Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
หลักการศาสนาอิสลามกับกระบวนการชูรอ
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการศาสนาอิสลามกับกระบวนการชูรอ  (อ่าน 3023 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8514 Level 75 : Exp 18%
HP: 92.1%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: ตุลาคม 08, 2010, 08:53:41 am »
แบ่งปัน

   หลักการศาสนาอิสลามกับกระบวนการชูรอ

   เครือข่ายชุมชนมุสลิม โครงการพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่ภาคใต้ : ดับบ้านดับเมือง เรียนรู้อยู่ดีที่ปากใต้ ได้ดำเนินงานเพื่อการสร้างสันติสุขในพื้นที่ โดยใช้หลักการของ "กระบวนทัศน์อิสลามเพื่อการพัฒนา" เป็นตัวตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ชุมชน และสังคมของมุสลิม กระนั้นก็ตาม การจัดการ และออกแบบสังคม ชุมชนที่สมานฉันท์ ท่ามกลางวิกฤติศรัทธาแห่งสังคมโลกาภิวัตน์ กับชุมชนที่มีความเฉพาะ จึงต้องอิงหลักการทางด้านศาสนาเป็นสำคัญ ทั้งนี้ในอดีตกาล ชุมชนมุสลิมมีรูปแบบของการจัดการชุมชน โดยใช้กรอบของบทบัญญัติทางศาสนาเป็นตัวชี้วัด ซึ่งสามารถที่จะออกแบบมาตรการในการบริหารจัดการชุมชนให้เกิดความสงบสุขท่ามกลางความแตกต่าง แต่คงไว้ซึ่งความสมานฉันท์ นั่นคือ กระบวนการ "ชูรอ"
   การบัญญัติว่าด้วย การชูรอ เป็นสิ่งจำเป็นซึ่งอิสลามถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้นำหรือผู้บริหารและเป็นสิทธิของผู้ตาม โดยยึดหลักฐาน ๓ ประการ อันได้แก่ คัมภีร์อัลกุรอาน วัจนศาสดา และมติพ้องกันของบรรดานักวิชาการอิสลาม
   จากหลักการดังกล่าวการบริหารจัดการชุมชนด้วย "สภาชูรอ" น่าจะเป็นทางออกหนึ่งในแก้ปัญหาความขัดแย้งและสามารถพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนั้นการพัฒนาชุมชนมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งนำวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนา น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนท่ามกระแสทุนนิยมข้ามชาติ

   
   ๑. กระบวนการชูรอตามทัศนะอิสลามในสมัยอดีต

   ก.หลักฐานจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน
   
   จากการศึกษาอัลกุรอานผู้วิจัยพบว่ามีการกล่าวถึง ชูรอ ไว้ สองส่วนด้วยกันคือ ในสมัยท่านศาสดามุฮัมมัดและก่อนจากท่าน
   สำหรับในสมัยของท่านศาสดานั้น คัมภีร์อัลกุรอาน ได้บัญญัติไว้สามโองการด้วยกันกล่าวคือ ในซูเราะห์อัลบากอเราะฮฺ โองการที่ ๒๓๓ ซูเราะห์อาลิอิมรอนโองการที่ ๑๕๙ และในซูเราะห์อัชชูรอ โองการที่ ๓๘

   ในซูเราะห์อัลบากอเราะฮฺ โองการที่ ๒๓๓
   
   ความว่า แต่ถ้าทั้งสองต้องการหย่านม อันจากการพอใจและการปรึกษาหารือกันจากทั้งสองแล้วก็ไม่มีบาปใดๆ แก่เขาทั้งสอง
   ในโองการนี้เป็นการแสดงให้เห็นความสำคัญของการปรึกษาหารือแม้กระทั่งชีวิตในครอบครัวซึ่งจำเป็นต้องปรึกษาหารือระหว่างสามีภรรยาในการดูแลบุตรแม้กระทั่งการให้นม*

   ซูเราะห์อาลิอิมรอนโองการที่ ๑๕๙ อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้
   
   ความว่า และจงปรึกษาหารือกับพวกเขาในกิจการทั้งหลาย

   นักปราชญ์มุสลิมได้อธิบายข้อสังเกตในโองการนี้ดังนี้
   ๑. คำว่าชูรอในโองการนี้เป็นคำกริยาที่บ่งบอกถึงคำสั่งใช้ให้ปฏิบัติ
   ๒. โองการนี้มาจากโองการมะดะนียะฮ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบทบัญัติให้ปฏิบัติและสั่งห้ามในสิ่งต่างๆ ซึ่งต่างจากโองการมักกียะฮฺ ที่จะกล่าวถึงหลักศรัทธา
   ๓. การชูรอเป็นบทบัญญัติตามศาสนบัญญัติที่มีเป้าหมายเพื่อจะเสริมสร้างความปึกแผ่น และความสามัคคีอันจะนำไปสู่ความสำเร็จในการการงานที่ได้มีมติไว้ในที่ประชุมที่สำคัญเป็นแบบอย่างของท่านศาสดา

   ในขณะที่ในซูเราะห์ อัชชูรอ โองการที่ ๓๘ อัลลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้
   
   ความว่า และกิจการของพวกเขามีการปรึกษาหารือกันระหว่างพวกเขา

   นักปราชญ์มุสลิมได้อธิบายข้อสังเกตในโองการนี้ดังนี้
   
   ๑.คำว่าชูรอในโองการนี้เป็นคำคำมัสดัร (อาการนาม)
   ๒. โองการนี้มาจากโองการมักกียะฮ**ฺ ซึ่งถือเป็นหลักการที่สำคัญที่กล่าวถึงความศรัทธาของมุสลิมที่ดีเพราะมุสลิมที่ศรัทธานั้นจะต้องให้ความสำคัญกับการชูรอ และเป็นการบ่งบอกถึงการชูรอนั้นมีมาก่อนที่ท่านศาสดาจะอพยพไปสู่มะดีนะฮฺเสียอีก***
   ๓.ที่สำคัญอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตั้งชื่อโองการนี้ว่า ซูเราะฮฺ อัชชูรอ เป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญของการชูรอ
   คำว่าชูรอไม่เพียงแต่มีขึ้นในสมัยท่านศาสดาเท่านั้นจากการศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานพบว่าอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ ในสองแห่งด้วยกันกล่าวคือ ในซูเราะห์ฏอฮาโองการที่ ๓๒ และในซูเราะห์ อันนัมลฺ โองการที่ ๓๒

   ในซูเราะห์ฏอฮาโองการที่ ๓๒ อัลลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้
    
   ความว่า "และให้เขา (ศาสดาฮารูน) มีส่วนร่วมในกิจการของฉัน (ศาสดามูซา) ด้วย" คำว่าส่วนร่วมในที่นี้หมายถึงการปรึกษาหารือ ดังนั้นนักอรรถาธิบายอัลกุอานกล่าวว่าโองการนี้ได้แสดงถึงความสำคัญของการปรึกษาหารืออันเนื่องมาจากศาสดามูซาได้ขอพรจากพระเจ้าให้ศาสดาฮารูนซึ่งเป็นน้องชายของพระองค์ให้ช่วยได้เป็นที่ปรึกษาในกิจการการงานต่างๆ****

   ในซูเราะห์ อันนัมลฺ โองการที่ ๓๒
   
   ความว่า พระนาง (พระราชินีบิลกีส ซึ่งปกครองเมืองสะบะ) ทรงกล่าวว่า โอ้หมู่บริพารทั้งหลาย จงให้ข้อชี้ขาดแก่ฉันในเรื่องของฉัน 
   ฉันมิอาจตัดสินในกิจการใดๆ จนกว่าท่านจะอยู่ร่วมด้วย
   
   นักอรรถาธิบายอัลกุรอานได้ให้ความหมายของคำว่า ข้อชี้ขาด ในที่นี้หมายถึงการขอคำปรึกษาหารือ ซึ่งพระราชินีบิลกีส ปกครองเมืองสะบะ ได้ขอให้คำปรึกษาจากข้าราชบริพารของนางซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น ๓๑๓ คน ก่อนตัดสินใจ

    

   ก.หลักฐานจากวัจนศาสดา***** 
   ท่านศาสดาทรงเป็นแบบอย่างของการปรึกษาหารือ ซึ่งอัครสาวกของท่านออกมายอมรับเช่นอบูฮูรอยเราะฮฺกล่าวไว้

   
   ความว่า "ไม่มีใครที่จะ ปรึกษาหารือกับสาวกของเขามากกว่าท่านศาสดา ศ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม" มุสนัดอิหม่ามอะหมัด ๔/ ๓๒๘
   ศาสดามีการดำเนินการชูรอก่อนทำสงครามทั้งสงครามบัดรและอุฮุดว่าจะตั้งรับในเมือง หรือจะออกไปนอกเมือง ในขณะเดียวกันเมื่อทำสนธิสัญญาฮุดัยบียะห์ 
   
   ท่านได้ดำเนินการปรึกษาหารือกับอัครสาวกอะลีและอุซามะห์ กรณีที่เจ้ากรมข่าวลือกล่าวหาพระนางอาอิซะห์ ท่านได้รับฟังข้อคิดเห็นของท่านทั้งสอง จนอัลกุรอานได้ถูกประทานลงมา จึงได้มีการเฆี่ยนเจ้ากรมข่าวลือทั้งสองคน โดยท่านมิได้สนใจข้อถกเถียงต่างๆ แต่เมื่อมีข้อตัดสินจากอัลลอฮฺท่านก็ได้ตัดสินไปตามคำสั่งของพระองค์******

   ๒. ศาสนบัญญัติสนับสนุนกระบวนการชูรอ

   การประชุมด้วยกระบวนการชูรอ หรือปรึกษาหารือตามรูปแบบอิสลามจนได้ข้อสรุปหรือมติเพื่อนำไปปฏิบัติ ซึ่งมีหลักฐานระบุไว้คัมภีร์อัลกุรอานทั้งในสมัยของท่านศาสดา และ ก่อนสมัยท่านศาสดา ในขณะเดียวกันยังมีหลักฐานจากวัจนศาสดา และกระบวนการชูรอ ยังได้ถูกสานต่อโดยอัครสาวกของท่านศาสดา ถึงแม้กระบวนการชูรอจะมีหลักฐานทางศาสนบัญญัติแต่นักปราชญ์ด้านนิติศาสตร์อิสลามมีความคิดเห็นแตกต่างกันสองทัศนะเกี่ยวกับบทบัญญัติชูรอกล่าวคือ
   หนึ่ง : การชูรอนั้นเป็นบทบัญญัติที่ถูกสนับสนุน (สุนัต) ให้ผู้ปกครองควรกระทำมิได้บังคับ
   สอง : การชูรอนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองต้องปฏิบัติ (วาญิบ) ในขณะเดียวกันปราชญ์อิสลามมีความคิดเห็นแตกต่างกันสำหรับผู้ปกครองมุสลิมว่าจำเป็นหรือไม่ที่ผู้นำมุสลิมจะต้องปฏิบัติตามมติอันเนื่องมาจากผลของการชูรอ ในขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นจะต้องนำทุกหัวข้อเข้าสู่กระบวนการชูรอ

   ระบบชูรอในอิสลาม
   
   ในหลักการอิสลามมิได้วางระบบตายตัวเกี่ยวกับระบบชูรอเพียงแต่ศาสนาอิสลามได้วางหลักการกว้างๆ เกี่ยวกับระบบชูรอเพื่อให้สามารถปรับปรนให้เข้าได้กับทุกเวลาและสถานการณ์ ดังนี้
   ๑.จะต้องดำเนินการชูรอด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง
   ๒.สนองประโยชน์ส่วนรวมปฏิเสธประโยชน์ส่วนตน กลุ่มตนหรือเผ่าพันธุ์ของตน
   ๓. ต้องปราศจากการพูดโกหก สับปรับ หลอกหลวงและมีคุณธรรมสูงส่งในการดำเนินการชูรอเพราะการดำเนินการชูรอเปรียบเสมือนอมานะฮ์ (ภาระหน้าที่จากพระเจ้าที่ต้องรับผิดชอบ)
   ๔.ให้เกียรติผู้เข้าร่วมประชุมและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นถึงแม้จะไม่ชอบใจ
   ๕.ยอมรับมติที่ประชุมหรือเสียงข้างมากถึงแม้เราจะไม่เห็นด้วยแต่จะต้องไม่ค้านกับหลักการทางศาสนา

   คณะกรรมการชูรอ
   
   ในส่วนของคุณสมบัติคณะกรรมการชูรอ ไม่ได้มีการบัญญัติไว้ตายตัว ทั้งในหลักการทางศาสนา วัจนศาสดา และคัมภีร์อัลกุรอาน และเมื่อศึกษาประวัติศาสตร์อิสลามจะพบว่าผู้นำอิสลามไม่ว่าศาสดา และอัครสาวกของท่านได้ใช้กระบวนการชูรอหลากหลายรูปแบบและผู้คนที่แตกต่างกันตามเหตุการณ์บางครั้งปรึกษากับคนเพียงคนเดียว บางครั้งสองคน บางครั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่มีสามคนขึ้นไป และบางคนใช้คนทั้งหมด บางครั้งใช้กระบวนชูรอกับสตรี และบางคนใช้กับบุรุษ ด้วยเหตุดังกล่าวนักปราญ์อิสลามจึงได้แบ่งภาระงานที่ต้องใช้กระบวนการชูรอออกเป็นสองภาระงานกล่าว คือ ภาระงานทั่วไปและภาระงานเฉพาะเจาะจง

   สำหรับภาระงานทั่วไปเกี่ยวกับกับกิจการในสังคมมุสลิมทุกคนมีสิทธิในกระบวนการชูรอ โดยมีเงื่อนไขว่า
   ๑.บุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นมุสลิม 
   ๒.บรรลุศาสนภาวะ
   ๓.มีสติสัมปชัญญะ
   
   ในส่วนภาระงานเฉพาะเจาะจงนั้นคณะกรรมการชูรอจะต้องมีคุณสมบัตินอกจากสามข้อข้างต้นแล้ว คณะกรรมการดังกล่าวต้องคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์ มีความรู้ ความสามารถ ความเฉลียวฉลาดและประสบการณ์ตรงกับภาระงาน
   
   สำหรับผู้นำสูงสุดของรัฐที่ปกครองด้วยระบบอิสลามจะมีคณะกรรมการชูรออีกชุดหนึ่งตามหลักนิติศาสตร์อิสลามเรียกว่า อะฮ์ลุลฮัลลิวัลอักด์ (Ahl al-Hal wa al-Akd) ซึ่งจะรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่เหมาะสมตามสถานการณ์และยุคสมัยในการตัดสินปัญหาต่างๆ ในการบริหารประเทศ

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8514 Level 75 : Exp 18%
HP: 92.1%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2010, 08:55:40 am »
แบ่งปัน

   มารยาทและหลักปฏิบัติสำหรับผู้เข้าร่วมกระบวนการชูรอ
   
   หนึ่ง มีความตั้งใจที่บริสุทธิ ดั่งที่ท่านศาสดาได้ วัจนะไว้ความว่า แท้จริงทุกกิจกรรมการงานขึ้นอยู่กับความตั้งใจ (ที่บริสุทธิ)
   สอง เปิดประชุมด้วยคัมภีร์อัลกุรอานเช่น ซูเราะห์ฟาติหะฮ์ กล่าวสรรเสริญต่อพระเจ้าในข้อเสนอแนะอันเป็น ประโยชน์ของตัวเอง
   สาม ต้องให้เกียรติต่อข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนถึงแม้จะไม่เห็นด้วย
   สี่ ขอบคุณผู้แสดงความคิดเห็นที่ดี ไม่ตำหนิผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่ไม่ดี พร้อมให้คำแนะนำในที่ประชุมเพราะท่านศาสดาได้วัจนะไว้ความว่า ศาสนาคือการตักเตือน หากตัวเองเสนอผิดพลาด หรือผิดมารยาทในการใช้กระบวนการชูรอให้กล่าวอิสติฆฟารฺ (ขอภัยโทษต่ออัลลอฮฺ) และขอโทษต่อสมากชิกชูรอที่เข้าประชุม
   ห้า ใช้กระบวนปรึกษาหรือในการนำไปสู่มติที่ประชุมโดยไม่ใช้วิธีการโต้วาที โต้ตอบหักล้างซึ่งกันและกันจนนำไปสู่การทะเลาะ
   หก ปิดประชุมด้วยการอ่านอัลกุรอานโดยเฉพาะซูเราะห์อัลอัสรฺ (al- Asr ) และดุอาปิดประชุม

   อิสลามสนับสนุนการใช้กระบวนการชูรอ
   
   ศาสนบัญญัติตามทัศนะอิสลามให้การสนับสนุนกระบวนการชูรอถึงแม้นักปราชญ์โลกมุสลิมจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันว่ากระบวนการชูรอนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น(วาญิบ) หรือสนับสนุนให้กระทำ (สุนัต) สำหรับผู้นำ ด้วยความเป็นจริงอัลลอฮ์ทรงทราบถึงธรรมชาติของมนุษย์เพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ท่ามกลางความหลากหลายซึ่งพระองค์ได้ตรัสไว้
   ความว่า "โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิงและเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่าและตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกันแท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้ ณ ที่อัลลอฮ์นั้นคือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้าแท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้ว" (อัชหุจรอจ : ๑๓ )

   มนุษย์ทั้งหลายนั้น พวกเขามีอิสระในความคิด หรือเสนอความคิดเห็นต่างๆ และการปรึกษาหารือกันตามทัศนะอิสลามหรือที่ภาษาอาหรับเรียกว่า "อัชชูรอ" นั้นก็เป็นชนิดหนึ่งจากการที่มนุษย์เรานั้นมีความอิสระในการคิดเห็น และยังเป็นรากฐานที่สำคัญในการดำรงอยู่ตามวิถีวัฒนธรรมอิสลาม และแท้จริง อัลลอฮ์ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวโดยพระองค์ได้ทรงกล่าวไว้เป็นชื่อซูเราะห์หนึ่งในอัลกรุอานก็คือซูเราะห์ "อัชชูรอ" ที่ถูกขนานนามเช่นนี้เพื่อเป็นการชี้แนะถึงสถานะของการปรึกษาหารือในอิสลาม และเป็นการสั่งสอนให้บรรดาผู้ศรัทธาให้ดำเนินชีวิตของพวกเขาอยู่บนแนวทางที่ดีเด่นและสมบูรณ์ยิ่ง คือ "แนวทางแห่งการปรึกษาหารือ (อัชชูรอ)" เนื่องจากแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าในการดำเนินชีวิตของบุคคลและสังคม ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ ทรงกล่าวไว้อย่างมากมายในพระมหาคำภีร์อัลกุรอ่านถึงเรื่องดังกล่าว เช่นโองการที่ว่า ดังมีความหมายว่า

   "เนื่องด้วยความเมตตาจากอัลลอฮ์นั่นเอง เจ้า (มูฮัมมัด) จึงได้สุภาพอ่อนโยนแก่พวกเขา และถ้าหากเจ้าเป็นผู้ประพฤติหยาบช้า และมีใจแข็งกระด้างแล้วไซร้ แน่นอนพวกเขาก็ย่อมแยกตัวออกไปจากรอบๆเจ้ากันแล้ว ดังนั้นจงอภัยให้แก่พวกเขาเถิด และจงขออภัยให้แก่พวกเขาด้วย และจงปรึกษาหารือกับพวกเขาในกิจการทั้งหลาย ครั้นเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้วก็จงมอบหมายแด่อัลลอฮ์เถิด" (อัชชูรอ : ๓๘)

   จากพระดำรัสของอัลลอฮ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงใช้ให้ใช้กระบวนการชูรอในหมู่คณะ ในกิจการต่างๆ และท่านศาสดาเองยังได้วัจนะไว้
   ความว่า "พวกเจ้าจงขอความช่วยเหลือบนกิจการงานต่างๆ ของพวกเจ้าด้วยกับการปรึกษาหารือซึ่งกันและกัน"

   เพราะการใช้กระบวนการชูรอจะยังประโยชน์ต่อตนเองและสังคมมากมายเช่นการสร้างความชอบธรรม (Ligitimacy) ของมติ ความยุติธรรมและสมเหตุสมผลของมติ การตัดสินใจที่รอบคอบและรอบด้าน ซึ่งท่านศาสดาได้ยืนยันไว้
   ความว่า "ไม่มีการปรึกษาหารือของพวกหนึ่ง เว้นไว้แต่พวกเขานั้นได้รับทางนำด้วยกับการแนะนำชี้แนะต่อกิจการงานต่างๆของพวกเขา"

   ท่านศาสดาเองแม้ท่านได้รับการแต่งตั้งและได้รับการชี้นำแนวทางที่เที่ยงตรงจากพระองค์อัลลอฮ์ และได้รับการปกป้องจากความผิดพลาดความหลงผิดจากการทำบาปและการทำชั่วต่างๆ แต่เมื่อท่านจะทำกิจการใดๆ หรือมีความคิดเห็นใดๆ ก็ตามท่านก็จะใช้กระบวนการชูรอกับบรรดาอัครสวกของท่าน การกระทำของท่านศาสดาดังกล่าว เพื่อกระตุ้นเตือนและสอนให้ประชาชาติของท่านเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกคนเพื่อพัฒนาสังคมโดยไม่ยึดติดความคิดตน

   การปรับใช้กระบวนการชูรอกับสถานการณ์ปัจจุบัน
   
   จากการศึกษาพบว่าชุมชนมุสลิม บ้านตาแปด ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา อ.เทพา จ. สงขลาและ บ้านตะโล๊ะ ตำบลตะโละ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ซึ่งได้พยายามนำกระบวนการชูรอในอดีตตามหลักศาสนาอิสลามมาบูรนาการทางวัฒนธรรม(Cultural Integration) ในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
   
   จนสามารถนำหลักบริหารการจัดการความรู้ที่สามารถปรับปรนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้เพราะชุมชนทั้งสองได้ให้ความสำคัญกับหลักการศาสนาในการแก้ปัญหาชุมชนที่มีความยึดมั่นในคำสั่งของท่านศาสดาที่ทรงกล่าวว่า "ฉันได้ทิ้งสองสิ่งไว้แก่พวกท่าน เมื่อท่านทั้งหลายยึดถือสิ่งนั้น ท่านทั้งหลายจะไม่หลงทางหลังจากที่ฉันไม่อยู่ นั่นก็คือ อัลกุรอานและซุนนะห์ของฉัน (วัจนศาสดา)" บันทึกโดยอิหม่ามฮากีม

   กอร์ปกับผู้นำชุมชน และประชาชนส่วนใหญ่ในชุมชนรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าดั่งที่ศาสดาได้เคยกำกับไว้
   ความว่า "ท่านทุกคนมีหน้าที่ และทุกท่านจะต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของพวกท่าน ผู้นำก็มีหน้าที่ และต้องถูกถามถึงความรับผิดชอบของเขา และคนคนหนึ่งก็มีหน้าที่ต่อครอบครัว และต้องถูกถามถึงความรับผิดชอบต่อครอบครัวเช่นเดียวกัน" บันทึกโดยอิหม่ามบุคอรีมุสลิม

   ทั้งนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับชุมชนทั้งสองชุมชนพบว่ามีปัญหามากมาย ทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการนำเอากระบวนการชูรอมาปรับใช้สามารถช่วยบรรเทาปัญหา ค้นหาวิธีการจัดการและแก้ไข รวมถึงพัฒนาชุมชนได้ดีระดับหนึ่ง

   ๓. กระบวนการชูรอ กับการใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 
   
   การที่ทั้งสองชุมชนได้พยายามนำกระบวนการชูรอในอดีตตามหลักศาสนาอิสลามมาบูรนาการทางวัฒนธรรม (Cultural integration) จนสามารถนำหลักบริหารการจัดการความรู้ที่สามารถปรับปรนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมายและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแก้ปัญหาโดยทั้งสองแห่งมีทั้งปัญหาร่วมกันและแตกต่างกัน ทั้งนี้ปัญหาร่วมกันของทั้งสองชุมชนคือ ปัญหาด้านศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินการจัดการของคณะกรรมการชูรอที่เป็นระบบซึ่งองค์กรภายนอกไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนควรเข้ามาพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการชูรอ 
   ทั้งนี้กระบวนการดำเนินสภาชูรอของทั้งสองชุมชนมีความแตกต่างกัน ตามบริบทของพื้นที่ที่แตกต่าง โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ 

                           
            

               โครงการพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่ภาคใต้ : ดับบ้านดับเมือง เรียนรู้อยู่ดีที่ภาคใต้ ได้เข้ามาดำเนินกิจกรรมในเรื่องของระบบสภาชูรอตามแนวทางศาสนา เพื่อค้นหาแนวทางในการคลี่คลาย และลดความขัดแย้งในชุมชน 
               กระบวนการขับเคลื่อนของกระบวนการชูรอเริ่มต้นที่ การเชื่อมต่อกับบุคคลผู้มีความเกี่ยวข้องกับชุมชน ทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ผู้นำตามตำแหน่ง ผู้นำตามธรรมชาติ เพื่อการปรึกษาหารือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชุมชน โดยใช้กระบวนการชูรอ ซึ่งมีการหารือถึงสาเหตุ แนวทางแก้ปัญหาในชุมชน โดยมีสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยแกนนำในชุมชนตัวแทนเจ้าที่รัฐ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.ฯลฯ ) ตัวแทนกลุ่มองค์กรในชุมชน ปราชญ์ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้นำตามธรรมชาติ ผู้นำศาสนา นักศึกษา ฯลฯ

            

               

            

                

            

               จากการศึกษาพบว่า องค์ประกอบของผู้นำที่มีความหลากหลาย ทั้งผู้นำทางศาสนา ผู้นำอย่างเป็นทางการ ตามระเบียบของชุมชน และผู้นำตามธรรมชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้อาวุโส ดังนั้น การนำเอาบุคคลเหล่านี่มาช่วยมองและสะท้อนปัญหา รวมถึงมาตรการในการจัดการ และแก้ไขปัญหาของชุมชนจึงน่าจะเป็นฐานของการสร้างชุมชนที่มีความสุขได้ ดังนั้นกระบวนการสร้างเวทีเพื่อการพบปะพูดคุยของกลุ่มแกนนำเหล่านี้จึงเกิดขึ้น โดยหลังจากมีการพบปะบ่อยครั้ง ก็สามารถจัดตั้งกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง มีความสามัคคีปรองดองโดยเฉพาะองค์กรทางศาสนามัสยิด อันสามารถช่วยแก้ปัญหาด้านการบกพร่องต่อหลักปฏิบัติทางศาสนกิจได้

            

               อาทิเช่น ปัญหาของสัปบุรุษที่ไม่มาละหมาดและประกอบศาสนกิจในมัสยิด ได้มีการกำหนดมาตรการร่วม คือ สัปบุรุษทุกท่านต้องมาละหมาด และประกอบศาสนกิจในมัสยิด หากมีการละเมิดจะใช้มาตรการทางสังคมในการจัดการ กล่าวคือ หากเขาผู้นั้นจัดพิธีแต่งงานผู้นำชุมชน และผู้คนในชุมชนจะไม่เข้าร่วม เป็นต้น หลังจากมีวงพบปะพูดคุยของผู้นำในชุมชนแล้ว ได้เกิดหลากหลายกิจกรรมตามมา เช่น ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ระบบการบริหารจัดชุมชน การจัดการพึ่งตนเอง (ทำปุ๋ยชีวภาพ) จัดทำแผนฐานข้อมูลชุมชน ระเบียบข้อบังคับชุมชนหรืออาจเรียกว่ามาตรการทางสังคม (ฮูกุมฟากัต ) นำไปสู่การจัดการชุมชนตามรูปแบบทางศาสนามากขึ้นและสามารถหาโอกาสพบปะหารือประชุมร่วมกับแกนนำในชุนบ่อยครั้ง เพื่อหาข้อสรุปในการปรับปรุงข้อผิดพลาดทำให้มีความสำนึกรับผิดชอบร่วมกันในสังคม
               
               หลังจากนั้นไม่นานผู้ใหญ่บ้านหมดวาระลงซึ่งตามปกติในหลายชุมชนจะมีการเลือกตั้ง และหลายชุมชนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทอันส่งผลถึงความแตกแยกในชุมชน แต่สำหรับชุมชนตาแปด ได้นำเอาหลักการของกระบวนการชูรอมาใช้ กล่าวคือ คณะกรรมการได้มีการประชุมหารือกันขึ้นเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ทุกท่านมีสิทธิ์เสนอชื่อเพื่อมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่ในกระบวนการคัดสรรนั้น จะใช้มติของสภาชูรอประจำหมู่บ้าน เพื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติและความเหมาะสม

            

               หลักการการดำเนินการประชุมของกระบวนการชูรอ

            

               ๑. ให้สิทธิของแต่ละบุคคลในการเสนอความคิดเห็น ถึงแม้ว่าผู้นำจะดำเนินการประชุมกับคณะหรือองค์ประชุมไม่ได้หมายความว่า คนทั่วไปไม่มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเลย แท้จริงแล้ว การเสนอความคิดเห็นเป็นบัญญัติศาสนา การเสนอความคิดเห็นหรือคัดค้านบนพื้นฐานแห่งสัจธรรมจึงเป็นสิทธิส่วนบุคคลอับชอบธรรมตามหลักการอิสลาม ด้วยเหตุผลหลายประการที่สำคัญคือ เป็นปัจจัยของการมีส่วนร่วมในการให้การชี้แนะ แนวทาง เพื่อพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา หรือเตรียมการอย่างใดอย่างหนึ่งในสังคม และเพื่อต่อเติมหรือหยิบยกบางประเด็นหรือบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะถูกมองข้ามหรือหลงลืม หรือคนส่วนใหญ่ไม่มีความรอบรู้ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการตัดสินใจและเลือกแนวทางของผู้นำก็ได้ จึงถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหากผู้นำไม่เปิดโอกาสหรือละเลยต่อข้อเสนอแนะความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไปในสังคมและผู้ที่มีความรู้ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการหรือผู้มีตำแหน่ง บุคคลธรรมดาหรือสามัญชนก็ไม่ควรละเลยต่อสิทธิและหน้าที่ในการเสนอแนะความคิดเห็นต่อผู้นำเมื่อมั่นใจว่าสิ่งนั้นดีและถูกต้องเพราะเป็นสิทธิและหน้าที่ที่บัญญัติไว้กฎหมายอิสลาม
               ๒. ยึดถือเอาหลักการทางศาสนาเป็นสำคัญ กล่าวคือ เมื่อเกิดความขัดแย้งทางด้านข้อเสนอในที่ประชุม ระหว่างบรรดาสมาชิกผู้เข้าประชุมด้วยกันเป็น สอง ฝ่าย สมาชิกผู้อื่น หรือขัดแย้งระหว่างความคิดเห็นของผู้นำกับสมาชิกที่ประชุม แนวทางการตัดสินนั้น จะต้องยึดถือความคิดเห็นที่สอดคลองกับอัล-กุรอานเป็นอันดับแรก รองลงมาคือซุนนะห์ (วัจนศาสดา) แล้วก็อิจมาอ์ (มติปราชญ์อิสลาม) ตามลำดับ ถ้าไม่มีก็ให้ถือคำตัดสินของผู้นำ เป็นมติ โดยไม่จำเป็นต้องยึดหลักเสียงส่วนใหญ่หรือส่วนน้อยในที่ประชุมหรือไม่ทั้งสอง 
               
               ๓. การวิเคราะห์ การใช้วิจารณญาณอย่างละเอียดครอบคลุม เป็นกลาง เป็นธรรมและถูกต้องตามเจตนารมณ์ของคนในชุมชน จากการศึกษาพบว่าชุมชนที่นี่ยังมีการศึกษาน้อยต้องสร้างกระบวนการความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาโดยด้านข้อมูลต้องมีความแม่นยำตรงจุดเพื่อนำเสนอชุมชนให้รู้จริง ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความกระตื้อรื้อร้น เอาใจใสสังคมส่วนรวมในขณะเดียวกัน ในชุมชนตาแปดมีทัศนะว่าการพัฒนาทุกอย่างต้องอิงศาสนาทุกขั้นตอนชุมชนจึงจะรับการเปลี่ยนแปลง อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งกล่าวคือองค์กรทางศาสนายังไม่เข้มแข็งพอและไม่สามารถที่จะพึ่งตนเองได้ดังนั้นรัฐควรสนับสนุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่นถนน สะพาน อ่างเก็บน้ำ ฯลฯ และส่งเสริมกิจกรรมออมทรัพย์ เรื่องสุขภาพ ควบคู่การพัฒนาด้านจิตใจจะช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างแน่นอน

            

               ปัญหา อุปสรรคการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ

            

               ๑.การท้าท้ายการดำเนินงานของคณะกรรมการโดยจะมีผู้เสียประโยชน์จากชุมชนสองส่วนคือกลุ่มผู้ค้ายา
               เสพติด และการพนัน พยายามท้าทายการดำเนินของคณะกรรมการว่าคณะกรรมการชูรอชุดนี้ไม่สามารถดำเนินการกับพกเขาได้ซึ่งยังความลำบากใจให้กับคณะกรรมการด้วยเช่นกันในช่วงแรกแต่หลังจากการประชุม ปรึกษาหารือผ่านกระบวนการชูรอได้มีมติดังนี้
               
               หนึ่ง ปัญหายาเสพติดนั้นได้ดำเนินการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบห้าครอบครัวต่อคณะทำงานหนึ่งคนเข้าไปพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยดูแล ในขณะเดียวกันในกระบวนการศาสนาบำบัดให้ความรู้ด้านจิตวิญญาณตามหลักการศาสนาทุกวันศุกร์ พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านวิชาการนำผู้ติดเข้าค่ายอบรมการป้องกันจากยาเสพติดในขณะเดียวกันมีมาตรการเสริมด้านงบประมาณสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการโดยจะพิจารณางบประมาณที่ทางรัฐจัดให้แต่โครงการแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในระดับต้นๆ
               สอง ปัญหาบ่อนการพนันในพื้นที่นั้นทางผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นในคณะกรรมการชูรอ
               ได้ใช้วิธีที่นุ่มนวลโดยการเข้าไปพูดคุยและดื่มน้ำชาที่บ้านเจ้าของบ่อนหลังจากนั้นทำให้ฝ่ายผู้เล่นรูสึกละอายใจ
               ถึงแม้ว่าปัญหาดังกล่าวยังถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ หากแต่เมื่อได้ใช้สติในการแก้ไขก็จะสามารถแก้ปัญหาด้านจิตวิญญาณได้ในระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกัน หากมีการร่วมไม้ร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและคณะกรรมการชูรอ ปัญหาดังกล่าวก็จะสามารถแก้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ก็จะเป็นการดีมากขึ้น
               
               ๒. ปัญหาด้านระบบการทำงานของคณะกรรมการชูรอ อันเนื่องมาจากคณะกรรมการส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวบ้าน มีความยากจนและขาดการศึกษา จึงส่งผลให้การจัดระบบทั้งด้านของการจัดการเอกสาร การบริหารจัดการ จึงยังคงอ่อนด้อย ส่งผลให้ขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยจิตใจที่ดีงาม ในการเสียสละเพื่อการทำงานชุมชน ส่งผลให้ การดำเนินกิจกรรมยังสามารถดำเนินไปได้ กระนั้น องค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ลงมาทำงานในระดับพื้นที่ จำต้องเข้ามาทำงานด้านการให้ความรู้ อบรมเชิงปฏิบัติการและการศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสนับสนุนด้านอาคารสำนักงานและอุปกรณ์สำนักงาน จะช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
               
               ๓. ประเด็นปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของภาคใต้ สร้างความหวาดระแวงให้กับหน่วยงานของรัฐ ในการเข้ามาทำงานพัฒนา ด้วยคณะกรรมการชูรอ เป็นคณะบุคคลที่มิได้มีการจัดตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น การสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในกระบวนการชูรอ จึงมีความสำคัญยิ่ง เพื่อการรสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันในอนาคต อีกทั้ง การให้ความสำคัญกับคณะกรรมการชูรอในการประสานงาน และหรือดำเนินการงานพัฒนาไดๆ ในหมู่บ้าน 

            

               ๒. กรณีศึกษาชุมชนตะโละ ตำบลตะโละ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

            

               บ้านตะโละ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลตะโละ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เป็นชุมชนอยู่อย่างพอเพียง สันโดษ เป็นชุมชนทางประวัติศาสตร์เพราะเกี่ยวเนื่องพระราชายะหริ่ง(ตระกูลอับดุลบุตร ตระกูลพิพิธภักดี) โดยลักษณะทางภูมิศาสตร์ชุมชนบ้านตะโละเป็นพื้นที่ราบลุ่ม น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเกษตร ประชากรส่วนใหญ่ ทำนาเป็นหลัก และรองลงมาคือรับจ้างกรีดยางนอกพื้นที่ 
               คำว่า "ตะโละ" เป็นคำมาจากภาษามลายูแปลว่าอ่าว ด้วยเพราะสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำขังตลอดปีอีกทั้งมีลักษณะเป็นแอ่งก้นกระทะ เป็นที่รวมของน้ำไหลมาที่พื้นที่อื่น โดยในอดีตนั้นได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ดอนเรียกว่า "ตนียะ" โดยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าคำว่า "ตนียะ" เป็นสถานที่ที่ช้างของพระราชาหยุดดื่มน้ำและเป็นพื้นที่ทางผ่านของขบวนช้างพระราชายะหริ่งที่เสด็จผ่านจะไปบ้านม่วงหวาน (บ้านปาโฮะมานิส) ตำบลสาคอบน ซึ่งเป็นอำเภอมายอในปัจจุบัน ในรอบหนึ่งปีเจ้าเมืองยะหริ่งจะเดินทาง ๒ - ๓ ครั้ง ขบวนช้างของเจ้าเมืองจะผ่านชุมชน โดยระหว่างทางที่ขบวนช้างเดินทางผ่านนั้น จะมีผู้รับใช้ตลอดเส้นทาง เช่น ตระกูลโตะลู และ ตระกูลซีนา เป็นต้น จวบจนปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ หน่วยงานราชการได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาชุมชน มีการบุกเบิกถนนระยะทาง ๑๔ กิโลเมตร ผ่านชุมชนตะโละ ทำให้ชาวบ้านมีความสะดวกในการสัญจรไปมา ต่อมามีการขุดคลองระบายน้ำลงสู่อ่าวยะหริ่งปัญหาน้ำขังจึงหมดไป เมื่อพื้นที่ที่เคยเป็นป่าพรุน้ำเหือดแห้งลงชาวบ้านจึงเริ่มอพยพโยกย้ายเข้ามาจับจองที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย และตั้งชื่อว่า หมู่

            
                
         
คัดลอกจาก
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8514 Level 75 : Exp 18%
HP: 92.1%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2010, 07:58:52 am »
แบ่งปัน

ชูรอ
ฉบับชุมชน
ความหมายของชูรอ
คำว่าชูรอเป็นคำภาษาอาหรับมาจากคำเต็มว่าอัช-ชูรอ(al-Shura ) ซึ่งแปลว่าการ
ปรึกษาหารือดังที่อัลลอฮฺ(สุบหานะฮูวะตะอฺาลา) ได้ตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน
ความว่าและกิจการของพวกเขามีการปรึกษาหารือกันระหว่างพวกเขา( อัชชูรอ: ๓๘)
สำหรับความหมายทางด้านศาสนบัญญัติหมายถึงการประชุมหรือปรึกษาหารือตามรูปแบบ
อสิลามจนไดข้อ้สรปุหรอืมตเิพอื่นาํไปปฏบิัติหรือชูรอคือการคัดเลือกความคิดที่มีหลากหลายทางความ
คิดเห็นที่ได้เสนอโดยสมาชิกชูรอในปัญหาใดปัญหาหนึ่งเพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายที่ดีกว่าและเพื่อจะได้
ปฏิบัติตามหลักและบทบัญญัติทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาสังคมการพัฒนาสังคมและการให้
การสงเคราะห์ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติในการปกครองหรือการจัดการชุมชนให้เป็นที่พอใจโปร่งใสรับรู้
ร่วมกันทุกฝ่าย
จากหลักการดงักลา่วการบรหิารจดัการชมุชนดว้ย“สภาชรูอ” นา่จะเปน็ทางออกหนึ่งในแก้ปัญหา
ความขัดแย้งและสามารถพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนดังนั้นการพัฒนาชุมชนมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่ง
นำวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาประเทศ
อย่างยั่งยืนท่ามกระแสทุนนิยมข้ามชาติ
.กระบวนการชูรอตามทัศนะอิสลามในสมัยอดีต
๑.๑ศาสนบัญญัติสนับสนุนกระบวนการชูรอ
การประชุมด้วยกระบวนการชูรอหรือปรึกษาหารือตามรูปแบบอิสลามจนได้ข้อสรุปหรือมติเพื่อนำไป
ปฏิบัติซึ่งมีหลักฐานระบุไว้คัมภีร์อัลกุรอานทั้งในสมัยของท่านศาสดาและก่อนสมัยท่านศาสดาใน
ขณะเดียวกันยังมีหลักฐานจากวัจนศาสดาและกระบวนการชูรอยังได้ถูกสานต่อโดยอัครสาวกของท่าน
ศาสดาถึงแม้กระบวนการชูรอจะมีหลักฐานทางศาสนบัญญัติแต่นักปราชญ์ด้านนิติศาสตร์อิสลามมี
ความคิดเห็นแตกต่างกันสองทัศนะเกี่ยวกับบทบัญญัติชูรอกล่าวคือ
หนึ่ง: การชูรอนั้นเป็นบทบัญญัติที่ถูกสนับสนุน( สุนัต) ให้ผู้ปกครองควรกระทำมิได้บังคับ
สอง: การชูรอนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองต้องปฏิบัติ(วาญิบ) ในขณะเดียวกันปราชญ์
อิสลามมีความคิดเห็นแตกต่างกันสำหรับผู้ปกครองมุสลิมว่าจำเป็นหรือไม่ที่ผู้นำมุสลิมจะต้องปฏิบัติตาม
มติอันเนื่องมาจากผลของการชูรอในขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นจะต้องนำทุกหัวข้อเข้าสู่กระบวนการชูรอ
2
ระบบชูรอในอิสลาม
ในหลักการอิสลามมิได้วางระบบตายตัวเกี่ยวกับระบบชูรอเพียงแต่ศาสนาอิสลามได้วางหลักการ
กว้างๆเกี่ยวกับระบบชูรอเพื่อให้สามารถปรับปรนให้เข้าได้กับทุกเวลาและสถานการณ์
เป้าหมายของกระบวนการชูรอ
๑.จะต้องดำเนินการชูรอด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง
๒.สนองประโยชน์ส่วนรวมปฏิเสธประโยชน์ส่วนตนกลุ่มตนหรือเผ่าพันธุ์ของตน
๓. ต้องปราศจากการพูดโกหกสับปรับหลอกหลวงและมีคุณธรรมสูงส่งในการดำเนินการชูรอ
เพราะการดำเนินการชูรอเปรียบเสมือนอมานะฮ์
๔.ให้เกียรติผู้เข้าร่วมประชุมและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นถึงแม้จะไม่ชอบใจ
๕.ยอมรับมติที่ประชุมหรือเสียงข้างมากถึงแม้เราจะไม่เห็นด้วยแต่จะต้องไม่ค้านกับหลักการทาง
ศาสนา
คณะกรรมการชูรอ
ในส่วนของคุณสมบัติคณะกรรมการชูรอไม่ได้มีการบัญญัติไว้ตายตัวทั้งในหลักการทาง
ศาสนาวัจนศาสดาและคัมภีร์อัลกุรอานและเมื่อศึกษาประวัติศาสตร์อิสลามจะพบว่าผู้นำอิสลามไม่ว่า
ศาสดาและอัครสาวกของท่านได้ใช้กระบวนการชูรอหลากหลายรูปแบบและผู้คนที่แตกต่างกันตาม
เหตุการณ์บางครั้งปรึกษากับคนเพียงคนเดียวบางครั้งสองคนบางครั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่มีสามคน
ขึ้นไปและบางคนใช้คนทั้งหมดบางครั้งใช้กระบวนชูรอกับสตรีและบางคนใช้กับบุรุษด้วยเหตุดังกล่าว
นักปราชญ์อิสลามจึงได้แบ่งภาระงานที่ต้องใช้กระบวนการชูรอออกเป็นสองภาระงานกล่าวคือภาระงาน
ทั่วไปและภาระงานเฉพาะเจาะจง
สำหรับภาระงานทั่วไปเกี่ยวกับกับกิจการในสังคมมุสลิมทุกคนมีสิทธิในกระบวนการชูรอโดยมีเงื่อนไขว่า
๑.บุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นมุสลิม
๒.บรรลุศาสนภาวะ
๓.มีสติสัมปชัญญะ
ในส่วนภาระงานเฉพาะเจาะจงนั้นคณะกรรมการชูรอจะต้องมีคุณสมบัตินอกจากสามข้อข้างต้น
แล้วคณะกรรมการดังกล่าวต้องคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์มีความรู้ความสามารถความเฉลียวฉลาดและ
ประสบการณ์ตรงกับภาระงาน
3
สำหรับผูน้าํสูงสุดของรัฐที่ปกครองด้วยระบบอิสลามจะมีคณะกรรมการชูรออีกชุดหนึ่งตามหลัก
นติศิาสตรอ์สิลามเรยีกวา่อะฮ์ลุลฮัลลิวัลอักด์( Ahl al-Hal wa al-Akd ) ซึ่งจะรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิด้าน
ต่างๆที่เหมาะสมตามสถานการณ์และยุคสมัยในการตัดสินปัญหาต่างๆในการบริหารประเทศ
มารยาทและหลักปฏิบัติสำหรับผู้เข้าร่วมกระบวนการชูรอ
หนึ่งมีความตั้งใจที่บริสุทธิดั่งที่ท่านศาสดาได้วัจนะไว้ความว่าแท้จริงทุกกิจกรรมการงาน
ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ(ที่บริสุทธิ)
สองเปิดประชุมด้วยคัมภีร์อัลกุรอานเช่นซูเราะห์ฟาติหะฮ์กล่าวสรรเสริญต่อพระเจ้าใน
ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ของตัวเอง
สามต้องให้เกียรติต่อข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนถึงแม้จะไม่เห็นด้วย
สี่ขอบคุณผู้แสดงความคิดเห็นที่ดีไม่ตำหนิผู้ที่แสดงความคิดเห็นที่ไม่ดีพร้อมให้คำแนะนำใน
ที่ประชุมเพราะท่านศาสดาได้วัจนะไว้ความว่าศาสนาคือการตักเตือนหากตัวเองเสนอผิดพลาดหรือผิด
มารยาทในการใช้กระบวนการชูรอให้กล่าวอิสติฆฟารฺ(ขอภัยโทษต่ออัลลอฮฺ) และขอโทษต่อสมากชิกชูรอ
ที่เข้าประชุม
ห้าใช้กระบวนปรึกษาหรือในการนำไปสู่มติที่ประชุมโดยไม่ใช้วิธีการโต้วาทีโต้ตอบหักล้างซึ่งกัน
และกันจนนำไปสู่การทะเลาะ
หกปิดประชุมด้วยการอ่านอัลกุรอานโดยเฉพาะซูเราะห์อัลอัสรฺ( al- Asr ) และดุอาปิดประชุม
อิสลามสนับสนุนการใช้กระบวนการชูรอ
ศาสนบัญญัติตามทัศนะอิสลามให้การสนับสนุนกระบวนการชูรอถึงแม้นักปราชญ์โลกมุสลิมจะมี
ความคดิเหน็ทแี่ตกตา่งกันว่ากระบวนการชูรอนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น(วาญิบ) หรือสนับสนุนให้กระทำ(สุนัต)
สำหรับผู้นำด้วยความเป็นจริงอัลลอฮ์ทรงทราบถึงธรรมชาติของมนุษย์เพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์
ท่ามกลางความหลากหลายซึ่งพระองค์ได้ตรัสไว้
ความว่าโอ้มนุษยชาติทั้งหลายแท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชายและเพศหญิงและเราได้
ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่าและตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกันแท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้ทอี่ลัลอฮน์นั้คอืผทู้ี่
มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้าแท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้ว” (อัชหุจรอจ : ๑๓)
มนุษย์ทั้งหลายนั้นพวกเขามีอิสระในความคิดหรือเสนอความคิดเห็นต่างๆและการปรึกษาหารือ
กันตามทัศนะอิสลามหรือที่ภาษาอาหรับเรียกว่า"อัชชูรอ" นั้นก็เป็นชนิดหนึ่งจากการที่มนุษย์เรานั้นมี
ความอิสระในการคิดเห็นและยังเป็นรากฐานที่สำคัญในการดำรงอยู่ตามวิถีวัฒนธรรมอิสลามและแท้จริง
4
อัลลอฮ์ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวโดยพระองค์ได้ทรงกล่าวไว้เป็นชื่อซูเราะห์หนึ่งในอัลกรุอานก็คือซู
เราะห์"อัชชูรอ"ที่ถูกขนานนามเช่นนี้เพื่อเป็นการชี้แนะถึงสถานะของการปรึกษาหารือในอิสลามและเป็น
การสั่งสอนให้บรรดาผ้ศูรัทธาให้ดำเนินชีวิตของพวกเขาอยู่บนแนวทางที่ดีเด่นและสมบูรณ์ยิ่งคือ"แนวทาง
แห่งการปรึกษาหารือ(อัชชูรอ)" เนื่องจากแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าในการดำเนินชีวิต
ของบคุคลและสงัคมดังที่พระองค์อัลลอฮฺทรงกล่าวไว้อย่างมากมายในพระมหาคำภีร์อัลกุรอานถึงเรื่อง
ดังกล่าวเช่นโองการที่ว่าดังมีความหมายว่า
"เนื่องด้วยความเมตตาจากอัลลอฮฺนั่นเองเจ้า(มูฮัมหมัด)จึงได้สุภาพอ่อนโยนแก่พวกเขาและถ้า
หากเจ้าเป็นผู้ประพฤติหยาบช้าและมีใจแข็งกระด้างแล้วไซร้แน่นอนพวกเขาก็ย่อมแยกตัวออกไปจาก
รอบๆเจ้ากันแล้วดังนั้นจงอภัยให้แก่พวกเขาเถิดและจงขออภัยให้แก่พวกเขาด้วยและจงปรึกษาหารือกับ
พวกเขาในกิจการทั้งหลายครั้นเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้วก็จงมอบหมายแด่อัลลอฮฺเถิด" ( อัชชูรอ: ๓๘)
จากพระดำรัสของอัลลอฮฺข้างต้นจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงใช้ให้ใช้กระบวนการชูรอในหมู่คณะใน
กิจการต่างๆและท่านศาสดาเองยังได้วัจนะไว้
ความว่า"พวกเจ้าจงขอความช่วยเหลือบนกิจการงานต่างๆของพวกเจ้าด้วยกับการปรึกษาหารือ
ซึ่งกันและกัน"
เพราะการใช้กระบวนการชูรอจะยังประโยชน์ต่อตนเองและสังคมมากมายเช่นการสร้างความชอบ
ธรรม( Ligitimacy) ของมติความยุติธรรมและสมเหตุสมผลของมติการตัดสินใจที่รอบคอบและรอบด้าน
ซึ่งท่านศาสดาได้ยืนยันไว้
ความวา่"ไม่มีการปรึกษาหารือของพวกหนึ่งเว้นไว้แตพ่วกเขานั้นได้รับทางนำด้วยกับการแนะนำ
ชี้แนะต่อกิจการงานต่างๆของพวกเขา"
ท่านศาสดาเองแม้ท่านได้รับการแต่งตั้งและได้รับการชี้นำแนวทางที่เที่ยงตรงจากพระองค์อัลลอฮฺ
และได้รับการปกป้องจากความผิดพลาดความหลงผิดจากการทำบาปและการทำชั่วต่างๆแต่เมื่อท่านจะทำ
กิจการใดๆหรือมีความคิดเห็นใดๆก็ตามท่านก็จะใช้กระบวนการชูรอกับบรรดาอัครสวกของท่านการกระทำ
ของท่านศาสดาดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเตือนและสอนให้ประชาชาติของท่านเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วน
ร่วมของทุกคนเพื่อพัฒนาสังคมโดยไม่ยึดติดความคิดตน
5
การปรับใช้กระบวนการชูรอกับสถานการณ์ปัจจุบัน
จากการศึกษาพบว่าชุมชนมุสลิมบ้านตาแปดตำบลปากบางอำเภอเทพาจังหวัดสงขลาและ
บา้นตะโล๊ะตำบลตะโละอำเภอยะหริ่งจังหวัดปัตตานีซึ่งได้พยายามนำกระบวนการชูรอในอดีต
ตามหลักศาสนาอิสลามมาบูรนาการทางวัฒนธรรม(Cultural integration) ในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8514 Level 75 : Exp 18%
HP: 92.1%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2010, 08:00:34 am »
แบ่งปัน

จนสามารถนำหลักบริหารการจัดการความรู้ที่สามารถปรับปรนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้เพราะ
ชุมชนทั้งสองได้ให้ความสำคัญกับหลักการศาสนาในการแก้ปัญหาชุมชนที่มีความยึดมั่นในคำสั่งของท่าน
ศาสดาที่ทรงกล่าวว่า
ฉันได้ทิ้งสองสิ่งไว้แก่พวกท่านเมื่อท่านทั้งหลายยึดถือสิ่งนั้นท่านทั้งหลายจะไม่หลงทาง
หลังจากที่ฉันไม่อยู่นั่นก็คืออัลกุรอานและซุนนะห์ของฉัน(วัจนศาสดา)” ( บันทึกโดยอิหม่ามฮากีม)
กอร์ปกับผู้นำชุมชนและประชาชนส่วนใหญ่ในชุมชนรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจาก
พระเจ้าดั่งที่ศาสดาได้เคยกำกับไว้
ความว่าท่านทุกคนมีหน้าที่และทุกท่านจะต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของพวกท่านผู้นำก็มีหน้าที่
และต้องถูกถามถึงความรับผิดชอบของเขาและคนคนหนึ่งก็มีหน้าที่ต่อครอบครัวและต้องถูกถามถึงความ
รับผิดชอบต่อครอบครัวเช่นเดียวกันบันทึกโดยอิหม่ามบุคอรีมุสลิม
ทั้งนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับชุมชนทั้งสองชุมชนพบว่ามีปัญหามากมายทั้งด้านสังคม
วัฒนธรรมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมซึ่งการนำเอากระบวนการชูรอมาปรับใช้สามารถช่วยบรรเทา
ปัญหาค้นหาวิธีการจัดการและแก้ไขรวมถึงพัฒนาชุมชนได้ดีระดับหนึ่ง
กระบวนการชูรอกับการใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
การที่ทั้งสองชุมชนได้พยายามนำกระบวนการชูรอในอดีตตามหลักศาสนาอิสลามมาบูรนาการทาง
วัฒนธรรม(Cultural integration) จนสามารถนำหลักบริหารการจัดการความรู้ที่สามารถปรับปรนให้เข้ากับ
สถานการณ์ปัจจุบันได้ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมายและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแก้ปัญหาโดยทั้งสอง
แห่งมีทั้งปัญหาร่วมกันและแตกต่างกันทั้งนี้ปัญหาร่วมกันของทั้งสองชุมชนคือปัญหาด้านศักยภาพ
และประสิทธิภาพการดำเนินการจัดการของคณะกรรมการชูรอที่เป็นระบบซึ่งองค์กรภายนอกไม่ว่าจะเป็น
ภาครัฐหรือเอกชนควรเข้ามาพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการชูรอ
ทั้งนี้กระบวนการดำเนินสภาชูรอของทั้งสองชุมชนมีความแตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ที่
แตกต่างโดยมีหลักการสำคัญดังนี้
6
ชุมชนตาแปด
การดำเนินกระบวนการชูรอในชุมชนมีหลักการดังนี้
๑. ให้สิทธิของแก่ทุคนในการเสนอความคิดเห็นด้วยแท้จริงแล้วการเสนอความคิดเห็นเป็น
บัญญัติศาสนา
๒. เมื่อเกิดความขัดแย้งทางด้านข้อเสนอในที่ประชุมระหว่างบรรดาสมาชิกผู้เข้าประชุมด้วยกัน
เปน็สองฝ่ายสมาชิกผู้อื่นหรือขัดแย้งระหว่างความคิดเห็นของผู้นำกับสมาชิกที่ประชุมแนวทางการ
ตัดสินนั้นจะต้องยึดถือความคิดเห็นที่สอดคลองกับอัล-กุรอานเป็นอันดับแรกรองลงมาคือซุนนะห์
(วัจนศาสดา) แล้วก็อิจมาอ์(มติปราชญ์อิสลาม) ตามลำดับถ้าไม่มีก็ให้ถือคำตัดสินของผู้นำเป็นมติ
โดยไม่จำเป็นต้องยึดหลักเสียงส่วนใหญ่หรือส่วนน้อยในที่ประชุมหรือไม่ทั้งสอง
๓. การวิเคราะห์การใช้วิจารณญาณอย่างละเอียดครอบคลุมเป็นกลางเป็นธรรมและถูกต้องตาม
เจตนารมณ์ของคนในชุมชน
ชุมชนตะโล๊ะ
รูปแบบการดำเนินกิจกรรม
๑. เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกระดับมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการปรึกษาหารือโดยมีผู้นำศาสนาเป็น
แกนนำในการขับเคลื่อนในการพัฒนา
๒. ดำเนินการโดยคณะกรรมการชูรอซึ่งได้รับการแต่งตั้งและสรรหาได้มาประชุมปรึกษาหารือและ
มีข้อสรุปปัญหาต่างๆรวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหาเช่น
ปัญหาด้านคุณธรรมจริยธรรมตามหลักศาสนาได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้บูรณาการเช่นกิจกรรม
มัสตูรอเป็นกิจกรรมส่งเสริมสตรีให้อยู่บนพื้นฐานของหลักศาสนาอย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับ
บตุรหลานและบคุคลทวั่ไปโดยเฉพาะการแตง่ตัวมิดชิดกิจกรรมการสอนอัลกุรอานหลักสูตรใหม่ๆ
เช่นกิรออาตีย์(การอ่านของฉัน) กิจกรรมการเผยแผ่คุตบะห์วันศุกร์(เอกสารการบรรยายธรรม
ประจำวันศุกร์)โดยชุมชนร่วมกันการร่างคุตบะห์โดยปกติเอกสารหรือหนังสือคุตบะห์ที่มีการอ่าน
ประจำวันศุกรน์ั้นได้นำเอามาจากพื้นที่อ่นืๆคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดบ้างจากนักศาสนาบ้าง
นกัเขียนบ้างซึ่งบางครั้งไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของชุมชนนั้นๆส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับ
ชมุชนตะโล๊ะเพราะกระบวนการร่างนั้นโดยอาศัยเหตุการณ์ปัจจุบันมาประยุกต์ใช้ในสังคมเช่นเกี่ยวกับ
ยาเสพติดเกี่ยวกับการครองตนการประพฤติปฏิบัติในภาวการณ์ปัจจุบันเป็นต้น
๓. ใช้หลักการทางศาสนาเป็นหลักในการตัดสินปัญหาและดำเนินกิจกรรมต่างๆ
๔. ขยายผลดำเนินสภาชูรอในสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
7
ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน
หนึ่งชุมชนบ้านตาแปดประสบปัญหาการท้าท้ายการดำเนินงานของคณะกรรมการจากผู้เสีย
ผลประโยชน์ในชุมชนและปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
สองชุมชนบ้านตะโล๊ะประสบปัญหาการบูรณาการงานร่วมระหว่างบทบาทมัสยิดกับหน่วยงานของ
รัฐผลกระทบของการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ทำให้สังคมแตกแยกซึ่งอุปสรรคต่อการดำเนินกระบวนการชูรอและ
การไม่ได้รับความสนใจจากเยาวชน
อย่างไรก็ตามการนำเอากระบวนการชูรอมาปรับใช้ในระดับชุมชนโดยมีพื้นที่ทดลองใน๒ชุมชน
ข้างต้นนั้นสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับนักวิชาการด้านศาสนาอิสลามในการแก้ไขปัญหาของชุมชน
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีลักษณะอ่อนไหวด้วยเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อและหลักการทางด้าน
ศาสนาด้วยกระบวนการดังกล่าวได้สร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชนทุกระดับโดยไม่มีการ
แบ่งชนชั้นวรรณะฐานะและศาสนา
ทั้งนี้การแก้ปัญหาความทุกข์ยากของภาคประชาชนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มต้นในระดับพื้นที่
ชุมชนดังนั้นกระบวนการชูรอจึงถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการจัดการชุมชนในทุกด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ
สังคมชีวิตความเป็นอยู่วัฒนธรรมและการสร้างมาตรการของชุมชนเองเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
8
นิยามศัพท์เฉพาะ
ศาสนบัญญัติหมายความว่าหลักปฏิบัติตามบทบัญญัติอิสลาม
วัจนศาสดาหมายความว่าแบบอย่างท่านศาสดามุฮัมมัดซึ่งท่านแสดงผ่านการพูด
การกระทำหรือแม้กระทั่งการยอมรับของท่านต่อการกระทำอัคร
สาวกของท่าน
อัครสาวกหมายความว่าสหายของท่านศาสดา
วาญิบหมายความว่าบทบัญญัติทางศาสนาที่จะต้องกระทำหรือปฏิบัติหากท่านใด
ปฏิบัติจะได้ผลบุญจากพระเจ้าแต่หากละเว้นไม่กระทำศาสนา
จะถือโทษ
สนุตัหมายความวา่บทบัญญัตทิางศาสนาสนบัสนุนใหก้ระทำหรือปฏิบัติ
หากท่านใดปฏิบัติจะได้ผลบุญจากพระเจ้าแต่หากละเว้นไม่
กระทำศาสนาไม่ถือโทษ
อมานะฮ์หมายความว่าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
บรรลุศาสนภาวะหมายความว่าผู้ที่บรรลุศาสนภาวะซึ่งจะต้องปฏิบัติในบทบัญญัติทางศาสนา
( ผู้ชายและผู้หญิงเมื่ออายุครบ๑๕ปีบริบูรณ์
หรือเริ่มหลั่งน้ำอสุจิ/ประจำเดือน)
อะฮ์ลุลฮัลลิวัลอักฮ์หมายความว่าสมาชิกสภาที่ปรึกษาของคณะกรรมการชูรอได้การคัดเลือกจาก
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆที่เหมาะสมตามสถานการณ์และยุคสมัย
ในการตัดสินปัญหาต่างๆในการบริหารประเทศ
ซูเราะห์ฟาติหะฮ์หมายความว่าโองการอัลกุรอานบทหนึ่งจากโองการทั้งหมด๑๑๔บท
อิสติฆฟารฺหมายความว่าการกล่าวคำขออภัยโทษต่อพระองค์อัลลอฮผู้ทรงให้อภัย
ซูเราะห์อัลอัสรหมายความว่าโองการอัลกุรอานบทหนึ่งจากโองการทั้งหมด๑๑๔บท
ดุอาหมายความว่าการขอพรต่ออัลลอฮ
อัชหุจรอจหมายความว่าโองการอัลกุรอานบทหนึ่งจากโองการทั้งหมด๑๑๔บท
ชุนนะห์หมายความว่าแบบอย่างของท่านศาสดา
อิจมาอ์หมายความว่ามติของบรรดาปราชญ์ด้านศาสบัญญัติ
มัสตูรอหมายความว่ากลุ่มสตรีทั้งหลายที่อยู่ในกลุ่มของดะวะห์ที่ปฏิบัติตนเคร่งครัด
9
กิรออาตีย์หมายความว่าศัพท์ภาษาอาหรับแปลว่าการอ่านของฉันแต่ในที่นี้กิจกรรมการ
สอนอัล-กุรอานระบบหนึ่งเพื่อให้นกเรียนสามารถอ่านได้เร็วขึ้น
คุตบะห์หมายความว่าการแสดงธรรมก่อนละหมาดวันศุกร์โดยผู้รู้เรียกว่า”คอติบ
ดะวะห์หมายความว่าการเผยแพร่( การเผยแผ่อิสลาม)
คอติบหมายความว่าผู้ถ่ายทอดผู้นำเสนอเป็นตำแหน่งผู้หนึ่งในโครงสร้างของ
มัสยิดทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายธรรมในวันศุกร์__
คัดลอกจาก
http://www.happysouth.org/km/km1/muslim2.pdf
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส