม หรือทำโดยถูกบังคับจนไม่สามารถต้านทานได้แล้ว การกระทำนั้นก็ไม่ถือเป็นบาปในอิสลาม มิเช่นนั้นแล้ว วัตถุประสงค์ของพระเจ้าที่จะทดสอบก็จะไม่มีความหมายอะไรและความรับผิดชอบของมนุษย์ก็จะไม่มีผล พระเจ้าต้องการจากมนุษย์ในสิ่งที่เป็นไปได้และสิ่งที่มนุษย์สามารถไปถึงเท่านั้น

   บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service