Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
อดีตล้านนา กับ หาญยอดใจเพชร ผู้ประกาศศักดาฝีมือดาบเมืองเหนือ
ข่าว: เวทีสำหรับพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ ภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร สาระความรู้ ภาพถ่ายให้กับคน บ้านเฮา สมัครง่าย ใช้งานได้เลย ร่วมเป็นเพื่อนกับเรา คลิกลงทะเบียนเลย


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อดีตล้านนา กับ หาญยอดใจเพชร ผู้ประกาศศักดาฝีมือดาบเมืองเหนือ  (อ่าน 713 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8569 Level 75 : Exp 42%
HP: 5.3%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 19, 2015, 06:13:28 pm »
แบ่งปัน

   หาญยอดใจเพชร ผู้ประกาศศักดาฝีมือดาบเมืองเหนือ

   
      
   
       
   
      
      
         อนุสาวรีย์บรรพชนล้านนา ด้านที่เห็นเป็นภาพการต่อสู้ของหาญยอดใจเพชรกับทหารสุโขทัย
      
      
         ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
               
   
                          หาญยอดใจเพชร เป็นนายทหารชาวนครพิงค์เชียงใหม่  อยู่ในรัชสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกน เป็นนายทหารดาบเขนซึ่งมีฝีมือเป็นเยี่ยม  และเหตุที่ทำให้หาญยอดใจเพชรได้มีชื่อปรากฎอยู่ในประวัติศาสตร์ล้านนา ก็เพราะว่าในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเกิดมีกรณีแตกแยกระหว่างพี่น้องขึ้น  อันทำให้เกี่ยวเนื่องไปถึงพระมหาธรรมราชาไสยลือไท แห่งกรุงสุโขทัยจนเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ดังนี้
   
                         ครั้นนั้นสิ้นพระเจ้าแสนเมืองมาพระราชบิดาแล้ว ราชบุตรสองพระองค์ต่างมารดากันองค์พี่มีพระนามว่า เจ้ายี่กุมกาม  พระบิดาให้ไปครองเมืองเชียงรายแต่ครั้นมีพระชนมายุได้ ๑๕ พรรษา ส่วนองค์น้องมีพระนามว่า  เจ้าสามฝั่งแกน  เหตุที่ชื่อเช่นนี้เป็นเพราะเมื่อพระมารดาทรงพระครรภ์ได้ ๓ เดือน  พระราชบิดาได้พาเสด็จประพาสตามหัวเมืองต่างๆจนถึงเมืองสิบสองพันนาลื้อ  จนเวลาล่วงไปได้ ๗ เดือน กลับมายังพันนาฝั่งแกนจึงได้ประสูติพระกุมาร ณ ที่นั้น  ส่วนเจ้ายี่กุมกามนั้น ประสูติที่เวียงกุมกามจึงได้ชื่อว่า เจ้ายี่กุมกาม
   
                        พอพระเจ้าแสนเมืองมาถึงแก่พิราลัย เสนาทั้งหลายก็จัดการาชาภิเษกเจ้าสามฝั่งแกนขึ้นครองราชสมบัติ มีมหาอำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่ว่าราชการแทนเพราะพระเจ้าสามฝั่งแกนยังทรงพระเยาว์พระชันษายังไม่ถึงยี่สิบปี ทั้งยังต้องเตรียมการไว้เผื่อว่าทางเจ้ายี่กุมกามจะยกพลมาแย่งชิงราชสมบัติอีกด้วย  และแล้วก็เป็นจริงกองทัพเมืองเชียงรายโดยการนำของเจ้ายี่กุมกามผู้ครองเมือง ได้ยกมาเพื่อจะสัประยุทธ์ช่วงชิงราชสมบัติจากพระอนุชาด้วยความไม่พอพระทัยที่เจ้าสามฝั่งแกนได้ครองนครพิงค์สืบต่อจากพระราชบิดา   แต่เมื่อทางฝ่ายนครพิงค์ได้เตรียมป้องกันไว้แล้ว  ด้วยกำลังทัพซึ่งเหนือกว่า ทัพของเจ้ายี่กุมกามก็แตกพ่ายไป ตัวเจ้ายี่กุมกามก็หนีลงไปพึ่ง พระมหาธรรมราชาไสยลือไท  แห่งกรุงสุโขทัยและทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้ากรุงสุโขทัยสำเร็จ  โดยพระมหาธรรมราชาไสยลือไทไม่ทันได้พินิจให้รอบคอบ หลงเชื่อคำบอกเล่าของเจ้ายี่กุมกาม ในปี พ.ศ.๑๙๔๔ พระมหาธรรมราชาไสลือไท ยกทัพหลวงกรุงสุโขทัย ขึ้นมาเพื่อตีเมืองเชียงใหม่ ให้แก่เจ้ายี่กุมกามเจ้าเมืองเชียงราย   กองทัพสุโขทัยโดยการนำของพระมหาธรรมราชาไสยลือไทก็ยกไปโดยผ่านแม่น้ำยมขึ้นไปตีเมืองพะเยาก่อน  สร้างหอเรือกสูง๑๒ วาที่ตำบลหนองเต่าเพื่อจะเอาปืนยิงเข้าไปในตัวเมือง  แต่ฝ่ายผู้รักษาเมืองพะเยาก็เตรียมสู้เต็มที่  ถึงกับรื้อเอาทองเหลืองกระเบื้องมุงหลังคาที่วัดมหาพนมาหล่อทำปืนใหญ่สีที่กำหนดสามล้านตอง  เซ่นสรวงพลีด้วยกระบือเผือกผู้แล้วบรรจุกระสุนดินดำยิงไปทำลายหอเรือกนั้นพังลง พระมหาธรรมราชาไสยลือไททรงเห็นเป็นลางร้ายก็เลยไม่คิดสู้  แต่ได้สั่งให้เจ้ายี่กุมกามนำทัพลัดขึ้นไปเชียงรายเพื่อพักไพร่พลพอหายอิดโรยแล้วยกทัพย้อนลงมาทางเมืองฝางมุ่งตรงไปยังเชียงใหม่  ตั้งทัพอยู่ ณ ตำบลหนองหลวงแล้วให้คนถือหนังสือเข้าไปในเมืองเชียงใหม่มีใจความว่า 
   
                        “ เจ้ายี่กุมกามนั้นเป็นพี่ควรจะได้ราชสมบัติแทนพระราชบิดาถ้าขุนนางในเชียงใหม่ขัดขืน มิให้เจ้ายี่กุมกามขึ้นครองราชสมบัติแล้ว  พระมหาธรรมราชาไสยลือไทก็จัดยกทัพพลโยธาเข้าตีชิงเอาเมืองนครพิงค์ให้แก่เจ้ายี่กุมกามให้จงได้”
   
                          ทางฝ่ายในเมืองนครพิงค์บรรดาเสนามาตย์ข้าราชการขุนนางทั้งหลายก้พร้อมใจกันมีหนังสือตอบไปยังอีกฝ่ายหนึ่งใจความว่า   “เจ้ายี่กุมกามถึงหากจะเป็นพี่ ก็หามีบุญญาธิการมิได้เพราะฉะนั้นการที่จะรบด้วยกำลังพลโยธาทั้งสองฝ่ายก็เห็นที่ว่าจะหมดเปลืองชีวิตของเหล่าพลโยธาเสียเปล่า ข้าพเจ้าทั้งหลายใคร่จะขอให้มีการเสี่ยงบารมีว่าใครจะมีบุญญาธิการยิ่งกว่า ระหว่างเจ้ายี่กุมกามกับเจ้าสามฝั่งแกนกล่าวคือ  จัดให้มีการต่อสู้กันตัวต่อตัวระหว่างนายทหารซึ่งมีฝีมือเยียมฝ่ายละคน  คัดเลือกจัดสรรเอามาจากในกองทัพของแต่ละฝ่าย  หากว่าทหารของฝ่ายใดได้รับชัยชนะก็จะถือว่าเป็นการแพ้ชนะด้วยทั้งกองทัพ  ด้วยบุญญาธิการบารมีของเจ้าชายทั้งสอง พระองค์จะเห็นเป้นประการใด”
   
                          พระมหาธรรมราชาไสยลือไทได้ทรงรับหนังสือเช่นนั้น  ก็นำมาปรึกษากับเหล่าแม่ทัพนายกองของฝ่ายพระองค์  ต่างก็เห็นดีเห็นชอบตามข้อเสนอของเสนามาตย์ฝ่ายเมืองนครพิงค์ทั่วหน้ากัน  พระมหาธรรมราชาไสยลือไทก็ทรงมีหนังสือตอบตกลงตามเงื่อนไขที่กำหนด
   
                        ครั้นแล้ว  ทั้งสองฝ่ายก็เลือกคัดสรรนายทหารที่มีฝีมือ  เพื่อจะได้ออกไปสู้กับฝ่ายตรงข้าม  มันเป็นการต่อสู้ที่หมายถึงการพนันระหว่างเจ้าชายสองพี่น้อง  ฝ่ายใดชนะก็จักได้ขึ้นครองนครพิงค์ ฝ่ายใดแพ้ก็ต้องก้มหน้าออกจากตำแหน่งนายทหารผู้ได้รับคัดเลือกจากกองทัพของสุโขทัยนั้นปรากฎชื่อในประวัติศาสตร์เป็นผู้ที่ชำนาญเพลงดาบสองมือเป็นเยี่ยมยอดหาผู้เสมอเหมือนมิได้   ทางฝ่ายนครพิงค์ก็ได้เลือกจัดหานายทหารผู้มีฝีมือกันอย่างจริงจัง ในที่สุดก็ได้นายทหารผู้มีนามว่า หาญยอดใจเพชร  เป็นผู้เชี่ยมชาญในการใช้ดาบเขนอย่างหาตัวจับยาก
   
                        เมื่อต่างฝ่ายก็ได้ตัวนายทหารที่จะมาขับสู้เพื่อแข่งบุญญาธิการของเจ้านายของตนแล้ว  ก็นับเป็นเวลาและจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม  ก็ไปได้ที่ตำบลเชียงขวางนอกเมืองเชียงใหม่  จึงประชุมกันจัดตั้งเป็นสนามประลองฝีมือระหว่างทหารเอกของสุโขทัยกับทหารเอกของเชียงใหม่  ท่ามกลางความตื่นเต้นของชาวเมืองและของเหล่าไพร่พลทั้งสองฝ่าย  พระเจ้าสามฝั่งแกน  เจ้ายี่กุมกาม  และพระมหาธรรมราชาไสยลือไทต่างก็เสด็จมาประทับทอดดพระเนตรการต่อสู้ครั้งนี้  พร้อมด้วยเสนามาตย์ข้าราชการ  รวมทั้งพลโยธาทั้งหลายซึ่งพากันมาประชุมพร้อมใจกันด้วยใจอันเต้นระทึก  พอได้เวลา ทหารเอกของทั้งสองฝ่ายก็ออกสู่สนาม พร้อมด้วยอาวุธคู่มือ  ทหารฝ่ายสุโขทัยถือดาบสองมือกระชับ  ลวดลายที่รำไหว้ครูสวยงามเป็นสง่าน่าชมยิ่งนัก  ฝูงชนที่มาชมก็กล่าวชมกันเซ็งแซ่ว่านายทหารชาวสุโขทัยนี้สง่านัก  ท่าทางที่รำดาบไหว้ครูก็งดงามสมเป็นชายชาติทหาร
   
                         ทีนี้ถึงคราวหาญยอดใจเพชรทหารเอกของทัพนครพิงค์เชียงใหม่ผู้รับอาสามาต่อสู้เพื่อรักษาราชบัลลังก์ของพระเจ้าเหนือหัวก็มิได้น้อยหน้านายทหารสุโขทัย  เขาวาดลวดลายการรำไหว้ครูได้สวยงามไม่แพ้นายทหารสุโขทัย แม้ว่ามือข้างหนึ่งถือดาบและอีกข้างหนึ่งจับเขน จะทำให้ไม่สะดวกในการออกลวดลายได้เต็มที่เท่ากับการใช้ดาบสองมือ  แต่ท่วงท่าอันสง่าอาจหาญของทหารเอกนครพิงค์ก็ได้รับเสียงแซ่ซ้องชมเชยจากผู้ชมทั้งสองฝ่าย  ครั้นแล้วความชื่นตาที่พวกเขาได้รับก็เปลี่ยนเป้นความตื่นเต้นหวาดเสียว  เมื่อการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง  เสียงดาบประดาบดังสะเทือนประสาทของผู้มีขวัญอ่อน  และผู้ที่หวาดว่าจะต้องสูญเสียเมืองให้แก่ศัตรูก็ยืนตัวแข็ง  ส่งกระแสจิตไปช่วยนายทหารฝ่ายของตัวตลอดเวลา
   
                         การสัประยุทธ์ของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้น  ทั้งสองมีความสามารถเกือบจะเสมอกันจึงไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำโดยง่ายต่างฝ่ายต่างก็มีลวดลายชั้นเชิงหลบหลีกปัดป้องอย่างว่องไว  ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเอาใจช่วย  องค์ประมุขทั้งสามพระองค์ก็ทอดพระเนตรการต่อสู้ด้วยสีพระพักตร์อันเคร่งเครียด  จนเวลาผ่านไป  ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้  คงผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบอยู่เช่นนั้น
   
                         แต่ครั้นแล้วในที่สุด  หาญยอดใจเพชรก็ได้ที มีโอกาสได้ฝากคมดาบเฉี่ยวเอาเท้านายทหารสุโขทัยเข้าฉับหนึ่ง(ในตำนานบอกว่า เพิก ไปหน่อยหนึ่ง) ทหารสุโขทัยจึงเป็นฝ่ายแพ้แต่ในเวลานั้น  อันหมายความว่าฝ่ายนครพิงค์ได้รับชัยชนะด้วยฝีมือการใช้อาวุธของนายทหารเอกของนครพิงค์ผู้มีนาม  หาญยอดใจเพชร
   
       
   
      
   
       
   
      ประวัติสงครามระหว่างสุโขทัยกับเชียงใหม่ ภายใต้อนุสาวรีย์บรรชนล้านนา
   
       
   
      ขอบคุณภาพจาก
   
      
       
   
      เขียนโดย 
คัดลอกจาก
http://historicallanna01.blogspot.com/2011/04/blog-post_29.html
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส

Black Styler by MadBlazer