Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
อีหม่ามทั้งสี่ ในฐานะนักฟื้นฟูแถวหน้าแห่งอิสลาม
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
เมษายน 29, 2017, 12:47:05 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อีหม่ามทั้งสี่ ในฐานะนักฟื้นฟูแถวหน้าแห่งอิสลาม  (อ่าน 622 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8488 Level 75 : Exp 7%
HP: 33.4%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2015, 07:05:49 am »
แบ่งปัน

   อีหม่ามทั้งสี่ในฐานะนักฟื้นฟูแถวหน้าแห่งอิสลาม
   
   
   555

   แม้ว่าหลังจากการเสียชีวิต ของท่านเคาะลีฟะฮฺ อุมัรที่สอง [1] อำนาจของรัฐบาล ก็กลับไปอยู่ในมือ ของผู้ที่ขาดความยำเกรงพระเจ้าอีกครั้ง แต่ในแง่การเมืองแล้ว ภารกิจที่ดีงามทั้งหลาย ที่ริเริ่มโดยท่านนั้น ได้ถูกเหวี่ยงเข้าไปสู่กระแสลมไปแล้ว ดังนั้น จึงหามีใครสามารถหยุดการตื่นตัวอิสลาม และขบวนการทางปัญญาได้ไม่ การเคลื่อนไหวที่ถูกกระตุ้นจากตัวท่าน จึงได้ก่อดอกออกผลขึ้นมา

   ทั้งราชวงศ์อุมัยยะฮฺ และราชวงศ์อับบาซียะฮฺ ได้ใช้อำนาจ และความมั่งคั่ง เข้าไปมีส่วน (แทรกแซง) เส้นทางของขบวนการนี้ แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้น ความก้าวหน้าของมันได้

   ภายใต้อิทธิพลของการตื่นตัวอิสลาม และขบวนการทางปัญญานี้เอง ได้ปรากฏงานที่ทรงคุณค่า จำนวนมาก ศาสตร์ต่างๆ ที่ว่าด้วยอัลกุรอาน และอัลฮะดีษ ก็ได้ถูกจัดทำขึ้นมา มีการดำเนินการทางด้านอิจญติฮาด (คือการวินิจฉัย ตามกระบวนการความรู้อิสลาม เพื่อก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ) และงานเก็บรวบรวมวิชาการต่างๆ มีการใช้รากฐานของอิสลาม (คือแหล่งคำสอนอิสลาม ได้แก่อัลกุรอาน และอัซซุนนะฮฺ) ในการให้รายละเอียดต่างๆ ของกฎหมายอิสลาม รวมไปถึงกฎเกณฑ์ทั้งหมด ที่จำเป็นต่อการสร้างระบอบสังคม ที่กว้างขวางก็ถูก กำหนดออกมาจากระบอบอิสลามดังกล่าว อย่างพรั่งพร้อม

   งานเหล่านี้ เริ่มต้นในฮิจญเราะฮฺศตวรรษที่ 2 และดำเนินต่อไปอย่างกระตือรือร้น จนถึงฮิจญเราะฮฺศตวรรษที่ 4 (ประมาณช่วงปี ฮ.ศ 100- ฮ.ศ 300)

   มุญัดดิด (นักฟื้นฟู) ในช่วงเวลานี้ ได้แก่อิหม่ามทั้งสี่ [2] ซึ่งถือกันว่า เป็นผู้ก่อเกิดสำนักนิติศาสตร์ (ฟิกฮฺ) ทั้งสี่ อันเลื่องชื่อ แม้ว่าจะมีมุจญตะฮิด (ผู้สามารถทำการอิจญติฮาดได้) ที่นอกเหนือจากท่านทั้งสี่ เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีเหตุผลบางอย่าง ที่ได้ทำให้พวกท่านทั้งสี่ อยู่ในฐานะ ที่เหนือกว่ามุจญตะฮิดท่านอื่นๆ และทำให้ท่านทั้งสี่นี้ ถูกขนานนามว่า มุญัดดิด (นักฟื้นฟู) แห่งอิสลาม นั่นก็คือ

   ประการที่ 1 การที่อิหม่ามทั้งสี่ มีความเป็นเลิศ ด้วยการที่มีมุมมองที่ลึกซึ้ง และมีพลังทางปัญญา ที่เด่นเป็นพิเศษ เห็นได้จากความคิดทางศาสนา และการก่อเกิดสำนักคิด อันทรงพลัง ซึ่งการกระตุ้น (ทางปัญญา) ที่มีพลังของพวกท่าน ยังคงดำเนินต่อไป ด้วยการผลิตมุจญตะฮิด ไปจนกระทั่งถึงฮิจเราะฮฺศตวรรษที่แปด [3]

   นอกจากนี้ พวกท่านยังได้ร่วมกันพัฒนา หลักการพื้นฐานที่ลึกซึ้ง ในการประยุกต์ใช้ที่เป็นสากล เพื่อการผลิตรายละเอียดต่างๆ ที่ได้มาจากรากฐานคำสอนอิสลาม และเพื่อนำกฎชะรีอะฮฺ (กฎหมายอิสลาม) ไปใช้แก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตได้

   ผลงานเหล่านี้ของพวกท่าน ได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่นว่า งานทั้งหมดในยุคหลังที่เกี่ยวข้องกับวิธีการอิจญติฮาดนั้นถูกผลิตมากจากแนว คิดที่ได้มาจากหลักการของพวกท่าน และคงจะไม่มีมุจญตะฮิดคนใดในอนาคตยอมสูญเสียสายตา โดยก้าวไปตามเส้นทางอย่างอิสระ ด้วยการละทิ้งหลักการที่พวกท่านได้วางไว้

   ประการที่ 2 การที่อิหม่ามทั้งสี่ กระทำสิ่งต่างๆ ข้างต้นอย่างอิสระ โดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ จากรัฐบาล ในบางโอกาส พวกท่านต้องหนีห่าง จากการแทรกแซงของทางการ เพื่อที่จะได้ทุ่มเท กับงานของท่านอย่างสงบ การวางความสัมพันธ์เช่นนี้ ทำให้พวกท่านต้องประสบ กับความยากลำบาก และการถูกลง โทษอย่างหนักหน่วง

   ดังตัวอย่าง ท่านอิหม่ามอบู ฮะนีฟะฮฺ เคยถูกเฆี่ยนตี และถูกขังคุก โดยผู้ปกครอง จากทั้งราชวงศ์อุมัยยะฮฺ และอับบาซียะฮฺ และท่านถูกวางยาพิษ ที่ละเล็กที่ละน้อย (จนจบชีวิตในท้ายที่สุด) ท่านอิหม่ามมาลิก เคยถูกโบย 70 ครั้ง ในสมัยของอัล-มันศูรฺ แห่งราชวงศ์อับบาซียะฮฺ

   สำหรับท่านอิหม่ามอะหฺมัด อิบนฺ ฮัมบัล นั้น ถูกทรมานหลายครั้ง ในสมัยของอัลมามูน, มุอฺตะศิม, และวาษิก และถูกเฆี่ยนตี อย่างโหดร้าย ดังที่กระทำกับอูฐและช้าง แต่พอถึงสมัยของมุตะวักกิล ขึ้นสู่อำนาจ สภาพต่างๆ ก็เปลี่ยนไป ท่านอิหม่ามกลับมาได้รับการนับถือ ยกย่องอย่างสูง พร้อมกับได้มีของขวัญต่างๆ หลากหลายชนิดมอบให้แก่ท่าน ท่านกลับร้องให้อย่างปวดร้าว โดยกล่าวว่า “มันหนักกับฉัน ยิ่งกว่าการเฆี่ยน และการถูกจองจำเสียอีก”

   แม้ว่าต้องพบกับความทุกข์ยากเช่นไร บรรดาอิหม่าม ผู้มีเกียรติเหล่านี้ ไม่เคยยอมให้อิทธิพลของทางการ มาหน่วงเหนี่ยว หรือส่งผลกระทบ ต่องานรวบรวบ และค้นคว้าวิจัย ในความรู้ต่างๆ ของอิสลาม เลย

   เพราะฉะนั้น พวกท่านจึงสามารถจัดวางรูปแบบความรู้ดังกล่าว ขึ้นมาได้ ด้วยแบบอย่างของพวกท่าน ซึ่งแม้ว่าพวกท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่งานด้านอิจญติฮาด และการรวบรวมความรู้ของพวกท่าน ก็ยังคงอยู่ โดยปลอดจากการแทรกแซง จากราชสำนัก ในระยะเวลานาน ไม่น้อยเลยทีเดียว

   แท้จริงผลของการทำงานหนัก และพากเพียรของพวกท่าน ทำให้งานที่เชื่อถือได้ เกี่ยวกับอัลกุรอาน และกฏหมายอิสลาม รวมทั้งการรวบรวมฮะดีษ ที่ถูกต้องทั้งหมด มาถึงเรานั้น อยู่ในสภาพที่บริสุทธิ์ โดยไม่แปดเปื้อน ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา อย่างน่าประหลาดใจ

   กระนั้นก็ตาม งานเหล่านี้ ได้ถูกถ่ายทอด จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นหนึ่ง ขณะที่มีการถ่ายทอดนั้น ได้รับผลกระทบ จากแรงจูงใจ ที่เห็นแก่ตัว ของพวกผู้ปกครอง และราชา ที่มุ่งแต่เสพสุขส่วนตัว รวมไปถึงแรงกระทบ ที่มาจากความเสื่อมทรามทางสังคม ทางปัญญา และทางศีลธรรม ของคนมุสลิมทั่วไปด้วย [4]

   เชิงอรรถจากบรรณาธิการ

   [1] หมายถึงท่านเคาะลีฟะฮฺ อิบนุ อับดุล อะซีซ ซึ่งนักประวัติศาสตร์จำนวนมาก เรียกว่าเป็นเคาะลีฟะฮฺ อัรเราะชีดีน คนที่ 5 ท่านได้รับการยอมรับ จากบรรดาปราชญ์อิสลามว่า เป็นนักฟื้นฟ ู(มุญัดดิด) คนแรก ของอิสลาม แม้ท่านจะเป็นผู้นำสูงสุดของโลกมุสลิม เพียงสองปีเศษ แต่อิทธิพลที่สำคัญ ที่มากกว่าการเป็นผู้ปกครองในอุดมคติ ก็คือ การส่งผ่านแนวคิด และระบอบคำสอนอิสลาม ให้แก่โลกมุสลิม ตลอดหลายศตวรรษต่อมา

   [2] ท่านแรกคือ อิหม่ามอบู ฮะนีฟะฮฺ อยู่ช่วงฮ.ศ 80-150(ค.ศ 699-767) ท่านที่สองคืออีหม่ามมาลิก อยู่ช่วง ฮ.ศ. 95-179(ค.ศ.714-798) ท่านที่สามคืออิหม่ามอัช-ชาฟิอียฺ อยู่ช่วงฮ.ศ. 150-240(ค.ศ.767-854) ท่านที่สี่ คืออิหม่ามอะหฺมัด อิบนฺ ฮับบัล อยู่ช่วงฮ.ศ.164-241(ค.ศ.780-855)

   [3] เข้าใจว่าผู้เขียน หมายถึงมุจญตะฮิดหลายท่าน ที่เกิดขึ้นในสมัยของชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ ในฮิจเราะฮฺนี้ ศตวรรษที่แปด เพราะท่านได้กล่าวถึง ด้วยความสำเร็จ อย่างสูงของมุญัดดิด ในศตวรรษนี้ อีกทั้งมุญัดดิด ในศตวรรษ ยังได้รับอิทธิพลที่ส่งตรง มาจากยุคของสี่หม่าม - ผู้แปล

   [4] แรงจูงใจนี้เอง เป็นเหตุสำคัญให้มีการบิดเบือนแนวคิด ของท่าน และทำให้ผู้คนมีทรรศนะ ต่อพวกท่านที่ผิดพลาด

   

       

   

      ที่มา

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap