Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
กระทู้ล่าสุดของ: ป้อหลวงบ้าน
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 561
1  องค์กร บุคคล มุสลิมเชียงใหม่ / มัสยิดในเชียงใหม่และภาคเหนือ / มัสยิดดารุ้ลฮูดาบ้านถ้ำสันติสุข ซึ่งเป็นอีกมัสยิดอำเภอแม่สาย เชียงราย เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2017, 03:43:43 pm
มัสยิดดารุ้ลฮูดาบ้านถ้ำสันติสุข ซึ่งเป็นอีกมัสยิดอำเภอแม่สาย เชียงราย






หมู่บ้านถ้ำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ถือได้ว่า เป็นชุมชนแรกเริ่ม ที่เป็นศูนย์อพยพของทหารจีนกองพลเก้าสิบสามในพื้นที่อำเภอแม่สาย อยู่ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สภาพภูมิประเทศสวยงามประกอบด้วย ทิวเขา ป่าไม้ ตลอดจนแหล่งต้นน้ำและสภาพทางธรรมชาติอันสมบูรณ์

ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีมัสยิดดารุลฮุดาบ้านถ้ำ ตั้งตะหง่าน เคียงข้างอยู่ร่วมกับวัดจีนชื่อวัดกวนยินซื่อ และบริเวณหน้ามัสยิดเป็นที่ตั้งของโรงเรียนจีน เจี้ยนหัว ที่มีมูลนิธิบ้านถ้ำ(เพื่อการกุศล)เป็นเจ้าของ โดยใช้หลักสูตรการเรียนการสอนหลักสูตรเดียวกับโรงเรียนโรงเรียนกวงฟูวิทยาคม ที่ตั้งอยู่ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มัสยิดดารุ้ลฮูดาบ้านถ้ำสันติสุข ซึ่งเป็นอีกมัสยิด ทางภาคเหนือบนสุด ซึ่งชุมชนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นชุมชนเก่าแก่มากกว่า 60 ปีที่มีพี่น้องมุสลิมไทยเชื่้อสายจีน อาศัยอยู่ มีสัปบุรุษประมาณ สิบกว่าหลังคาเรือน ประชากรมุสลิมมีประมาณ 5 - 60 คนขึ้นไป โดยได้ขึ้นทะเบียนขึ้นกับกรมการศาสนาอย่างถูกต้องเมือปี พุทธศักราช.2549 ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายบนเส้นทางพหลโยธิน มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สาย ถึงจุดตรวจ บ้านถ้ำ ก่อนถึงแม่สาย 10 กว่ากิโล ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไป ประมาณ 4 - 5 ก.ม. ผ่านวิทยาลัยอาชีวะ อ.แม่สาย มีแยกเลี้ยวขวา 300 ม.

มุสลิมส่วนใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ เป็นชาวจีนที่อพยพมาพร้อมกันกับทหารจีน เล่ากันว่า *ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2493 กิ่งอำเภอแม่สายได้รับยกฐานะเป็นอำเภอ ในปีเดียวกันนั้น แม่สายก็ได้เป็นศูนย์รับผู้อพยพซึ่งเป็นทหารกองพล 93 จาก ยูนนาน ซึ่งพ่ายแพ้สงครามต่อคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน แตกหนีเข้าพม่าและถูกพม่าผลักดันถอยร่นมาทางชายแดนด้านตะวันตกของอำเภอแม่สายชาวแม่สายได้เห็นเครื่องบินพม่าทิ้งระเบิดลงบนสันเขาหลังตลาดแม่สายอยู่นานนับสัปดาห์ ก่อนที่รัฐบาลไทยจะตัดสินใจรับทหารจีนฮ่อมาเป็นประชากรรุ่นใหม่ของประเทศ โดยจัดที่อยู่ให้ที่บ้านถ้ำ ทหารกองพล 93 เหล่านี้ คือบรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายจีนฮ่อในบ้านถ้ำ ตลาดใหม่หน้าอำเภอแม่สาย บ้านห้วยไคร้ และที่ดอยแม่สะลอง อำเภอแม่จัน

ที่พิเศษอีกอย่างหนี่ง หากมาถึงชุมชนมัสยิดแห่งนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ปัจจุบัน พี่น้อง หลากหลายศาสนา หลากหลายวัฒนธรรม ยังคงมีการอยู่ร่วมกันด้วยความรักความสามัคคี ในหมู่่บ้านแห่งนี้ ด้วยความรัก ความเข้าใจ การใส่ใจซึ่งกันและกัน จึงทำให้ชุมชนแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่น่ามาเยือน


ชุมพล ศรีสมบัติ ข่าวภาคเหนือ รายงาน

(*ข้อมูล maesaingp
http://oknation.nationtv.tv/blog/maes...) http://allpongngam.blogspot.com
2  องค์กร บุคคล มุสลิมเชียงใหม่ / มัสยิดในเชียงใหม่และภาคเหนือ / มัสยิดดารุล เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2017, 03:40:12 pm
หมู่บ้านถ้ำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ถือได้ว่า เป็นชุมชนแรกเริ่ม ที่เป็นศูนย์อพยพของทหารจีนกองพลเก้าสิบสามในพื้นที่อำเภอแม่สาย อยู่ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สภาพภูมิประเทศสวยงามประกอบด้วย ทิวเขา ป่าไม้ ตลอดจนแหล่งต้นน้ำและสภาพทางธรรมชาติอันสมบูรณ์

ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีมัสยิดดารุลฮุดาบ้านถ้ำ ตั้งตะหง่าน เคียงข้างอยู่ร่วมกับวัดจีนชื่อวัดกวนยินซื่อ และบริเวณหน้ามัสยิดเป็นที่ตั้งของโรงเรียนจีน เจี้ยนหัว ที่มีมูลนิธิบ้านถ้ำ(เพื่อการกุศล)เป็นเจ้าของ โดยใช้หลักสูตรการเรียนการสอนหลักสูตรเดียวกับโรงเรียนโรงเรียนกวงฟูวิทยาคม ที่ตั้งอยู่ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มัสยิดดารุ้ลฮูดาบ้านถ้ำสันติสุข ซึ่งเป็นอีกมัสยิด ทางภาคเหนือบนสุด ซึ่งชุมชนแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นชุมชนเก่าแก่มากกว่า 60 ปีที่มีพี่น้องมุสลิมไทยเชื่้อสายจีน อาศัยอยู่ มีสัปบุรุษประมาณ สิบกว่าหลังคาเรือน ประชากรมุสลิมมีประมาณ 5 - 60 คนขึ้นไป โดยได้ขึ้นทะเบียนขึ้นกับกรมการศาสนาอย่างถูกต้องเมือปี พุทธศักราช.2549 ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายบนเส้นทางพหลโยธิน มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สาย ถึงจุดตรวจ บ้านถ้ำ ก่อนถึงแม่สาย 10 กว่ากิโล ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไป ประมาณ 4 - 5 ก.ม. ผ่านวิทยาลัยอาชีวะ อ.แม่สาย มีแยกเลี้ยวขวา 300 ม.

มุสลิมส่วนใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ เป็นชาวจีนที่อพยพมาพร้อมกันกับทหารจีน เล่ากันว่า *ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2493 กิ่งอำเภอแม่สายได้รับยกฐานะเป็นอำเภอ ในปีเดียวกันนั้น แม่สายก็ได้เป็นศูนย์รับผู้อพยพซึ่งเป็นทหารกองพล 93 จาก ยูนนาน ซึ่งพ่ายแพ้สงครามต่อคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน แตกหนีเข้าพม่าและถูกพม่าผลักดันถอยร่นมาทางชายแดนด้านตะวันตกของอำเภอแม่สายชาวแม่สายได้เห็นเครื่องบินพม่าทิ้งระเบิดลงบนสันเขาหลังตลาดแม่สายอยู่นานนับสัปดาห์ ก่อนที่รัฐบาลไทยจะตัดสินใจรับทหารจีนฮ่อมาเป็นประชากรรุ่นใหม่ของประเทศ โดยจัดที่อยู่ให้ที่บ้านถ้ำ ทหารกองพล 93 เหล่านี้ คือบรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายจีนฮ่อในบ้านถ้ำ ตลาดใหม่หน้าอำเภอแม่สาย บ้านห้วยไคร้ และที่ดอยแม่สะลอง อำเภอแม่จัน

ที่พิเศษอีกอย่างหนี่ง หากมาถึงชุมชนมัสยิดแห่งนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ปัจจุบัน พี่น้อง หลากหลายศาสนา หลากหลายวัฒนธรรม ยังคงมีการอยู่ร่วมกันด้วยความรักความสามัคคี ในหมู่่บ้านแห่งนี้ ด้วยความรัก ความเข้าใจ การใส่ใจซึ่งกันและกัน จึงทำให้ชุมชนแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่น่ามาเยือน


ชุมพล ศรีสมบัติ ข่าวภาคเหนือ รายงาน (*ข้อมูล maesaingp
http://oknation.nationtv.tv/blog/maes...) 053-732 450 http://allpongngam.blogspot.com
3  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / เครือข่ายมนุษย์+ธรรม สำนักจุฬา ไปมัยยิตชาวโรฮิงยา ลี้ภัยมาอยู่ในประเทศไทย เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2017, 09:03:01 am

   เครือข่ายมนุษย์+ธรรม สำนักจุฬา ไปมัยยิตชาวโรฮิงยา ลี้ภัยมาอยู่ในประเทศไทย
   
   
   . เครือข่ายมนุษย์+ธรรม ได้เดินทางไปรับมัยยิตชาวโรฮิงยา ที่เดินทางลี้ภัยมาอยู่ในประเทศไทย ไปดำเนินการตามพิธีการทางศาสนา ที่มัสยิดสมาคมมุสลิมหาดใหญ่ และพาไปฝังที่กุโบร์ท่าไทร จนเป็นที่เรียบร้อย

   ขอขอบคุณท่านสท.สามารถ เหมมัน ที่ได้อนุเคราะห์ในการประสานงานพื้นที่ ตลอดจนกลุ่มแม่บ้านสมาคมมุสลิมะฮฺ และพี่น้องบ้านท่าไทรทุกท่าน ที่ได้แบ่งปันความเมตตาให้กับผู้ด้อยโอกาส ด้วยการจัดการมัยยิตเป็นอย่างดี ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง
    

   ที่แม่สอด...
   กับเครือข่ายมนุษย์+ธรรม แม่สอด สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ได้รับเกียรติจากอ.สมจิตร เพชรปัญญา ทนายเอกชัย เนติภูมิกุลเปิดบ้านเลี้ยงน้ำชาปากี โรตีโอ่ง รับรองแขกฝ่ายในประเทศ ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมเครือข่าย ทางภาคเหนือ มีดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ และนายเมธา เมฆารัฐ ให้เกียรติร่วมลงพื้นที่กับคณะในครั้งนี้ด้วย และก่อนกลับ อ.ได้มอบเงินช่วยเหลือ สภาฯ จำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท) 
   ยอดบริจาค จากพี่น้องแม่สอด รวม 85,0000 บาท

   ในนามประธานฝ่ายในประเทศ ขออัลลอฮฺทรงเพิ่มพูนริสกี และประทานสุขภาพแข็งแรงแด่ทุกท่านด้วยเถิด...อามีน.

   

      บารอกัลลอฮฺ

   

      #เครือข่ายมนุษย์บวกธรรม
      #สภาเครือข่ายเหลือด้านมนุษยธรรมสำนักจุฬาราชมนตรี
      14/11/60
      
      
      
      
      
       

4  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / เสื่อมหนัก!! "สาว ม.ต้น" ลวงเพื่อนมาทำร้าย แทบเอาชีวิตไม่รอด พร้อมกองเชียร์นับ10 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2017, 08:43:23 am

   คุณ      

   อิ่มพักตร์ เพียรธรรม ได้แชร์โพสต์ของ Supapich Hung     เธอได้กล่าวสะท้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้วา

   แชร์...ซ้ำ..ให้ดูความเสื่อมโทรมของวัฒนธรรมของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้...นิยมความรุ่นแรง....สาเหตุของความเสื่อมโทรมทางด้านจิตใจมาจากการเสพติดความรุนแรงในคลิปต่าง...ต่างเห็นชอบและชื่นชม...ว่าความรุนแรงเหล่านี้เป็นเรื่องนิยม และซะใจ....

   ช่างน่าสงสารผู้ได้รับผลกระทบใรเหตุการณ์เหล่านี้...เป็นที่สุด...

   อยากให้วัยรุ่น...วัยเจริญพันธุ์ในทุกด้าน..กลับมาเปลี่ยนความคิดเลวๆ แบบนี้..มาทำในสิ่งที่ดีและถูกต้องกันเถอะ..

   อบรมและสั่งสอน..ใส่จิตใต้สำนึกดีๆ..ให้พวกเค้ากันเถอะนะ.....อย่าปล่อยให้สังคมเลว เลว และเลวร้ายไปกว่านี้เลย....

   เหนื่อยใจมากจริงๆ ที่เห็น เยาวชนเป็นแบบนี้

   
   
   เสื่อมหนัก!! "สาว ม.ต้น" ลวงเพื่อนมาทำร้าย แทบเอาชีวิตไม่รอด พร้อมกองเชียร์นับ10 ก่อนป้าเหยื่อเล่าชนวนเหตุ ไม่ใช่เรื่องผู้ชายอย่างที่คิด!!

   วันที่ 30 มี.ค. 60 ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจSocial Hunter ได้โพสต์คลิปวิดีโอสุดอื้อฉาว ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นหญิงกลุ่มหนึ่ง กว่า10คน อายุประมาณ 15-18ปีกำลังใช้ความรุนแรง เตะไปทีตัวและใบหน้าวัยรุ่นหญิงที่นั่งอยู่กับพื้นอย่างไม่มีทางสู้ พร้อมด่าทอสารพัด อีกทั้งยังมีเพื่อนคอยส่งเสียงเชียร์ด้วยความสะใจ

   

      ล่าสุดจากการรายงาน ทราบว่า ป้าของวัยรุ่นวัย 15 ปี ได้พาหลานสาวเข้าแจ้งความ กับ ร.ต.อ.นิติภูมิ รัตนวรรณี รอง สว.สส.สภ.แหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และให้ปากคำเพิ่มเติมหลังมีการแชร์คลิปดังกล่าวลงในโลกโซเชียล พร้อมเรียกร้องให้ ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด ทราบชื่อต่อมาชื่อ นางสาววาสนา ทองตั้งวงศ์อายุ 15 ปี ที่ถูกกลุ่มเพื่อนทำร้ายร่างกาย เช่นตบ เตะ กระชากผม จนได้รับบาดเจ็บใบหน้าบวมปูด และมีรอยช้ำตามร่างกาย และขณะนี้ยังอยู่ในอาการระแวง-หวาดกลัวอยู่ด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะถูกกลุ่มเพื่อนมาทำร้ายซ้ำอีก

   

      โดยป้าของนางสาววาสนา ได้เผยสาเหตุว่า ที่หลานถูกรุมทำร้ายไม่ใช่เรื่องตบตีแย่งผู้ชาย หรือทะเลาะวิวาท เพราะหลังจากถามหลานจึงทราบว่าที่ถูกรุมทำร้ายเกิดจากกรณีที่ น.ส.สุทธิดา ส้มนิล อายุ 15 ปี หญิงวัยรุ่นที่ปรากฏในคลิป สวมยืดสีส้มเทา กางเกงขาสั้น ที่เป็นคนตบและเตะหลานตนนั้น ไม่พอใจหลานตนเด่นกว่าเพื่อนในกลุ่ม จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวด้วย
      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป...Nn
      
      
      ชมภาพคลิบจากลิงค์ด้านล่าง
      
      https://www.facebook.com/xyak.khirnannan/posts/10210851439382493
      
       

5  ฟังบรรยายศาสนา จาก นักวิชาการภาคเหนือ / รวมบรรยายศาสนา นักวิชาการ นักการศาสนา ภาคเหนือ / หัวข้อ มารยาทที่มีต่อคัมภีร์อัลกุรอ่าน โดยอ.สะอ๊าด วารีย์ เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 11:00:58 am
การเรียนการสอนหลักสูตรอบรมอิสลามขั้นพื้นฐานประจำวันอาทิตย์ที่ 24/ก.ย./60 ช่วงที่2 หัวข้อ มารยาทที่มีต่อคัมภีร์อัลกุรอ่าน โดยอ.สะอ๊าด วารีย์


6  ฟังบรรยายศาสนา จาก นักวิชาการภาคเหนือ / รวมบรรยายศาสนา นักวิชาการ นักการศาสนา ภาคเหนือ / มารยาทการสนทนา โดยอ.ยูนุส วารีย์ เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:53:35 am
การเรียนการสอนหลักสูตรอบรมอิสลามขั้นพื้นฐานประจำวันอาทิตย์ที่ 1/ต.ค./60 ช่วงที่2หัวข้อ 
มารยาทการสนทนา
โดยอ.ยูนุส วารีย์


7  ฟังบรรยายศาสนา จาก นักวิชาการภาคเหนือ / รวมบรรยายศาสนา นักวิชาการ นักการศาสนา ภาคเหนือ / มารยาท การ เผย แผ่ อิสลาม โดย อ.อิลยาส วารีย์ ณ.สถาบันเรียนรู้อิสลามเชียงใหม่ เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:47:21 am
มารยาท การ เผย แผ่ อิสลาม โดย อ.อิลยาส วารีย์ ณ.สถาบันเรียนรู้อิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ 29/10/2560


8  ฟังบรรยายศาสนา จาก นักวิชาการภาคเหนือ / รวมบรรยายศาสนา นักวิชาการ นักการศาสนา ภาคเหนือ / ของสถาบันเรียนรู้อิสลาม หัวข้อ "สิ่งต่างๆที่ทำให้เสียอิสลาม" โดย อ.ดาวุด ธิยัน เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:43:37 am
หล้กสูตร 16 สัปดาห์ของสถาบันเรียนรู้อิสลาม หัวข้อ "สิ่งต่างๆที่ทำให้เสียอิสลาม" โดย อ.ดาวุด ธิยัน



สิ่งที่ทำให้เสียอิสลาม ตอน 2






9  ศาสนาอิสลาม / อิสลามที่อยากรู้ / ลูกดื้อมากทำยังไง รักลูกให้ตีจริงเหรอ? แม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสิ้นหวัง เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:23:09 am
#ลูกดื้อมากทำยังไง #รักลูกให้ตีจริงเหรอ?
แม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสิ้นหวัง..เมื่อการตบตีกลายเป็นวิธีสื่อสารเดียวระหว่างเธอกับลูก



10  ศาสนาอิสลาม / อัล-กุรอ่าน ฮาดีษ รวมบทดุอา ขอพร ในอิสลาม / Re: ดูอาขอพรเมื่อรู้สึกท้อแท้ .. ขอท่านอย่าได้เพิ่งหมดหวังจากความเมตตา เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:17:46 am

   จงอย่าเอาพฤติกรรมของมัคโลคมาปิดกั้นท่านจากอัลลอฮฺจนกระทั่งทำให้ท่านมีความกลัดกลุ้มและกังวลใจและนัฟซูต้องการแก้แค้นและเอาชนะ แต่จงมองตรงไปที่อัลลอฮฺ ว่า พระองค์นั้น ทรงมีพระนามว่า (الرَّافِعُ) อัรรอฟิอฺ “ผู้ทรงยก(เกียรติของปวงบ่าว)” และมีพระนามว่า (الْخَافِضُ) อัลคอฟิฎ “ผู้ทรงลด(เกียรติของปวงบ่าว)” และพระองค์ทรงมีพระนามว่า (الْمُنْتَقِمُ) อัลมุนตะกิม “ผู้ทรงจัดการลงโทษกลับไปอย่างเฉียบขาด”

   

      ดังนั้นท่านจงทำความดีแต่หากกระทำความผิด จงรีบเตาบะฮ์ หากมีบุคคลหนึ่งต้องการทำลายเกียรติบ่าวคนหนึ่ง แต่อัลลอฮฺทรงยกเกียรติยกเกียรติเขา แน่นอนเขาจะไม่มีวันตกต่ำ แต่หากบุคคลหนึ่งต้องการยกเกียรติบ่าวคนหนึ่งแต่อัลลอฮฺทรงลดเกียรติเขา แน่นอนเขาก็ไม่มีเกียรติ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปทำลายเกียรติผู้ใด เพราะอัลลอฮฺจะไม่ทรงเมตตาผู้ที่ทำลายเกียรติผู้อื่นและยิ่งกว่านั้นพระองค์จะทำทรงจัดการในนามของ “อัลมุนตะกิม”

   

      แค่นี้ นัฟซูก็จะตายไปด้วยความตายสีดำ และเราก็จะไม่ถูกปิดกั้นจากอัลลอฮฺตะอาลานั่นเอง

   

      บทเรียน ความตายตามมุมมองของปราชญ์ตะเซาวุฟ, สถานบันอัลกุดวะฮ, 26/10/60.

11  ศาสนาอิสลาม / อัล-กุรอ่าน ฮาดีษ รวมบทดุอา ขอพร ในอิสลาม / ดูอาขอพรเมื่อรู้สึกท้อแท้ .. ขอท่านอย่าได้เพิ่งหมดหวังจากความเมตตา เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:14:14 am

   #พี่น้องที่รู้สึกหมดสิ้นความหวัง

   รู้สึกท้อแท้ .. ขอท่านอย่าได้เพิ่งหมดหวังจากความเมตตา และ การช่วยเหลือจากอัลลอฮ พระเจ้าแห่งทุกๆสรรพสิ่งทั้งปวงนะครับ ..

   

      ..เพราะการทำแบบนี้นั้น มันคือการไม่ยาเก่นในความทรงสามารถของอัลลอฮ(ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงสามารถยิ่ง)นั่นเอง .. ซึ่งจะทำให้ความโกรธกริ้วแห่งพระองค์จะประสปขึ้นบนตัวเราเป็นแน่แท้ .. นาอูซุบิลลาฮ !!

   

      #เราต้องรำลึกเสมอๆ

   

      ว่าพระองค์นั้น ทรงพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่สำนึกในความเป็นบ่าว เพราะพระองค์คือผู้ทรงเมตตากรุณายิ่ง .. ขนาดท่านนบียูนุสที่อยู่ในท้องปลาอันมืดมิด ภายใต้ก้นบึ้งแห่งท้องทะเลลึก ท่านยังไม่ย่อท้อและถดถอยจากเราะห์มัตแห่งอัลลอฮเลย ..

   

      ..หนำซ้ำ มันกลับเพิ่มพูนอีหม่านและยาเก่นเสียด้วยซ้ำไป .. และอัลลอฮเอง ก้อยังได้ทรงช่วยเหลือมาแล้ว .. ด้วยกับการที่ท่านนบียูนุสได้สำนึกในบรรดาความผิด พร้อมกับได้อ่านบทดุอาอ์ด้านล่างนี้ ..

   

      #ฉะนั้นใครที่รู้สึกมืดมิด

   

      รู้สึกท้อ หรือ หมดหนทาง .. ท่านอย่าลืม หมั่นอิสตีกอมะห์อ่านบทดุอาอ์สั้นๆนี้ให้เยอะๆนะครับ .. อินชาอัลลอฮจะตอบรับโดยอัลลอฮพระเจ้าของเรา ดั่งที่ได้ตอบรับท่านนบียูนุสมาแล้วนั่นเอง ..

   

      #ในอัลกุรอ่าน

   

      ซูเราะห์ อัลอันบียาอฺ อายะห์ที่ 87 ได้กล่าวไว้ ขณะที่ท่านนบียูนุส อยู่ในท้องปลาวาฬ ท่านนบียูนุสได้อ่านบทดุอาอ์ว่า ..

   

      " لا اله الا انت سبحانك اني كنت من الظالمين "

   

      อ่านว่า : ลาอีลาฮะ อิ่ลลาอันตะ ซุบฮานะกา อินนีกุนตู มินัซซอลีมีน

   

      ความว่า : ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกเสียจากพระองค์เท่านั้น มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ แท้จริงแล้วข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าก้อคือหนึ่งจากบรรดาผู้อธรรมทั้งหลาย .

   

      .. และ ในอายัตที่ 88 ยังได้กล่าวต่ออีกว่า

   

      " فاستجبنا له و نجيناه من الغم و كذلك ننجى الموءمنين "

   

      ความว่า : จากนั้นเราได้ตอบรับการวิงวอนของเขา และเราได้ช่วยเหลือเขาให้ได้รอดพ้นจากความทุกข์ร้อน(ความยากลำบาก) และเช่นเดียวกัน เราจะทำการช่วยเหลือแด่บรรดามุอฺมีนีน(ผู้ที่ศรัทธาทั้งหลาย) .

   

      #สุดท้ายนี้ : อย่าลืมอ่านกันให้มากๆนะครับ

   

      **โดยเฉพาะทุกๆครั้งหลังจากที่ได้เสร็จสิ้นการละหมาดสักนี้ดก้อยังดี .. อินชาอัลลอฮ เราจะได้รับการช่วยเหลือจากอัลลอฮในความทุกข์ยากจากสิ่งที่ได้ประสปมา การวิงวอนจะเป็นที่ตอบรับจากอัลลอฮ พระเจ้าผู้ทรงสามารถและทรงเมตตายิ่ง** .

   

      ++#ทุกๆท่านสามารถส่งต่อสิ่งดีๆนี้แด่บุคคลที่เรารักได้เลยนะครับ++

   

      ❤️..วัลลอฮุอะลัม..❤️

   

      ~~ ด้วยความปราถนาดี ~~
      เพจ : แนวทาง อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะห์
      - วัสสลามุอาลัยกุมวะเราะห์มาตุ้ลลอฮวะบารอกาตุฮ -
      
      
       

12  ศาสนาอิสลาม / อิสลามที่อยากรู้ / ฟาโรห์ ฟิรเอาน์ สัญลักษณ์หนึ่งจากบรรดาผู้ฝ่าฝืน เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:09:00 am

   https://www.okmuslim.com/wp-content/uploads/2017/10/mummy-1-picsay-300x188.jpg 300w" style="box-sizing: border-box; border: 0px; vertical-align: middle; display: block; max-width: 100%; height: auto;" width="640" />

              ฟิรเอาน์ สัญลักษณ์หนึ่งจากบรรดาผู้ฝ่าฝืน ฟาโรห์ คือใคร ใช่รอมซีสหรือไม่ จากคำถามข้างต้นได้สร้างข้อกังขาให้กับผู้คนตลอดมา บ้างกล่าวว่าใช่ แต่บุคคลส่วนใหญ่บอกว่าเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะคุณลักษณะของฟาโรห์องค์นี้นั้น ขัดต่อคำบอกเล่าของอัลกุรอานโดยสิ้นเชิง แต่สำหรับชาวยิวไซออนนิตส์แล้ว พวกเขาไม่ลืม ฟาโรห์หรือฟิรเอาน์องค์นี้เลย เนื่องจากคัมภีร์เตาร๊อตได้บอกกับพวกเขาว่า ฟาโรห์องค์นี้ นี่เองที่เคยทรมานพวกเขาโดยการบังคับให้สร้างอารยธรรมอันเก่าแก่ และท้ายที่สุดก็ได้ขับไล่พวก เขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับฟาโรห์องค์นี้ตลอดมาแล้วใครกันคือ กษัตริย์รอมซีส ? นักประวัติศาสตร์ได้เล่าว่า รอมซีส คือ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ปกครองอียิปต์นานถึง 67 ปี ซึ่งถือว่าเป็น องค์กษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ได้นานที่สุดตามหน้าประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ ส่วนพระศพของพระองค์หลังจากเสด็จสวรรคตแล้วก็ได้ถูกนำมาทำเป็นมัมมี่ ทั้งนี้เพื่อรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อย เพราะชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อกันว่า มนุษย์ทุกคนหลังจากชีวิตออกจากร่างแล้ว หากสามารถรักษาศพให้อยู่ยงคงกระพันได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่งจะกลับคืนสู่ร่างดังเดิมแล้วก็จะได้อยู่ เคียงคู่ลูกหลานต่อไป แต่สำหรับใครก็ตามที่ไม่ร่ำรวยพอที่จะจับจ่ายค่าอาบน้ำยารักษาศพ ก็จำเป็นต้องปล่อยตามยถากรรม ส่วนบรรดามเหสีของพระองค์นั้นไม่มีผู้ใดรู้จำนวน ที่แน่นอนว่ามีกี่คน แต่องค์มเหสีที่พระองค์ทรงโปรดปรานมากที่สุดมีนามว่า “เนฟร์ตารีย์ ” เป็นองค์ราชินีที่มีศิริโฉมอันงดงาม
   
              นักระวัติศาสตร์ได้เล่าว่า กษัตริย์รอมซีสได้ทรงอภิเษก สมรสกับพระนางเนฟร์ตารีย์ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุเพียง 25 พรรษา ก่อนการขึ้นครองราชย์บัลลังค์อียิปต์เพียงไม่กี่ปี และจากวันนั้นถึงวันนี้นับเป็นเวลาที่นาน แสนนานกว่าสามพันปี แต่มัมมี่ของพระองค์ก็ยังคงอยู่คู่อียิปต์ตลอดมา ซึ่งในปี 1881 นักโบราณคดีก็ได้ค้นพบมัมมีรอมซีสที่ 2 นอนสงบแน่นิ่งอยู่ในหลุมฝังศพนานถึง 23 ศตวรรษฟาโรห์ สมัยนบีมูซาที่ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานชาวยิวต่างเชื่อกันว่า กษัตริย์รอมซีสที่ 2 คือ องค์ฟาโรห์หรือฟิรเอาน์ ที่ได้ขับไล่ชาวอิสรอเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์ และท้ายที่สุดก็ได้จมตายในทะเลแดง แต่หากเราศึกษาจากพระมหาคัมภึร์อัลกุรอาน ก็จะเห็นว่ามันมีความแตกต่างจากความเชื่อของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจากความแตก ต่างตรงนี้เราสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

    

             คัมภีร์เตารอตได้สาธยายว่า ฟาโรห์ในสมัยศาสดามูซานั้นมีสองพระองค์ด้วยกัน พระองค์แรกคือ องค์ฟาโรห์ที่ได้รับศาสดามูซาเป็นบุตรบุญธรรม และในขณะเดียวกันก็ได้บังคับชาวอิสรอเอล ให้เป็นทาสสร้างอาคารบ้านเรือนตลอดจนอารยธรรมอันเก่าแก่ของอียิปต์ ฟาโรห์องค์ดังกล่าวนั้นก็คือ กษัตริย์รอมซีสนั่นเองส่วนองค์ที่สองนั้น คัมภีร์เตารอตมิได้ระบุชื่ออย่างแน่ชัด แต่ตามประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของชาวยิวได้บันทึกไว้ว่า เป็นองค์ฟาโรห์ที่ได้สืบราชบัลลังค์ ต่อจากกษัตริย์รอมซีสซึ่งในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวองค์กษัตริย์นั้น ท่านศาสดามูซาได้หนี ออกจากอียิปต์ไปอาศัยอยู่ในแคว้นมัดยัน และได้สมรสกับบุตรสาวของชายผู้ทรงคุณธรรมท่านหนึ่ง จนกระทั่งได้มีพระราชโองการจากองค์อภิบาลของเขาให้กลับมาหาฟาโรห์ และเมื่อกลับมาถึงอียิปต์ซึ่งก็ปรากฏว่าฟาโรห์องค์ก่อนเสียชีวิตไปแล้ว
   
             และก็ มีฟาโรห์องค์ใหม่เสด็จขึ้นครองราชย์บัลลังค์แทนเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่พอมาศึกษาในอัลกุรอานจึงสรุปได้ว่าองค์ฟาโรห์ที่ทำการต่อต้านศาสดามูซา ตั้งแต่แรกเริ่มนั้นมีเพียงองค์เดียวเท่านั้น ไม่ใช่สององค์เหมือนที่ชาวยิวได้แอบอ้างมา คัมภีร์เตารอตได้กล่าวว่า ฟาโรห์จมน้ำตายและหายสาบสูญในท้องทะเลแดง ดุจดังคำรายงานของคัมภีร์เตารอตเพราะหลังจากนั้น คลื่นได้พัดพาเอาพระศพของพระองค์มายังชายฝั่งเพื่อจะได้เป็นสัญลักษณ์ และเป็นอุทาหรณ์สอนใจ กับชนรุ่นหลัง
   
             ดังคำดำรัสของเอกองค์อัลลอฮ์ในโองการหนึ่งว่าความว่า “ดังนั้นในวันนี้เราจึงให้ร่างของเจ้าปลอดภัย (จากการจมหายไปในทะเล) เพื่อ (ว่าร่างของ) เจ้า จะได้เป็นสัญลักษณ์ (ที่เตือนใจ) แก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเจ้า และแท้จริงมีจำนวนมากจากมนุษย์ที่พากันละเลยบรรดาสัญลักษณ์ต่างๆของเรา”พระองค์อัลลอฮ์ทรงตรัสคำว่า ฟิรเอาน์ ไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน 73 ครั้งใน 27 ซูเราะห์ แต่มิได้บอกชื่อเสียงเรียงนามว่าเป็นใคร ? ชื่ออะไร ? ส่วนบรรดานักอรรถาธิบายอัลกุรอาน ต่างมีความเห็นว่า ฟาโรห์หรือฟิรเอาน์ ที่ต่อต้านนบีมูซานั้นมิใช่รอมซีสที่2อย่างแน่นอน เพราะคุณลักษณะของฟาโรห์องค์นี้นั้นขัดต่อคำบอกเล่าของอัลกุรอานอย่างสิ้น เชิง ดังคำรายงานของ ดร.ซาอิด ซาแบท ผู้ที่ได้คร่ำหวอดอยู่กับเรื่องราวของฟาโรห์มาช้านาน ได้กล่าวว่า
   
               จากการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้จากอัลกุรอานจึงพบว่าฟาโรห์ในสมัยนบีมูซานั้นไม่ มีบุตรเลยแม้แต่คนเดียว และด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองจึงได้รับเอามูซามาเป็นบุตรบุญธรรม ดังคำ บอกเล่าจากอัลกุรอานโองหนึ่งว่าความว่า “และภริยาของฟิรเอาน์ได้กล่าวว่า (หวังว่าเด็กที่เก็บมาได้นี้คงจะ)เป็นแก้วตาสำหรับฉันและท่าน พวกท่านอย่าฆ่าเขาเลย เขาอาจอำนวยคุณประโยชน์แก่พวกเราได้ หรือ(มิฉะนั้น)เราก็ยกให้เขาเป็นบุตรบุญธรรมของเราโดยที่พวกเขาไม่รู้หรอก ว่า ในอนาคตข้างหน้าพวกเขาจะต้องประสบภัยพิบัติจากเด็กคนนี้”คำว่า “กุรรอตุอัยนินลี” ได้แสดงให้เห็นว่า ทั้งฟิรเอาน์และภริยาของเขาเป็นหมันทั้งคู่ เนื่องจากภริยาได้กล่าวแกเขาว่า หวังว่าเด็กที่เก็บมาได้นี้คงจะเป็นแก้วตาสำหรับฉันและท่าน เพราะหากบุคคลทั้งสองมีบุตรอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนนางคงไม่กล่าวเช่นนั้น

                 บทสรุปก็ คือ ฟาโรห์ ในสมัยมูซาไม่มีบุตรแม้แต่คนเดียว และเมื่อเรามาดูประวัติของรอมซีส เราก็จะพบว่า พระองค์มีบุตรกับพระมเหสีน้อยใหญ่ถึง 150 คน ทั้งหมดนั้นก็ถูกสลักชื่อไว้เป็นหลักฐานบนกำแพงวิหารตราบนานเท่าทุกวันนี้ ดังนั้นย่อมเป็นไปได้ยากมากสำหรับผู้ที่มีบุตรมากมายก่ายกองที่จะยอมรับเอา บุตรของคนอื่นมาเลี้ยง และยังกล่าวอีกว่า เขายังอาจอำนวยประโยชน์แก่เราได้เมื่อเขาเติบใหญ่ขึ้นส่วนประการที่ 2 ก็คือ ฟิรเอาน์ในสมัยนบีมูซาอ้างตัวว่าเป็นพระเจ้า
   
               ดังคำยืนยันในอัลกุรอานว่า ความว่า ” และฟิรเอาน์ก็กล่าวว่า โอ้กลุ่มอำนาจชั้นแนวหน้าทั้งหลาย ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า พวกเจ้าจะมีพระเจ้าอื่นนอกจากข้า”ส่วนในหน้าประวัติศาสตร์ของอียิปต์โบราณได้บันทึกไว้ว่า ความจริงในสมัยรอมซีสที่ 2 นั้นมีพระเจ้าอย่างดาษดื่นให้ผู้คนกราบไหว้ และนอกเหนือจากนั้นก็มิได้มีหลักฐานยืนยันแต่อย่างใดว่ากษัตริย์รอมซีสนั้น อ้างตัวเองเป็นพระเจ้าและประการที่ 3 อัลกุรอานได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สมบัติหรือสิ่งต่างๆที่ฟิรเอาน์ได้สร้างไว้ ได้ถูกทำลายอย่างราบคาบ
   
                ดังที่มีคำบอกเล่าจากโองการหนึ่งว่าความว่า “และเราได้ทำลายสิ่งที่ฟิรเอาน์ และพรรคพวกเคยสร้างไว้อย่างสวยหรู” แต่สำหรับกษัตริย์รอมซีสแล้ว เท่าที่ทราบก็ได้ทิ้งสมบัติไว้อย่างมากมาย ซึ่งมีให้เห็นอยู่ทั่วไปทั้งในอียิปต์และต่างประเทศ แล้วใครหรือคือฟิรเอาน์ในสมัยศาสดามูซานักวิชาการได้กล่าวว่า อัลกุรอานนั้นเป็นพระมหาคัมภัร์ที่มีความหัศจรรย์ในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านความหมายและการใช้ศัพท์ เช่นในขณะบอกเล่าถึงประวัติของศาสดายูซุฟ พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานใช้คำว่า”อาซีซุนมิสร” เพราะในสมัยนั้นผู้คนยังไม่รู้จักคำว่า ฟิรเอาน์
   
                  แต่ต่อมาในยุคของราชวงศ์สมัยใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่พากันเรียกบรรดากษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองเมืองว่า ฟาโรห์ ซึ่งคำว่า ฟาโรห์ มาจากคำว่า บัรอัน แปลว่า พระราชวังอันกว้างใหญ่หรือบ้านเรือนใหญ่โตดังนั้นไม่ว่ากษัตริย์องค์ใดก็ตามที่ได้ขึ้นครองราชย์ประชาชนก็จะพากันเรียก ว่าฟาโรห์หรือฟิรเอาน์ ที่ต้องเรียกเช่นนั้นก็อาจจะพาดพิงไปยังพระราชวังอันใหญ่โตมโหฬารที่บรรดา กษัตริย์เหล่านั้นใช้เป็นที่ประทับ และยังมีนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งได้ให้ทรรศนะว่า สาเหตุที่อัลกุรอานใช้คำว่า”อาซีซุนมิสร” ก็เพราะว่าอียิปต์ในสมัยนั้นได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรอื่น
   
               ส่วนผู้ที่ถูกส่งตัวมาปกครองอียิปต์นั้น ประชาชนจะเรียกขานเขาว่า”อาซีซุนมิสร” และต่อมาหลังจากที่ชาวอียิปต์สามารถยึดแผ่นดินของตนกลับคืนมาได้แล้ว บุคคลที่สถาปนาตนเองเป็นผู้ปกครองประเทศนั้น อัลกุรอานจะเรียกขานว่า ฟาโรห์นักวิชาการจากสถาบันต่าง ๆ จะมาไขข้อข้องใจ
   เหล่านั้นให้เราทราบ ดังนี้
   
             1 – ท่าน ดร. ฏอยยิบ อัลนัจจาร ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง อธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ได้ตอบว่า สาเหตุที่อัลกุรอานไม่ระบุว่าฟาโรห์ในสมัยมูซาคือใครนั้น ประการแรกที่จะคำนึงก่อนก็คือว่าพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นได้ถูกประทานลง มาเป็นภาษาอาหรับ ส่วนชาวอาหรับเองก็มิได้รู้จักชื่อของบุคคลเหล่านั้นเลยแม้แต่คนเดียว นอกจากสมยานามที่ถูกกล่าวขานกันเท่านั้น ส่วนอีกความหมายหนึ่ง คำว่า “ฟิรเอาน์” นั้น เป็นคำที่แสดงถึงความชั่วร้าย ความทรชน และะความอหังการ และจากที่อัลกุรอานไม่ยอมกล่าวถึงนามชื่อดังกล่าวนั้น ก็เพราะไม่มีคุณประโยชน์อันใดนั้นเอง
   
          2 – ท่าน ดร. อับดุล-ซอบูร ชาฮีน กล่าวว่า ตราบใดที่สิ่งนั้นมิใช่จุดประสงค์หลักของเรื่อง อัลกุรอานจะไม่กล่าวถึงมันอย่างเด็ดขาด เช่นในลักษณะของบ่าวผู้ทรงคุณธรรมที่ศาสดามูซาได้ทำการสมรสกับบุตรสาวของเขา ณ แคว้น มัดยัน นั้น อัลกุรอานก็มิได้บอกเช่นกันว่าเป็นใคร ชื่ออะไร เพราะมิใช่จุดประสงค์หลักของเรื่อง สำหรับจุดประสงค์หลักของเรื่องในอัลกุรอานก็คือ ต้องการให้ผู้มีสติปัญญาได้นำเอาเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นมาเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์สอนใจ มิใช่ให้จดจำชื่อของตัวละครเหมือนในนวนิยาย แต่ที่สำคัญ ให้เราจำพฤติกรรม เอกลักษณ์ ตลอดจนท่าทางต่าง ๆ ของพวกเขามาพิจารณาใคร่ครวญ เพราะฟิรเอาน์ทุกองค์ย่อมเป็นชื่อหรือเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความชั่วร้ายทั้ง หลายทั้งปวง ดังนั้นมิใช่เฉพาะฟิรเอาน์ในสมัยนบีมูซาเท่านั้นที่ไม่จำเป็นที่เราต้อง รู้จักชื่อ ฟิรเอาน์องค์อื่น ๆ ก็ไม่จำเป็นให้รู้จักเช่นกัน ส่วนทางด้าน
   
            3 – ดร. อิสมาอีล ดัฟตาร ได้ให้ความเห็นว่า การระบุนามชื่อของฟิรเอาน์อย่างชัดเจนนั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่ตรงต่อวัตถุประสงค์หลักของอัลกุรอาน เพราะฟิรเอาน์คือสัญลักษณ์แห่งความอัปยศอันอมตะนิรันดร์กาล ซึ่งเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นได้ในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในสังคมที่เต็มไปด้วย การกดขี่ข่มเหง การเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน และเรื่องเล่าของฟิรเอาน์ก็จะกลายเป็นตำนานชีวิตให้กับผู้ที่บูชาวัตถุและ ทรัพย์สินเงินทอง ว่าเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า อัลกุรอานไม่ยอมเอ่ยถึงชื่อจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้ง ๆ ที่ได้กล่าวคำว่าฟิรเอาน์ถึงเจ็ดสิบสี่ครั้งในยี่สิบเจ็ดซูเราะห์ เหตุผลก็คือ การกล่าวชื่อจริงมิใช่วัตถุประสงค์หลัก แต่การบอกถึงเอกลักษณ์นั่นเองคือเป้าหมายอันแท้จริงของอัลกุรอาน
   
   www.sunnahstudent.com
   islamhouse.muslimthaipost.com

13  ศาสนาอิสลาม / ประวัตินบี สาวก อุลามะฮฺ / จุดยืนของเราชาวอะหฺลุซซุนนะห์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างซอฮาบัตท่านนบี เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 10:01:01 am
จุดยืนของเราชาวอะหฺลุซซุนนะห์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างซอฮาบัตท่านนบี



    #จุดยืนของเราชาวอะหฺลุซซุนนะห์ _____________
   เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างซอฮาบัตท่านนบี ..

   #ประวัติศาสตร์การสู้รบในอดีต 
   ระหว่างศอฮาบัตด้วยกันนั้น พวกเขาไม่ได้ทำตามนัฟซูความชั่วนะครับ .. กล่าวคือ การที่พวกเขาได้ตัดสินใจอะไรออกไป ก้อล้วนแล้วมาจากการอิจติหาด(บทสรุปจากการวินิจฉัย) ด้วยกับองค์ความรู้(ที่ถูกถ่ายทอดจากท่านนบีทั้งสิ้น) พวกเขาต่างก้อเป็นลูกศิษย์ของท่านนบี(ศ็ล)ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นนั่นเอง

   

      ฉะนั้น ฝ่ายไหนที่อิจตีหาดถูก ณ อัลลอฮ พวกเขาก้อจะได้รับสองผลบุญ และฝ่ายไหนที่ได้อิจตีหาดผิด ณ อัลลอฮ พวกเขาก้อจะได้รับหนึ่งผลบุญ ดั่งหะดิสที่ได้ถูกรายงานโดยอีหม่ามบุคอรีและมุสลิมนี้

   

      " .. من اجتهد فأصاب فله اجران و من اجتهد و أخطأ فله اجر واحد .. "

   

      ความว่า : ผู้ใดที่ทำการอิจตีหาด และมีความถูกต้อง(ในการอิจตีหาดนั้น) ดังนั้นสำหรับเขา ก้อจะได้รับสองผลบุญ และผู้ใดที่ทำการอิจตีหาด โดยผิดพลาด(ในอิจตีหาดนั้น) ดังนั้นสำหรับเขา ก้อจะได้รับหนึ่งผลบุญ(คือผลบุญแห่งการอิจตีหาดนั่นเอง)

   

      ***ซึ่งผิดถูก อัลลอฮคือผู้ตัดสินนะครับพี่น้อง ไม่ใช่เราแต่อย่างใด***

   

      #ฉะนั้นสำหรับเราอุมมะห์ 
      ผู้ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับเหตุการณ์ในอดีตแล้ว เราจะต้องรู้จักตนเอง และรู้จักการวางตัวต่อเหตุการณ์เหล่านั้น กล่าวคือ เราต้องให้เกียรติบรรดาพวกเขาเหล่านั้นทั้งหมด เราไม่มีสิทธิ์อันใดในการเข้าไปฟันธง(เลือกข้างถูกข้างผิด) องค์ความรู้ของเรา ก้อล้วนอ่อนด้อยกว่าพวกเขาทั้งสองข้าง(อันเป็นสัจธรรม) เราไม่ได้มีระดับความรู้ที่ถึงขั้นอุลามาอ์มุจตาฮิด(ปราชน์ที่สามารถอิจตีหาดเรื่องราวศาสนา) และงานศาสนาของเรา เมื่อเปรียบกับบรรดาอครสาวกท่านนบีแล้ว ก้อยิ่งไม่ต้องคุยกันเลย ฉะนั้นแล้ว เราจะต้องยึดมั่นว่า พวกเขามีความถูกต้องทั้งคู่ และพวกเขาต่างก้อมีเกียรติ ณ อัลลอฮทั้งคู่ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

   

      #โดยสิ่งที่เราสมควรนำไปปฏิบัติอย่างยิ่ง 
      ก้อคือ หาความผิดความชั่วของตัวเราเอง เตรียมเสบียงของตัวเองสู่การเข้าพบอัลลอฮ ไม่ใช่ไปหาความผิดของบรรพชนชั้นแนวหน้า ที่มีความเสียสละต่องานศาสนามากกว่าเราเป็นหมื่นแสนเท่า

   

      #เราควรออกห่าง 
      จากกลุ่มแนวคิดเบี่ยงเบนทั้งหมด
      เพื่อความปลอดภัยของตัวเองในอาคีเราะห์ -อินชาอัลลอฮ-

   

      ท่านรอซู้ลได้กล่าวไว้ว่า ..

   

      ".. اصحابي كالنجوم بايهم اقتديتم فاهتديتم .."

   

      ความว่า : บรรดาอครสาวกของฉันนั้น เปรียบดั่งดวงดารา ด้วยกับท่านใดที่ท่านเลือกตามจากพวกเขา ดังนั้นท่านก้อจะได้รับทางนำจากพวกเขา(ที่ท่านเลือกตามนั้น)

   

      فَقَالَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم : لَا تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِي، فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا، مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ، وَلَا نَصِيفَهُ

   

      ท่านนบีกล่าวไว้อีก ความว่า : พวกท่านทั้งหลายอย่าได้ด่าทอคนหนึ่งคนใดจากซอฮาบะห์ของฉัน แท้จริงคนหนึ่งคนใดของพวกเจ้า หากแม้นว่าเขาได้บริจาคทองคำ เทียบเท่ากับภูเขาอูฮุดก้อตาม มันก็ไม่สามารถที่จะเทียบเท่า(ความดี) เพียงหนึ่งมุดหรือครึ่งมุด ที่พวกเขา(ศอฮาบัต)ได้ทำการบริจาค

   

      ( อิหม่ามมุสลิม เลขที่ 2541 )

   

      ท่านกอดีอียาดกล่าวว่า : การด่าทอซอฮาบัตนั้น เป็นบาปใหญ่

   

      ตามมัสฮับอีหม่ามชาฟีอีย์และอุลามาอ์ส่วนใหญ่ : คนที่ด่าทอซอฮาบะห์ จะต้องถูกลงโทษ แต่ไม่ถึงกับต้องถูกฆ่า

   

      อุลามาอ์มัสฮับมาลิกีย์บางส่วนกล่าวว่า : คนที่ด่าทอซอฮาบะห์ จะต้องถูกฆ่า

   

      (ชาเราะห์มุสลิม ของอีหม่ามนาวาวีย์ เล่ม 16หน้า93 )

   

      ______________________"افلا تعقلون"______________________
      ..วัลลอหุอะลัม..

   

      ** หากมีประโยชน์ ขอแชร์ ส่งต่อๆกันด้วยนะครับ **

   

      ~ ด้วยความปราถนาดี ~
      เพจ : แนวทาง อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะห์

14  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร ความเคลืิอนไหว สถานการณ์โลกมุสลิม / เจ้าชายซัลมานกำลังกวาดล้างฝ่ายตรงกันข้าม 24ชั่วโมง ซาอุดิสูญเสียเจ้าชาย2คน เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2017, 09:49:14 am

   เจ้าชายซัลมานกำลังกวาดล้างฝ่ายตรงกันข้าม 24ชั่วโมง ซาอุดิสูญเสียเจ้าชาย2คน
   
   
   
   
   ภายใน24ชั่วโมง ซาอุดิสูญเสียเจ้าชาย2คน

   มีรายงานเมื่อวานนี้ว่า เจ้าชาย Abdul Aziz bin Fahd อายุ44ปี และเป็นพระโอรสของกษัตริย์Fahdเสียชีวิตแล้ว หลังจากมีการยิงต่อสู้กันกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปจับกุมตัวตามคำสั่งของมกุฎราชกุมารMohammed Bin Salman

   เจ้าชายซัลมานกำลังกวาดล้างฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะขึ้นครองราชย์ เพราะว่ามีการคาดกันว่ากษัตริย์ซัลมาน พระบิดาจะสละราชสมบัติในปีหน้า

   

      ก่อนหน้านั้น1วัน เจ้าชายMansour Bin Muqrin ลูกชายของอดีตมกุฎราชกุมารMuqrinเสียชีวิตจากฮอตกที่ชายแดนเยเมน-ซาอุดิกับเจ้าหน้าที่อีก10กว่าคน ในขณะที่กำลังไปตรวจดูพื้นที่

   

      http://indiatoday.intoday.in/…/saudi-prince-…/1/1083443.html
       



ที่มา
https://www.facebook.com/ThanongFanclub/


   มหาเศรษฐีซาอุ4คนจะโดนยึดทรัพย์

   ในการกวาดล้างฝ่ายตรงข้่ามของเจ้าชายซัลมาน มีนักธุรกิจและมหาเศรษฐีของซาอุดิ4คนที่อาจจะโดนยึดทรัพย์ ข้อหาคอรัปชั่น

   Alwaleed bin Talalมีทรัพย์สินรวม $19,000ล้าน
   Mohammed Al Amoudi มีทรัพย์สินรวม$10,100ล้าน
   Saleh Kamel มีทรัพย์สินรวม $3,700 ล้าน
   Nasser Al Tayyar มีทรัพย์สินรวม $600 ล้าน

   

      สมบัติผลัดกับชม

   

      https://www.bloomberg.com/…/saudi-corruption-purge-snares-3…





   8. จุดจบประชาธิปไตย

   ประชาธิปไตยไม่มีในจุดเริ่ม และจุดจบในซาอุดิ อาราเบีย เพราะว่าซาอุดิมีการปกครองในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และหลักกฎหมายอิสลามที่เข้มงวดตั้งแต่แรกเริ่ม

   แม้ว่าอังกฤษ ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ซาอุมากับมือ และต่อมาสหรัฐผู้ให้ความคุ้มครองความมั่นคงกับซาอุเพื่อแลกกับเปโตรดอลล่าร์จะเป็นผู้ส่งออกประชาธิปไตยทั่วโลก แต่เมื่อพูดถึงซาอุดิแล้ว กลายเป็นเรื่องที่ยกเว้นกันได้ ซาอุดิไม่จำเป็นต้องเดินหนทางของประชาธิปไตยเพราะว่าซาอุดิเป็นเครื่องมือหลักของมหาอำนาจในกลุ่มแองโกลอเมริกันในการควบคุมพลังงานน้ำมัน และพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ3ศาสนาหลักของโลกคือจูดาห์และคริสต์ในนครเยรูซาเลมของอิสราเอล และอิสลามในเมกกะ ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ในการดูแลของซาอุดิอาเบีย

   

      ซาอุดิ อาราเบียกำลังเผชิญกับศึกในและศึกนอกที่หนักหน่วง หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมกูฎราชกุมารอย่างกระทันหัน โดยที่เจ้าชายMohammed Bin Nayefถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างกระทันหันเพื่อเปิดทางให้เจ้าชายMohammed Bin Salman พระโอรสของกษัตริย์ซัลมาน ซึ่งมีอายุเพียง32ปีขึ้นดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมารแทน การกวาดล้างครั้งในราชวงศ์ซาอุไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ มิผิดกับการปราบฎาภิเษก ในขณะที่ซาอุดิล้มเหลวเกือบทุกแนวหน้าในนโยบายความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศ ไล่ตั้งแต่ความพ่ายแพ้ในสงครามตัวแทนในซีเรีย และอิรัก อิหร่านซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของซาอุดิได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปในซีเรียและอิรัก โดยความช่วยเหลือของรัสเซีย และจีนอีกแรงหนึ่งทำให้ซาอุดิกำลังถูกปิดล้อมทางตอนเหนือ ส่วนสงครามเยเมน ซึ่งเจ้าชายซัลมานสั่งให้กองทัพซาอุเข้าไปโจมตีในปี2015ไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายเหมือนที่คิดเอาไว้ พวกนักรบฮุติ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านกำลังก่อหวอดในเยเมนรอวันที่จะตีท้ายครัวซาอุดิ ถ้าหากสูญเสียเยเมนให้อิหร่าน ซาอุดิจะถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์อย่างสมบูรณ์ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกฮูติยิงขีปนาวุธเดินทางด้วยระยะทาง500กิโลเมตรจากเยเมนเข้าใส่กรุงริยาห์ดของซาอุดิ แม้ว่าซาอุดิจะอ้างว่าสามารถใช้ขีปนาวุธยิงสกัดขีปนาวุธของพวกฮุติได้ แต่การที่กรุงริยาห์ดโดนถล่มด้วยขีปนาวุธส่งสัญญานว่า ความมั่นคงของซาอุดิไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ซาอุดิหมั่นไส้กาต้าร์มานานที่ทำตัวเป็นอีแอบ ชอบตีหัวเข้าบ้านจึงต้องการสั่งสอน จึงแซงชั่นกาต้าร์ โดยมียูเออี บาห์เรน และอิยิปต์ให้การสนับสนุน ซาอุดิและยูเออีเตรียมแผนส่งกองทัพเข้าไปล้มผู้ปกครองของกาต้าร์ และต้องยับยั้งแผนนี้ หลังจากอิหร่าน ตุรกี และรัสเซียแสดงทีท่าสนับสนุนกาต้าร์ ทำให้พันธมิตรอาหรับที่ร่วมสนับสนุนสงครามในตะวันออกกลางต้องแตกคอกันอย่างกู่ไม่กลับ

   

      (มีต่อ โปรดติดตาม จะกลับมาเขียนเรื่อยๆเมื่อมีเวลา)
      
      https://www.facebook.com/ThanongFanclub/
      
      
      
       

15  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / งาน 100 ปี มัสยิดบ้านฮ่อ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2560 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2017, 08:43:11 pm

   งาน 100 ปี มัสยิดบ้านฮ่อ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2560
   
   100ปีมัสยิดบ้านฮ่อ 8-10 ธันวาคม 2560 ฟังเรื่องราวของพวกเขา พี่น้องมุสลิมจีนที่เชียงใหม่ พวกเขามาร่วมสร้างเมืองเชียงใหม่อย่างไร
   
   
   
   
   
   
   
   
   งาน 100 ปี มัสยิดบ้านฮ่อ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2560
   
   
   
   
   วันที่ 3 พฤศจิกายน 60  ที่มูลนิธิศูนย์กลางอิสลาม กรุงเทพฯ  คณะกรรมการจัดงาน 100 ปี มัสยิดบ้านฮ่อ จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงการจัดงาน โดยนายทรงชัย มานะจิรจรัส เลขานุการคณะกรรมการมัสบิดบ้านฮ่อ กล่าวว่า การจัดงาน 100 ปี มัสยิดบ้านฮ่อ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2560 เพื่อต้องการสานสัมพันธุ์ระหว่างพี่น้องมุสลิมจีน ที่กระจายอยู่หลายประเทศกับมุสลิมในประเทศไทย ในงานจะมีการบอกเล่าการเดินทางของบรรพบุรุษมุสลิมจากยูนนานที่เข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ 150 ปีก่อน นำโดยทายาทรุ่นที่ 15 ของนายพลเติ้งเหอ เข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทยและได้สร้างคุณูปการให้กับจังหวัด อาท ิการบริจาคที่ดิน 250 ไร่สร้างสนามบินเชียงใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้จะมีพี่น้องมุสลิมจีนยูนนานที่กระจายไปอยู่ในประเทศต่างๆ ก็จะมาพบปะร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ การพูดคุยเรื่องฮาลาลที่่ก่อนหน้านี้มีการต่อต้านที่จ.เชียงใหม่

   นอกจากนี้ ยังมีการแสดงสินค้า การออกร้านอาหารไทย จีน และเลี้ยงอาหารฟรีตลอดงาน
   
   ข่าว mtoday
    

หน้า: [1] 2 3 ... 561


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส

Black Styler by MadBlazer