Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
กระทู้ล่าสุดของ: ป้อหลวงบ้าน
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
พฤษภาคม 28, 2017, 11:31:47 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก เว็บบอร์ด ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 573
1  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / เปิดโครงการสัมนาเชิงวิชาการอิสลามให้กับอิหม่ามและกรรมการมัสยิด ใน จ.เชียงใหม่ เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:40:14 pm

   ภาพบรรยากาศ..เปิดโครงการสัมนาเชิงวิชาการอิสลามให้กับอิหม่ามและกรรมการมัสยิด ใน จ.เชียงใหม่ ณ อาคารดารุตตักวา

   โดย ฮัจยีกวินธร วงศ์ลือเกรียติ ปธ.กอจ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด และกล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการโดย คุณนัฐกิตต์ ทาเป็ง นายกสมาคมศิษย์เก่าอัตตักวา.. จัดสัมนา 2 วัน วันที่ 29 - 30 เม.ย.2560..
   ภาพ-ข่าวโดย ร.ต.สมศักดิ์ ยีมะเฟือง
   
   
    

2  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / งานวลีมะห์​ที่ลำปาง .. เมือหนุ่มรถม้าจากลำปาง.เจ้าของฟราม์วัว​ประยูรฟาร์ม ลำปาง เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:34:17 pm
งานวลีมะห์​ที่ลำปาง
.. เมือหนุ่มรถม้าจากลำปาง.. นายประยูร​ เจ้าของฟราม์วัว​ประยูรฟราม์​ยอมสละโสด​ หลังจากทนเป็นพ่อหม้ายมาหลายเพลา.. พบเจอกับ.. มา​ลิต้า.. สาวงามจากอยุธยา.. ฤาจักหักห้ามใจ​ได้.. เมื่อใจเรียกร้องมานาน.. ถึงแม้นจะไกลถึงอยุธยา​ก็หา​ไกลไม่.. วันนี้จึงเป็นวันที่ทั้ง​สองครองคู่กัน.. ขออัลลอฮ์อำนวยพรแด่คู่บ่าวสาว.อามีน​

3  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / ปีที่ 4 กองทุนซะกาตเชียงใหม่ ยังคงดูแลพี่น้องชาวซะกาตอย่างต่อเนื่อง เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:32:34 pm
ปีที่ 4 กองทุนซะกาตเชียงใหม่ ยังคงดูแลพี่น้องชาวซะกาตอย่างต่อเนื่อง นำโดยอิหม่ามซางฟู่ แซ่พ่าน

4  ศาสนาอิสลาม / อิสลามที่อยากรู้ / อิสลามกับ การลงโทษในหลุมฝังศพ เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:25:49 pm

   การลงโทษในหลุมฝังศพ

   จงระลึกถึงชีวิตหลังความตายในหลุมฝังศพ   มนุษย์จะถูกลงโทษเนื่องจากการละเลยของพวกเขาต่อการรู้จักอัลลอฮฺ ตะอาลา  การละทิ้งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์  และฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของพระองค์  และอัลลอฮฺ ตะอาลา  นั้นจะไม่ลงโทษดวงวิญญาณที่รู้จักพระองค์  มีความรักในพระองค์  ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์  และละเว้นไม่ปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม    

   แท้จริง การลงโทษในหลุมฝังศพ  และการลงโทษในอาคีเราะห์ต่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากความโกรธกริ้ว  และความพิโรธของอัลลอฮฺที่มีต่อบ่าวของพระองค์  ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงโกรธกริ้วเขาในโลกนี้ และเขามิได้ขออภัยโทษแล้วได้ถึงแก่กรรมลง  เขาจะถูกลงโทษในบัรซัค(โลกของคนตาย)  หนักเบาก็สุดแล้วแต่ปริมาณแห่งความผิด  และความโกรธกริ้วของพระองค์

    

   สภาพของการลงโทษ 

               ท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้บอกเล่าถึงชาย 2 คน ที่ท่านมองเห็นว่าเขาทั้งสองถูกลงโทษในหลุมฝังศพ  คนหนึ่งสัญจรไปเพื่อสร้างความแตกแยกในระหว่างผู้คน  และอีกคนหนึ่งไม่ชำระล้างปัสสาวะให้สะอาด  

    

               คนแรกเขาได้ละทิ้งการทำความสะอาดที่เป็นวาญิบ  ส่วนอีกคนทำบาปด้วยการสร้างความเป็นศัตรูกันในระหว่างมนุษย์ด้วยลิ้นของเขา  ถึงแม้ว่าเขาจะพูดในสิ่งที่เป็นความจริงก็ตาม  ดังนั้นเท่ากับว่าหะดีษนี้ได้เตือนถึงการสร้างความเป็นอริกันระหว่างมนุษย์ด้วยการโกหก   การโป้ปด  การใส่ร้าย  ซึ่งถือว่าเป็นความผิดที่จะต้องถูกลงโทษอย่างหนักกว่า
   
    

    ในทำนองเดียวกันหากการไม่เอาใจใส่ในการชำระล้างปัสสาวะให้สะอาดนั้นเป็นสาเหตุให้ถูกลงโทษในกุบูร ก็เท่ากับเป็นการเตือนว่าการทิ้งละหมาด (ซึ่งการชำระล้างปัสสาวะให้สะอาดนั้นเป็นเงื่อนไขหนึ่ง(ชุรูต)ของความใช้ได้ของการละหมาด) ย่อมจะถูกลงโทษรุนแรงกว่า โดยในรายงานหนึ่งจากอัลหะดีษมีว่า “หนึ่งในสองนั้นถูกลงโทษเนื่องจากเขาเคยกินเนื้อมนุษย์”  คือการนินทา นั่นก็หมายถึงเขาเป็นผู้ก่อให้เกิดความแตกแยกนั่นเอง

    

              และมีรายงานจากท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ว่า : “ แท้จริงชายคนหนึ่งถูกตีด้วยแส้ในหลุมฝังศพ มันทำให้ไฟลุกโชนเต็มหลุมฝังศพของเขา” เพียงเพราะว่าเขาละหมาดครั้งหนึ่งโดยไม่มีความสะอาด  และเขาเดินไปพบเห็นผู้ที่ถูกอธรรมโดยไม่ให้ความช่วยเหลือ  (รายงานโดย الطحاوي ด้วยสายรายงานที่หะซัน)

    

              และยังได้มีรายงานจากหะดีษของท่าน สะมุเราะฮฺ อิบนุ ญุนดุบ ซึ่งรายงานโดย อิมามอัลบุคอรียฺ ถึงการลงโทษผู้ที่เผยแพร่เรื่องโกหกจนมันกระจายไปทั่วสารทิศ  และการลงโทษผู้ที่อ่านอัลกุรอาน แล้วเขาเข้านอน(โดยละเลยต่ออัลกุรอาน)ในตอนกลางคืน และเขาไม่ได้ปฏิบัติตามอัลกุรอานในตอนกลางวัน

    

              และหะดีษนี้ยังได้กล่าวถึงการลงโทษผู้กินดอกเบี้ย  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้เล่าถึงสภาพของพวกเขาตามที่ท่านได้เห็นภาพจากบัรซัคโลกของคนตาย

    

             ในหะดีษอื่นรายงานว่า  ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ได้พบชนกลุ่มหนึ่งซึ่งถูกทุบตีศีรษะด้วยก้อนหิน เนื่องจากพวกเขารู้สึกหนักมากในการโงศีรษะของตนเพื่อลุกขึ้นทำการละหมาด 

    

              และบรรดาผู้ที่กินต้นไม้หนามالضريع   และต้นไม้ขม الزقوم   (ต้นไม้ทั้งสองมีอยู่ในนรก) เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ไม่จ่ายซะกาต  และพบกลุ่มชนหนึ่งที่แย่งกันกินเนื้อที่เหม็นเน่า  พวกเขาคือบรรดาผู้ที่ทำซินา  

    

             และท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ก็ได้พบกับชนกลุ่มหนึ่งที่ริมฝีปากของพวกเขาถูกตัดด้วยกรรไกรเหล็ก พวกเขาคือผู้ที่ยุยงให้เกิดความยุ่งเหยิง ด้วยคำพูดและการบรรยายต่างๆ

    

             มีหะดีษจากท่านอบูสะอีดรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม  ว่า ท่านได้เล่าถึงบทลงโทษว่า บางคนมีท้องใหญ่โตดังบ้าน บุคคลเหล่านี้คือ “ ผู้ที่กินดอกเบี้ย” และบางคนปากของพวกเขาถูกอ้าให้เปิดออก แล้วพวกเขาต้องกลืนเอาก้อนถ่านไฟแดงๆ จนถ่านไฟนั้นหลุดออกจากตัวของพวกเขาไปทางทวารหนัก  บุคคลเหล่านี้คือผู้ที่กินทรัพย์สินของเด็กกำพร้าโดยอธรรม

    

            และบางคนเป็นหญิงที่นมของนางถูกเกี่ยวแขวนไว้  พวกหล่อนคือหญิงที่ทำซินา ( ผิดประเวณี ) และบางพวกที่เนื้อตรงสีข้างของพวกเขาถูกตัดและพวกเขาต้องกัดกินมัน พวกเขาคือ คนที่ชอบนินทา บางพวกเล็บของเขาเป็นทองเหลือง พวกเขาใช้ขีดข่วนใบหน้าของตัวเอง  พวกเขาเหล่านี้ ผู้ที่ทำลายเกียรติยศของคนอื่น 

    

   เหตุแห่งการลงโทษ 

            ฉะนั้น การลงโทษในหลุมฝังศพเกิดจากการฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ ตะอาลา ด้วยหัวใจ  ตา หู ปาก  ลิ้น  กระเพาะ  อวัยวะเพศ  มือ  เท้า  และทุกส่วนของร่างกาย  อาทิเช่น ...

    

            การยุแหย่ให้เกิดการแตกแยก , การโกหก , การนินทา , การเป็นพยานเท็จ , การกล่าวหาหญิงบริสุทธิ์ว่าทำชั่ว , การยุยงให้เกิดความยุ่งเหยิง  , การแนะนำให้ประกอบสิ่งที่เป็นการอุตริกรรม( บิดอะฮฺ ) ,  การกล่าวเกี่ยวกับอัลลอฮฺ  และเราะซูลโดยที่เขาไม่มีความรู้  , การพูดพล่อยไม่รู้จักคิด  ,  การกินดอกเบี้ย   ,  การกินทรัพย์ของเด็กกำพร้า  , การกินสินบน   ...

    

            การฉ้อโกงทรัพย์ของพี่น้องของเขา , การเสพสิ่งมึนเมา ,  การผิดประเวณี  , การร่วมประเวณีทางทวารหนัก  , การลักขโมย , การทรยศ,  การหลอกลวง , การบิดพริ้วสัญญา  ... 

    

           การเกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย ได้แก่ผู้กินดอกเบี้ย ผู้ให้ดอกเบี้ย ผู้บันทึกสัญญาที่มีดอกเบี้ย  และผู้เป็นพยาน...

    

           การใช้เล่ห์เหลี่ยมในการลบล้างบทบัญญัติของอัลลอฮฺ และในการละเมิดสิ่งที่ต้องห้ามต่างๆ ,  การทำร้ายต่อเหล่ามุสลิม และ การสอดแนมในสิ่งที่พวกเขาปกปิด , การตัดสินด้วยบทบัญญัติอื่นที่ไม่ใช่บทบัญญัติของอัลลอฮฺ  การชี้ขาดปัญหาโดยขัดกับบทบัญญัติของอัลลอฮฺ... 

    

           การให้ความช่วยเหลือต่อการทำบาปและการก่อให้เกิดการเป็นศัตรูกัน , การสังหารชีวิตบุคคลที่อัลลอฮฺทรงพิทักษ์ไว้, ผู้ที่ออกนอกบทบัญญัติของอัลลอฮฺ ...

    

           ผู้ที่ปฏิเสธคุณลักษณะของอัลลอฮฺ ,  ผู้ที่ปฏิบัติตามความคิด อารมณ์ของตนเองโดยผิดไปจากคำสอนของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม

   

    

           ผู้หญิงที่ร้องไห้รำพึงรำพันในงานศพ และผู้ที่นั่งฟัง , ผู้ขับร้องเพลงที่ไม่อนุมัติและผู้รับฟังบทเพลงของพวกเขา ,  ผู้ที่สร้างมัสยิดบนหลุมฝังศพ โดยที่พวกเขาจุดตะเกียง  และเทียนไขบนหลุมฝังศพ , ผู้ที่ทำให้พร่องในการชั่งตวง ,  ผู้ที่มีความยโส ลำพองตน  โอ้อวด , ผู้ชอบกล่าวตำหนิ ชอบกล่าวให้ร้าย ...

    

           ผู้ที่ไปหานักทำนายโชคชะตา โหร ผู้ที่อ้างว่ารู้อนาคต เพื่อถามบางสิ่งจากพวกเขาและเชื่อในสิ่งที่พวกนั้นพูด ,  ผู้ที่เมื่อท่านเตือนและสำทับเขาให้เกรงกลัวและรำลึกถึงอัลลอฮฺ เขากลับไม่หยุดยั้งในการทำความชั่ว แต่หากท่านขู่เขาด้วยสิ่งถูกสร้างอื่นๆเหมือนตัวเขา เขากลับกลัวและหยุดตัวเองจากความชั่วนั้นได้  , ผู้ที่ได้รับการนำทางด้วยถ้อยของอัลลอฮฺ และรอซูล  แต่เขาไม่เดินตามทางนั้น...  

    

           ผู้ที่อ่านอัลกุรอ่าน แต่การอ่านนั้นไม่มีผลต่อเขา  แต่เมื่อเขาฟังคัมภีร์ของชัยฏอนหรือเวทมนตร์ของการซินาหรือวัตถุดิบของการนิฟากเขากลับมีความสุข และเกิดความเบิกบานในหัวใจ และในใจไม่อยากให้นักร้องคนนั้นหยุดร้องเพลง... 

    

           ผู้ที่ได้สาบานต่ออัลลอฮฺไว้   แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสาบานนั้น  แต่เมื่อเขาได้ให้คำสัญญาต่อวะลีย์ หรือต่อ ผู้อาวุโส  หรือต่อคนที่เขาเคารพให้เกียรติ ซึ่งเป็นสิ่งถูกสร้างเช่นเดียวกับเขา   เขากลับให้ความสำคัญ และไม่ผิดคำสัญญานั้น แม้ว่าเขาจะถูกข่มขู่หรือถูกทำร้าย…

    

          ผู้ที่มีความภาคภูมิใจในการทำบาป  และคุยอวดกับเพื่อนของเขาว่าจะทำให้มากขึ้น เขาคือผู้ชอบเปิดเผยในการทำบาป , ผู้ที่ไม่มีใครไว้ใจเขาในเรื่องทรัพย์สินและเกียรติยศ ,  ผู้มีลิ้นที่ชั่วซึ่งใครๆก็หลีกห่างเขาด้วยเกรงในความกักขฬะของเขา…

    

          ผู้ที่ล่าช้าในการละหมาดจนเวลาใกล้จะหมดและไม่รำลึกถึงอัลลอฮฺ เว้นแต่เล็กน้อยเท่านั้น ,  ผู้ที่ไม่จ่ายซะกาต  และไม่ไปทำฮัจย์ทั้งๆ  ที่เขามีความสามารถ  และเขาไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในเรื่องสิทธิต่างๆที่ศาสนามีเหนือเขาทั้งๆที่มีความสามารถ...

    

          ผู้ที่ไม่มีความสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ  แม้ในเสี้ยวหนึ่งของการมอง  หรือในการพูดจา   การกิน  การย่างเท้าของเขา  และไม่สนใจต่อทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาว่าฮะลาล  หรือฮะรอม…

    

          ผู้ที่ไม่ติดต่อสัมพันธ์กับเครือญาติ  ไม่รู้จักเมตตาสงสารต่อคนยากจน  หญิงหม้าย  ลูกกำพร้า และต่อสัตว์โลกอื่นๆ  อีกทั้งยังผลักไสเด็กกำพร้า  ไม่สนับสนุนการให้อาหารแก่ผู้ที่ขัดสน... 

    

          ผู้ที่ชอบให้โลกได้ประจักษ์ในความดีของตน  ไม่เอื้อเฟื้อในเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆในบ้าน  สาละวนอยู่กับการกล่าวถึงข้อบกพร่องของคนอื่นโดยมองไม่เห็นข้อบกพร่องของตัวเอง  และง่วนอยู่กับการวิจารณ์บาปของคนอื่นโดยมองข้ามบาปของตัวเอง 

    

          บุคคลเหล่านี้จะถูกลงโทษในหลุมฝังศพเพราะความผิดของพวกเขา แล้วแต่ว่าระดับของความผิดนั้นจะมาก หรือน้อย จะเล็กหรือใหญ่  ตราบที่อัลลอฮฺ ตะอาลา  ยังไม่ทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา และไม่ทรงยกเว้นโทษหรือประทานความเมตตาแก่พวกเขา 

    

   ส่วนหนึ่งจากหนังสือ กิตาบุล รูหฺ ของอิมาม อิบนุล กอยยิม อัล-เญาซียะฮฺแปลและเรียบเรียงโดย หะบีบะฮฺ  บินติ อลียฺ

    

5  ศาสนาอิสลาม / อิสลามที่อยากรู้ / ริซกีที่เราได้รับ มาจากไหนบ้าง เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:22:33 pm

   8 เหตุผลที่บ่งบอกว่าริซกีที่เราได้รับ มาจากไหนบ้าง

    

    

   แน่นอนว่า ริซกีที่เราได้รับมา อัลลอฮฺ (ซ.บ) เป็นผู้ให้ แต่ก็ใช่ว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ) จะมอบริซกีให้กับทุกคนโดยไม่มีเหตุและผล ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนที่แต่มีที่มา และย่อมมีเหตุผลเสมอ ส่วนมนุษย์คนหนึ่งที่จะได้รับริซกีจากอัลลอฮฺ (ซ.บ) นั้นมีเหตุผลมาจากไหนบ้าง สามารถสังเกตได้ ดังนี้

   1. ริซกีที่ได้มาจากการอิซติฆฟารฺ

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ นูฮฺ อายะฮฺ 10-11 ว่า...

   ความว่า “ข้าพระองค์ได้กล่าวว่า พวกท่านจงขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกท่านเถิด เพราะแท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษอย่างแท้จริง, พระองค์จะทรงหลั่งน้ำฝนอย่างมากมายแก่พวกท่าน”

    

   2. ริซกีที่ได้มาจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ(ซ.บ) อยู่เสมอ

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ อิบรอฮีม อายะฮฺ 7 ว่า...

   ความว่า “และจงรำลึกขณะที่พระเจ้าของพวกเจ้าได้ประกาศว่า หากพวกเจ้าขอบคุณ ข้าก็จะเพิ่มพูนให้แก่พวกเจ้า และหากพวกเจ้าเนรคุณ แท้จริงการลงโทษของข้านั้นสาหัสยิ่ง”

    

   3. ริซกีที่ได้มาจากการมั่นซอดาเกาะฮฺ

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺ 245 ว่า...

   ความว่า “มีใครบ้างไหมที่จะให้อัลลอฮฺทรงยืมหนี้ที่ดี แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มพูนหนี้ นั้น ให้แก่เขามากมายหลายเท่าและอัลลอฮฺนั้นทรงกำไว้และทรงแบออก และยังพระองค์เท่านั้นพวกเจ้าจะถูกนำกลับไป”

    

   4. ริซกีที่อัลลอฮฺ(ซ.บ)รับประกันว่าได้แน่นอน

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ ฮูด อายะฮฺ 6 ว่า...

   ความว่า “และไม่ว่าสัตว์ตัวใดที่เหยียบย่ำอยู่ในแผ่นดิน เว้นแต่เครื่องยังชีพของมันเป็นหน้าที่ของอัลลอฮฺ และพระองค์ทรงรู้ที่พำนักของมันและที่พักชั่วคราวของมัน ทุกสิ่งอยู่ในบันทึกอันชัดแจ้ง”

    

   5. ริซกีที่ได้มาจากความพยายามในหน้าที่การงานของเรา

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ อันนัจมฺ อายะฮฺ 39 ว่า...

   ความว่า “และมนุษย์จะไม่ได้อะไรเลย นอกจากสิ่งที่เขาได้ขวนขวายเอาไว้” 

   6. ริซกีที่ได้มาจากความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ อัฏเฏาะลาก อายะฮฺ 2-3 ว่า...

   ความว่า “ผู้ใดที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงหาทางออกให้แก่เขา, และจะทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่เขาจากที่ที่เขามิได้คาดคิด” 

   7. ริซกีที่ได้มาจากการแต่งงาน

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ อันนูร อายะฮฺ 32 ว่า...

   ความว่า “และจงให้พวกเจ้าแต่งงานกับผู้เป็นโสดในหมู่พวกเจ้า และกับคนดี ๆ จากปวงบ่าวผู้ชายของพวกเจ้า และบ่าวผู้หญิงของพวกเจ้า หากพวกเขายากจน อัลลอฮฺทรงให้พวกเขาร่ำรวยขึ้นจากความโปรดปรานของพระองค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงไพบูลย์ ผู้ทรงรอบรู้”

    

   8. ริซกีที่ได้มาจากการมีลูก

   อัลลอฮฺ(ซ.บ) ทรงตรัสในซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ อายะฮฺ 31 ว่า...

   ความว่า “และพวกเจ้าอย่าฆ่าลูกๆ ของพวกเจ้าเพราะกลัวความยากจน เราให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาและแก่พวกเจ้าโดยเฉพาะ แท้จริงการฆ่าพวกเขานั้นเป็นความผิดอันใหญ่หลวง”

   ที่มา :  beritamuslimmag.com

   islamhouse.muslimthaipost.com


    

    


   
      8 เหตุผลที่บ่งบอกว่าริซกีที่เราได้รับ มาจากไหนบ้าง
6  ศาสนาอิสลาม / อิสลามที่อยากรู้ / มีอะไรบ้าง? หน้าที่ของสามีในอิสลาม เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:21:08 pm

   หน้าที่ของสามีในอิสลาม นั้นมีอะไรบ้าง?

   หน้าที่ของสามีในอิสลาม   “หน้าที่ของสามีในอิสลาม อัลเลาะห์ตรัสว่า:  บรรดาชายนั้นคือ ผู้ที่ทำหน้าที่ปกครองเลี้ยงดูบรรดาหญิง (ภรรยา) เนื่องด้วยการที่อัลเลาะห์ได้ทรงให้บางคนของพวกเขา เหนือกว่าอีกบางคน (ให้ชายแข็งแรง กล้าหาญกว่าหญิง) และด้วยการที่พวกเขาได้จ่ายไปจากทรัพย์ของพวกเขา (ในกากรเลี้ยงดูภรรยา) บรรดากุลสตรีนั้นคือผู้จงรักภักดี ผู้รักษาในทุกสิ่งทุกอย่าง ที่อยู่ลับหลังสามี (ขณะสามีไม่อยู่บ้าน) เนื่องด้วยสิ่งที่อัลเลาะห์ทรงรักษาไว้”(หมายถึง สิ่งที่อัลเลาะห์ทรงกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสามีที่จะต้องปฏิบัติ นับตั้งแต่ การให้ค่ามะฮัร และค่าใช้จ่ายในชีวิตความเป็นอยู่ของนางทุกอย่าง)

    

   มาดู หน้าที่ของสามีในอิสลาม นั้นมีอะไรบ้าง?

   1. เลี้ยงดูภรรยาบนพื้นฐานของความถูกต้อง

   ความสุขของครอบครัวไม่ได้อยู่ที่ความหรูหรา ฟู่ฟ่า และมิได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นวัตถุนิยม สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นกระพี้และความจอมปลอมของชีวิต จิตสำนึกของความเป็นสามีที่ดีนั้นจะต้องพยายามหล่อหลอมให้คนในครอบครัวเกิดความรู้สึกภูมิใจ ที่ได้อยู่กับความถูกต้องบริโภคอาหารที่หะลาล ใส่เสื้อผ้าที่เป็นที่อนุมัติ มีเครื่องอุปโภคบริโภค ที่อยู่ในกรอบแห่งความถูกต้อง ความภูมิใจที่เกิดขึ้นในลักษณะเช่น จะเป็นปราการสกัดกั้นความไม่ถูกต้อง ออกไปจากวงจรแห่งชีวิตโดยสมาชิกในครอบครัวจะรู้สึกรังเกียจอย่างยิ่ง ที่จะแตะต้องเครื่องอุปโภคบริโภคที่เป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักการอิสลาม

   การเป็นสามีตามแบบอย่างของอิสลามจึงมิได้หมายถึงการเลี้ยงดูปรนเปรอครอบครัวอย่างมีความสุขโดยขาดการพิจารณาว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นว่างอยู่บนพื้นฐานแห่งความถูกต้องหรือไม่

   ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลฯ ได้ตอบคำถามท่านมุอาวียะฮฺเกี่ยวกับหน้าที่ของสามีว่า อัน ตุฏอิมะฮา อิซา เฏาะอิมตะ วะตักสูฮา อิซักตะสัยตะ วะลาตัฏริบิล-วัจญ์ฮะ วะลาตุก็อบบิหฺ วะลา ตะฮฺญุรฺ อิลลา ฟิล-บัยต์

   คำแปล :เมื่อท่านบริโภคอาหาร ท่านจะต้องหาอาหาร (ที่หะลาล) ให้แก่เธอ และเมื่อท่านสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ (ที่หะลาล)ให้แก่เธอ และท่านอย่าตบใบหน้าของเธอ และท่านอย่าหยาบคายกับเธอ และอย่าได้ทอดทิ้งเธอ โดยท่านจะต้องอยู่กับเธอในบ้าน (รายงานโดย อบู ดาวุด)

    

   2. ให้ความสุขและความอบอุ่นแก่ภรรยา

   ชีวิตคู่มิใช่เพียงการมอบความสุขและความอิ่มเอิบใจในด้านวัตถุเท่านั้น แต่ธรรมชาติของมนุษย์ปรารถนาความสุขและความอบอุ่นทางด้านจิตใจด้วยแม้จะได้รับความสะดวกสบายด้วยความเครื่องอุปโภคและบริโภคขนาดไหนก็ตามแต่หากจิตใจขาดน้ำหล่อเลี้ยง แห่งความอบอุ่นและความสุข ชีวิตคงจะเป็นดั่งเช่นคนเป็นอัมพาตที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่กับเครื่องอำนวยความสะดวกเพียงลำพัง เพื่อรอวันที่ลมหายใจจะหมดไปจากเรือนร่าง การหล่อเลี้ยงครอบครัวด้วยความสุข และความอบอุ่นจึงเป็นเสมือนยาวิเศษ ที่จะทำให้คู่ชีวิต หรือซังกะตายแห่งความเป็นอยู่ อันเป็นเหมือนรกในใจมนุษย์ซึ่งทุกคนปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะหลุดพ้นไปจากมัน

   ในหลักการอิสลามถือว่าการทำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ที่เป็นผลให้คนในครอบครัวได้รับความสุข และความอบอุ่นใจนั้น ถือเป็นกุศล ท่านที่ปฏิบัติสิ่งนี้ จะได้รับผลตอบแทนถึงแม้ว่าสิ่งที่ทำลงไปจะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็ตาม

   ท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ได้กล่าวว่า :กุลลุ มะอ์รูฟิน เศาะดะเกาะฮฺ

   คำแปล : ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความดี ถือเป็นกุศลทาน(รายงานโดย มุสลิม จากท่านญาบีรฺ อิบนุ อับดิลลาฮฺ)

    

   3. อย่าเอาหูไปนา-เอาตาไปไร่

   ผู้ที่ตัดสินใจสมรส ถือว่าเป็นผู้กล้าหาญ ที่จะเข้ามารับผิดชอบภรรยาของตนเองทั้งชีวิตไม่ว่าจะในด้านการบริโภค อุปโภค การให้ความสุข และความอบอุ่น การปกป้องดูแล การรักษาเกียรติยศ ฯลฯทั้งหมดนี้ จะต้องอาศัยการเอาใจใส่ และการดูแลอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเป็นหน้าที่ผู้เป็นสามีจะปล่อยปละละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด ในหลักการอิสลามถือว่า การเอาใจใส่ต่อคนในครอบครัวหมั่นตรวจสอบดูแลสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในครอบครัว และพยายามแก้ไขปรับปรุงข้อผิดพลาดต่างๆให้ดีขึ้น อีกทั้งพยายามเสริมส่วนที่ดีงามให้เพิ่มพูนมากขึ้น

   ทั้งหมดนี้คือหน้าที่ ที่ผู้เป็นสามีจะต้องเอาใจใส่ส่วนการปล่อยปละละเลย เอาหูไปนาตาไปไร่ ไม่สนใจว่าอะไรเกิดขึ้นแก่ครอบครัวหรือคนในครอบครัวจะปฏิบัติตนอย่างไร ก็ไม่เคยกล่าวตักเตือน ไม่เคยแนะนำในสิ่งที่เป็นความดีลักษณะเช่นนี้ถือเป็นความอัปยศแห่งความรับผิดชอบ และเป็นความเสื่อมเสียทางจิตสำนึกที่อิสลามประณามคนเหล่านี้มาก

   ท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ กล่าวว่า :.ษะลาษะตุน ยันซุรุลลอฮฺ อิลัยฮิม เยามัลกิยามะฮฺ อัลอากฺกุ ลิวาลิดัยฮิ วัลมัรฺอะตุลมุตะร็อจญิละตุล มุตะชับบิฮะตุ บิรฺริญาลิ วัดดัยยูษ

   คำแปล : มีบุคคล 3 ประเภทที่อัลลอฮฺ สุบหฯ จะไม่ทรงมองเขาด้วยความเมตตาในวันกิยามะฮฺได้แก่บุคคลที่เนรคุณต่อพ่อแม่ สตรีที่เลียนแบบผู้ชาย
   และสามีที่ไม่สนใจใยดี (เอาหูไปนา-เอาตาไปไร่) ต่อภรรยา

    

   4. อย่าสบประมาทหรือเหยียดหยาม

   ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ไม่ว่าจะเป็นบุคคลอยู่ในฐานะใด ตำแหน่งใด ชนชั้นใด และเชื้อชาติใด ก็ตามหรือแม้กระทั่งบุคคลให้คำนิยามว่า เขาเป็นบุคคลที่ต่ำต้อยที่สุดและไร้ซึ่งเกียรติยศอันพึงมีสำหรับมนุษย์ก็ตาม บุคคลทุกชั้นต้องรังเกียจประณาม การสบประมาทและการเหยียดหยาม ไม่ว่าจะมาจากคำพูดหรืออากัปกริยาก็ตาม

   ภรรยาก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ที่แน่นอนย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนอยู่ในตัวหากในส่วนที่เป็นข้อเสียได้รับความสบประมาทหรือเหยียดหยามจากผู้เป็นสามีอยู่ตลอดเวลาย่อมส่งผลโดยตรงต่อภรรยา ในสิ่งที่จะทำให้เกิดการเสียกำลังใจ และ ท้อแท้ในที่สุด อิสลามจึงถือว่าการสบประมาทหรือการเหยียดหยามจะไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น และความรังเกียจเดียดฉันท์ ก็จะเข้าครอบงำชีวิต

   จนในที่สุดชีวิตคู่ฉันสามีภรรยาก็จะดำเนินอยู่บนความทุกข์ระทมยิ่ง

   ท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯได้กล่าวว่า :.บิหัสบิม-ริอิม มินัชชัรฺริ อัย-ยะหฺกิเราะ อะคอฮุล-มุสลิม

   คำแปล: นับเป็นความชั่วที่มากพอแล้ว สำหรับบุคคลหนึ่งที่เหยียดหยามพี่น้องร่วมศรัทธาของเขา

    

   5. ให้ของขวัญแก่ภรรยาบ้างในบางโอกาส

   ทุกคนปรารถนาที่จะได้รับของขวัญจากผู้ที่เป็นที่รักของตนเองแม้ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยหรืออาจจะมีราคาไม่สูงนักก็ตามเพราะการได้รับของขวัญจากผู้ที่ตนเองรัก ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ในหลายๆด้านอาทิ : เราเป็นคนสำคัญสำหรับเขา เราเป็นผู้ที่เขานึกถึง และเป็นห่วงเราเป็นผู้ที่เขามอบความปรารถนาดีให้ และเป็นสายใยที่จะเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างผู้ให้และผู้รับอย่างเหนียวแน่นบนพื้นฐานแห่งความรักและความห่วงใย

   ความดีงามในลักษณะเช่นนี้น่าเป็นสิ่งผลักดันให้ผู้ที่เป็นสามีหันมาใคร่ครวญและเอาใจใส่ แล้วเหตุไฉนสามีจึงไม่มอบของขวัญให้ภรรยาของตนเองบ้างในบางโอกาส ทั้งที่มันเป็นผลอย่างมากที่เดียว ในการสร้างความสุขให้แก่นาง

   ท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ได้สอนว่า :อินนะ อะหับบุล-อะอ์มาลิ อิลัลลอฮฺ ตะอาลา บะอ์ดัล-ฟะรออิฎิ อิดคอลุส-สะรูริ อะลัลมุสลิม

   คำแปล: การงานที่ประเสริฐที่สุด ณ อัลลอฮฺ สุบหฺฯ หลังจากสิ่งที่เป็นฟัรฺฎู(ข้อบังคับ) คือการนำความสุขไปสู่พี่น้องมุสลิม(รายงานโดย อัฏ-ฏ็อบรอนี)

    

   6. อย่าเปิดโปงเรื่องบนเตียง

   อิสลามถือว่าเป็นสิ่งที่อัปยศที่สุด ที่บุคคลหนึ่งได้นำเอาเรื่องบนเตียง มาพูดคุยให้ผู้อื่นได้รับรู้เรื่องส่วนตัวในลักษณะเช่นนี้ จะต้องเป็นความลับของการใช้ชีวิตคู่ฉันสามีภรรยาหากถูกนำมาเปิดเผยหรือสาธยายให้ผู้อื่น ได้รับรู้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความอับอายขายหน้า และยังความกระอักกระอ่วมใจมาสู่ความรู้สึกของภรรยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสตรี ย่อมทุกข์ระทมใจและอับอายขายหน้า มากกว่าบุรุษหลายเท่า

   ดังนั้น-ความสุขส่วนตัวในเรื่องนี้ จึงเป็นสิ่งที่อิสลามกำชับให้ผู้ศรัทธาสงวนไว้ให้เป็นเรื่องระหว่างสามีและภรรยาเท่านั้น

   ท่านเราะสูลฯ ศ็ฮลฯ ได้สอนว่า : คำอ่าน : อินนะ ชัรฺร็อน-นาสะ อินดัลลอฮิ มันซิละตัน เยามัล-กิยามะฮฺ : อัรฺเราะญุลยุฟฎี อิลัล-มัรฺอะติ วะตุฟฎี อิลัยฮฺ ษุมมะ ยันซุรุ สิรฺเราะฮา

   คำแปล: แท้จริง-มนุษย์ที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีตำแหน่งเลวทรามที่สุด ณ อัลลอฮฺ สุบหฺฯ ในวันกิยามะฮฺคือ บุลคลที่มาร่วมหลับนอนกับภรรยาของเขา และเธอก็ตอบสนองเขาเป็นอย่างดี ภายหลังจากนั้นเขาได้เปิดเผยความลับส่วนตัวของเธอ. (รายงานโดย : มุสลิม)

    

   7. ตรวจสอบการใช้จ่ายของครอบครัว

   ไม่เพียงแต่การแสวงหารายได้เท่านั้น ที่ทุกคนจะต้องถูกสอบสวนอย่างเข้มงวดในวันกิยามะฮฺ แต่การใช้จ่ายจากทรัพย์ที่ได้มา ในหนทางต่างๆก็จะถูกสอบสวนอย่างละเอียดเช่นกัน  หน้าที่ประการสำคัญของสามี ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของครอบครัว ก็คือการแสวงหารายได้ด้วยหนทางที่หะลาล(ถูกต้อง) แล้วมาจุนเจือครอบครัว และ เมื่อได้รับ ริซกี(ปัจจัยยังชีพ)ที่หะลาลแล้ว มิได้หมายความว่าสิทธิในการใช่จ่ายทรัพย์สินที่หามาได้นั้นจะถูกวางอยู่ใต้ความปรารถนาหรือตามอำเภอใจ ของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์นั้นเพียงอย่างเดียว

   แต่ทุกสิ่งที่ใช้จ่ายออกไปจะต้องอยู่ในกรอบแห่งสัจธรรม และ อยู่ในอิสลามอย่างเคร่งครัดเพราะทรัพย์ที่จ่ายออกไปแต่ละบาทจะถูกสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีความฟุ่มเฟือยจ่ายไปในหนทางที่มีประโยชน์ไหม ฯลฯ ทั้งหมดนี้ผู้เป็นสามีจะต้องพยายามสอดส่อง ดูแล และตรวจสอบให้รอบคอบ

   ท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ได้กล่าวว่า : คำอ่าน : ลา ยะซูลุ เกาะดะมับนิ อาดะมะ เยามัลกิยามะติ มิน อินดิ ร็อบบิฮี หัตตา ยุสอะละ อัน ค็อมสินอัน อุมริฮี ฟีมะ อัฟนาฮุ วะอันชะบาบิฮี ฟีมะ อับลาฮุ วะอัน มาลิฮี มินอันอิกตะสะบะ วะฟีมะอันฟะเกาะฮู วะมาซา อะมิละ ฟีมะ อะลิมะ

   คำแปล : เท้าทั้งสองของมนุษย์จะยังคงอยู่กับที่ ณ อัลลอฮฺ สุบหฺฯ ในวันกิยามะฮฺจนกว่าเขาจะถูกสอบสวน 5 ประการ คือ ถูกสอบสวนเรื่องอายุไขแห่งชีวิตว่าเขาใช่มันหมดไปกับอะไรและใช้จ่ายไปในเรื่องใด และถูกสอบสวนว่าได้ทำอะไรกับความรู้ที่มีอยู่(รายงานโดย ติรฺมิซี)

    

    8. เป็นแบบอย่างที่ดี

   แบบอย่างที่ดีนั้น มีคุณค่ามากกว่าการพร่ำสอนการสอนให้ผู้อื่นทำบางอย่างแต่ผู้สอนกลับไม่เคยสนใจที่จะปฏิบัติในสิ่งที่ตนเองสอนนั้น มักจะทำให้กระบวนการสอนของเขาล้มเหลว และจะทำให้คุณค่าของสิ่งที่ถูกสอน ถูกมองด้วยความรู้สึกที่ด้อยค่าไปในทันที จะอย่างไรก็ตามการเป็นแบบอย่างที่ดีจะมีคุณค่าในตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในเรื่องใดก็ตามหากสังเกตกระบวนการ แห่งการดำเนินชีวิต ของท่านนบีแล้วจะพบว่าท่านนีเป็นแบบอย่างแก่คนในครอบครัว ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นกิริยามารยาท การปฏิบัติตนในเรื่องอิบาดะฮฺ การคบค้าสมาคมการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับครอบครัว การตักเตือนที่ดี และการอดทนต่อวิกฤติต่างๆ ฯลฯสิ่งต่างๆเหล่านี้คือ แบบอย่างที่ดีงาม ที่ผู้ศรัทธาทุกคนจะต้องพยายามหมันฝึกฝนตนเองให้มีคุณลักษณะตามแบบอย่างเหล่านี้ให้ได้

   อัลลอฮฺ สุบหฺฯ ได้ตรัสว่า :ละก็อด กานะ ละกุม ฟี เราะสูลิลลาฮิ อุสวะตุน หะสะนะฮฺ (อัลอายะฮฺ)

   คำแปล :โดยแน่นอนยิ่ง-ในตัวของท่านเราะสูล ศ็อลฯ นั้นเป็นแบบอย่างที่ดียิ่ง แก่เจ้าทั้งหลาย(สูเราะฮฺ อัล-อะหฺซาบ อายะฮฺที่ 21)

    

   9.  มีเวลาส่วนตัวเพื่อภรรยา

   อย่าใช้ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับการงาน โดยขาดเติมน้ำหล่อเลี้ยงแห่งความสุขให้แก่ชีวิตการปล่อยให้ความรักที่เคยหอมหวาน และความผูกพันที่แน่นแฟ้นหย่อนยานไปกับเวลาเสมือนดั่งต้นไม้ที่ขาดปุ๋ยนั้น เป็นสิ่งที่จะทำลายความราบรื่นและความสงบสุขของชีวิตการไม่หาเวลาส่วนตัวเพื่อกันและกัน มักจะทำให้ความหวานชื่นแห่งชีวิตคู่ที่เคยอยู่ถูกลบไปจากชีวิตอย่างน่าใจหาย จึงทำให้การอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยานับวันยิ่งเพิ่มความซังกระตายและความหน่ายแหนงให้แก่ชีวิตคู่ ทำไมไม่เรียกความหอมหวาน และความผาสุกแห่งชีวิตเสมือนดั่งในอดีตกลับคืนมาล่ะ

   ช่วงแรกๆของการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ มักได้รับความสนใจต่อการมีเวลาส่วนตัวให้แก่กันและกันเสมอ ชีวิตในยามนั้นมีแต่ความผาสุกและความหอมหวานไม่ยากเลยที่จะเรียกความผาสุกดังกล่าวกลับคืนมาอีกครั้ง หากสนใจที่จะทำ ลองมาพิจารณาตัวอย่างของท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ในเรื่องนี้ดูบ้าง

   คำอ่าน :อัน อาอิชะฮฺ อันนะฮา กานัต มะอะ เราะสู ลิลลาฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะ สัลละมะ กอละ :สาบักตุฮู ฟะสะบักตุฮู อะลา ริจญ์ ลัยยะ ฟะลัมมา หะมิลตุล ละหฺมะ สาบักตุฮู ฟะสะบะเกาะนีกอละ ฮาซิอี บิติลกะ.

   คำแปล: จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ แท้จริง-ท่านอยู่ร่วมกับท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ในระหว่างการเดินทางครั้งหนึ่งเธอกล่าวว่า ฉันเคยวิ่งแข่งกับท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ปรากฏว่าฉันชนะท่านเราะสูลฯด้วยกับเท้าทั้งสองของฉัน และเมื่อเวลาผ่านไปฉันอ้วนขึ้นฉันได้วิ่งแข่งกับท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ อีกครั้งหนึ่งคราวนี้ท่านเราะสูลมีชัยชนะเหนือฉัน และท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ได้กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการเสมอกันกับครั้งที่แล้ว.(รายงานโดย อบู ดาวูด)

    

   10. อย่าจ้องจับผิด

   พฤติกรรมของการจ้องจับผิด เป็นพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวของระบบครอบครัวสามีภรรยาบางคู่จ้องจับผิดกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ จนเป็นสาเหตุให้เกิดความร้าวฉานอย่างใหญ่หลวงพึงทราบเถิดว่าไ ม่มีผู้ใดรอดพ้นไปจากความบกพร่องและความผิดพลาดได้

   ดั่งที่ท่านเราะสูลฯ ศ็อลฯ ได้กล่าวเปรียบเทียบเอาไว้ว่า

   “มนุษย์ที่ได้เกิดมาบนโลกดุนยานี้ ไม่สามารถหลีกหนีข้อบกพร่องไปได้ ดั่งเช่นผู้ที่ใช้เท้าเปล่าเดินลุยน้ำ เท้าของเขาย่อมเปียกน้ำอย่างแน่นอน”
   ดังนั้น- จึงไม่มีมนุษย์คนใดสมบูรณ์และไร้มลทิน การจ้องจับผิดกัน จึงเป็นสิ่งที่น่าจะถูกกำจัดให้สิ้นซากไปจากจิตสำนึกของผู้ศรัทธาได้แล้ว เพราะมันเป็นตัวบ่อนทำลายความสงบสุขของครอบครัวอย่างแท้จริง

   ท่านเราะสูลฯ ได้กล่าวว่า : คำอ่าน :ลา ยัฟริกุ มุอ์มินุน มุอ์มินะตัน อินกะริฮะ มินฮา คุลุก็อน เราะฎิยะ มินฮา อาค็อรฺ

   คำแปล: สามีผู้ศรัทธาจะต้องไม่ชิงชัง (ถือสาหาความเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง) ต่อภรรยาของตัวเองหากเขารังเกียจนิสัยบางอย่างของนาง ก็ยังมีสิ่งอื่นๆ จากนางอีกที่จะสร้างความพอใจให้แก่เขา(รายงานโดย มุสลิม)

    

   โดย ศิดดิกฺ มุหัมมัดสะอีดจาก นิตยสารคุณธรรม ฉบับที่ 56 ประจำเดือน พฤษภาคม 2546

   ที่มา: http://pantip.com/topic/30607698


   คัดลอกจาก https://www.pageqq.com/en/content/view/page/cntth1/0-2920519.html


   
      หน้าที่ของสามีในอิสลาม นั้นมีอะไรบ้าง?
7  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / อินนาลิ้ลลา วะอิ้น นา อิลัยฮิรอญีอูน ฮัจญะทูลกรรณี อนุวงค์เจริญ เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:25:17 pm
ขออัลลอฮ์ทรงเมตตา​ท่าน​บรรยากาศ​การส่งมัยยิดฮัจญะทูลกรรณี อนุวงค์เจริญ เป็นคุณแม่​ คุณถนอม และฑพ.จุก อนุวงค์เจริญ ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์แล้วในวันนี้ ท่านอายุได้ 80 ปีละหมาดญานาญะ ที่กุโปร์แสงตะวัน หลังละหมาด วันจันทร์ที่ 24 เมษายน 2560 เวลา​ 13.30​ น.

8  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / อินนาลิ้ลลา วะอิ้น นา อิลัยฮิรอญีอูน ปลัด จรัญ ปัญญาวีร์ เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:23:26 pm
บรรยากาศ การฝั่งมัยยิดเช้า 
ไปต้องกลับ (กลับสู่อัลลอฮ์)
หลับต้องตื่น (เพื่อตอบคำถาม)
ฟื้นต้องมี (ฟื้นเพื่อรอคำตัดสิน)
แน่นอน หนีไม่พ้น
อีกหนึ่งมัยยิดครับ
อินนาลิ้ลลา วะอิ้น นา อิลัยฮิรอญีอูน
ปลัด จรัญ ปัญญาวีร์. น้องอาจารย์ อนันต์ ปัญญาวีร์ กลับไปสู่ความเมตตา ของ อัลลอฮ์ แล้ว
ละหมาด ญะนะญะ ปลัดจรัญ ที่ กุโบร์ท่าวังตาล ใน วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน เวลา 10.00 น



9  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาการทำงานของเยาวชน เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:21:04 pm
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาการทำงานของเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ "เยาวชนรักษ์ฺสิงแวดล้อม พร้อมคืนความสุขสู่ชายแดนใต้

10  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / สถาบันเรียนรู้อิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ จัดอบรม swot วิเคราะห์องค์กร เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:17:26 pm
สถาบันเรียนรู้อิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ จัดอบรม swot วิเคราะห์องค์กร 
สถาบันเรียนรู้อิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ เชิญบุคคลากร ในองค์กร จัดการเรียนรู้ วิเคราะห์ องค์กร เพื่อ วางเป้าหมาย การพัฒนา การทำงาน โดยใช้ การวิเคราะห์ที่เรียกว่า SWOT Analysis หรือกลยุทธ์การประเมินสถานการณ์แวดล้อม กำหนด จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค โดยมี ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี เป็นวิทยากรในการนำกระบวน การคิด วิเคราะห์


11  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / ค่ายอบรมคุณธรรมจริยธรรมเยาวชนมุสลิม ที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ 13-17 เมษายน 2560 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:06:06 pm
ค่ายอบรมคุณธรรมจริยธรรมเยาวชนมุสลิม ที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ 13-17 เมษายน 2560
ช่วงหยุดสงกรานต์ เป็นช่วงที่ แต่ละมัสยิดในพื้นที่ล้านนา จะจัดกิจกรรม ให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่ ให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ เรื่องศาสนาเพื่อสร้างศรัทธา ปลูกฝั่งคุณธรรมจริยธรมมให้กับพวกเขา เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันเป็นหมู่ เป็นคณะ รู้จักการให้ความรัก การเอื้ออาทร การเสียสละ อันจะนำมาซึ่งการเรียนรู้ในการใช้ชีวิต ในการอยู่ร่วมกันในสังคมทุกภาคส่วน 
โดยรวมแล้ว พี่น้องมุสลิมในแดนล้านนา ถือเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคม การที่จะรักษาชุมชน ศาสนาของตนเองไว้ได้คิอ การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน เรียนรู้และปฏิบัติไปพร้อมกัน จึงจะนำพาศาสนาไว้อย่างมั่นคง
ขอบคุณภาพจาก บังซี โรตีเพื่อชีวิต เด่นชัย


12  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / อีกหนึ่งค่ายอบรม​เยาวชน​มุสลิม​พื้นที่​อำเภอ​ฝาง​ จ.เชียงใหม่​ เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:03:52 pm

   อีกหนึ่งค่ายอบรม​เยาวชน​มุสลิม​พื้นที่​อำเภอ​ฝาง​ จ.เชียงใหม่​
   16/4/2560..10.00 น. .. ฮัจยี พ.ท.มนัส ขันธมาสรอง.ผอ. ศูนย์ประสานงาน 5 มัสยิด(ตอนบน)จังหวัดเชียงใหม่..เป็นประธานในพิธีปิดค่ายอบรมเยาวชน muslim summer camp ณ มัสยิดอัสสะอาดะฮ์ (บ้านหัวฝาย)..พร้อมทั้ง อิหม่าม คอเตบ บิหลั่น และคณะกรรมการประจำมัสยิด 5 มัสยิด(ตอนบน)..
   รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งน้ำร้อน..ร่วมพิธีปิด

   ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายหลังจากจัดอบรมมาตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน. โดยชมรมนักศึกษามุสลิมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่..
   
   
    

13  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / ปิดแล้วค่ายอบรมคุณธรรมจริยธรรม มัสยิดบ้านฮ่อเชียงใหม่ เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:02:00 pm
ปิดแล้วค่ายอบรมคุณธรรมจริยธรรม มัสยิดบ้านฮ่อเชียงใหม่


14  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / การประชุมระหว่างนักวิชาการศาสนาและทีมวิจัยเพื่อรายงานผลการดำเนินงาน เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:00:00 pm
6 ชุมชนศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอยด้วย ชุมชนศาสนา พุทธ คริตส์ อิสลาม ร่วม ทำงานวิจัย เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ วิถีวัฒนธรรม ในชุมชนของตนเอง โดยการประสานโครงการ ของมูลนิธิเครือข่ายศาสนาเพื่อสังคม พวกเขามีวิธีการทำงาน โดยใช้หลักธรรมของศาสนาของตนเอง ผ่านงานวิจัย แปลงเป็นการทำงานบนฐานของศาสนาอย่างไร ไปติดตามกันครับ


15  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / ผู้ว่าราชการเชียงใหม่เปิดค่ายอบรมเยวชนมุสลิม ที่มัสยิดบ้านฮ่อ เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 04:58:35 pm

   ผู้ว่าราชการเชียงใหม่เปิดค่ายอบรมเยวชนมุสลิม ที่มัสยิดบ้านฮ่อ
   
   
   
   
   วันที่ 11 เมษายน 2560 คณะกรรมการมัสยิด 4 มัสยิดอันประกอบด้วย มัสยิดเฮดายาตุลอิสลามบ้านฮ่อ ร่วมกับ มัสยิอัลญาเมี๊ยะ ช้างคลาน มัสยิดดุนนุร ช้างเผือก และมัสยิดอัตตักวา สันป่าข่อย โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สมาคมสตรีมุสลิมล้านนา
   เปิดกิจกรรมค่ายอบรมศาสนาและจริยธรรมเยาวชนมุสลิมภาคฤดูร้อนครั้งที่ 14 ประจำปี 2560 ให้แก่เด็กเยาวชนมุสลิมในจังหวัดเชียงใหม่ และใกล้เคียงระหว่างวันที่ 11-16 เมษายนนี้ โดยมีผู้เข่้าร่วมการอบรมในคร้งนี้ ถึง สองร้อยห้า่สิบคน ผู้ว่าราชการจังหวัด นาย นายปวิณ ชํานิประศาสน์ กลาวเปิดงาน

   

      น.พ.วีระศักดิ์ นาวารวงค์ ประธานค่ายอบรมศาสนาและจริยธรรมเยาวชน ได้กล่าวถึงความสำคัญของเด้กเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า และมีความสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศในอนาคต หากเด็กในวันนี้ ได้รับการดูแลจากครอบครัว และสังคม ให้การอบรมสั่งสอน โดยใช้หลัการของศาสนา เป็นวิถีนำทางในการดำเนินชีวิต สร้างคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝั่งจิตสำนึกที่ดี เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับเยาวชน เมื่อเติบโตขึันจะเป็นกำลังสำคัญ ในการสร้างความเจริญให้กับศาสนา และประเทศได้อย่างเหมาะสม

   

      การอบรมในคร้้งนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมุสลิมได้ตระหนักถึงอัตลักษณ์ในความเป้นมุสลิม ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มเยาวชน เรียนรู้การอยู่ร่วมกันสังคมพหุวัฒนธรรม สำคัญเพื่อให้เยาวชนมี่จิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เกิดความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
      
       

หน้า: [1] 2 3 ... 573


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap