Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
ตำนานล้านนาเรื่อง พระนางสามผิว
Welcome Guest, please login or register.
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานล้านนาเรื่อง พระนางสามผิว  (อ่าน 1658 ครั้ง)

kunthai
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 994 Level 25 : Exp 60%
HP: 0.1%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ตุลาคม 27, 2013, 09:10:22 am »
แบ่งปัน

ตำนานล้านนาเรื่อง พระนางสามผิว

อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ในอดีตเป็นที่ตั้งเมืองเก่าแก่ ชื่อว่าเมืองฝาง ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ ร้อยกว่ากิโลเมตร เส้นทางที่ไปจะคดเคี้ยวมาก ผ่านอำเภอ แม่ริม แม่แตง
เชียง ดาว อยู่ติดกับอำเภอแม่อาย ที่ฝางฤดูหนาวจะหนาวมากจะมีน้ำค้างแข็ง แม่คะนิ้งหรือเหมยขาบเช่นเดียวกับดอยอินทนนท์ เพราะอยู่ในหุบเขา พื้นที่ส่วนใหญ่จะทำเกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวส่งขายทั่วประเทศ มีเรื่องเล่ากันมานาน เวลาเด็กเมืองฝางร้องไห้ พ่อแม่ห้ามไม่หยุด ต้องบอกว่าจะเอากระหล่ำให้กิน เด็กจะหยุดร้องทันที แสดงว่าเด็กกลัวจะได้กินกระหล่ำ อิอิ

ที่หน้าวัดพระบาทอุดม ต.เวียง อ.ฝาง จะมีอนุสาวรีย์พระเจ้าฝาง และพระนางสามผิวตั้งอยู่ตำนานได้กล่าวถึงพระนางสามผิวว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๕๕ - ๒๑๗๕ พระเจ้าอุดมสินเจ้าเมืองฝาง มีพระมเหสีองค์หนึ่งทรงพระสิริโฉมงดงามมาก ในวันหนึ่งๆ สีผิวของพระนางจะเปลี่ยนไปถึง ๓ สี คือ เวลาเช้าผิวพรรณ ของพระนางจะขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง เวลาเที่ยงสีผิวของพระนางจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน เวลาเย็นสีผิวของพระนางจะเปลี่ยน เป็นสีแดงระเรื่อเป็นที่น่าชวนพิสมัยอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้พระนางจึงได้พระนามพิเศษว่า "พระนางสามผิว"

จากผิวที่งดงามผุดผ่องของพระมเหสีเจ้าเมืองฝางนี้เอง ทำให้เป็นข่าวเลื่องลือแพร่ออกไปว่าพระเจ้าฝางมีมเหสีที่สวยงามยิ่งนัก ยากที่จะหาหญิงใดเทียมได้ ข่าวนี้ล่วงรู้ถึงหูของพระเจ้าสุทโธธรรมราชากษัตริย์พม่า พระองค์จึงอยากจะมาทอดพระเนตรให้เห็น ความจริงจึงได้ทรงปลอมแปลงกายเป็นพ่อค้าต่างแดนนำสินค้ามาจากเมืองตะโก้ง (ร่างกุ้ง) เข้ามาขายยังเมืองฝางและ ได้เข้าทูลถวายผ้า เนื้อดีแก่ขัติยะนารีฝาง เพียงเพื่อจะได้ยลโฉมพระนางสามผิวว่าจะสวยงามดังคำเล่าลือหรือไม่ ครั้นกษัตริย์เมืองพม่าได้เห็น พระพักตร์พระนางเท่านั้นพระองค์ก็ทรงหลงรักพระนางทันที หลังจากที่ถวายผ้าแก่พระเจ้าฝางเรียบร้อยแล้วพระเจ้าสุทโธธรรมราชา เสด็จกลับยังที่ประทับ

พระองค์ทรงคร่ำครวญถึงแต่พระนาง ครั้นจะมาสู่ขอพระนางก็มีพระสวามี แล้วจึงคิดหาวิธี เจ้าสุทโธธรรมราชา กษัตริย์พม่าจึงเสด็จกลับกรุงอังวะเพื่อตระเตรียมรี้พล กษัตริย์พม่านำกองทัพมาทำสงครามกับพระเจ้าฝางเป็นเวลานานถึงสามปี จนในที่สุดกองทัพพม่าปิดล้อมเมืองฝางไว้ ไม่ให้ชาวบ้านชาวเมืองได้ออกเมืองเพื่อทำมาหากิน ชาวเมืองฝางตกอยู่ในวงล้อมของพม่า มีความอดอยากยากแค้นเสบียงอาหารที่มีอยู่ก็หมด

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ทั้งเจ้าเมืองฝางกับพระนางสามผิวทรงตระหนักดีว่าสาเหตุมาจากทั้งสองพระองค์ และเพื่อ เห็นแก่ชีวิตไพร่ฟ้าของแผ่นดินและเพื่อยุติปัญหา ทั้งสองพระองค์จึงตัดสินพระทัยแก้ปัญหาด้วยการชวนกันไปกระโดดลง "บ่อน้ำ ซาววา" ซึ่งบ่อน้ำนี้มีความลึก ๒๐ วา ปลงพระชนม์เพื่อรักษาชีวิตชาวเมืองไว้ เมื่อพระเจ้าสุทโธธรรมราชายกทัพเข้าเมืองฝางได้และ ทราบว่าทั้งเจ้าเมืองฝางกับพระนางสามผิวกระโดดลงบ่อน้ำสิ้นพระชนม์แล้ว กษัตริย์พม่ามีความเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ยกทัพ กลับพม่า

เมื่อศึกสงครามสงบลงแล้ว ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเจ้าเมืองฝางเห็นว่า เจ้าเมืองและพระมเหสีทรงสละพระชนม์ชีพเพื่อรักษา เมืองฝางและชีวิตของชาวเมืองไว้ จึงได้สร้างอนุสาวรีย์ทั้งสองพระองค์ไว้ที่บ่อน้ำซาววา ซึ่งอยู่หน้าวัดพระบาทอุดมพากันกราบ ไหว้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ปกบ้านคุ้มเมืองให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขตราบจน ทุกวันนี้



ที่มา 

อุบาสก ผู้หนึ่ง
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=388710511219539&set=a.101265699964023.2285.100002417793924&type=1&theater
บันทึกการเข้า

ไม้คดใช้แปงขอ เหล็กงอใช้แปงเคียว คนคดอย่างเดียวใช้การบ่ได้
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service