Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
เชียงใหม่ในอดีต:เรื่องเล่า สถานีรถไฟเชียงใหม่
Welcome Guest, please login or register.
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เชียงใหม่ในอดีต:เรื่องเล่า สถานีรถไฟเชียงใหม่  (อ่าน 634 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8417 Level 74 : Exp 75%
HP: 6.6%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2015, 10:10:49 am »
แบ่งปัน

เชียงใหม่ในอดีต:เรื่องเล่า สถานีรถไฟเชียงใหม่
    
   

      Screen Shot 2015-05-09 at 20.28.30

   

      การสร้างเส้นทางรถไฟสายเหนือ เริ่มต้นมีการสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2448 เมื่อทางราชการได้เริ่มลงมือสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟสายเหนือขึ้น โดยมีวิศวกรชาวเยอรมันชื่อ มิสเตอร์ อี. ไอเซ็นโฮเฟอร์ ซึ่งเข้ามารับราชการในกรมรถไฟหลวงเมื่อปลายรัชกาลที่ 5
      ทางรถไฟสายเหนือสร้างจากกรุงเทพขึ้นมาจนถึงลำปางก็ต้องหยุดชะงัก เนื่องจากภูมิประเทศในแถบนี้เป็นภูเขาสูงและมีเหวลึก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การสร้างทางรถไฟต่อจากลำปางมาถึงเชียงใหม่ต้องล่าช้าออกไป อุปสรรค์อันใหญ่หลวงของการสร้างทางระหว่างลำปางมาเชียงใหม่ก็คือ จะต้องทำการขุดเจาะภูเขาขุนตาน ซึ่งอยู่บนสันเขาผีปันน้ำเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดลำปางกับจังหวัดลำพูน
      การสำรวจและขุดเจาะถ้ำขุนตานใช้เวลาถึง 11 ปีจึงแล้วเสร็จ งานขุดเจาะเริ่มตั้งแต่ปี 2450 แล้วเสร็จในปี 2461 โดยขุดเจาะจากภายนอกทั้งสองด้านเข้าไปบรรจบกันตรงกลาง ใช้ช่างชาวเยอรมันกว่า 250 คน กรรมกรชาวจีน อีสานและคนเมืองอีกหลายพันคน ในการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานคนงานต้องพบกับอุปสรรคมากมาย มีกรรมกรชาวจีนจำนวนมากล้มตายลงที่นี่ด้วยโรคอหิวาและไข้มาลาเรีย ทั้งโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงปัญหาเสือคาบคนงานไปกิน แม้แต่นายช่างชาวเยอรมันก็เคยถูกเสือที่เข้าไปหลบซ่อนอยู่ในอุโมงค์ทำร้ายบาดเจ็บมาแล้วส่วนงานเจาะภายในอุโมงค์นั้นใช้กรรมกรชาวอีสานกับคนพื้นเมือง เนื่องจากชาวจีนไม่ยอมทำงานในอุโมงค์ เพราะพวกเขาถือว่าในอุโมงค์เป็นที่สิงสถิตย์ของภูตผีปีศาจ
      เมื่อเริ่มทำการขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานได้ไม่นาน ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เสียก่อน มิสเตอร์ อี. ไอเซ็นโฮเฟอร์ ถูกจับตัวเป็นเชลยศึกในฐานะชนชาติศัตรู ถูกขังในเมืองไทยนาน 6 เดือนแล้วถูกส่งต่อไปยังประเทศอินเดียอีก 2 ปี จากนั้นจึงถูกส่งกลับประเทศเยอรมัน ในปี พ.ศ.2463 ต่อมาในปี พ.ศ.2472 ท่านได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้งและพำนักอยู่ในเมืองไทยจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2505 จึงเสียชีวิต
      ภายหลังการขุดเจาะอุโมงค์ที่ถ้ำขุนตานแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2461 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจที่สำคัญของเชียงใหม่ ลำพูนเป็นเสมือนการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งจากความต้องการไม้สักของบริษัททำไม้อังกฤษ (บริษัทบอมเบย์เบอร์ม่า) นอกจากนี้ทางรถไฟดังกล่าวยังเป็นเส้นทางลำเลียงไม้สัก ข้าวและถ่านหุงต้มในเขตภาคเหนือไปยังตลาดภาคกลางได้สะดวกขึ้น
      หลังจากที่ทางรถไฟสายเหนือสร้างมาถึงเชียงใหม่ ทำให้การเดินทางจากกรุงเทพขึ้นมาเชียงใหม่ใช้เวลาไม่นานเหมือนแต่ก่อน ผู้คนจำนวนมากหันมาใช้บริการของรถไฟจึงทำให้แต่ละขบวนแออัดไปด้วยผู้โดยสาร จนบางครั้งต้องออกแรงปีนขึ้นไปนั่งบนหลังคาก็มี หลังจากนั้นทางมณฑลพายัพจึงได้สร้างสถานีรถไฟประจำเชียงใหม่ขึ้น ชาวบ้านเรียกสถานีนี้ว่า “สถานีป๋ายราง” หมายถึงที่สิ้นสุดของรางรถไฟ หลังการก่อสร้างสถานีรถไฟเชียงใหม่เสร็จก็ได้มีพิธีเปิดทำการเดินรถไฟสายเหนือขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2464 จนถึงปัจจุบันนับได้ 88 ปี
      สถานีรถไฟเชียงใหม่ที่เห็นในปัจจุบัน นับเป็นอาคารหลังที่ 2 ซึ่งอาคารหลังแรกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2464 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดทำลายสถานีรถไฟเชียงใหม่จนพังพินาศเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2486 หลังจากที่สถานีรถไฟถูกระเบิด ทางราชการต้องประกาศงดใช้สถานีแห่งนี้ไปหลายปี ผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟต้องขึ้นลงที่สถานีป่าเส้า จังหวัดลำพูนแทน ต่อมาเมื่อสงครามสงบลงจึงได้มีการสร้างสถานีรถไฟขึ้นใหม่ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
      ปัจจุบันสถานีรถไฟเชียงใหม่ถือเป็นประตูสู่เมืองเชียงใหม่ ในแต่ละวันมีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางเข้าออกเป็นจำนวนหลายหมื่นคน ทางการรถไฟได้มีความพยายามปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบสถานีรถไฟเชียงใหม่ให้มีความสวยงาม ซึ่งมีความสกปรกและรกรุงรังมากโดยเฉพาะพื้นที่ด้านข้างสถานีรถไฟเชียงใหม่ปกคุลมด้วยต้นไม้หนาทึบ อาจเป็นสถานที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญกรรม ขณะเดียวกันก็มีข่าวจากวงในว่าทางการรถไฟจะมีการรื้อทิ้งวงเวียนรถไฟ ซึ่งวงเวียงแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อสถานีรถไฟเชียงใหม่เป็นอย่างมาก โดยในอดีตวงเวียนรถไฟใช้เป็นที่กลับหัวรถจักรโดยจะใช้พนักงานมาช่วยกันหมุนฟันเฟื่องเพื่อให้หัวรถจักรที่วิ่งมาจากกรุงเทพนั้นหันหัวกลับทางเดิม ซึ่งหัวจักรไอน้ำในอดีตนั้นต่างจากหัวรถจักรดีเซลในปัจจุบันเพราะมาหัวเดียวไม่เหมือนหัวรถจักรดีเซลที่มีอยู่ 2 หัว จึงไม่ต้องใช้วงเวียนในการกลับหัวรถจักร
      หลังจากที่วงเวียนรถไฟไม่ได้ถูกใช้งานมานานหลายสิบปี จึงทำให้ทางการรถไฟมีแนวคิดที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์และอาจจะทุบทิ้งวงเวียนแห่งนี้ เพื่อนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษามรดกอันสำคัญต่อประวัติศาสตร์การรถไฟ จึงอยากให้ทางการรถไฟได้อนุรักษ์วงเวียนแห่งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟของเชียงใหม่ หรืออาจจะมีการปรับปรุงบูรณะให้สวยงามแล้วเปิดโอากาสให้ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาความเป็นมาของสถานีรถไฟน่าจะเป็นประโยชน์กว่า

   

      ขอขอบคุณ
      คุณอดุลย์ พาพันธ์ ภาพประกอบ

   

      จักรพงษ์ คำบุญเรือง
      Jakrapong@chiangmainews.co.th
      5/5/58

   

       

   

      credit

   

      http://www.chiangmainews.co.th/page/?p=383500

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service