Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
อาลัยการจากไป ท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ ผู้อุทิศตนเพื่อสังคมมุสลิม
ข่าว: เวทีสำหรับพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ ภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร สาระความรู้ ภาพถ่ายให้กับคน บ้านเฮา สมัครง่าย ใช้งานได้เลย ร่วมเป็นเพื่อนกับเรา คลิกลงทะเบียนเลย


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อาลัยการจากไป ท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ ผู้อุทิศตนเพื่อสังคมมุสลิม  (อ่าน 687 ครั้ง)

ramma
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 1887 Level 35 : Exp 32%
HP: 0.2%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 06:28:13 pm »
แบ่งปัน

   อาลัยการจากไป ท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ ผู้อุทิศตนเพื่อสังคมมุสลิม

447

478

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 14.44 น. สังคมมุสลิมต้องสูญเสียบุคคลสำคัญไปสู่ความเมตตาของอัลเลาะฮ์อีกคนหนึ่ง ท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ เสียชีวิตในวัย 86 ปี ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และมีพิธีฝังศพ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 14.00 น. ที่มัสยิดฮารูน เขตบังรัก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานดินฝังศพ มีบุคคลสำคัญในแวดวงมุสลิม แวดวงราชการ ร่วมพิธีจำนวนมาก

ท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์ หรือชื่อภาษาอาหรับ ฮัจยะห์อาบีบะห์ บินตี ฮัจยีอิสมาอีล เป็นบุตรของอดีตจุฬาราชมนตรีนายต่วน สุวรรณศาสน์(ฮัจยีอิสมาแอล- สุวรรณศาสน์) และนางสาย สุวรรณศาสน์ เกิดวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2471 ปัจจุบัน อายุ 84 ปี อาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯมาโดยกำเนิดและใช้ชีวิตในกรุงเทพฯตลอด แต่มี พ่อที่มีความเคร่งครัดศรัทธาในการปฏิบัติศาสนกิจและเป็นผู้ที่มีความรู้ ซึ่งทุก คนจะเรียกว่า“ครูต่วน” ท่านได้ให้ความรู้กับคนโดยทั่วไปตั้งแต่ท่านกลับมาจาก นครมักกะห์ เพราะฉะนั้นจึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านผู้หญิงเองก็ไม่ได้เรียน ภาษาไทยเหมือนกัน เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีอะไรมากนัก ผู้หญิงก็ไม่ได้ออก จากบ้าน ก็จะอยู่ในบ้านในเรือน ปฏิบัติตามหลักศาสนาแต่คุณพ่อ(อาเยาะห์) เป็นคนที่มองการณ์ไกล เห็นประโยชน์ของการศึกษาจึงได้ส่งไปเรียนภาคสามัญ นอกบ้าน แต่ว่าอยู่ใกล้ๆกับบ้านนั้นเอง

   ตอนนั้นอายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ที่โรงเรียน สุริวงศ์ ซึ่งเป็นชื่อถนน ถนนสุริวงศ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอประชุมอายูมันอิสลาม แล้วเข้ามาเรียนชั้นมัธยม 5 และ 6 ที่โรงเรียนอัสสัมชันคอนเวนต์ ในปี2488 เรียนต่อที่โรงเรียนพาณิชยการพระนครตั้งอยู่ที่วังบูรพา3 ปี ก็จบสูงสุดของ อาชีวะความรู้ที่ได้ก็คือบัญชี การค้าและก็เศรษฐศาสตร์ แล้วก็พาณิชยการพระนครนี้สามารถเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้โดยไม่ต้องสอบ พอไปอยู่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ 6 เดือน แล้วก็จำเป็นต้องออก เพราะว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในสมัยนั้นมีห้องประชุมเล็กมากที่เดียว เรียนได้เป็นรุ่นๆ ประมาณ 40-50 คนประมาณนี้ ที่ก็ไม่กว้างขวาง เวลาเราไปต้องมีเพื่อนจองที่ไว้ก่อน เพื่อนอยู่แถววัดคนละฝั่งกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เขามาแต่เช้าแล้วก็จองที่ ให้เราแต่ว่าเราเกรงใจมากเพราะวันหนึ่งก็แล้ว สองวันก็แล้วเราไม่ได้ไปฟัง เลคเชอร์ เพราะฉะนั้นไม่เป็นประโยชน์เลย เพื่อนก็ทรมาน เราก็ทรมานใจที่ไม่ได้ไป แล้วก็คิดถึงเพื่อน ที่เพื่อนต้องทำประโยชน์ให้แก่เราแต่เรานั้นรับประโยชน์นั้น ไม่ได้ เรียนได้ 6 เดือนนั้น ก็มีความจำเป็นต้องออก แล้วจะเรียนต่อไปก็ไม่ไหว แล้ว ยิ่งเรียนสูงขึ้นงานก็ต้องมากขึ้น และต้องทำงานของตัวเองด้วย

   ในปี นั้นคุณพ่อก็ได้รับการเลือกตั้งเป็นจุฬาราชมนตรีเป็นคนแรกของ พระราชบัญญัติ ท่านนั้นได้ตำแหน่งแต่ว่าไม่มีเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งอะไรเลย นอกจากเงิน การประชุมคณะกรรมการกลาง แล้วก็เงินสำหรับท่านเป็นค่าตอบแทนท่าน เลขานุการก็ ไม่มี ค่าเครื่องเขียนใดๆ ก็ไม่มี วันหนึ่งท่านจอมพลป.พิบูลสงคราม ได้บอกกับ คุณพ่อว่าอยากให้ลูกทำงานหน้าที่นี้ ถามคุณพ่อว่ามีลูกอยู่กี่คน ก็มีอยู่สองคน ลูกชายนั้นก็เรียนอยู่ที่ออสเตรเลีย ส่วนลูกสาวนั้นก็เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่ท่านถามถึงเรื่องลูกนั้นเป็นเพราะตำแหน่งนี้ไม่มีค่าตอบแทน อยากได้ลูกมาทำหน้าที่เป็นเลขานุการ จึงมอบหน้าที่เลขานุการให้เราตั้งแต่ปี 2490 ทำงานได้หน่อยนึง ก็ต้องแต่งงาน ก็เป็นไปตามความเห็นของผู้ใหญ่ ซึ่ง บอกว่าถ้าเผื่อมีใครมาขอแล้วอยู่ในอีหม่าน ก็จะให้ แล้วเราก็ไม่ได้มีห่วงว่าเรามีใครอยู่เพราะฉะนั้นเราก็แต่งงานไปแล้วก็ทำงาน ไป

   “เมื่อก่อนนั้นไม่สะดวกเหมือนกับเดียวนี้ ไม่มีรถ เราก็ได้รถประจำตำแหน่งจากสำนักนายกฯเอามาใช้อยู่คันหนึ่ง แล้วก็การทำพิมพ์หรือทำจดหมาย ราชการ เราก็ต้องขวนขวาย เท่ากับเราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ทางกระทรวงให้ ความร่วมมือในการมาสอนให้ มาแนะนำ มาชี้ให้ว่าวิธีการติดต่อราชการเป็น อย่างไร เราเรียนที่พาณิชยการฯเราก็ได้ในเรื่องการพิมพ์ดีดมาแล้ว เพราะฉะนั้น เป็นการสะดวก เรามีพิมพ์อยู่เราก็ทำไป แล้วก็เรื่องของการถ่ายเอกสารมันก็ไม่ง่าย เหมือนเครื่องในปัจจุบัน เราก็ต้องทำเองทั้งหมด ก็ได้ความรู้จากกระทรวงมหาดไทยว่าอันนี้จะต้องทำอย่างนี้ ต้องติดต่ออย่างนี้ กระทรวงก็มีหลายกระทรวง ว่าจะไป ติดต่ออะไรที่ไหนก็แนะนำให้สักปีหนึ่ง เพราะว่าเราจะไปเรียนที่เขาตลอดก็ไม่ได้ เขาก็มีงาน พร้อมกับมีหน้าที่ติดตามท่านจุฬาฯ ไปต่างจังหวัดที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปเยี่ยมราษฏรมุสลิม ช่วยท่านจุฬาฯจัดการพิมพ์พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานฉบับความหมายภาษาไทยตามพระ ราชประสงค์ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้เวลา13 ปี ในการถอดความหมายภาษาอาหรับเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเราก็ทำหน้าที่เลขานุการนี้มาโดยตลอดจนถึงท่านเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 ปี 2524

   พอหลังจากหลังนั้นแล้วทางกระทรวงก็ให้รักษาการแทน 3 เดือน หลังจากนั้นก็งด เรื่องนี้ไม่รับตำแหน่งอะไรสักอย่างเดียว” ท่านผู้หญิง เล่าถึงการทำงานช่วงเริ่มต้น ที่ได้ทำงานช่วยคุณพ่อ(อาเยาะห์)

   ท่านผู้หญิงทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโรงเรียนและครูของโรงเรียนด้วยทั้งนี้ เป็นเพราะว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่เราสอนแบบชนิดที่ว่าให้ความช่วย เหลือคนที่ยากจนเด็กกำพร้าแล้วก็พ่อแม่ที่มีลูกมากตามเจตนาของเจ้าของที่ดิน คือนายห้างเออีนานาซึ่งเป็นพ่อของคุณเล็กนานาแล้วเราก็ได้ทำอยู่เราทำก็ไม่ ได้กำไรทำแล้วมันก็ขาดทุนแต่จำเป็นที่จะต้องทำเพราะว่าโรงเรียนมุสลิมในตอน นั้นมีไม่มากนักแต่ก่อนที่จะหมดตำแหน่งเลขาฯจุฬาฯก็ได้งานอีกอย่างหนึ่งคือ งานผู้พิพากษาสมทบของกรุงเทพฯของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางอยู่ตรงใกล้ๆสนาม หลวงที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ในสถานพินิจมีเด็กทั้งพุทธทั้งมุสลิมได้ไปจัดอบรมเด็กเรื่องศาสนาตลอดจน กระทั่งไปทำหอประชุมให้กับสถานพินิจบ้านการุณาและก็อบรมเด็กทุกวันอังคารโดย หาอาจารย์จากข้างนอกแล้วก็เดือนถือศีลอดเราก็จัดของไปซึ่งเป็นที่แรกที่เรา จัดที่เกี่ยวกับนักโทษหรือเรื่องเด็กในสถานพินิจ เราก็เป็นรายแรกที่ทำกัน ตอนนั้นมุสลิมที่เป็นกรรมการ กับมุสลิมที่เป็นผู้พิพากษาสมทบในกรุงเทพฯก็มีน้อย เราก็ใช้ทุนของเราซื้อไปให้นำของหวานบ้าง อินทผลัม ของกินอะไรต่อมิอะไร ก็เท่ากับเราไปเผยแพร่อยู่ใน นั้น เป็นผู้พิพากษาสมทบตั้งแต่ปี 2519 เรียกว่าเป็น มุสลิมประมาณคนที่สองหรือสาม แต่เราเป็นผู้เริ่มใน เรื่องการทำงานนี้ จนกระทั่งสุดท้าย ต่อมาก็ขยายไป จังหวัดอื่นๆ

   อุปสรรคการทำงานนั้นท่านผู้หญิงเล่าว่า“ในการทำงานที่มีอุปสรรคหรือ เรื่องท้อก็มีมากบางครั้งเราน้ำตาร่วงแต่ก็คิดอีกทีว่าเราต้องสู้เพราะเราทำ งานในด้านศาสนาหลายอย่างคนเราชอบก็มีไม่ชอบกันก็มากเพราะฉะนั้นเรื่องนี้เรา ต้องหนักแน่นถึงแม้ว่าเราจะโกรธเราก็ข่มเอาไว้เวลามันข่มไม่ได้ก็มีร้องไห้ ต่อหน้าก็มีคือการทำอะไรมารยาทของมุสลิมเป็นมารยาทที่สอนให้ทุกคนนั้นอ่อน หวานดีทั้งต่อหน้าและลับหลังถ้าดีก็ดีต่อหน้าถ้าไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบเลย แล้วคนอื่นก็ไม่ชอบด้วยไม่มีใครหรอกที่จะพูดอย่างงี้ยอกันไปก็ยอกันมาเพราะ ฉันนั้นความจริงเป็นเรื่องสำคัญให้คิดถึงอกเขาอกเราเขาทำให้เราดีใจอย่างไง เราก็ต้องให้ทำให้เขาดีใจอย่างงั้นในทางที่ถูกต้องไม่ไช่ทำไปเพราะเยินยอ หรือทำให้เขารักเพราะฉะนั้นในหะดิษของท่านนบีก็มีที่พูดว่าสิ่งที่ไม่ควรทำ เนียะ การที่ทำให้คนอื่นช้ำใจยังใง ให้นิ่งมากกว่าที่จะพูดออกไป”

   ขอฝากถึงพี่น้องมุสลิมในเรื่องของการวางตัวของเราในเรื่องของมุสลิม ในเรื่องความเป็นอิสลาม จะ พูดเฉพาะผู้หญิงน่ะ ผู้หญิงเป็นคนที่ต้องอยู่ในบ้านในเรือน เรียกว่าตลอดชีวิต ถ้ายังสาวโสดอยู่ก็ไม่ได้ทำงาน ข้างนอก ก็ต้องเก็บตัวอยู่ข้างใน แต่ถ้าเผื่อว่าเป็นคนที่สามารถที่แต่งงานได้ ก็ควรแต่งงาน ชีวิตเรามีหลาย ระดับด้วยกัน เราก็จะต้องวางตัวให้ถูกต้อง ถ้าเผื่อเราศึกษาในด้านศาสนาแล้วเราจะมองว่าอิสลามเราได้วาง ระเบียบแบบแผนไว้อย่างดี เป็นแต่เราเอาอันนั้น มาให้พวกเราเข้าใจเป็นระเบียบภาษาไทย ซึ่งจะมีหมด ตั้งแต่ ด้านการแต่งกาย การพูดจาการเข้าสังคม ทุกอย่าง อะไรถูกอะไรผิด อะไรควรจะทำหรือไม่ควรจะทำ มีหมด เพราะฉะนั้นเราจะเป็นสตรีมุสลิมที่ดีก็ต้องวางตัวให้ดี ศึกษาเล่าเรียนในด้านนี้บ้างเราก็จะวางตัวเราถูกเวลาที่ เราเข้าสังคมกับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม

   ตลอดเวลาท่านผู้หญิงได้ทุ่มเทให้กับงานเพื่อสังคมมุสลิมมาโดยตลอด  ยอมสละซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อบิดามารดาและศาสนาอิสลามด้วยความกตัญญูเป็น ที่ตั้ง จนอัลลอฮฺได้ทรงประทานเกียรติสูงสุดในโลกนี้โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าวิเศษ เนื่องจากผลงานที่อุทิศเพื่อศาสนาและประเทศชาติโดยอาศัยหลักการทางศาสนามา เป็นแนวดำเนินการ  “ท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์”

ข้อมูลสำนักข่าว ไทยมุสลิม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส

Black Styler by MadBlazer