Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
กระทู้ล่าสุดของ: ป้อหลวงบ้าน
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
มิถุนายน 25, 2017, 12:25:12 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เวทีสำหรับพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ ภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร สาระความรู้ ภาพถ่ายให้กับคน บ้านเฮา สมัครง่าย ใช้งานได้เลย ร่วมเป็นเพื่อนกับเรา คลิกลงทะเบียนเลย
 
  หน้าแรก เว็บบอร์ด ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

  แสดงกระทู้
หน้า: 1 ... 571 572 [573]
8581  เีรียนย้อนหลังการจัดอบรมหลักสูตร ผู้สอนมุอัลลัฟ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนอัต-ตักวา เชียงให / ห้องของ เว็บมาสเตอร์ สัปเปเหระ / กฏระเบียบของบ้าน เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 10:15:31 pm

   
   
                                             
   กฏระเบียบของบ้านเรานะครับ....ไม่มีไรมากนัก
   
   
   
   1. ห้ามก่อกวนเว็บหรือทำให้เ็ว็บไซต์เสื่อมเสีย
   
   2. ห้ามสมัครสมาชิกแบบมั่ว ๆ มา เจอลบ User ทันที ไม่ว่าจะยืนยันอีเมลล์แล้วก็ตาม
   
   3. ห้ามโพสลบหลู่เบื้องสูง หรือใช้คำหยาบคายต่อคนอื่น เจอลบ User ทันที
   
   4. ห้ามโพสรูปโป้ รูปลามก อนาจารย์ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่สาธารณะชนไม่ยอมรับ
   
   5. ห้ามทำผิดกฏพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องยอมรับโทษแต่เพียงผู้เดียว ผู้ดูแลระบบ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการกระทำความผิดนั้น ๆ Webmaster



       
  1.       ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  2.    
  3.       ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  4.    
  5.       ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  6.    
  7.       ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่นให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  8.    
  9.       ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้งดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  10.    
  11.       ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  12.    
  13.       ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  14.    
  15.       ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  16.    
  17.       ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนรำคาญ
  18.    
  19.       ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม
8582  ห้องซื้้้อ-ขาย แลกเปลียน สินค้าสารบัญ แนะนำ ธุรกิจมุสลิม เชียงใหม่และภาคเหนือ / ธุรกิจ ห้องพัก ร้านอาหารมุสลิมเชียงใหม่ เว็บมาสเตอร์แนะนำ / ร้านอามีน ร้านอาหารมุสลิมในเชียงใหม่ เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 06:39:17 pm
   
   ร้านอามีน ร้านอาหารมุสลิมในเชียงใหม่
   
   555
   444    
   
   
   ร้านอามีน ร้านอาหารมุสลิมในเชียงใหม่  ร้านอามีนเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในกลุ่มมุสลิมย่านวัดเกตุ เปิดบริการ มาแล้วนานนับกว่า สิบปี ร้านนี้ จำหน่ายอาหารตามสั่ง ข้าวหมกไก่ โรตีจิ้มแกง มีทั้งแกงเนื้อ แกงไก่ รสชาด อร่อย ยังบริการชาร้อน กาแฟ ร้อนเย็น ร้านอามีน รับจัดอาหารกล่องสำหรับผู้ที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บริการส่งถึงที่ นอกจากนั้นยังรับจัดอาหารบุพเฟ่ โต๊ะจีนแบบยูนนาน ราคาย่อมเยาว์ เป็นอีกร้านหนึ่งที่อยากแนะนำ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 053-248908 คุณคาติยาน พงษ์มณี ยินดีบริการท่านด้วยความยินดี อาหารบุพเฟ่ นอกสถานที่
   
      โต๊ะจีน อาหารจีนยูนาน        
      
      เกี่ยวกับตัวฉัน
   
      ร้านอาหารตามสั่ง รับทำอาหารกล่อง อาหารบุพเฟ่ ราคาเป็นกันเอง โทร.053-248908
      
      ภาพบรรยากาศในการจัดงานนอกสถานที่
      
      555
      
      555
      กลุ่มเครือข่ายศาสนา กาีรทำงาน ด้าน เอชไอวี ที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง
      555
      
      444
      จัดอาหารที่ โรงแรม ซีเอช เชียงใหม่
      
      555

      
      
      555
      ที่โรงเรียนจิตต์ภักดี มัสยิดอัต-ตักวา เชียงใหม่ งาน การจัดการซะกาตในชุมชนมุสลิม
      
      555
      ลาคั่ว อาหารล้านนา สำหรับแขกบ้านแขกเมือง  ที่มาเยือนเชียงใหม่
      555
      
      254
      
      555
      
      555
      
      558
      
      
       อีกแห่งหนึ่งในจำนวนอีกหลาย ๆ แห่ง
      
      555
      
      555
      
      555
      
      444
      คุณคาติยาน พงษ์มณี  แม่ครัวและเจ้าของร้านอามีน รอปรุงอาหารให้ท่านได้ชิมกันค่ะ  
   
      
      
          
   
   
      เข้าสู่เว็บไซค์ร้านอามีน อาหารมุสลิมเชียงใหม่ คลิกเลย
   
      
      ร้านอามีนอาหารมุสลิมเชียงใหม่
8583  สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา / สภาน้ำชาคนมุสลิมที่เชียงใหม่ / ทัศนะคติ มุสลิมกับมุมมองคนต่างศาสนา เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 06:29:59 pm
   ทัศนะคติ มุสลิมกับมุมมองคนต่างศาสนา
   
    เคยนั่งคุยกับ อาจารย์สุชาต เศรษฐมาลินี นักวิชาการ มุสลิม เจ้าของหนังสือ "ความรุ่นแรง สันติภาพ และความหลากหลาย ในโลกอิสลาม" เพิ่งกับจากเสวนาที่ มอ ปัตตานี อาจารย์เล่า เรื่องโจ๊ก ฝรั่งให้ฟังเรื่องหนึ่งน่า สนใจ เก็บมาเล่า ต่อให้พี่น้อง ได้ อ่านกัน
     เรื่องมีอยู่ว่า  ณ. สวนสาธารณะ แห่งหนึ่ง ในเมืองนิวยอคส์ มีชายคนหนึ่ง เห็นเด็กน้อย กำลังจะถูกสุนัข ทำลาย เขาได้เข้าไปช่วย ถึงขั้นที่ว่า ต้องตายไปข้างหนึ่ง สุดท้ายสนัขก็ถูกกำจัด ตำรวจนายหนึ่ง เห็น เหตุการณ์ ทั้งหมด ก็เข้ามาจับมือ แสดงความดีใจ ที่ชายผู้นี้ยอมต่อสู้กับสนัขที่ดุร้ายเพื่อช่วยชีวิตของเด็กน้อย จับไม้ จับมือ พร้อมกับถามว่า "คุณเป็นคนรัฐนี้ หรือเปล่า พรุ่งนี้ หนังสือพิมพ์จะต้องลง หน้าหนึ่งว่า ชายผู้กล้าแห่งเมืองนิวยอคส์ ได้ช่วยเหลือ เด็กให้รอดช่วิตจากสุนัขบ้า" ชายผู้นั้นตอบว่า "ผมไม่ใช่คนรัฐนี้" "ถ้าอย่างนั้น หนังสือพิมพ์ จะต้องลงว่าชายชาวอเมริกา ได้ช่วยเหลือเด็กให้รอดชีวิตจากสุนัขบ้า" ผมไม่ใชคนอเมริกา ผมเป็นชาว ซาอุดี้ และเช้ารุ่งขึ้นอีกวัน หนังสือพิมพ์ ได้พาด หัวข่าวใหญ่ว่า ผู้ก่อการร้ายมุสลิมชาวซาอุดี้ ฆ่าสุนัข ที่ไร้เดียงสากลางสวนสาธารณะ วันนี้ เราจะเป็น ได้ ทั้ง ฮีโร่ และ ผู้ก่อการร้าย ในสถานการณ์ เดียว ก็อยู่ที่ตรงนี้แหละ ครับ ทัศนะคติ
   
   
   ขอแนะนำหนังสือเล่มนี้สำหรับผู้ที่ สนใจ ศึกษา เกี่ยวกับอิสลาม หรือมี อคติต่ออิสลาม ก็ควรหามาอ่าน
   
   77
    
   ความรุนแรง สันติภาพ และความหลากหลาย ในโลกอิสลาม สุชาติ เศรษฐมาลินี จากมุมมองของ NGO อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการมุสลิมเชื้อสายจีนยูนาน ซึ่งพ่อและลุงของท่าน เดินทางอันยาวไกลด้วยเท้าเปล่าว จากมลฑลยูนาน ประเทศจีน
   
   หนังสือเล่มนี้กลั่นกรอง จากประสบการณ์ของผู้เขียน จากยอดดอย สู่รั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหิดล มหาวิทยาลัยฮาวายอิ สหรัฐอเมริกา บอกเล่าถึงความหลากหลาย ชาติพันธุ์ อัตลักษณ์ มุสลิมแต่ละพื้นที่ของโลก และสถานะการณ์ความเป็นไปของโลกอิสลาม และที่ที่มาที่ไปของความรุนแรง สันติภาพ และความหลากหลาย ในโลกอิสลาม นั้นเป็นเช่นไร เขียนคำนิยมโดย อาจารย์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ( ส.ศิวรักษ์ ) เขียนคำนำโดย อาจารย์ ชัยวัฒน์ สถาอนันท์ จัดจำหน่ายโดย:สายส่งศึกษิต บริษัทเคล็ดไทย จำกัด โทรศัพท์ ๐-๒๒๒๕-๙๕๓๖-๙
8584  ฮู้จักฮากเหง้า ฮู้ตั๋วตน เล่ากำเก่า ที่แอ๋ว คนล้านนา / สถานที่ท่องเทียวในเชียงใหม่ / ตลาดนัดวันศุกร์บ้านท่านขุนฯ หน้ามัสยิดบ้านฮ่อ เชียงใหม่ เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 05:38:16 pm
ชมตลาดนัดวันศุกร์บ้านท่านขุนฯ หน้ามัสยิดบ้านฮ่อ เชียงใหม่
                                เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว
 
       ถ้าจะพูดถึงตลาดนัด ก็มีเหมือนกันทั้วไป  คือมีขายเสื้อผ้า ขาย
อาหาร  แต่ที่หน้ามัสยิดบ้านฮ่อ บริเวณในบ้าน ของท่านขุนชวงเลียง
ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นตลาดที่น่าสนใจ กว่าตลาดนัดทั้วไป เพราะที่นี่
เป็นแหล่งรวมอาหารวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งอาหารและคนขาย
ผัก ผลไม้ที่หาทานยาก ตามตลาด  ที่นี่เขาจัดให้  ตลาดนี้ มีอายุราว
๓ -๔  ปี  ถ้าจำไม่ผิด  จากคนขายไม่กี่ราย จนกลายเป็น ตลาดที่มี
คนมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดนี้ จำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน
  ข้อควรระวังอย่างหนึ่ง  ผู้คนที่มาจ่ายตลาดนี้ มักจะขับขี่มอเตอร์ไซค์
ย้อนศร  เข้ามาในตลาด  คุณ โปลิศ เขารอ อยู่กลางซอย  จะให้ดี ให้เข้า
ตามตรอกออกทางประตู  จะได้ไม่เสียทั้งเวลาและสตางค์
ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ถนนเจริญประเทศ  ซอยตรงกันข้ามกับไนท์บารซ่าร์ เวลาเริ่มทำการจำหน่าย ก็ตั้งแต่ ตี ๔ ถึงประมาณบ่ายโมง  เวลาที่เหมาะสมไป ก็น่าจะเป็นเวลา  ซัก หกโมงเช้า ไม่น่าเกิน เที่ยง แต่ถ้าไปเช้าได้ ก็ดี อากาศไม่ร้อน ทานอาหารก็อร่อย โอกาสที่จะได้ทานอาหารสดๆ ใหม่ ๆ ก็เยอะ
ประเภทขนมไข่ ขนมพื้นเมืองของคนจีนยูนนาน

 
ขนมดำ ๆ กลมๆ วางบนใบตองเห็นเขาเรียกว่าข้าวปุ๊ก  วิธีทานก็คือนำมาย่างไฟ
ให้พองจนหอม ทานกับน้ำอ้อย ที่เคี่ยวแล้ว ร้อน อร่อยนักแล  ส่วนที่อยู่ในหม้อซึ่งเป็นประเภทข้าวโพดกวน เป็นขนมหวาน ประเภทภูมิปัญญาที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ  รูปข้างล่าง ที่นี่เขาเรียก  ขนมจ๊อก   คนภาภกลางเรียกขนมเทียนหรือเปล่า

 

 

  
ขายข้าวต้มมัด  ซามูซา อร่อยนะคะ
สินค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งสามารถเจาะตลาดไปได้ทุกซอกทุกซอย

  
อันนี้น่าจะเป็นอาโวคาโด อะไรจำพวกนั้นแหละ เราก็หาสันทัดไม่ ส่วนภาพข้างบนเป็นประเภทขิง ประเภทเผือก  พูดถึงเผือกคนจีนมุสลิมเขานิยมเอามาต้มกับผักกาดข้าว น้ำซุปกระดูก อร่อยมาก หวานมัน บำรุงกำลัง

  
ประเภทเตาหู้ยี้  ผักดอง มีทั้งที่ทำเอง  แลนำเข้าจากประเทศจีน

  
ผ่านตรงนี้ไม่แวะก็อดไม่ได้  ขนมวง ทอด หยอดด้วย น้ำอ้อย อันนี้ก็ต้องทานร้อน ๆถึงจะอร่อย  ตั้งอยู่ข้างขนมวงก็คงรู้จักกันดี มันก็คือ ซามูซา นั้นเอง

  

  
อันนี้แหละอาหารมีชีวิต  บำรุงกำลัง  คือ ไก่ดำ ซึ่งหาซื้อยากมากในท้องตลาดที่นี่เขาจัดให้

  

  

  
ประเภทเครื่องเทศ  ยาสมุนไพร

  
ตรงนี้ซิครับลำบากไม่รู้จักว่ามันคืออะไร เขาทานกันยังไง  แต่วางเป็นกระบุ๊กเป็นเต้าหู้ยี้ แน่นอน

  
เตาสำหรับเตรียมยางข้าวปุ๊ก

  

  

  
รังต่อหรือรังแตน ไม่รู้จัก แต่เห็น ข้างในมี ตัวอ่อน พยายาม โผล่หัวออกมา
เครื่องสำอาง บำรุงผิวพรรณ ของคุณสุภาพสตรี นำเข้ามาจากประเทศพม่า เป็นประเภท เครื่องสำอางสมุนไพร

  

  

  
นี่เขาเรียกว่า "เนื้อน้ำค้าง " เป็นวิธีการถนอมอาหารของคนจียูนนาน อย่างหนึ่ง
เขาจะทำกันในช่วงหน้าหนาว  เนื้อจะมีความเค็มของเกลือ แต่มีกลิ่นหอม เพราะ
เขาตากับน้ำค้างและแดดตอนเช้า รสชาติ ไม่ต้องบอกถึงความอร่อยของมัน หั่นบาง ๆ ทอดให้กรอบ ทานกับข้าวสวยร้อน  หนึ่งจานยังไม่อยู่

  

  

  
มาถึงจุดนี้ ก็หิวแล้วละ  แวะทาน ข้าวแหล่งฟื้น  แถวบ้านผมเขาเรียกอย่างนี้นะ แต่จะเรียกให้ถูก เรียกยังไงก็ต้องอาศัยผู้รู้  ชามข้างบนเป็นแบบยำ  ส่วนข้างล่างแบบเหลว  เรียกไม่ถูกเหมือนกัน  แต่ก็อร่อย ทั้งสองชนิด น่าจะทำจากถั่วเหลือง ไม่อยากถามแม่ค้ามากเดี๋ยวเขารำคาญ  ใครมีโอกาสแวะไป ก็ลองสอบถามดูเอาเองก็แล้วกัน

  

  

  

  
หลังจากอิ่มทั้งตา อิ่มใจ อิ่มกาย  ก็ต้องกลับ  ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกลา
ฉันใดฉันนั้น ผมเองก็ต้องกลับบ้านไปทำภาระกิจต่อ  น่าสนใจครับ สำหรับตลาดแห่งนี้  หากคุณมีโอกาสไปเชียงใหม่ถ้าตรงกับวันศุกร์ ก็ลองแวะไปชมด้วยตาตนเอง  สัมผัสกับ บรรยากาศ ภาษา  วัฒนธรรม  ที่คุณอาจจะหาจากที่อื่นไม่ได้
นายชุมพล  ศรีสมบัติ
8585  สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา / บทเรียนชีวิต ชีวิตต้องสุ้ ศาลาพักใจ / ฟังเพลงจีน เติ้งลี่จวิน ศิลปินอมตะ เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 05:29:51 pm
เติ้งลี่จวิน นักร้องจีน ที่มีอิทธิพล ต่อคนจีน ทั้งมุสลิมและคนจีนทั่วไป แม้นแต่คนไทยเราก็ชอบฟังเพลงของเธอ ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่ชอบฟังเพลงของเธอ เพราะ ปาปา (คุณพ่อ) มักจะเปิดผ่านหู ตั้งแต่เป็น เด็กวัยรุ่น ๆ จนเดี่ยวนี้ก็ยังชอบฟัง เพลงของเธอน่าฟัง เพราะ ถึงแม้นว่าจะฟังไม่รู้เรืองก็ตาม ลองฟังดูนะครับ  แต่ละเพลง ซาบซึ้ง กินใจ บ่ คับ
คู่เหมือนก็น่าฟัง ชุมพล  ศรีสมบัติ



















8586  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / ภาพวีดีโอชุดการฝั่งศพ(มัยยิด) ของพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 05:25:11 pm
การฝั่งศพ(มัยยิด) ของพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่และภาคเหนือ
 เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ กุโบร์(สุสาน) ที่จังหวัดลำพูน
 
 
 

 
 

 
 
 
 Find more videos like this on ชุมชนมุสลิมไทยภาคเหนือ(เชียงใหม่)
 
 
 
 
 
 
 เมื่อฝั่งเสร็จ เขาทำอะไรต่อ

 
 
 
 Find more videos like this on ชุมชนมุสลิมไทยภาคเหนือ(เชียงใหม่)
 
 
 
 
 
 การอ่านกรุอานในบ้านของผู้เสียชีวิต ที่ชุมชนมัสยิดบ้านฮ่อ (เฮดายาตุ้ลอิสลาม)
 
 
 
 Find more videos like this on ชุมชนมุสลิมไทยภาคเหนือ(เชียงใหม่)
 
 
 ภาพวีดีโอทั้งหมดโดย นายชุมพล ศรีสมบัติ
8587  สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา / สภาน้ำชาคนมุสลิมที่เชียงใหม่ / เลือกจุฬาฯคนใหม่ วิ่งกันฝุ่นตลบ ย้ำตัวชี้วัดสังคมมุสลิมไทย เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 03:11:23 pm


                                                                 
มุสลิมดอทคอม : เลือกจุฬาฯคนใหม่ วิ่งกันฝุ่นตลบ ย้ำตัวชี้วัดสังคมมุสลิมไทย
                                                                                                                       
                                                                                                                                                                                                           
                                   
สำนักข่าวมุสลิมไทย เลือกจุฬาฯคนใหม่แบบผิดๆ สังคมมุสลิมย่ำแย่แน่นอน
                                   
           จากการที่ได้กลุ่มคนบางคน บางกลุ่ม มีการเคลื่อนไหวในต่ำแหน่งผู้นำของศาสนาอิสลาม โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ ถูกจับตาและจับจ้องจากสังคมอย่างมากมาย ว่ามีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงอยู่
                                   
           ดังเช่น การวิ่งเต้น การล็อบบี้ ต่อสาย นับญาติ คิดบัญชี ทวงคำสัญญา ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ จะทำให้ตำแหน่งจุฬาฯ คนใหม่ไม่สง่างาม ดังนั้นจึงมีการรวมกลุ่มขององค์กรต่างๆ ที่อดไม่ได้ ทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมดังยกตัวอย่างข้างต้น จึงมีการรณรงค์สร้างความเข้าใจแก่สังคมและผู้มีสิทธิสรรหาตำแหน่งจุฬาฯ ว่า "ท่านกำลังสรรหาจุฬาราชมนตรีของประเทศไทย ผู้นำศาสนา มิได้เลือกนักการเมือง"
                                   
.jpg" />
                                     ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อข่าว
                                   
         ในการประชุมเบื้องต้น เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2553 นำโดยสมาพันธ์สื่อฯ ได้กำหนดแนวทางและวัตถุประสงค์เบื้องต้น (ร่าง)
                                   
 วัตถุประสงค์หลักคือ
                                   
- รณรงค์ให้ความรู้แก่สังคมและผู้มีสิทธ์สรรหา
                                   
- กระตุ้นและปลุกจิตสำนึกแก่ผู้รับผิดชอบ
                                   
- ติดตามเกาะติดสถานการณ์
                                   
 แนวทางการรณรงค์
                                   
1. คิดสโลแกนโครงการ
                                   
2.จัดทำโลโก้โครงการ
                                   
3.จัดทำสติกเกอร์
                                   
4.โปรเตอร์
                                   
5.เสื้อ
                                   
6.ไวนิล
                                   
7.แผ่นพับ/เอกสาร
                                   
8.จัดเวทีสัมมนา
                                   
 9.อื่นๆ
                                   
            ทั้งนี้ในเบื้องต้น ขอความร่วมมือมายังพี่น้องสมาชิก ผู้ที่มีความประสงค์ต้องการเห็นความสง่างามของจุฬาฯคนใหม่ สามารถร่วมกิจกรรมกับพี่น้องสื่อมวลชนมุสลิมไทยได้
                                   
1. ร่วมออกแบบโลโล้/นำเสนอไอเดีย/
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               
Type 1
Type 2
Type 3
Type 4
Type 5 กำลังรอ การเสนอจากคุณ
                                   
2. คิด/เสนอสโลแกน ตัวอย่างเบื้องต้น
                                   
                                   
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       
1จุฬาฯสีขาว
                                                  
2จุฬาราชมนตรีสีขาว
3จุฬาฯดีศักศรีมุสลิม
                                                  
4จุฬาฯคนดีศรีสังคม
5เลือกจุฬาฯที่พาไปสรรค6เลือกจุฬาฯผิด คิดจนจุฬาฯตาย
7
                                   
   
                                     เป็นต้น
                                      ใครมีไอเดียน่าสนใจ นำเสนอได้ เพื่อสังคมมุสลิมที่สูงขึ้น  ทั้งนี้สามารถโพสในบอร์ดดังกล่าวนี้หรืออีเมล์ news@muslimthai.com หรือ Fax 02-538-4215
                                   
                        http://www.muslimthai.com/main/1428/content.php?page=sub&catego...
           

8588  สนทนา ครอบครัว เพศศึกษา / สภาน้ำชาคนมุสลิมที่เชียงใหม่ / แคนดิเดทจุฬาราชมนตรี เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 03:00:42 pm

แคนดิเดทจุฬาราชมนตรีคนต่อไป

 

 

ที่มาของบทความ โดย จันทร์เสี้ยวบางนรา

http://www.oknation.net/blog/kt/2010/03/25/entry-1

การจากไปของ นายสวาสดิ์ สุมาลย์ศักดิ์ จุฬาราชมนตรี คนที่17 ทำให้บรรยากาศการสรรหาจุฬาราชมนตรี คนต่อไป เริ่มคึกคัก

 

   

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>เก้าอี้ตัวนี้ว่างอยู่ ใครเอ่ย จะเป็นคนที่ได้นั่ง.........?

 

จุฬาราชมนตรี เปรียบเสมือนประมุข มุสลิมในประเทศไทย และเป็นผู้นำมุสลิมในประเทศไทย ซึ่งตำแหน่งนี้ มีการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่ ยุคกรุงศรีอยุธยา(ประวัติศาสตร์ จุฬาราชมนตรี ผู้นำมุสลิมไทย)ซึ่งจุฬาราชมนตรีในอดีตมาจากการแต่งตั้ง

โดยคนแรกคือ เชค อะหมัด พ่อค้าวานิชย์ชาวเปอร์เชีย ซึ่งเป็นเชื้อสายชีอะห์ ที่มาค้าขายและมีสายสัมพันธ์กับในวังจนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำมุสลิมไทยในสมัยนั้น

สำหรับการคัดสรรจุฬาราชมนตรีคนใหม่นั้น ตาม พรบ.การบริหารกิจการศาสนาอิสลาม ฉบับ พ.ศ 2540 ที่ถือปฎิบัติอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเวลาการสรรหา จุฬาราชมนตรี คนใหม่

แต่ประกาศกฎกระทรวงใหม่ที่ว่าด้วยการเลือกตั้งจุฬาราชมนตรี นั้น จะให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 38 จังหวัด ทั่วประเทศประมาณ 700 คน เป็นผู้เสนอให้กรรมการสรรหา ผู้มีคุณสมบัติเป็นจุฬาราชมนตรีคนต่อไปได้พิจารณา 

นี่แหละจึงเป็นที่มาขอศึกชิง จุฬาราชมนตรี คนต่อไป จึงถูกจับตามากว่า "จุฬาราชมนตรี"คนต่อไปคือใคร

 

ซึ่งแน่นอนปฎิเสธไม่ได้ว่า เกมการเมือง ในองค์กรศาสนา จากนี้ไป จะมีสีสันและคึกคัก ไม่น้อย

สำหรับ แคนดิเดท จุฬาราชมนตรี คนต่อไป ที่ผมพยามรวบรวมมีประมาณ6-7คน แต่ความจริงมีผู้ที่จะพยายามเสนอตัวมากกว่านี้ซึ่งผมจะนำเสนอบุคคลที่เป็นตัวเก็ง อันประกอบด้วย

 

 

 

ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม

รองประธานกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย

 

นายอาซีส พิทักษ์คุมพล

ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา

 

 นายอรุณ บุญชม

ประธานกรรมการอิสลามกรุงเทพมหานคร

 

นายวินัย(มัรวาน) สะมะอุน

อิม่ามมัสยิด กามาลุลอิสลาม มีนบุรี

อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกลาง

อิสลามแห่งประเทศไทย

 

ดร.อิสมาแอล ลุตฟี จะปากียา

อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

 

นายนิเดร์ วาบา 1. นิเดร์วาบา ซึ่ง 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ส่งเข้าประกวด ท่านเป็นอดีตดาโต๊ะยุติธรรมจังหวัดยะลาและอดีตที่ปรึกษานายรัฐมนตรี (พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์) เจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามอำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี

 

 

นายการีม วันแอเลาะ

กรรมการอิสลามแห่งประเทศไทยโควต้าจูฬาฯ

นายกสมาคมคุรุสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

 

 

นายชาฟีอี นภากร

ประธานและอีหม่ามมูลนิธิเพื่อ

ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย

 

http://www.oknation.net/blog/kt/2010/03/25/entry-1
8589  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / ร่วมช่วยเหลือนักเรียนฮาฟิช(ท่องจำคัมภีรกุรอ่าน) ที่มัสยิดหัวฝาย อ.ฝาง เชียงใหม่ เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 02:10:41 pm

นักเรียนฮาฟิช(ท่องจำคัมภีรกุรอ่าน) ที่มัสยิดหัวฝาย อ.ฝาง เชียงใหม่ 

 

หมู่บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มี 222 ครอบครัว มีประชากรทั้งหมด 418 คน ในจำนวนนี้มีผู้นับถือศาสนาอิสลาม 25 ครอบครัว มีประชากร 102 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 24.40 ของประชากรทั้งหมู่บ้าน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มุสลิมในบ้านหัวฝายอพยพมาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2495 โดยที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ฝาง และศูนย์ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต มีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งภายในครอบครัว ภายในชุมชน และเพื่อนบ้าน นอกจากนี้คณะกรรมการมัสยิดอัสอาดะฮ์มีการบริหารงานเป็นอย่างดี โดยมีพื้นฐานมาจากความมีคุณธรรม อีกทั้งมีศาสนสถานที่สำคัญ คือ มัสยิด เพื่อใช้ในการประกอบศาสนกิจและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนภายในบ้านหัวฝายยังมี โรงเรียนบ้านหัวฝาย โรงเรียนสอนภาษาจีน โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม และโรงเรียนสอนท่องจำคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งทำให้มุสลิมในบ้าน หัวฝายมีความรู้ทั้งตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านภาษาจีน และด้านศาสนา 

(งานวิจัยของ นายภาคินวัฒนช์ สุทธิผุย (Pakinnawat Suttipui)*เศรษฐกิจพอเพียงกับวิถีชีวิตของมุสลิมในบ้านหัวฝายฯ) 

 

 

 

 

วันนี้ผมคงจะนำข่าวดี เกี่ยวกับเรื่องของบุญกุศล ที่มุสลิมเราเรียกว่า ญาลีญะ หรือ ทานถาวร ฝากบอกบุญมายังพี่น้องมุสลิมทุกท่าน มัสยิดแห่งนี้ มีเด็ก ที่มาเรียนฮาฟิร หรือนักเรียนประจำ ถีง ๕๐ คน รวมท้งครู อีก ๑ คน ผู้ช่วยครู ๑ คน เด็ก ๆ มาเรียนเพื่อการท่องจำคัมภีร์อัล-กุรอ่านทั้งเล่ม เด็กส่วนใหญ่ เป็นเด็กยากจน กำพร้า เด็กไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ไม่สามารถ ที่จะไปศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือในระบบได้ ด้วยกับขาดหลักฐานทางทะเบียน หรือ ด้วยกับความยากจน พ่อแม่ ไม่มีความสามารถ ที่จะส่งเสียให้ศึกษาเล่าเรียนได้ 

มัสยิดหัวฝายเลี้ยงเด็กเหล่านี้ มามากกว่า ๕ ปีแล้ว ทั้งที่รายได้ของมัสยิด ค่อนข้างจะมีจำกัดหรือไม่พอใช้เลยก็ว่าได้ แต่ก็ด้วย บารากัต(ศิริมงคล) ของเด็กนักเรียนศาสนาเหล่า นี้ มัสยิดก็ผ่านวิกฤต มาหลายครั้งหลายหนด้วยกับความเมตตาของเอก 

องค์อัลลอฮฺ (ซูบฮาฯ) 

 

คุณยงยุทธ์ ยานะ บิหลั่นมัสยิดหัวฝาย ซึ่งเป็นหัวแรงสำคัญของการนี้ เคยปรารถให้ฟังอยู่เสมอว่า เด็กที่มาอยู่ที่มัสยิดแห่งนี้ เป็นเด็กที่ขาดโอกาส ถ้าทางมัสยิดไม่รับไว้ เขาจะอยู่กันอย่างไร จะปล่อยให้ เป็นปัญหาของสังคมหรือ หรือว่าเราจะให้โอกาสเขาเหล่านี้ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระองค์อัลลอฮฺ เอาคุณธรรมจริยธรรมเข้ากล่อมเกลาหัวใจของเขา เพื่อพวกเขาเหล่านี้ จะได้มีโอกาสเป็นคนดีของสังคมที่มีคุณภาพ ด้วยกับหลักธรรมคำสอนแห่งอิสลาม 

ถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายแต่ะเดือน ซึ่งนับว่าเป็น ค่าใช้จ่ายหลัก ที่ค่อนข้างหนัก สำหรับมัสยิดเล็ก ๆ แห่งนี้ต่อเดือน มัสยิดต้อง ใช้จ่ายในส่วนของนักเรียนเหล่านี้ เกือบ 4 หมื่นบาท แต่ก็ด้วยกับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า เราก็ได้เลี้ยงดูเด็ก ๆ เหล่านี้มาจนถึงวันนี้ ก็ด้วยกับ น้ำใจของพี่น้องที่ทราบข่าว หรื่อเห็นสภาพของนักเรียนของเรา ก็ช่วยกันบริจาค มา ก็พอแบ่งเบาภาระของมัสยิด ได้บ้าง 

 

เด็กทั้งหมด กิน นอน อยู่ในมัสยิด ซึ่ง มัสยิด ไม่ได้เก็บ ค่าใช้จ่ายแต่ประการใดเลย ทุกคนตั้งใจ ศึกษา ท่องจำคัมภีร์กุรอ่านอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาจากอัลลอฮฺ คณะกรรมการทุกท่านก็ช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อให้เด็ก ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องใด หวังอย่างเดียว ให้ท่องจำคัมภีร์ของอัลลอฮฺ ได้ครบทั้งเล่ม นี่ก็นับว่าเป็นกุศลใหญ่หลวงสำหรับการทำงานของเราแล้ว 

 

อยากให้พี่น้องมุสลิมได้มาเยี่ยมพวกเราบ้าง มาดูเรา มาช่วยเหลือเราบ้าง ตามกำลังความสามารถ เราไม่ได้หวังอะไรมาก ขอให้พวกเราได้ ศึกษา เล่าเรียน คำสั้งของอัลลอฮฺ(ซุบฮาฯ) ให้สำเร็จ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าท่านได้ทราบเรื่องราวของเรา ท่านคงไม่ให้มันผ่านไป หันกลับมามอง เด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังรอความช่วยเหลือจากท่าน 

ขอเอกองค์อัลลอฮฺ(ซุบฮาฯ) จงให้ความจำเริญ ความเมตตาจากเอกองค์อัลลอฮฺ ประสบแด่ทุกท่าน 

อามีน 

ติดต่อสอบถามให้ความช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้ที่ คุณยงยุทธ์ ยานะ (โกผิง) รองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ คอเด็บมัสยิดอัลฮาดะ หัวฝาย โทร. 089-5590031 

รายงานจากพื้นที่โดย 

นายชุมพล ศรีสมบัติ 

กรรมการอิสลามประจำมัสยิดอัต-ตักวา เชียงใหม่

8590  ศาสนาอิสลาม / ชาติพันธ์ ที่มา วิถี วัฒนธรรมประเพณีมุสลิม / กลุ่มมุสลิมมัสยิดอัตตักวาย่านวัดเกต เชียงใหม่ เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 02:05:05 pm

กลุ่มมุสลิมมัสยิดอัตตักวา (สันป่าข่อย)


 กลุ่มมุสลิมมัสยิดอัตตักวา (สันป่าข่อย) เป็นการรวมกลุ่มของพี่น้องมุสลิมที่พำนักอาศัยอยู่ในย่านชุมชนวัดเกต ซึ่งเป็นชุมชนที่หลากหลายไปด้วยขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และความศรัทธาเชื่อถือในศาสนาที่แตกต่างกันของสมาชิกในชุมชน แต่สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขมาเป็นเวลาช้านาน


 
 
 เป็นที่น่าแปลกว่าชุมชนวัดเกต ซึ่งมีอาณาบริเวณเพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตร เป็นสถานที่ตั้งของศาสนสถานที่สำคัญของ 4 ศาสนาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อันประกอบด้วย วัดเกตการาม (พุทธ), วัดซิกข์, โบสถ์ของสภาคริสตจักรที่ 1 เชียงใหม่ และมัสยิดอัตตักวา (อิสลาม) ซึ่งแน่นอนว่าบริเวณรอบ ๆ ของศาสนสถานเหล่านั้น ย่อมมีศาสนิกชนของแต่ละศาสนาพำนักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน
 จากการที่ชุมชนวัดเกตแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของความแตกต่างกันในเรื่องของความศรัทธาเชื่อถือ แต่ใน ขณะเดียวกัน กลับเป็นตัวอย่างของความหลากหลายที่สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ บนพื้นฐานของความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน รับรู้รับทราบถึงความแตกต่างของกันและกันในความศรัทธาเชื่อถือ ทำให้วิถีชีวิตประจำวันของสมาชิกในชุมชนแห่งนี้ดำเนินไปด้วยความสันติสุข บนพื้นฐานของหลักการที่ว่า “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง”


 
 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างจากสังคมชุมชนอื่น ที่อยากจะนำมาเสนอต่อท่านก็คือ ไม่ว่าจะมีกิจกรรมของศาสนาใดจัดขึ้นในศาสนสถานที่ตั้งอยู่ในชุมชนวัดเกต จะได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากพี่น้องร่วมชุมชนต่างศาสนิกเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาที่แต่ละศาสนาจะประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความศรัทธาเชื่อถือของตน ต่างก็แยกย้ายไปปฏิบัติศาสนกิจของตนอย่างเคร่งครัด ซึ่งจากตัวอย่างที่หยิบยกมานี้ แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีความแตกต่างในด้านความศรัทธาเชื่อถือ แต่มิได้มีความแตกแยกหรือขัดแย้งในการอยู่ร่วมกันในสังคมแต่อย่างใด
 จุดเด่นของการจัดตั้งกลุ่มมุสลิมมัสยิดอัตตักวา นั้น อยู่ในมิติเดียวกันกับกลุ่มศาสนิกชนอื่น ๆ ในชุมชนเดียวกัน นั่นก็คือ อยู่ใน “มิติแห่งความศรัทธาในศาสนา” โดยมีศาสนสถาน คือ มัสยิดอัตตักวา เป็นศูนย์กลางแห่งจิตใจและความศรัทธาเชื่อถือ ด้วยความยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นมั่นคงว่า หากมีแต่เพียงชุมชน แต่ไม่มีศาสนสถาน สมาชิกของชุมชนก็จะตกอยู่ในสภาพที่ขาดสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ซึ่งเปรียบเสมือนโรคร้ายที่ทำลายสุขภาพจิตของสมาชิกในชุมชนให้อ่อนแอลงไปทีละน้อย อันยากแก่การเยียวยารักษาให้กลับมาเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคมและชุมชนได้
 แต่ในขณะเดียวกัน หากในชุมชนมีแต่เพียงศาสนสถาน แต่ไม่มีศาสนิกชนอยู่ในบริเวณเดียวกันนั้น ก็คงจะไม่ต่างอะไรกับการมีสิ่งก่อสร้างที่ถูกปล่อยปละละเลยให้รกร้าง สร้างความเดือดร้อนรำคาญสายตาแก่ผู้พบเห็นเท่านั้น
 จึงเป็นข้อสรุปประการหนึ่งว่า “มิติแห่งความศรัทธาในศาสนา” นั้น จะต้องประกอบด้วย “ศาสนิกชน” และ “ศาสนสถาน” เป็นองค์ประกอบร่วมกันที่สำคัญเป็นประการแรก
 องค์ประกอบที่สำคัญและเป็นจุดเด่นใน “มิติแห่งความศรัทธาในศาสนา” อีกประการหนึ่ง นั่นก็คือ เป็นการรวมกลุ่มกันโดยปราศจากเงื่อนไขของธุรกิจ อันประกอบไปด้วยกำไร-ขาดทุน, ทรัพย์สิน-เงินทอง หรือแม้กระทั่งเกียรติยศ-ชื่อเสียง ใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่เพียงพลังแห่งความศรัทธาด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อศาสนาที่ศรัทธาเชื่อถือเท่านั้น จึงทำให้ขจัดปัญหาความขัดแย้งหรือแก่งแย่งชิงดีกัน อันเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดความบาดหมางในสังคมชุมชนลงไปได้


 
 ในขณะเดียวกัน ถึงแม้ว่าการจัดตั้งกลุ่มมุสลิมมัสยิดอัตตักวา จะเป็นภาพของการทำงานเพื่อศาสนา แต่ก็มิได้หมายความว่า จะปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เว้นเสียแต่การเปลี่ยนแปลงนั้น จะนำมาซึ่งความเสื่อมสลายของสังคม ชุมชน และ/หรือทำให้วิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชนต้องเปลี่ยนไปจากแนวทางแห่งความศรัทธาในศาสนาและการอยู่ร่วมกันโดยสันติ
 


 
 เราคงต้องยอมรับกันเสียทีว่า ทุกวันนี้ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในชุมชน สังคม ประเทศชาติ หรือแม้แต่ทุกพื้นที่ของโลกใบนี้นั้น มิได้เกิดขึ้นมาจาก “ศาสนา” แต่เกิดจากศาสนิกชนผู้มีศาสนาประจำตัว แต่ไม่รู้จักที่จะนำหลักการของศาสนาที่ตนเองอ้างว่าศรัทธาและนับถือ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตและนำมาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ถูกวิธีอย่างจริงจังต่างหาก
 สภาพของสังคมปัจจุบันนี้ จึงไม่แตกต่างอะไรกับภาพที่เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นั่นก็คือ มีผู้คนจำนวนมากมายขวักไขว่อยู่บนโลกใบนี้ แต่เป็นผู้คนที่มีความสมบูรณ์โดยสภาพร่างกาย แต่ใครจะรู้ได้ว่า สภาพจิตใจหรือสุขภาพจิตของเขาเหล่านั้นกำลังตกอยู่ในสภาพใด
 ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรจะรีบเร่งระดมความคิด ในอันที่จะป้องกัน และรักษาสุขภาพจิตของสมาชิกในสังคมชุมชนของเรา ให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะออกไปต่อสู้รับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าเขาอยู่ในทุกเมื่อเชื่อวันจึงเป็นสิ่งที่ท่านทั้งหลายควรพิจารณาและไตร่ตรอง.

ปกรณ์ กอบหิรัญ
 ประธานกรรมการศาสนิกสัมพันธ์เชียงใหม่

นำเสนอโดย

นายชุมพล ศรีสมบัติ

8591  ข่าว ประกาศ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมมุสลิม / ข่าวสาร วิถีมุสลิมในเชียงใหม่ และภาคเหนือ / มา ร้จักกับ กลุ่ม มุสลิมในเชียงใหม่ เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 01:08:31 pm

ประวัติชาวไทยมุสลิมในจังหวัดเชียงใหม่


 
 
 ประวัติชาวไทยมุสลิมที่มีเชื้อสายจีนยูนนาน และบังคลาเทศ ปากีสถานในจังหวัดเชียงใหม่
 
 เชียงใหม่เป็นเมืองเก่า มีเรื่องราว ตำนานต่างๆ ที่เล่าสืบลูกสืบหลาน เป็นเรื่องราวที่มีคุณค่า และน่าสนใจยิ่ง เรื่องราววิถีชีวิตของชาวมุสลิมในจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งที่น่าศึกษา น่าติดตาม ถึงเส้นทางการอพยพเข้ามาอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย
 
 
 การอพยพของชาวจีนมุสลิมเชื้อสายยูนนาน *
 
 ในจังหวัดเชียงใหม่มีมุสลิมที่มีเชื้อสายจีน ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน (ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน) นับตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และปัจจุบันได้อาศัย กระจายตามที่ต่างๆ ของอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่มีมัสยิดที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนมุสลิมจีน รวมทั้งหมด 7 มัสยิด ได้แก่
 
 1. มัสยิดอัลเอี๊ยห์ซาน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
 
 2. มัสยิดอัลอีมาน ตั้งอยู่ในตัวอำเภอฝาง
 
 3. มัสยิดอัลอักซอ ตั้งอยู่บนดอยอ่างขางตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
 
 4. มัสยิดอัสซะฮาดะฮ์ ตั้งอยู่หัวฝาย ตำบลโปร่งน้ำร้อน อำเภอฝาง
 
 5. มัสยิดอัลเราะฮ์มะ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย
 
 6. มัสยิดเฮดายาตูลอิสลาม (บ้านฮ่อ) ตั้งอยู่ย่านศูนย์การค้าไนท์บาซ่า อยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง
 
 7. มัสยิดอัต-ตักวา ตั้งอยู่ย่านวัดเกต ซึ่งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ถนนหน้าวัดเกต ซอย 1 อำเภอเมือง
 ชาวมุสลิมที่มีเชื้อสายชาวยูนนานนั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกพ่อค้าที่เดินทางมาค้าขายบริเวณมณฑลยูนนาน เข้าสู่ประเทศพม่า ลาว และเข้าสู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย คนกลุ่มนี้จะถูกคนพื้นเมืองทางภาคเหนือเรียกว่าเป็นพวก “จีนฮ่อ” ซึ่งมีเอกลักษณ์ทั้งทางด้านภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างไปจากชาวจีนโพ้นทะเลกลุ่มอื่นๆ ที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย (ที่มาของคำว่า “ฮ่อ” นั้นยังคงเป็นปริศนาและมีความซับซ้อนว่ามีที่มาจากที่ใด เพราะเหตุไรชาวยูนนานจึงถูกเรียกว่า “ฮ่อ” ทั้งที่ชาวยูนนานเองก็ไม่ได้เรียกตัวเองว่า “ฮ่อ” ปัจจุบันยังมีนักวิชาการที่สนใจวิชาศึกษาและพยายามค้นหาต้นตอ และถกเถียงถึงที่มาของคำๆ นี้) (เจียแยนจอง, 2537)
 
 
 ถึงแม้นว่าผู้อพยพชาวจีนยูนนานที่อาศัยอยู่ในบริเวณภาคเหนือของไทย จะถูกคนพื้นเมืองเรียกรวมๆ กันว่าเป็นพวก “จีนฮ่อ” แต่ชาวจีนฮ่อก็มีลักษณะที่หลากหลายแบ่งเป็นได้หลายกลุ่ม อพยพมาจากหลายส่วนของมณฑลยูนนาน ดังนั้นจึงมีพื้นฐานทางสังคม วัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป จากประวัติการอพยพถิ่นฐานแบ่งได้เป็นกลุ่มๆ ดังนี้
 
 กลุ่มแรก กลุ่มพ่อค้าชาวยูนนาน
 เป็นกลุ่มคนที่เดินทางค้าขายในช่วงหน้าหนาวและหน้าแล้งโดยใช้ม้า-ล่อเป็นพาหนะ จากหลักฐานของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือของไทยในสมัยนั้น ได้กล่าวถึงกองคาราวานของพวกพ่อค้าชาวยูนนานที่เดินทางค้าขายไปมาระหว่างเทือกเขาต่างๆ จาก ยูนนานและจังหวัดในภาคเหนือของไทย (Hellet, 1890 และ Bock, 1884 อ้างใน Suthep Soonthornpasuch, 1977)
 
 มีบุคคลท่านหนึ่งในกลุ่มนี้ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกษัตริย์ไทย ทรงแต่งตั้งให้เป็นขุนนาง (ท่านขุนชวงเลียง ลือเกียรติ) เนื่องจากได้สร้างความเจริญและมีส่วนให้ความช่วยเหลือต่อคนส่วนรวม ท่านจึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำของชาวมุสลิมในจังหวัดเชียงใหม่และในภาคเหนือในสมัยนั้น
 
 กลุ่มที่สอง กลุ่มชาวยูนนานอพยพ
 
 กลุ่มนี้เป็นผู้อพยพชาวยูนนานที่หลบหนีออกจากประเทศจีนเนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองในช่วงศตวรรษที่ 19 ประเทศจีนปกครองโดยราชวงศ์เซ็ง ซึ่งดำเนินนโยบายบีบคั้นและทำการกดขี่ชาวจีนแมนดารินเป็นอย่างมาก จนในปี ค.ศ. 1856 มุสลิมชาวยูนนานทั้งหลายจึงได้รวมตัวกันต่อต้านพื้นที่แถบตะวันตกของมณฑลยูนนานและตั้งเมืองตาลีฟูเป็นเมืองหลวงของยูนนาน แต่ต่อมาภายหลังผู้นำมุสลิมคือสุลต่านชาวยูนนานชื่อ สุลัยมาน ถูกสังหารจึงทำให้ชาวมุสลิมถูกไล่ล่าสังหารอย่างโหดร้าย คนจำนวนนับพันถูกเข่นฆ่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มุสลิมชาวยูนนานเป็นจำนวนมากหลบหนีเข้าสู่ประเทศพม่า เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณลุ่มน้ำสาละวิน
 
 กลุ่มที่สาม กลุ่มทหารกู้ชาติจีน
 
 หลังจากการปฏิวัติประเทศจีนได้ประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1949 ภายใต้การนำของท่านเหมาเจ๋อตุง ซึ่งถือว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนประสบชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) หรือพวกจีนคณะชาติ ทำให้ทหารกองพล 93 ของจีนคณะชาติต้องถอยร่นลงมาอยู่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า และต่อมาส่วนหนึ่งได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศไต้หวัน อีกส่วนหนึ่งปักหลักอยู่ทางภาคเหนือของไทย ซึ่งรัฐบาลได้จัดสถานที่เป็นศูนย์ผู้อพยพอยู่ประมาณ 50 กว่าศูนย์ทั่วภาคเหนือ
 
 กลุ่มที่มีบทบาทและเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อการตั้งถิ่นฐานของชาวมุสลิมเชียงใหม่ คือ กลุ่มของท่าน นะปะซาง (พ่อเลี้ยงเลานะ) ได้เข้ามาตั้งแคมป์อยู่บริเวณทุ่งเวสาลี ฝั่งตะวันออกของถนนโชตนา เมื่อพี่น้องมุสลิมมีจำนวนมากขึ้น ทั้งชาวมุสลิมที่มีเชื้อสายปากีสถานและชาวยูนนาน ท่านพ่อเลี้ยง เลานะจึงเป็นผู้นำสำคัญในการก่อสร้างมัสยิดขึ้นที่บริเวณดังกล่าวเรียกว่า “มัสยิดช้างเผือก”
 
 ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว กระแสคลื่นของผู้อพยพชาวจีนยูนนานยังคงหลั่งไหลมาโดยไม่ขาดสายเป็นระลอกๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2430 กลุ่มของท่านเจิงชงหลิ่งได้เดินทางเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของเจ้าอินทนนท์กำลังปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น ท่านเจิ้งชงหลิ่งเป็นผู้นำคนสำคัญยิ่งของชาวยูนนานมุสลิมที่ได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมพารในประเทศไทย ท่านได้มีบทบาทในการสร้างหลักปักฐานให้กับชุมชนมุสลิมยูนนานและเป็นแกนนำในการสร้างมัสยิดบ้านฮ่อ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการสนองคุณแผ่นดินในการสร้างเสริมความเจริญก้าวหน้าให้กับกิจการของทางราชการต่างๆ จนได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์เป็น ขุนชวงเลียง ลือเกียรติ
 
 การอพยพของชาวอินเดียเชื้อสายบังคลาเทศ ปากีสถาน ในจังหวัดเชียงใหม่ **
 
 ชาวอินเดียเชื้อสายบังคลาเทศและปากีสถานในเมืองเชียงใหม่ ส่วนใหญ่อพยพมาจากประเทศบังคลาเทศโดยผ่านทางประเทศพม่า โดยเข้ามาทางอำเภอต่างๆ ที่ติดกับชายแดน ได้แก่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พักอาศัยอยู่ในอำเภอดังกล่าวระยะหนึ่งแล้วค่อยๆ เคลื่อนย้ายเข้ามาบริเวณเมืองเชียงใหม่
 ในอำเภอแม่สอด แม่สาย ซึ่งติดกับชายแดนจะมีชุมชนของชาวบังคลาเทศทำหน้าที่ดูดซับผู้อพยพที่เข้ามาใหม่ซึ่งมีฐานะเป็นคนแปลกหน้าและคนต่างด้าว ซึ่งต้องการความช่วยเหลือและที่พักอาศัยชั่วคราว ระยะเวลาการพักอาศัยในชุมชนชายแดนดังกล่าวจะแตกต่างกันแล้วแต่ผู้อพยพ แต่ละราย ถ้าไม่มีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักในบริเวณชายแดนหรือจังหวัดที่อยู่ภายใน เขาอาจจะต้องใช้ความพยายามของตัวเองเพื่อที่จะได้ใบอนุญาตข้ามแดนหรือเข้ามาอยู่ได้อย่างถาวร ผู้อพยพคนหนึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 5-10 ปี แต่ถ้าเขามีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนแล้วในภาคเหนือ ก็อาจใข้เวลาสั้นกว่านั้น
 ส่วนใหญ่ก่อนที่ผู้อพยพชาวบังคลาเทศจะเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร ในตอนแรกๆ พวกเขามักจะเข้ามาเยี่ยมชุมชนมุสลิมในเมืองเชียงใหม่เป็นระยะสั้นๆ ไปก่อน โดยอาจจะมาเยี่ยมญาติ
 พี่น้องหรือไม่ก็เข้ามารับซะกาต (เงินบังคับบริจาคสำหรับผู้เป็นมุสลิมมีทรัพย์สินอยู่ในเกณฑ์ตามศาสนาบัญญัติ กำหนดในอัตราร้อยละ 2.5) ในระหว่างช่วงเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม อาจจะพักอยู่เป็นเวลา 2-3 วัน หรือเป็นอาทิตย์ก่อนจะกลับไปยังชุมชนของพวกเขา ในขณะที่มาพักอยู่ชั่วคราวก็สำรวจความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาอยู่อย่างถาวร และหากมีความเป็นไปได้แง่ของที่อยู่อาศัยหรืออาชีพก็จะอพยพเข้ามาพร้อมกับครอบครัว และเมื่อเข้ามาอยู่ในชุมชนแล้วก็จะหาบ้านและงานอาชีพโดยความพยายามของตนเอง หรือความช่วยเหลือของญาติพี่น้องและมิตรสหาย
 
 ชุมชนผู้อพยพชาวอินเดียเชื้อสายบังคลาเทศ ปากีสถาน ย่านช้างคลาน เชียงใหม่
 ในบริเวณที่เป็นถิ่นฐานชาวบังคลาเทศ ปากีสถาน มุสลิม ซึ่งห่างจากกำแพงเมืองเก่าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร ในตำบลช้างคลาน มีมัสยิดอัลยาเมี๊ยฮ์ ช้างคลาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของมุสลิมย่านนี้ มีประชากรประมาณกว่า 2,000 คน หรือประมาณ 400 ครอบครัว
 ชาวอินเดียเชื้อสายบังคลาเทศกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่อพยพมาจากประเทศพม่าในปี พ.ศ. 2393 โดยมีท่าน มุฮัมมัด อุสมาน อาลี เมยายี กับภรรยาชาวพม่า พร้อมน้องชายและน้องภรรยาซึ่งนับถือศาสนาพุทธ ในตอนแรกตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ทางทิศใต้ของกำแพงเมือง แต่หลังจากอยู่มาได้ 2-3 ปี ก็พบว่าอยู่ใกล้กับคุ้มเจ้าครองนครมากเกินไป และแวดล้อมด้วยชุมชนของชาวพุทธ ทำให้ไม่สะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจ ท่านมุฮัมมัดและภรรยาจังได้ย้ายออกไปอยู่ในบริเวณซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวมุสลิมย่านช้างคลานปัจจุบัน โดยปล่อยให้น้องชายและน้องสาวของภรรยาซึ่งนับถือศาสนาพุทธยังคงอยู่ในชุมชนของชาวพุทธต่อไป
 สิทธิในที่ดินซึ่งชาวปากีสถานมุสลิมและครอบครัวเข้าไปตั้งบ้านเรือนได้รับพระราชทานจากเจ้าเมืองเชียงใหม่ ประกอบกับพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของชุมชนที่ดินที่ใช้ในการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ ในระยะเริ่มแรกของการตั้งถิ่นฐานมีมุสลิมอยู่เพียง 10 กว่าครัวเรือน และจำนวนประชากรไม่ถึง 100 คน
 เมื่อกลุ่มผู้อพยพมุสลิมได้เข้ามาอยู่ในเชียงใหม่ระยะแรก พวกเขามีอาชีพในการเลี้ยงวัวเพื่อขายเนื้อและนมเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันเนื่องจากพื้นที่ที่จะใช้เลี้ยงวัวมีจำกัด และความไม่สะดวกต่างๆ ในบริเวณเมืองเป็นปัญหาในการเลี้ยงวัว ชาวบังคลาเทศมุสลิมจำนวนมากได้หันไปผูกขาดการตั้ง โรงฆ่าสัตว์และค้าเนื้อวัวในตลาดเมืองเชียงใหม่ ส่วนที่เหลือก็ขายพืชผักผลไม้ตามฤดูกาล และทำการค้าปลีกอื่นๆ สำหรับผู้มีการศึกษาก็จะเข้าทำงานในหน่วยงานราชการและบริษัทห้างร้านในจังหวัดเชียงใหม่
 
 
 ปัจจุบันมีคนมุสลิมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบางส่วนอพยพมาจากทางภาคใต้ของประเทศไทยเชื้อสายมาลายู อาศัยรวมอยู่ในชุมชนมุสลิมต่าง ๆ บางส่วนอพยพมาจากประเทศพม่าเชื้อสายจีน กลุ่มหลังนี้เรียกว่า คนจีนปางหลง ปีจจุบันเข้ามามีบทบาทมากพอสมควรในกลุ่มมุสลิมเชียงใหม่ เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่น่าสนใจกลุ่มหนึ่ง ต่อไปคงจะหาโอกาสค้นคว้าหาประวัติความเป็นมาของมุสลิมกลุ่มนี้

 
 


 บรรณานุกรม
 หนังสือครบรอบ 80 ปี มัสยิดบ้านฮ่อ,2539*สุชาติ เศรษฐมาลินี
 -สุเทพ สุนทรเภสัช. ชาติพันธ์: แนวคิดพื้นฐานทางมานษยวิทยาในการศึกษาอัตลักษณ์ กลุ่มชาติพันธ์ กรุงเทพฯ: ส.น.พ. เมืองโบราณ (ลอกข้อความ) **
หน้า: 1 ... 571 572 [573]


ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap