Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
การเลือกบริโภค อาหารสำหรับมุสลิม
Welcome Guest, please login or register.
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเลือกบริโภค อาหารสำหรับมุสลิม  (อ่าน 3713 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8373 Level 74 : Exp 55%
HP: 3.8%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 28, 2010, 06:46:38 pm »
แบ่งปัน



kindness:


อาหารสำหรับมุสลิม กับการเลือกบริโภค

มุสลิมต้องทานอาหารที่อนุมัติตามคำสั่งของพระเจ้า 

เมื่อบุคคลใดเรียกตัวเองว่ามุสลิม ก็ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติ คำสั่งห้าม/ใช้ ตามคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่งเป็นวะยูห์จากพระเจ้า และคำสั่งสอนของท่านนบีมูฮำมัด ศ็อลลอลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ผู้เป็นศาสนทูต คนสุดท้ายของอิสลาม 


" มนุษย์เอ๋ยจงบริโภคสิ่งที่อนุมัติและที่ดีจากที่มีอยู่ในแผ่นดิน และอย่าปฏิบัติตามรอยเท้าของมาร แท้จริง มันเป็นศัตรูที่เปิดเผยสำหรับสูเจ้า " จากอัลกุรอาน อัลบะเกาะเราะฮ บทที่ 2 : โองการที่168

" พระองค์ทรงห้ามพวกเจ้านั้นเพียงแต่สัตว์ที่ตายเอง และเลือด และเนื้อสุกรและสัตว์ที่ถูกกล่าวนามอื่นนอกจากอัลลอฮฺ(เมื่อถูกเชือด) แต่ผู้ใดได้รับความคับขันโดย และมิใช่เจตนาขัดขืน และมิใช่เป็นผู้ละเมิดขอบเขตแล้วไซร้ ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่เขา แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเมตตาเสมอ "
จากอัลกุรอาน อัลบะเกาะเราะฮ บทที่ 2 : โองการ173

" แท้จริง พระองค์เพียงแต่ทรงห้ามสูเจ้า (มิให้บริโภค) สัตว์ที่ตายเอง และเลือดและเนื้อของสุกร และที่ถูกเปล่งนามอื่นนอกจากอัลลอฮฺ (เมื่อเชือด) แต่ผู้ใดก็ดีที่อยู่ในภาวะคับขันไม่เจตนาดื้อดึง และมิใช่ละเมิด ฉะนั้นแท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงให้อภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ " จากอัลกุรอาน  อันนะหฺล บทที่ 16 : โองการ115


คำว่าอนุมัตินั้น ภาษาอาหรับเรียกว่า "ฮาลาล " ไม่เฉพาะกับสิ่งที่เรากินเท่านั้น ยังหมายถึง วิธีการได้มาซึ่งเงิน และสิ่งๆอื่นๆที่ต้องห้าม สิ่งใดที่ห้ามไม่อนุมัติจะเรียกว่า " ฮารอม " การคดโกงมาก็เรียกว่า ฮารอม เช่นกัน

ดังนั้น สิ่งที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อเลือดเนื้อของเรา หากทานสิ่งไม่ดีสิ่งเหล่านี้ก็จะถูกดูดซึมหมุนเวียนเข้าสู่ร่างกาย หัวใจและสมอง เนื้อในร่างกายก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดี เช่นกัน ทำให้มีผลต่อธรรมชาติจิตใจของมนุษย์ 
ซึ่งจะมีผลต่อการทำอิบาดะฮฺ และการขอดุอาจากพระองค์อัลลอฮฺซุบบะฮานะฮูวะตะอาลา ด้วย
อีกทั้งเนื้อในร่างกายเรานั้นหากบริโภคในสิ่งที่ต้องห้าม ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงของนรก.... 

"ก้อนเนื้อทุกชิ้นที่เติบโตมาจากสิ่งฮะรอม(ก้อนเนื้อนั้น) ไฟนรกจะเผาผลาญเป็นเบื้องแรก "(รายงานโดย:ฎ็อบเราะนีย์)
" พึงทราบเถิด ในร่างกายมีก้อนเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากว่ามันดีร่างกายก็จะดีไปด้วยทั้งหมด หากว่ามันเสียหาย ร่างกายทั้งหมดก็จะเสียหายไปด้วย มันคือหัวใจ "
(รายงานโดย:บุคอรีและมุสลิม)

กล่าวมา ณ ตรงนี้ ต้องการจะสื่อว่า ปัจจุบันมีอาหารมากมายหลากหลายชนิด ที่วางรายเรียง ทั้งชนิดสำเร็จรูป และ รอการไปประกอบอาหาร ซึ่งในปัจจุบันมีหน่วยงานที่รับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล ขึ้นมา เพื่อช่วยให้มุสลิมมีทางเลือกที่ถูกต้องบริโภคได้ตามหลักศาสนาเพื่อส่งเสริมและสร้างศรัทธา 
มิใช่กินเพราะอยากกินโดยไม่พินิจพิจารณา ว่าอะไรทานได้หรือไม่ได้ 

ดังนั้น มุสลิมยุคนี้ ต้องเท่าทัน ไม่ใช่เห็นว่า น่าจะทานได้ก็ซื้อดะ.....
เราต้องศึกษาหาความรู้ เรื่องส่วนต่างๆของอาหาร ที่มีมากมาย นอกจากพิจารณาถึงส่วนประกอบแล้ว ยังต้องมองไปถึงขั้นตอนการทำด้วยซ้ำ..... แต่จะทราบได้เหรอว่าเขามีขั้นตอนการทำเช่นไร ?? 

นั่นแหละปัญหา บรรดาแม่บ้าน แม่ครัว พ่อครัวทั้งหลายต้องพินิจพิจารณาให้ดี.... 
แม้ปัจจุบันจะมีสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยแล้ว โดยการออกเครื่องหมายรับรอง
แต่ใช่ว่าทุกสินค้า ทางสถาบันจะมีอำนาจไปตรวจสอบ ถ้าเขาไม่มาขอเครื่องหมายนี้ !!

เอาล่ะสิ ปัญหาเริ่มเกิด.... มีการปลอมแปลงเครื่องหมายมากมาย
บางร้านเอาเครื่องหมายมาติด ดาวเดือนบ้าง เครื่องหมายฮาลาล ที่ทำเองบ้างแล้วอ้างว่าซื้อตู้ต่อมาจากเจ้าของเดิมที่เป็นมุสลิมแล้วไม่ได้เอาออกเพราะเห็นว่า มีแล้วขายดีมุสลิมมาทานแยะ    
ตรงนี้ แสดงว่าเขามีเจตนา หลอกหลวงผู้บริโภคสามารถแจ้งความจับได้ เพราะผิดกฏหมายแจ้งความได้   
ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งนั้นอันเป็นเท็จ  ถ้ากระทำการนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พัน บาท อยู่ในมาตรา 271 

มุสลิมเราต้องมองไกลๆ ทุกอย่างเข้าไปในร่างกายก็ต่อหัวใจมีผลถึงการวิงวอนขอพระจากพระเจ้า  อย่าละเลยแม้เรื่องเพียงเล็กน้อย 
ไม่รู้มิใช่ เฉยเมยไม่ศึกษาเพิ่ม แต่ต้องศึกษามากๆตลอดเวลา..... เรียนรู้แล้วต้องช่วยคนที่ยังไม่รู้...เพราะมุสลิมไม่ได้เดินไปเพียงคนเดียว...

** เรื่องขนมปังที่ใช้ยีสช่วย ทำให้เกิดขบวนการ ตรงนี้มันจะหายไปตอนอบ ไม่เหลือค่าแอลกอฮอล์อยู่เลย 

หลายๆครั้งหลายๆคราวที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้า มุสลิมทั้งหลายใช้ส่วนประกอบต่างๆที่ไม่ฮาลาลมาประกอบอาหาร อาจเป็นเพราะ ……

1. คิดว่าน่าจะได้และไม่ทราบจริงๆว่าส่วนประกอบและขั้นตอนแต่ละอย่างมีอะไรบ้าง 
2. ละเลยไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดต่างๆ เห็นร้านมุสลิมขายอยู่ก็ซื้อทันที 
3. เห็นเขาใช้กันทั้งนั้น (อย่างเช่น ซุบก้อนต่างๆ ) 
อย่างไส้กรอกรมควันนั้น ใช้รมควันรวมกับหมู ของ บ.แห่งหนึ่งที่ขอฮาลาลไก่ แต่มีผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ฮาลาล และมีร้านของตนเองด้วย 
4. ผู้ขายมุสลิมมักง่ายส่วนมากเกิดกับผู้เข้ารับอิสลามที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจ.....ในอิสลาม ( พาเขามาก็น่าจะสอนศาสนาเขาแยะ -_-' )

แม้บางสินค้าจะมีตราฮาลาล แต่บางคราวไม่ได้รับความไว้วางใจ นั่นเพราะยังมีภาพมาตรฐานที่ยังขาดความเชื่อถืออยู่บ้าง ตรงนี้ทางสถาบันฯเองก็ต้องปรับปรุง และพัฒนาบุคลากรของตนเอง ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบบ่อยๆและเสมอ มิใช่ ปีละหน -_-' ที่ผู้รับหน้าที่ตรงนี้บางคนกระทำอยู่

หวังว่าผู้มีหน้าที่ตรงนี้จะได้หน้าที่ที่ได้รับอะมานะฮฺมาให้เต็มที่   และที่สำคัญยังขาดการประชาสัมพันธ์  
ออกมาบอกบ้างสิ มีวิธีการและขั้นตอนอย่างไรบ้าง จะรอตราฮาลาลอย่างเดียวคนเราก็ต้องทานทุกวัน ^^ 

ตรงนี้เห็นสภาพแล้วยอมรับเลยว่า สถาบันฯขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งด้าน วิทยาศาสตร์อาหาร ที่ต้องมีความรู้ด้านศาสนา ที่สำคัญต้องซื่อสัตย์ และรู้ทัน ตามข่าว และทันเกมส์เล่ห์กลต่างๆของผู้ประกอบการ 
บางคนรู้ศาสนาแยะมาก แต่พอเจอใบส่วนประกอบต่างๆที่เป็นภาษาอังกฤษถึงกับหงายหลัง บางคนไม่รู้อะไรด้านวิทยาศาสตร์เลย  แต่บางคน บางพื้นที่เก่งจริงๆยอมรับ แต่มีจำนวนน้อยมากที่มีความรู้ความสามารถหลายๆอย่าง

จะว่าไป น่าจะส่งเสริมมุสลิมไทยที่มีความรู้ ด้านวิทยาการต่างๆหันมาช่วยทำงานด้านศาสนาแยะๆ เพราะปัจจุบัน ส่วนมากจะรู้ ด้านดุนยา(โลกปัจจุบัน) แต่ขาดความรู้ที่จะนำไปสู่อาคิเราะฮฺ  บางคนละหมาด ปีละ 2 หนเองเสียด้วยซ้ำ..... ขยิบตา


มันเป็นองค์รวมที่ต้องบูรณาการแยะๆ (เรื่องใหญ่ เรื่องยาว และยาก หุหุ ) แต่เริ่มได้ที่ครอบครัว....จุดเล็กๆ จาก 1 ไป 2 จาก 2 ไป 4  8  16......

อาหารทะเล 

เวลาไปตามทะเล มุสลิมหลายท่านก็เลือกที่จะทานอาหารพวกนี้ เพราะคิดว่า ปลอดภัยจากหมู.... 
แต่....ไม่ใช่เลย เพราะบางอย่างไม่ใส่หมู แต่ใส่เหล้า 

อาหารทะเลผัดทุกชนิด ส่วนใหญ่จะใช้เหล้าเพื่อดับกลิ่นคาว และเพิ่มความหอม

เช่น...

-  ขี้เมาทะเล บางเจ้ามีทีเด็ดที่ใส่ลงไปด้วย คือ "บรั่นดีไทย"  เพราะความร้อนจากกระทะทำให้แอลกอฮอล์ระเหยไปเกือบหมด เหลือแต่กลิ่นหอมยั่วน้ำลายเท่านั้น เอาเหล้าเพิ่มความหอม 

-  หอยเชลกระทะร้อน ใส่เหล้าจีนเพิ่มความหอม เช่นเดียวกับข้างบน

-  กุ้งอบวุ้นเส้นหรือปูอบวุ้นเส้น   เอามันหมูแข็งวางไว้บนสุด หรือสูตรเด็ดจะวางรองไว้ที่ก้นหมอดิน 

-  สปาเก็ตตี้ หรือพาสต้าผัดกับกุ้ง (หรืออาหารทะเลอย่างอื่นก็ได้)  ใส่เหล้าจีนเพิ่มความหอม 

- สาหร่ายพันกุ้ง ก็จะใส่มันหมู เพราะเนื้อกุ้ง กับปลาหมึกจะได้จะเกาะตัวกันได้ ดี

ขนมและเบเกอร์รี่ 

ขนมโตเกียวรถเข็น 
ไส้กรอกไก่ อิสลามทานได้ (เขาติดว่างั้น)
แต่มีไส้หมูอยู่อีกกล่อง คีมหยิบจับสาระพัดคีบมา
คีบทั้งหมู คีบทั้งไก่ มือก็ไขว้หยิบพับขนมไปมา ใช้เตาอันเดียวกัน หมูหยอง ไส้กรอกหมูต้องปะปนกันอยู่แล้ว 

ขนมปังปิ้ง เครปญี่ปุ่น 
เช่นเดียวกับ ขนมโตเกียว ใช้อุปกรณ์เดียวกันหมด คีมคีบคนละอันก็จริง แต่มืออ่ะเขาไม่สะอาดเนื่องจากต้องใช้มือหยิบจัดแต่งตัวไส้ด้วยโดยไม่ล้างมือ เตาก็อันเดียวกัน 

ขนมกลีบลำดวน 
บางเจ้าใช้น้ำมันหมูใหม่ แทนน้ำมันพืช

ช็อคโกแลตบางชนิด ทานไม่ได้ เนื่องจากมีการทาethyl alcohol
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัลมอนด์เครือบ chocolate ในขั้นตอนสุดท้าย เขาจะมีการทา ethyl alcohol  แล้วปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วเพื่อทำให้product มีความมัน
เดิมเคยตรวจฮาลาลในขั้นตอนนี้ให้มีปริมาณ alcohol ที่มุสลิมทานได้แต่ตอนนี้ไม่ขอก็ไม่ตรวจแล้วเนื่องจากยอดขาย(ในภาคใต้ไม่ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มต้นทุน)ตอนนี้เลยไม่มีฮาลาลและไม่มีการควบคุมแอลกอฮอล์แล้ว 
ระวังช็อคโกแลตให้มาก

อาหารที่น่ากลัว แต่น่าทานที่สุดคือเบเกอร์รี่ อายจัง 

เรื่องขนมปัง เบเกอร์รี่อะไรต่างๆ บางคนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย  เห็นว่าไม่ใช่หมูก็ซื้อทานทั้งๆที่ มันวางขายอยู่ติดกันเห็นๆ
ถ้าใครเคยได้ไปอยู่เบื้องหลังการทำเบเกอรี่   เชื่อได้ว่าพี่น้องจะไม่กล้าทานไรง่ายๆเลย
เวลาตอนทำเค้าก็ไม่ได้ทำทีละอย่างแล้วล้างมือ   แล้วก็มาจับแป้งทำขนมชนิดอื่นต่อ  เช่น 
เวลาทำขนมปังใส่หมู  พอหมูหมดก็เอาแป้งที่เหลือแหละ มาทำหนมปังเนยสด หรืออะไรก็ว่าไป
ี้ลักษณะนี้มีให้เห็นทั่วไป นอกจาก โรงงานใหญ่ๆที่เขาขอรับรองเครื่องหมายฮาลาล เขาจะแยกโรงงานจัดแบ่งผลิตภัณฑ์

อีกเรื่องหนึ่งคือ เบเกอร์รี่ ลักษณะแบบนี้ เขาจะต้องใส่เจลลาตินแผ่นใส(จะทำจากหมู)
 เพื่อให้ตัว Dark Chocolate  Milk ChocolateWhite Chocolate อยู่ตัว 
    
   ** ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอันใด แค่เอารูปมาเป็นตัวอย่างของเบเกอร์รี่ที่ใส่เจลาลติน 
   
   เค้กชาเขียวราดคาราเมล ก็มีเจลลาติน 
   สตรอเบอรี่ เค้ก ก็ใช้น้ำเชื่อมเหล้าพรมทั่วเค้ก มูสผลไม้ ก็มีเจลลาติน 
   อะไรๆในเบเกอร์รี่ที่เป็นวุ้นๆ หรือเหนียวๆต้้องการคงรูปจะใช้เจลลาติน มีผลไม้ก็จะใช้เหล้า 
   ถึงจะน่าท่านแต่ทานไม่ได้   (แต่บางเจ้าไม่ใช้เพราะจะเพิ่มต้นทุนในการผลิต)
   
   
   ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ถูกถอดฮาลาลแล้วค่ะ 
   แต่โรงงานแยกกันผลิต ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นเจรจา่ต่อรองถ้าอยากได้ฮะลาลต้องปลดขนมไส้หมูออก 
   (คิดง่ายๆ คนไม่ใช่มุสลิมก็แยะในไทย เขาจะยอมลดผลิตภัณฑ์ของเขาเหรอ ซึ่งอาจจะทำให้เขาสูญเสียรายได้ก็ได้ )
   
   KFC และเชสเตอร์กริล  มุสลิมเราทานไม่ได้นะคะ
   ถึงแต่เดิมเคยได้เครื่องหมาย ฮาลาล แต่ปัจจุบันไม่ได้แล้ว อีกทั้ง ขั้นตอนการผลิตนั้นไม่ฮาลาลค่ะ
   เห็นมุสลิมหลายๆคน คลุมฮิญาบด้วยซ้ำไปนั่งทานกันหน้าตาเฉย ใช่ว่าเป็นไก่จะทานได้หมดนะคะ 
   ถึงไก่จะเชือดตามมาตรฐานฮาลาล แต่ขั้ินตอนผลิตนั้นไม่ใช่เลย เจ้าหน้าที่สถาบันมาตรฐานฮาลาลยืนยันมา
   
   สเวนเซ่นไม่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล
   ถ้าพูดกันตามความจริง ในปีที่แล้ว เขาขอให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลตรวจสอบว่ามีสิ่งฮารอมเจือปนหรือไม่
   ทดสอบ 2 หน หนแรก ไม่ผ่าน เขาจึงเปลี่ยนสูตร
   ทดสอบครั้งต่อมา ก็ไม่พบสิ่งเจือปนแต่อย่างไร
   
   เขาจึงมั่นใจว่า ของมุสลิมสามารถทานได้ และเขาก็ไม่ได้ขอรับรองเครื่องหมายฮาลาล จากสถาบันมาตรฐานฮาลาลแต่อย่างไร
   และทางสถาบันมาตรฐานฮาลาลเองก็ไม่รับรองว่าด้วยว่า ส่วนที่แต่งหน้าบนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ณ ขณะนี้
   มีส่วนของสิ่งฮารอมเจือปนด้วยหรือไม่ แต่ช่วงที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลตรวจสอบนั้น ทุกอย่างผ่านหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวช็อคโกแลต หรือตัวอื่น ช็อคโกแลตเองก็ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองเครื่องหมายฮาลาลเช่นกัน
   
   แต่อย่าลืมว่า อุปกรณ์ของเขานั้นต้องใช้อยู่ เพราะิเคยโดนสิ่งฮารอม ยังไม่ได้ทำความสะอาดตามหลักศาสนา ต้องคิดที่ส่วนนี้ด้วย
   
   ในตอนนี้ ยูนิลิเวอร์ได้เป็นผู้ถือหุ้นของสเวนเซ่นแล้ว ยูนิลิเวอร์ มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล นั่นคือไอศกรีมวอลล์ ดังนั้น เขาจึงเอาเครื่องหมายฮาลาล มาติดที่ผลิตภัณฑ์ของสเวนเซ่นด้วย ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ไม่สามารถนำมาใช้กันได้  ขอฮาลาลสินค้าตัวไหน ก็ได้รับเฉพาะสินค้าตัวนั้น ไม่ได้หมายถึงว่าจะครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกชนิดภายใต้แบรนด์เดียวกัน  ดังนั้น จริงเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน 
   ขอย้ำอีกครั้งว่า สเวนเซ่น ไม่ได้รับรองผลิตภัณฑ์เครื่องหมายฮาลาลแต่อย่างใด
   
   และส่วนของไอศกรีมวอลล์นั้น จะมีผลิตภัณฑ์บางส่วนที่มีรัมม์ผสมอยู่ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้รับรองฮาลาลค่ะ และทางมาเลเซียเองก็สั่งห้ามไม่ให้วอลล์นำีผลิตภัณฑ์รัมม์มาขายที่มาเลเซียด้วยเช่นกัน
   
   อาหารบนรถไฟสายใต้ ไม่ได้รับการรับรองเครื่องหมายฮาลาลแล้ว
   ใครที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟลงใต้ ก็เตรียมอาหารไปทานเองแล้วกันค่ะ
   เพราะทุกอย่างใช้อุปกรณ์เดียวกันหมด
   อีกทั้งไม่มีตราฮาลาลที่ถูกต้องมานานแล้วด้วย และทางสถาบันมาตรฐานฮาลาลบอกมาตามนี้
   ของง่ายๆก็ได้ เช่นข้าวเหนียวเนื้อ ขนมปัง(ที่ไม่ใช่ฟาร์มเฮ้าส์)และนมกล่องแทน เพราะแค่มื้อสองมื้อเอง อดมาทั้งวันช่วงการถือศีลอดยังอดได้เลย
   (ข้อมูลจากการสอบถาม ระหว่างไปอบรมฮาลาลมา)
   
   สรุปว่า ทานของมุสลิมด้วยกันดีกว่า ว่าแต่ของมุสลิมด้วยกันเนี่ยเขาจะใส่ใจเรื่องนี้กันด้วย 
   ซึ่งมุสลิมบางคนละเลยมาก-มากที่สุดโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าขายอาหารมุสลิมกันเอง 
   เพราะต้องสังเกตว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นมีอะไรเป็นส่วนผสมบ้าง  ยิงฟันยิ้ม
   
   ด้วยความเคารพและจิตคารวะค่ะ
   วัสลามมุอะลัยกุม
   kindness:
   
   
   อ้างจาก: kindness 
   
   KFC และเชสเตอร์กริล  มุสลิมเราทานไม่ได้นะคะ
   ถึงแต่เดิมเคยได้เครื่องหมาย ฮาลาล แต่ปัจจุบันไม่ได้แล้ว อีกทั้ง ขั้นตอนการผลิตนั้นไม่ฮาลาลค่ะ
   เห็นมุสลิมหลายๆคน คลุมฮิญาบด้วยซ้ำไปนั่งทานกันหน้าตาเฉย ใช่ว่าเป็นไก่จะทานได้หมดนะคะ 
   ถึงไก่จะเชือดตามมาตรฐานฮาลาล แต่ขั้นตอนผลิตนั้นไม่ใช่เลย เจ้าหน้าที่สถาบันมาตรฐานฮาลาลยืนยันมา
   
   มีคนสอบถามกันมาก และยังบอกอีกว่า KFC ไก่เขา ฮาล้าลนะ ปัตตานีทานกันแยะเชียว และมุสลิมก็ยังทำงานในโรงเชือดด้วย และยืนยันว่าไก่ฮาลาล
   แล้วเขามายืนยันได้ไหมว่า ว่าขั้นตอนการประกอบมาเป็นไก่ทอดสำเร็จนั้นฮาล้าลไหม   
   สำนักงานมาตรฐานฮาลาลเขายังไม่รับรองเลยค่ะ  ยิ้ม
   
   แวะมาย้ำว่า อย่ามองแค่ต้น ให้มองจนจบ  ถึงส่วนประกอบของอาหาร และขั้นตอนการปรุงอาหารด้วย 
   เช่น ซอสต่างๆที่นำมาใช้ โดยเฉพาะ ซอสเทริยากิ ที่มีมิรินเป็นส่วนประกอบ และมิรินนั้นคือเหล้าญี่ปุ่น  รูดซิบปาก
   
   ส่วนประกอบอื่นๆเราจะได้อย่างไรว่า ฮาลาลไหม เมื่อคุณไม่รู้ คุณยังจะทานอีกเหรอคะ  ลังเล  ของที่ฮาล้าลมีชัดๆ ร้านข้างนอกห้าง 
   แต่ที่เข้าไปกินนั้น เพื่ออะไรอิ่มเหมือนกันไหม ไก่ทอดหาดใหญ่  ก็ไก่ ถึงจะไม่เท่ห์....แต่อิ่ม เป็นการอิ่มที่แถมแพงกว่า ระวังจะถูกสอบสวนเรื่องเงินทองใช้จ่ายไปในทางใดนะคะ 
   
   
   แต่ถ้าอยากทานไก่แบบนั้น ตอนนี้ก็มีไก่ที่ปรุงสำเร็จ ขายเป็นชุดแพ็ค เช่นของ สหฟาร์ม หรือเจ้าอื่นๆ
   เราซื้อมาทอดทานเองก็ได้ มีมากมายในตลาดสดขายไก่ ของมุสลิมค่ะ 
   
   หรืออยากทำงานเองก็ได้ ใช้ไก่ไปต้มก่อนแล้วมาชุบแป้งทอด สูตรหมักของใครก็แล้วแต่  แล้วนำมาทอด  อันนี้ก็ทำขายเองได้ด้วย  ทำแบบฟรีชบรรจุถุง ยิงฟันยิ้ม
   ได้สูตรจากหนังสือ การทำอาหารฟาสฟูดส์ค่ะ ใครจะไปลองดูก็ได้  เพราะลองทำแล้ว ^^
   
    คัดลอกมาจาก
   http://www.iqraforum.com/forum/index.php?topic=49.0;wap2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2010, 06:50:41 pm โดย admin » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service