Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พิมพ์หน้านี้ - บันทึกไม่ลับ... สามเดือนที่ผันผ่าน..กับ..เรื่องราวหลังแต่ง

มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา => นานาสาระ เกี่ยวกับชีวิตครอบครัว => ข้อความที่เริ่มโดย: kunthai ที่ กันยายน 19, 2013, 08:51:36 am


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.



หัวข้อ: บันทึกไม่ลับ... สามเดือนที่ผันผ่าน..กับ..เรื่องราวหลังแต่ง
เริ่มหัวข้อโดย: kunthai ที่ กันยายน 19, 2013, 08:51:36 am

   บันทึกไม่ลับ... สามเดือนที่ผันผ่าน..กับ..เรื่องราวหลังแต่ง
   
   โดย
Arif Manraden Ibnusabeel

   
   444
   
   
   สามเดือนเศษมาแล้ว---หลังจากที่ผมแต่งงาน ผมมีเรื่องราวมากมาย---ย่างกรายเข้ามาในชีวิตของผม

   1.

   ณ วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังปฏิบัติภารกิจส่วนตัวอยู่ ได้ยินแม่ยายบอกลูกสาวของตน ซึ่งก็คือภรรยาของผมว่า เพื่อนบ้านพูดถึงลูกสาวว่า เมื่อเห็นเธอยิ้มที่ไรแล้วดูสดใส มีชีวิตชีวาขึ้น

   ผมได้ยินภรรยาถามกลับยังแม่(ยาย)ไปว่า ก็เมื่อก่อนก็ยิ้มนี่นา ไม่ใช่เพิ่งมายิ้มเอาตอนนี้ แม่ยายตอบกลับมาว่า เมื่อก่อนก็ยิ้ม แต่ตอนนี้ยิ้มแบบดูแล้วสดใส (เค้าว่ามางั้น)

   ผมได้ยินแล้ว---อัลฮัมดุลิลลาฮฺ---ภรรยาผมมีหลายอย่าง ที่อยู่ใกล้แล้วชวนสบายใจครับ

   2.

   อย่าง เวลาเธอโมโห---เธอจะพูดสั้น ๆ ว่า "น้องไม่ดีกับบังแล้ว" พร้อมกับยกนิ้วโป้งชูขึ้นมาโชว์ หรือไม่ก็แปะมาที่ผม มันอดทำให้ผมหัวเราะไม่ได้ และรู้สึกว่าเหมือนตอนทะเลาะกับเพื่อนในวัยเด็กไม่มีผิด และหลังจากพูดประโยคนั้นจบ เธอก็สะบัดหน้าไปทางอื่นหนึ่งที ผมก็ทำหน้าจ๋อย (ไม่ทันตั้งตัวนี่ครับ) ผมยังไม่รู้เลยว่าผิดอะไร

   ผ่านไปไม่ถึงนาที ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างจากหญิงอื่นอยู่มาก เธอกลับหันมายิ้มสดใส ราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้โกรธอะไรผม พร้อมกับประโยคสั้น ๆ "แค่เห็นบังหน้าจ๋อย ก็หายโกรธแล้ว และน้องก็สมาธิสั้นเกินกว่าจะนั่งทำหน้าบึ้งนาน ๆ" เอากับเธอซีครับ ^____^

   ผมกับเธอก็เลยไม่เคยได้ทะเลาะกันสักที

   3.

   เธอ บอกผมว่า ก่อนหน้านี้ด้วยงานหลักที่หนัก เธอแทบจะไม่ทำงานอะไรที่เป็นงานบ้านเลย ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน หรือทำกับข้าว ผมเลยเตรียมใจไว้แล้ว ว่าผมต้องเป็นพ่อบ้านจนหัวฟูแน่ ๆ ทำกับข้าวให้ภรรยาทาน แต่ที่ไหนได้ เพราะเธอเป็นคนที่เรียนรู้อะไรได้เร็ว เธอกลับมีความสามารถในการทำอาหาร จนผมที่เป็นคนผอม น้ำหนักขึ้นเกือบสองกิโลในสองเดือนเศษ ๆ หลังจากที่เรานิกาหฺกันมา จากสถิติตั้งแต่เป็นหนุ่มมา ขึ้นเยอะสุดก็แค่ครึ่งกิโล

   4.

   ณ คืนหนึ่ง คืนนั้นเป็นค่ำคืนของวันอาทิตย์ ผมท้องเสียตั้งแต่ตอนกลางวัน (ของวันเสาร์) ส่วนเธอในฐานะนักศึกษา ป.โท ที่กำลังเร่งทำวิทยานิพนธ์ ก็ไม่อาจเลื่อนนัดเพื่อนครูจากหาดใหญ่ที่เตรียมจะสัมภาษณ์ไว้ในคืนนั้น เธอสัมภาษณ์เพื่อนครูท่านนั้นไป ด้วยความสนิทส่วนตัวกับเพื่อนครูผู้ให้สัมภาษณ์ ทั้งสองคนก็ทำงานและถอดคำสัมภาษณ์กันเสร็จก็ตีสามเข้าไปแล้ว เธอเดินไปเดินมาระหว่างห้องที่แขกเพื่อนครูพักกับห้องนอนของเราไปมาหลายรอบ เพื่อมาดูอาการของผมด้วยความเป็นห่วง และเธอทำงานเสร็จตอนตีสามพอดี ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่พ่อตาแม่ยายมาถามอาการของผม และเธอตัดสินใจพาผมไปโรงพยาบาล ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้นอนเลย

   5.

   ถึง ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสตูล ครอบครัวของเธอที่ตอนนี้กลายมาเป็นครอบครัวของผม ก็แบ่งหน้าที่กันได้ดีเยี่ยม แม่ยายไปกรอกประวัติ และจัดการเรื่องเอกสาร ส่วนเธอก็ขออนุญาตพยาบาล ตามมาดูผมถึงห้องฉุกเฉิน ซึ่งพยาบาลก็อนุญาต เพราะคืนนั้นคนไข้น้อย เธอยิ้ม หัวเราะ และชวนผมคุย เพื่อไม่ให้ผมเครียดและรู้สึกผิดจากการที่เป็นต้นเหตุให้เธอไม่ได้นอน ทั้ง ๆ ที่เธอเหนื่อยมาทั้งคืน เธอยิ้มพร้อมกับบอกผมว่า "ไม่เป็นไร เธอมีสุข ที่ได้ทำ" ผมรู้สึกว่าเธอน่ารัก (เช่นเคย) ครับ

   6.

   ณ ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสตูล ระหว่างที่เธอกำลังชวนผมคุย สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นคนไข้คนหนึ่ง ที่อาการหนักกว่าผม ซึ่งเข้ามาทีหลัง เธอบอกผมว่าสงสาร ผมเลยหันไปมอง เห็นคนไข้คนนั้นกำลังพยายามดึงผ้าห่มที่วางอยู่บริเวณฝ่าเท้าของตัวเองอยู่ ตั้งนาน แต่ความพยายามนั้นกลับไม่สำเร็จ เธอชะเง้อมองไปนอกห้อง และบอกผมว่า ภรรยาเขานั่งหลับอยู่ น่าจะเหนื่อยและง่วง เธอเลยหันมาบอกผมว่า "ขออนุญาตไปห่มผ้าให้ผู้ชายคนนั้นหน่อยนะ สงสารเขา" ผมอนุญาต และได้ยินเสียงผู้ชายคนนั้นขอบคุณเบา ๆ พร้อมทั้งพยายามหลับตา เธอหันมายิ้มให้ผม ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเกือบตีสี่เข้าไปอีกแล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะง่วงงุนของคนที่ยังไม่ได้นอนอยู่เลย "ผมก็ยิ่งทวีความรักที่มอบให้แก่เธอมากขึ้นไปอีก"

   7.

   ในที่สุด พยาบาลก็ฉีดยาให้ผมไปเข็มหนึ่ง และหลังจากฉีดยา ผมพบว่าอาการของผมดีขึ้น และผมก็ได้รับอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน เธอได้แสดงสีหน้าอย่างคนมีความสุขออกมาให้ผมเห็นได้ชัด ในเช้าของวันอาทิตย์ ด้วยความเหนื่อยล้าของเธอ ที่เธอไม่ได้แสดงออกให้เห็นในขณะที่เธอทำหน้าที่ของความเป็นภรรยาที่ดีต่อ สามีที่กำลังเจอบททดสอบจากพระองค์อยู่ เธอได้หลับอย่างน่าสงสารมาก มันทำให้ผมรักและรักเธอมากยิ่งขึ้น

   8.

   เพราะเธอเป็นคนช่าง สังเกต เมื่อรู้ว่าผมทานน้อยลง เธอจึงมักปรับเปลี่ยนเมนูอาหารอยู่เสมอ ล่าสุด เธอทำฟักทองเชื่อม เธอไม่ทำนานจนหลง ๆ ลืม ๆ และเกิดการผิดสูตรขึ้นจนได้ ผมบอกตัวเองเลย ว่าต้องทำตามซุนนะฮ ชมอาหารที่ภรรยาทำว่าอร่อย ระหว่างเธอกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดกับฟักทองในหม้อ และถึงเวลาอะซาน ผมก็ไปละหมาดที่มัสยิด

   กลับจากมัสยิด ระหว่างดูข่าวคราวบ้านเมืองผ่านหน้าจอทีวีด้วยกัน เธอก็นำฟักทองเชื่อม ราดน้ำกะทิ ฝีมือเธอ สีน่าทานมาก ผมทานไปคำแรกครับ เงียบ!!! เธอมองหน้าผม “ไม่อร่อยหรือ อุตส่าห์ปรับแล้วเชียว” เธอเอ่ยถาม "มันอร่อยครับ อร่อยมาก" ผมตอบเธอ พร้อมกินฟักทองหมดไปสี่ชิ้น เพราะทั้งฟักทอง ทั้งกะทิ พอดีเลยครับ นี่แหละครับภรรยาผม เธอช่างคิด ช่างสังเกต และยอดเยี่ยมในการแก้ปัญหา เธอน่ารักครับ

   อิสลามไม่ได้บอกให้เราเลือกคนที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้านมาแต่งงานด้วย แต่อิสลามให้ความเชื่อมั่นว่า เมื่อมีการนิกาหฺเกิดขึ้น ศาสนาที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของบุคคลหนึ่งจะสมบูรณ์ ผมเชื่อว่า การแต่งงาน นอกจากจะทำให้อิสลามซึ่งสำคัญที่สุดสมบูรณ์ขึ้นแล้ว ยังทำให้หัวใจของเราสมบูรณ์ และกรุ่นไปด้วยความสุขมากขึ้น (ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ) --- อัลฮัมดุลิลลาฮ

   ชีวิตคู่จึงต้องอาศัย “อีหม่าน-ศรัทธา” เป็นตัวเชื่อมโยง ผูกมัดหัวใจทั้งสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน การใช้ชีวิตคู่จึงต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เข้าใจเขาเข้าใจเรา ความอ่อนโยน โอนอ่อนผ่อนปรน และมีความเชื่อมั่นระหว่างกัน หากไม่ใช่ด้วยอีหม่านแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนสองคน ต่างเพศกัน ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน แค่รู้จักกันเพียงไม่กี่สัปดาห์ แค่ราว 2 เดือนเศษ ๆ มาจากต่างที่ (หมู่บ้านในตำบลเดียวกัน) บุคลิกภาพ นิสัยใจคอที่ไม่เหมือนกัน พื้นฐานการอบรมเลี้ยงดู และการศึกษาที่ต่างกัน เราก็นิกาหฺกัน -- “กับคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่”-- ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ  และมาใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขเช่นนี้ ด้วยพลังแห่งอีหม่านนี้เองที่ประสานความแตกต่างของคนสองคนและหัวใจสองดวงไว้ เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างน่าประหลาดใจไม่น้อย  แม้ชีวิตจะมีอะมานะฮฺเพิ่มขึ้น บททดสอบ ความยากลำบากของชีวิตก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามติดมาก็จริง หากหัวใจสองดวงผูกพันด้วยศรัทธาแล้ว ชีวิตคู่นี้แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ นานา และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากทั้งคู่จริงใจ พร้อมใจที่ร่วมเดินไปด้วยกัน แม้จะต้องทนความเหนื่อยยากลำบากสักเพียงใด “จะเหนื่อยหนาสาหัสสักเพียงใด---ก็มีความสุข---” ครับ <อัลฮัมดุลิลลาฮฺ>

    

   ขอแค่เพียง—สองหัวใจผูกพันด้วยศรัทธา ^_______^



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service