Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
ว่าด้วยเรื่องจริยธรรม ของ นบีมูฮัมมัด ผู้ส่งสารอิสลามแก่มนุษย์ชาติ ในอิสลาม
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าด้วยเรื่องจริยธรรม ของ นบีมูฮัมมัด ผู้ส่งสารอิสลามแก่มนุษย์ชาติ ในอิสลาม  (อ่าน 731 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8512 Level 75 : Exp 17%
HP: 5.3%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2015, 07:55:18 pm »
แบ่งปัน

ว่าด้วยเรื่องจริยธรรม ของ นบีมูฮัมมัด ผู้ส่งสารอิสลามแก่มนุษย์ชาติ ในอิสลาม


   

      ความสุภาพอ่อนโยนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม

   

      1. มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่า :

   

      أَنَّ أَعْرَابِيًّا بَالَ فِى الْمَسْجِدِ، فَثَارَ إِلَيْهِ النَّاسُ لِيَقَعُوا بِهِ، فَقَالَ لَهُمْ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ «دَعُوهُ، وَأَهْرِيقُوا عَلَى بَوْلِهِ ذَنُوبًا مِنْ مَاءٍ - أَوْ سَجْلاً مِنْ مَاءٍ -، فَإِنَّمَا بُعِثْتُمْ مُيَسِّرِينَ، وَلَمْ تُبْعَثُوا مُعَسِّرِينَ».

   

      ความว่า ชาวอาหรับชนบทคนหนึ่ง ได้ถ่ายปัสสาวะในมัสยิด ผู้คนจึงกรูเข้าหาหมายจะทำร้ายเขา ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงกล่าวกับพวกเขาว่า “จงปล่อยเขา (ให้ถ่ายปัสสาวะจนเสร็จก่อน) และจงนำน้ำถุงหนึ่ง หรือถังหนึ่งมาราดปัสสาวะเขา เพราะแท้จริงแล้วพวกเจ้าถูกบังเกิดขึ้นมา เพื่อเป็นผู้อำนวยความสะดวก และไม่ได้ถูกบังเกิด ให้เป็นผู้สร้างความลำบาก” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ตามสำนวนนี้ : 6128 และมุสลิม : 284)
       

   

      2. จากอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :

   

      «يَسِّرُوا وَلاَ تُعَسِّرُوا ، وَسَكِّنُوا وَلاَ تُنَفِّرُوا»

   

      ความว่า “พวกเจ้าจงทำให้ง่าย อย่าทำให้ยาก และจงทำให้สบายใจ อย่าทำให้ตื่นตระหนก” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 6125 และมุสลิม : 1734)

   

      3. มีรายงานจากอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา ว่าท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :

   

      «يَا عَائِشَةُ إِنَّ اللَّهَ رَفِيقٌ يُحِبُّ الرِّفْقَ، وَيُعْطِي عَلَى الرِّفْقِ مَا لاَ يُعْطِي عَلَى الْعُنْفِ، وَمَا لاَ يُعْطِي عَلَى مَا سِوَاهُ»

   

      ความว่า “โอ้ อาอิชะฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้อ่อนโยน และทรงโปรดปรานความอ่อนโยน และทรงประทานบนความอ่อนโยน ในสิ่งที่ไม่ประทานบนความแข็งกร้าว และสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากมัน” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 6927 และมุสลิมตามสำนวนนี้ : 2593
       

   

      จากอะนัส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ท่านได้กล่าวว่า :

   

      مَا سُئِلَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَلَى الإِسْلاَمِ شَيْئًا إِلاَّ أَعْطَاهُ - قَالَ - فَجَاءَهُ رَجُلٌ فَأَعْطَاهُ غَنَمًا بَيْنَ جَبَلَيْنِ فَرَجَعَ إِلَى قَوْمِهِ فَقَالَ يَا قَوْمِ أَسْلِمُوا فَإِنَّ مُحَمَّدًا يُعْطِى عَطَاءً لاَ يَخْشَى الْفَاقَةَ.

   

      ความว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ไม่ถูกขอสิ่งใดในการเข้ารับอิสลาม นอกจากท่านจะให้มัน อะนัสยังได้กล่าวต่อไปว่า มีชายคนหนึ่งมาหา ท่านเลยให้ฝูงแพะที่อยู่ระหว่างสองเนินเขาแก่เขา เขาเลยกลับไปหากลุ่มชนของเขาและบอกว่า “โอ้พรรคพวกเอ๋ย พวกท่านจงเข้ารับอิสลามเถิด เพราะแท้จริงนั้น มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ให้สิ่งของในลักษณะที่เขาไม่กลัวจะเกิดความยากจนเลย” (บันทึกโดยมุสลิม : 2312)

   

      
       

   

      จากอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า :

   

      كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَحْسَنَ النَّاسِ، وَكَانَ أَجْوَدَ النَّاسِ، وَكَانَ أَشْجَعَ النَّاسِ، وَلَقَدْ فَزِعَ أَهْلُ الْمَدِينَةِ ذَاتَ لَيْلَةٍ، فَانْطَلَقَ نَاسٌ قِبَلَ الصَّوْتِ، فَتَلَقَّاهُمْ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ رَاجِعًا، وَقَدْ سَبَقَهُمْ إِلَى الصَّوْتِ، وَهُوَ عَلَى فَرَسٍ لأَبِى طَلْحَةَ عُرْيٍ فِى عُنُقِهِ السَّيْفُ، وَهُوَ يَقُولُ «لَمْ تُرَاعُوا لَمْ تُرَاعُوا» قَالَ : «وَجَدْنَاهُ بَحْرًا أَوْ إِنَّهُ لَبَحْرٌ» قَالَ : «وَكَانَ فَرَسًا يُبَطَّأُ» .

   

       

   
      

         ความว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เป็นคนดีที่สุด เอื้อเฟื้อที่สุด และกล้าหาญที่สุด โดยในคืนหนึ่งชาวเมืองมะดีนะฮฺได้เกิดหวาดผวา(เนื่องจากเกิดเสียงดัง) ผู้คนจำนวนหนึ่งรีบรุดหน้าไปยังเสียงนั้น พวกเขาได้สวนทางกับท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ซึ่งท่านอยู่ในขากลับแล้ว ท่านได้ไปถึงยังเสียงนั้นก่อนพวกเขา โดยได้ขี่บนหลังม้าที่เปลือยเปล่าไม่มีอานของอบู ฏ็อลหะฮฺ และที่คอของมันมีดาบเสียบอยู่ พร้อมกับกล่าวว่า “พวกท่านไม่ได้ถูกคุกคาม พวกท่านไม่ได้ถูกคุกคาม(จากศัตรู)“ ท่านรอซูลกล่าว(ถึงม้าตัวนั้น)ว่า “เราได้พบว่ามันเป็นม้าที่วิ่งเร็วมาก” ท่านยังเล่าต่ออีกว่า “(ทั้งๆที่ม้าตัวนั้น)เมื่อก่อนมันเป็นม้าที่วิ่งช้า” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 2908 และมุสลิมตามสำนวนนี้ : 2307)
          

      

         แบบอย่างของท่านนบี ในการทำงานดะวะฮ์ อีกมุมหนึ่ง
         จากอะนัส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ท่านได้กล่าวว่า :

      

         خَدَمْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَشْرَ سِنِينَ ، فَمَا قَالَ لِى أُفٍّ، وَلاَ لِمَ صَنَعْتَ، وَلاَ أَلاَّ صَنَعْتَ.

      

          

      
         

            ความว่า ฉันได้รับใช้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม สิบปี (ตลอดเวลาสิบปีนั้น) ท่านไม่เคยกล่าวกับฉันว่า “อุฟ” (คำสบถที่แสดงออกถึงความเบื่อหน่ายหรือไม่พอใจ) หรือ “เจ้าทำทำไม(แบบนี้)?” หรือ “เจ้าน่าจะทำ(แบบนี้)?” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ตามสำนวนนี้ : 6038 และมุสลิม : 2309)
            
            ว่าด้วยทุก ๆ โรคนั้นมียารักษา
            อิบนุกอยยิม อัลเญาซียะห์
            รายงานจากท่านมุสลิมในหนังสือ “ซอเฮียะห์”
            จากท่านอบีซุเบร จากท่านญาบิร บินอับดุลลอฮฺ
            จากท่านนบี กล่าวว่า
            “ทุกๆ โรคนั้นมียารักษา ถ้าหากยานั้นถูกกับโรค โรค
            นั้นก็จะหายได้ด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺ ”
            (ซอเฮียะห์มุสลิม, 69/2204)
            ใน “ซอฮีเฮน” จากท่านอะตออ์ จากอบีฮุรอยเราะฮฺ
            จากท่านนบี ได้กล่าวว่า
            “พระองค์อัลลอฮฺ จะไม่ส่งโรคใดๆ มา นอกจากจะ
            ให้มียารักษาสำหรับโรคนั้นๆ มาด้วย”
            (ซอเฮียะห์บุคอรี, 5678)
            ในหนังสือ “มุสนัตอิหม่ามอะห์หมัด” มีหะดีษ
            จากท่านซิยาด บินอะลาเกาะฮฺ จากท่านอุซามะฮฺ
            บินชะรีก กล่าวว่า ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่
            กับท่านรอซูลุลลอฮฺ
            ได้มีชาวบ้านนอกกลุ่มหนึ่งมาหาท่านรอซูล
            แล้วกล่าวว่า “โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ เรา
            ต้องมีการเยียวยารักษาด้วยหรือ”
            ท่านรอซูล กล่าวตอบว่า “แน่นอน
            โอ้บ่าวของพระเจ้า ท่านต้องมีการเยียวยารักษา
            เพราะแท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ทรงให้เกิดโรคขึ้นในโลกนี้
            นอกจากพระองค์จะให้มีวิธีการรักษามันมาด้วย นอก
            จากโรคๆ เดียวเท่านั้น”
            พวกเขาถามว่า “โรคอะไรหรือ”
            ท่านนบี ตอบว่า “โรคชรา”
            (ซอเฮียะห์อะห์หมัด, 278/4)
            และในอีกคำพูดหนึ่งกล่าวว่า
            “พระองค์อัลลอฮฺ จะไม่ทรงให้มีโรคใดเกิดขึ้น นอก
            จากจะให้มีวิธีการรักษามาด้วย ผู้ที่รู้ก็
            จะรู้วิธีการรักษา ผู้โง่เขลาก็จะไม่รู้วิธีรักษา”
            (ซอเฮียะห์อะห์หมัด, 278/4)
            ในหนังสือ “มุสนัต” จากหะดีษของท่านอิบนิมัสอูด
            เป็นหะดีษมัรฟัวอ์ กล่าวว่า
            “แท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะไม่ส่งโรคลงมา นอก
            จากพระองค์จะส่งยารักษามาด้วย ผู้ที่รู้ก็
            จะรู้วิธีการรักษานั้น ผู้โง่เขลาก็จะไม่รู้วิธีการรักษา”
            (ซอเฮียะห์อะห์หมัด, 413, 377/1)
            ในหนังสือ “มุสนัต” และ “สุนัน” จากอบีคุซามะฮฺ
            เล่าว่า
            “โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ
            ท่านเห็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่เรา
            ได้ทำการปัดเป่าไหม และท่าน
            ได้เห็นการรักษาที่ทำการรักษาหรือไม่ และการป้อง
            กันสิ่งชั่วร้ายที่เราทำการป้องกัน เหล่านั้น
            เป็นสิ่งที่ต่อต้านกับลิขิตของอัลลอฮฺ หรือเปล่า”
            ท่านนบี ตอบว่า “ไม่หรอก นั่นแหละ
            เป็นลิขิตของพระองค์อัลลอฮฺ .”
            (ซอเฮียะห์อะห์หมัด, 3/421 หมายเลข 15411,
            15412, 15413)

             

         

            "ลูกเอ๋ย...อย่าได้ศึกษาหาความรู้ เพื่อการต่อล้อต่อเถียงระหว่างกัน...หรือเพื่ออวดผู้โง่เขลา...อวดดีต่อชุมชน

         

            และเจ้าอย่าได้ละวางในการที่จะแสวง
            หาความรู้...

         

             

         
            

               และรู้สึกภูมิใจกับความโง่เขลา.."

            

               (ลุกมาน อัลฮากีม)
               
               เก็บมาจากเพจ
ศาสนาอิสลาม(ที่แท้จริง)
               https://www.facebook.com/groups/1525150721106797/1543528959268973/?notif_t=group_activity

         
      
   
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส