Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
อารยธรรมอิสลามสถานพยาบาลในอาณาจักรอิสลาม
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
มีนาคม 29, 2017, 12:21:15 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อารยธรรมอิสลามสถานพยาบาลในอาณาจักรอิสลาม  (อ่าน 1981 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8464 Level 74 : Exp 96%
HP: 27.2%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 21, 2010, 11:25:59 pm »
แบ่งปัน

   สถานพยาบาลในอาณาจักรอิสลาม

   PDFพิมพ์อีเมล

   งานเขียน บอกเล่าเก้าสิบ

   http://www.alisuasaming.com/plugins/content/mavikthumbnails/images/zoomin.cur), pointer; " target="_blank" title="">        เหตุที่ศาสนาอิสลามได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ การเยียวยารักษาอาการป่วยไข้ ตลอดจนความเป็นปกติสุขของมนุษย์ในการดำรงชีวิตในดินแดนของชาวมุสลิมเมื่อครั้งอดีต จึงมีสถานพยาบาลปรากฏอยู่เป็นอันมาก โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ หรือราชธานีของรัฐมุสลิมอิสระ ซึ่งบรรดาผู้ปกครองได้สร้างสถานพยาบาลขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยและคนไข้โดยทั่วไป พร้อมทั้งอุปกรณ์และส่งเสริมกิจการของสถานพยาบาลด้วยคณะแพทย์ผู้ชำนาญการ ตลอดจนหยูกยาและอุปกรณ์การแพทย์ซึ่งทันสมัยที่สุดในยุคนั้น (ยุคกลาง)

           ชาวมุสลิมในยุคกลาง เรียกสถานพยาบาลว่า “บีมาริสตาน”หรือ “อัลมาริสตาน” ซึ่งเป็นคำในภาษาเปอร์เซีย หมายถึง สถานที่ซึ่งเตรียมพร้อมสำหรับรักษาผู้ป่วยและการพักฟื้นตรงกับคำในภาษาอาหรับว่า อัล-มุสตัชฺฟา มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า สถานพยาบาลแห่งแรกถูกสร้างขึ้นในนครดามัสกัส (ซีเรีย) โดยค่อลีฟะห์ อับดุลมาลิก อิบนุ มัรวาน แห่งราชวงศ์อุมาวียะห์ ราวปี ฮ.ศ.88  (คศ.707) ต่อมาภายหลังการสร้างสถานพยาบาลก็เป็นที่นิยมแพร่หลายไปยังส่วนต่างๆ ของโลกอิสลาม และเจิรญถึงขีดสุดในช่วงคริสตศตวรรษที่ 14-15 (ศตวรรษที่ 8-9 แห่งฮิจเราะห์ศักราช) ในนครแบกแดด , ดามัสกัส , ชีราช และอิสฟาฮานฺเป็นต้น ล้วนแต่มีสถานพยาบาลที่ทันสมัยในยุคกลาง นอกเหนือจากอาคารสถานพยาบาลที่ยังถือเป็นแหล่งรวมความงดงามทางสถาปัตยกรรมอิสลามอีกด้วย

    

           กล่าวกันว่า สถานพยาบาล (อัล-บีมาริสตาน) แห่งแรกในอียิปต์ก็ถูกสร้างขึ้นโดยบัญชาของอะห์หมัด อิบนุ ตูลูน ในนครอัลก่อตออิอฺ ราชธานีและศูนย์กลางการปกครองของอะห์หมัด อิบนุ ตูลูน ในปี ฮ.ศ.259 (คศ.873) ส่วนหนึ่งจากกฏระเบียบการใช้บริการ สถานพยาบาลแห่งนี้ก็คือ เมื่อคนไข้เข้าสู่สถานพยาบาลก็จะต้องถอดเสื้อผ้าและทรัพย์สินมีค่าติดตัวมาด้วยมอบฝากไว้กับเจ้าพนักงานฝ่ายของสถานพยาบาล แล้วเปลี่ยนชุดแบบฟอร์มของคนไข้ที่จัดเตรียมไว้ให้ คนไข้จะมีเตียงเฉพาะของตน และจะได้รับการรักษาจนกระทั่งหายป่วย การที่จะได้รู้ว่าคนไข้หายป่วยแล้วนั้นก็พิจารณาจากอาหารที่ให้คนไข้รับประทาน ซึ่งมักจะเป็นซุปลูกนกกับขนมปังแผ่น

           เมื่อคนไข้ที่ได้รับการรักษามาช่วงระยะเวลาหนึ่ง สามารถรับประทานอาหารมื้อนี้ได้โดยไม่มีอาการผิดสำแดงหรือไม่มีปฏิกิริยา “แอนตี้ บอดี้” เช่น อาเจียน , ปวดท้อง ฯลฯ ก็แสดงว่าอาการของผู้ป่วยทุเลาลงหรือหายเป็นปกติแล้ว เจ้าพนักงานของสถานพยาบาลก็จะนำเอาเสื้อผ้าและทรัพย์สินติดตัวของผู้ป่วยที่รับฝากไว้มาคืนให้ และอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ส่วนกรณีหากว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงขณะได้รับการรักษา ทางสถานพยาบาลก็จะจัดการศพให้โดยเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดอีกด้วย

    

           สถานพยาบาล (อัลบีมาริสตาน) “อัลมันซูรีย์” ซึ่งสร้างโดยซุลตอน อัลมันซูร ก่อลาวูน แห่งราชวงศ์มัมลูกียะห์ ในกรุงไคโร ราวปีฮ.ศ.689 (คศ.1290) นั้น นอกจากเป็นสถานพยาบาลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุคกลางแล้ว ยังนับเป็นผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมอิสลามอีกด้วย

http://www.alisuasaming.com/plugins/content/xtypo/icon/quote1.gif); background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial; background-color: rgb(255, 255, 255); border-top-width: 2px; border-top-style: dotted; border-top-color: rgb(204, 204, 204); border-bottom-width: 2px; border-bottom-style: dotted; border-bottom-color: rgb(204, 204, 204); color: rgb(102, 102, 102); font-family: Tahoma, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 13px; line-height: 22px; background-position: 0% 0%; background-repeat: no-repeat no-repeat; ">   

http://www.alisuasaming.com/plugins/content/xtypo/icon/quote2.gif); background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial; background-color: initial; font-size: 14px; line-height: 16px; color: rgb(153, 153, 153); font-style: italic; background-position: 100% 100%; background-repeat: no-repeat no-repeat; ">             อิบนุ บัตตูเตาะห์ นักเดินทางชาวมอรอคโค ได้บันทึกเกี่ยวกับสถานพยาบาลแห่งนี้ว่า “มีความงดงามสุดที่จะบรรยายได้” ส่วนอัลบัลวีย์ นักเดินทางชาวมอรอคโคอีกรายหนึ่ง บันทึกว่า “สถานพยาบาล อัลมันซูรีย์ มีสถาปัตยกรรมและรูปทรงเหมือนปราสาทขนาดใหญ่ อลังการในด้านความใหญ่โต โอ่งโถงและงดงามยิ่งนัก ไม่เคยพบเคยเจอในบ้านอื่นเมืองอื่นมาก่อนเลย”



        มีข้อความระบุในราชกิจจานุเบกษา ประกาศการอุทิศสถานพยาบาลแห่งนี้เพื่อศาสนสมบัติของซุลตอน กอลาวูน ว่า “พระองค์ทรงมีดำริในสถานพยาบาลแห่งนี้เพื่อให้บริการรักษาแก่ผู้ป่วยอิสลามมิกชนทั้งชายและหญิง ทั้งคหบดีและผู้ขัดสน ในกรุงไคโรและเขตปริมณฑล ทั้งผู้มีนิวาสถานในเขตทั้งสองตลอดจนผู้ที่เดินทางมายังกรุงไคโร โดยไม่แยกเชื้อชาติและชนิดของโรค.....ฯลฯ”

    

    

           เมื่อผู้ป่วยรับการรักษาจนหายดี ทางสถานพยาบาลก็จะอนุญาตให้ผู้ป่วยออกจากสถานพยาบาลได้โดยมีของกำนัลให้ ตลอดจนเครื่องนุ่งห่มเอาไว้ใช้สอยอีกด้วย ทางสถานพยาบาลยังมีบริการนอกสถานที่แก่ผู้ป่วยที่อยู่ตามเคหะสถานในเรื่องหยูกยาอีกด้วย ซึ่งในบางครั้งมีมากกว่า 200 ราย นอกจากนี้ยังมีบริการแก่ผู้ป่วยนอกที่ต้องการตรวจโรค และจ่ายยาให้เพื่อใช้กินที่บ้าน ซึ่งเราเรียกว่า “คลีนิคผู้ป่วยนอก” ในปัจจุบัน อัลบัลวีย์ได้บันทึกว่ามีผู้ใช้บริการสถานพยาบาลแห่งนี้เป็นจำนวนหลายพันคน

           สถานพยาบาล “อัลมันซูรีย์” ยังแยกแผนกออกเป็น 2 ส่วน แผนกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยชาย และอีกแผนกหนึ่งให้บริการแก่ผู้ป่วยสตรี แต่ละแผนกจะแบ่งออกเป็นห้องโถงต่างๆ (อัลกออ๊าต) เช่น ห้องโถงสำหรับโรคภายใน ห้องโถงสำหรับผ่าตัด ห้องโถงสำหรับโรคตา และห้องโถงสำหรับการเข้าเฝือก ห้องโถงสำหรับโรคภายในนั้นยังแบ่งซอยออกเป็นแผนกต่างๆ เช่นแผนกผู้ป่วยทั่วไป แผนกเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหาร เป็นต้น

           ผู้ป่วยแต่ละแผนกจะมีเตียงนอนเฉพาะ , ตู้เสื้อผ้า , หมอน , ผ้าห่ม , ผ้าปูเตียง และจะมีแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะโรคคอยรักษาคนไข้ มีเภสัชกรคอยปรุงยาตามใบสั่งยา พนักงานปูเตียง พนักงานซักล้างเสื้อผ้าผู้ป่วย และมีห้องครัวขนาดใหญ่สำหรับเตรียมอาหารให้กับผู้ป่วย ภาชนะใส่อาหารจะถูกปิดอย่างดีเพื่อกันการปนเปื้อน และผู้ป่วยแต่ละคนจะมีภาชนะใช้สอยเฉพาะไม่ใช้ปะปนกัน

           สำหรับผู้ป่วยรายใดที่เสียชีวิต ทางสถานพยาบาลจะจัดการอาบน้ำศพ ห่อผ้าศพ (ก่าฟั่น) โดยจะจ่ายค่าทำศพให้ ตลอดจนค่าจ้างคนอาบน้ำศพ คนขุดสุสาน และจะจัดทำพิธีทางศาสนาให้อย่างครบถ้วน

    

           ในส่วนของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางสมอง (คนบ้า , วิกลจริต) ก็ได้รับการดูแลเช่นกัน ใน “อัลอักดุ้ลฟ่ารีด” และ “ญิฆรอฟียะห์” ของอัลยะอฺกูบีย์ ระบุว่ามีโรงพยาบาลสำหรับคนบ้าและผู้ป่วยทางสมองตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหานครแบกแดด บริเวณเขตดีร ฮิรอกลฺเก่าในสถานพยาบาลของอะห์หมัด อิบนุ ตูลูน ที่นครอัลก่อตออิอฺ ก็มีแผนกเฉพาะสำหรับผู้ป่วยประเภทนี้เช่นกัน ท่านอิบนุ ณุบัยรฺ นักท่องโลกระบุว่า สถานพยาบาลในกรุงดามัสกัสก็มีแผนกเฉพาะสำหรับรักษาผู้ป่วยทางสมอง ในส่วนของสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในกรุงไคโรนั้น จะมีสวนพฤกษชาติสำหรับผู้ป่วยทางสมอง ให้ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังและผ่อนคลาย โดยมีการอ่านคัมภีร์อัลกุรอ่านให้ผู้ป่วยฟังอีกด้วย

    


   ที่มา

   - อารยธรรมอิสลาม (ฮ่าฎอร่อตุ้ลอิสลาม)
   - ดร.สะอีด อับดุลฟัตตาฮฺ อาซูร อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยไคโร  คศ.1998

   ที่มา  http://www.alisuasaming.com/index.php/writing/tell-stories/502-tell90-14

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap