Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
แฉเล่ห์วางยา ลักพาสุดทมิฬ ผ่าขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจา อำมหิตเหลือล้น!
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
มีนาคม 28, 2017, 07:01:50 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แฉเล่ห์วางยา ลักพาสุดทมิฬ ผ่าขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจา อำมหิตเหลือล้น!  (อ่าน 507 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8464 Level 74 : Exp 96%
HP: 32.7%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 03, 2015, 06:13:19 pm »
แบ่งปัน

   “ค้ามนุษย์” นับว่าเป็นประเด็นร้อนแรงแสนสำคัญ ที่รัฐบาลหยิบยกให้เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากเป็นปัญหาที่ถูกสั่งสมมาช้านาน มิหนำซ้ำยังนำมาสู่ความเสียหายที่มีต่อภาพลักษณ์ เศรษฐกิจการค้าของประเทศไทยอย่างมาก และยากที่จะเยียวยาขึ้นทุกขณะ

   กระนั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาผู้อ่านเดินตามรอยเส้นทางขบวนการค้ามนุษย์ ไล่เรียงกันตั้งแต่ต้นทาง ยันปลายทาง พร้อมเผยถึงชะตากรรมชีวิตของเหยื่อค้ามนุษย์ โดยอมุษย์นายหน้า และเม็ดเงินที่พวกเขาต้องจ่าย ตื้นลึกหนาบางเป็นเช่นไร วันนี้เรามีของร้อนมาเสิร์ฟคุณแล้ว!

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ ประเมินว่าน่าจะมีการตายระหว่างทางอยู่ประมาณ 500-600 คน

   เปิดกระบวนการตั้งต้น อพยพมนุษย์ล่องทะเล ดินแดนไทยเรียกค่าไถ่โหด!
   นายศิววงศ์ สุขทวี ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ ชำแหละขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจาอย่างละเอียดว่า โรฮีนจาที่มีการจ่ายเงินเพื่อไปสู่ประเทศที่ 3 แบ่งได้ 3 กลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มที่ต้องการเดินทางไปประเทศที่ 3 จริงๆ ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการจ่ายเงินมาตั้งแต่ปลายทาง เช่น จากญาติหรือคนที่รู้จัก โดยอาศัยขึ้นเรือมาเท่านั้น 2. กลุ่มที่มีการหนีออกมาและยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน แต่มีความจำเป็นจะต้องหนีออกมา พร้อมที่จะเผชิญกับอนาคตข้างหน้าที่ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โดยกลุ่มนี้อาจจะไม่จ่ายเงินด้วยซ้ำ ทั้งนี้ 2 กลุ่มนี้จะมีอยู่ไม่มาก แต่อีกกลุ่มที่อาจมีเยอะกว่า คือ กลุ่มที่ 3. กลุ่มที่มาจากบังกลาเทศ กลุ่มโรฮีนจาบางกลุ่มที่ต้องการจะไปมาเลเซียตรงๆ กลุ่มนี้อาจจะมีการจ่ายอยู่บ้างจากต้นทาง ก่อนที่จะขึ้นเรือ ประมาณ 1,000-3,000 บาท แต่อย่างไรก็ตาม โรฮีนจาจำนวนมากมักไม่จ่ายเงินตั้งแต่ต้นทาง หรือจ่ายน้อยมาก

   ต่อมา นายหน้าที่รับเงินมาตั้งแต่ทีแรก ก็จะทยอยส่งคนลงเรือเล็ก เพื่อเดินทางไปขึ้นเรือใหญ่ที่จอดลอยลำอยู่กลางทะเล ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลารอให้จำนวนคนบนเรือถึงเป้าหมายที่คิดไว้แล้วว่าคุ้มค่าในการเดินทาง จึงค่อยออกเรือ ซึ่งในปัจจุบันเรือลำใหญ่จะสามารถรับได้ประมาณ 500 คนขึ้นไป สูงสุดประมาณ 800-900 คนต่อลำ พอหาคนมาขึ้นเรือได้จำนวนที่คุ้มทุนแล้วก็ล่องเรือเข้ามาในอ่าวไทย โดยระยะเวลาที่เดินทางประมาณ 10-15 วัน

   จากนั้น เมื่อเรือเดินทางมาถึงประเทศไทยการเรียกค่าไถ่ก็เกิดขึ้น มีคนบางกลุ่มเห็นโอกาสที่จะหาประโยชน์จากพวกโรฮีนจา จึงเรียกค่าไถ่ระหว่างที่อยู่ประเทศไทยก่อนที่จะไปถึงเป้าหมาย โดยจำนวนค่าไถ่ที่เรียกปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 80,000-100,000 บาท ขณะที่ก่อนหน้านี้ช่วงปี 2555 จะอยู่ที่ 30,000-40,000 บาท แต่พอเข้าปี 2556-2557 เม็ดเงินที่เรียกเก็บได้เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุที่เรียกเก็บเงินมากขึ้นนั้น เนื่องจากเป็นขบวนการนอกกฎหมายที่ต้องจ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ดังนั้น จึงเรียกค่าไถ่เพิ่มขึ้นเพื่อจ่ายต้นทุนที่มากขึ้น ซึ่งบางคนโชคร้ายเจอเรียกค่าไถ่สองรอบก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

รอให้คนขึ้นเรือจนเห็นว่าคุ้มค่าต่อการเดินทาง จึงจะออกเรือ

   หน้าเลือด รีดไถ! ไม่มีเงินให้ข้า เอ็งตาย
   นายมูฮัมหมัด อันวา ประธานสมาคมโรฮีนจาแห่งประเทศไทย เล่าอย่างเปิดเผยว่า การถูกกดขี่ข่มเหงจากรัฐบาลเมียนมา เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวโรฮีนจาต้องการหนีออกจากประเทศ ซึ่งวิธีการที่ชาวโรฮีนจาเลือกมากที่สุด นั่นคือ การติดต่อผ่านนายหน้าชาวไทย เมียนมา และมาเลเซีย โดยหนีออกนอกประเทศจากทางเรือ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการหลบหนีอยู่ที่ 5,000-6,000 บาทต่อคน จากนั้นก็อาศัยประเทศไทยเป็นสถานที่ในการโยกย้ายหรือกระจายตัวไปยังประเทศต่างๆ และชาวโรฮีนจาจะมีค่าตัวเพิ่มขึ้นอีก 60,000-70,000 บาทต่อคน เพื่อจะถูกส่งต่อไปยังประเทศที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม หากชาวโรฮีนจาคนใดไม่มีเงินให้ นายหน้าทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา จะปล่อยทิ้ง หรือ ฆ่า พวกเขาเหล่านั้นแทน

คนบางกลุ่มแสวงหาประโยชน์จากโรฮีนจา ด้วยการเรียกค่าไถ่

   โปะยา ลักพา ค่าไถ่! ชะตากรรมผู้อพยพทางเรือ
   สำหรับปัญหาที่พบ คือ คนจำนวนมากไม่ได้ตระหนักว่า จะต้องใช้เวลาเดินทางนานขนาดนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ขึ้นมาก่อนจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด เพราะต้องรอคนอื่นๆ มาขึ้นเรือมากพอจนคุ้มค่าสำหรับการเดินทาง อีกทั้ง ช่วงหลังยังเกิดปัญหาที่พบเห็นอยู่บ่อยครั้งคือ ลักษณะของเรือใหญ่ขึ้น ทำให้จำนวนคนที่ต้องการก็มากขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้น ไม่สามารถรอให้คนที่อยากเดินทางมาหาได้ จึงทำให้เจอคนที่ถูกโปะยาสลบ ถูกทุบ ถูกหลอกมาจากบังกลาเทศ เพื่อมาขึ้นเรือมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นเรื่องของการค้ามนุษย์ หรือบังคับใช้แรงงาน แทนที่จะเป็นการอพยพแบบดั้งเดิมที่หนีภัยความรุนแรงเข้ามาในประเทศไทย
    

   แต่ทว่า การเสียชีวิตก็เกิดขึ้นตลอดเวลาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการขาดอาหาร ขาดน้ำ หรือตายด้วยการถูกทำร้ายจากผู้คุมที่อาจจะเป็นคนไทยหรือคนเมียนมา อย่างเช่น บางกรณีที่ใช้ยาระบายให้พวกโรฮีนจากินก่อนขึ้นเรือ เพื่อให้รู้สึกอ่อนเพลีย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพทางเรือ มีเรี่ยวแรง หรือกำลังที่จะต่อสู้ ส่วนคนที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็ยิ่งอ่อนแอเข้าไปใหญ่

   ขณะเดียวกัน โอกาสที่จะพบศพในทะเลก็เป็นไปได้ยาก เรียกได้ว่าไม่ค่อยพบผู้เสียชีวิตเท่าใดนัก แต่ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ก็ประเมินว่าน่าจะมีการตายระหว่างทางอยู่ประมาณ 500-600 คน

เรือลำใหญ่ สามารถบรรจุคนได้สูงสุด 800-900 คนต่อลำ

   ส่องชีวิตผู้อพยพ! กลุ่มไหนโอกาสรอดมากสุด
   โรฮีนจาบางกลุ่มมีญาติอยู่ในมาเลเซีย หรืออยู่ในประเทศที่ 3 อาจจะเป็นพ่อหรือสามีที่ทำงานมาหลายสิบปี และอยากจะเอาครอบครัวมาอยู่ด้วยกัน คนพวกนั้นก็จะเป็นคนจ่ายเงินให้ หรือแม้แต่โดนเรียกเงินรอบที่สองก็สามารถหาเงินมาจ่ายได้ เพราะมีต้นทุนทางสังคม อาศัยอยู่กับชุมชน มีเพื่อนบ้านที่พอจะขอหยิบยืมได้ ทำให้กลุ่มนี้มีเงินที่จะเอามาจ่ายค่าตัวญาติๆ ได้ ถึงแม้อาจจะโชคร้ายที่มีบางคนเจอเรียกค่าไถ่จำนวนมาก หรือ ผู้คุมพลั้งมือฆ่าตัวประกันก่อน นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ตายแล้วก็ยังไปเรียกเงินมาอีก

   ขณะที่ บางกลุ่มก็พอมีทรัพย์สินอยู่บ้าง เช่น วัว ควาย ที่ดิน ที่นา ต่างก็ปล่อยขายเพื่อนำเงินไปช่วยคนที่กำลังเดินทางให้ไปถึงจุดหมาย เพราะเป็นความหวังของครอบครัวพวกเขา หากว่าในครอบครัวมีใครบางคนที่สามารถเดินทางไปถึงมาเลเซียและหางานทำได้ นั่นหมายถึงโอกาสในการตั้งตัวในมาเลเซียหรือในประเทศอื่นๆ 
   
   ส่วนกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด คือ กลุ่มที่ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม ไม่มีเงินจ่าย ร่างกายอ่อนแอ ท้ายที่สุดก็ต้องมาจบชีวิตลงในประเทศไทย

   โชคชะตาเล่นตลก! สารพัดทุกข์ ณ ประเทศเมียนมา
   สำหรับสถานการณ์ในประเทศเมียนมา นอกจากการจำกัดการเดินทางในพื้นที่แล้ว ยังโดนจำกัดการทำมาหากิน ส่วนทรัพย์สิน ที่ดิน ที่นา บางส่วนก็ถูกยึดไปไม่สามารถทำมาหากินให้เพียงพอกับการมีชีวิตอยู่ได้ อีกทั้ง การไม่จดทะเบียนการเกิดของเด็กที่เกิดขึ้นมา การไม่ให้สิทธิ์ทางการศึกษา การไม่ให้สิทธิ์ในการเดินทางไปรักษาพยาบาล การยึดบัตรประชาชนและให้บัตรผู้อพยพแทน ทำให้กลุ่มโรฮีนจาอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถกระทำอะไรได้เลย ถ้าคนมีเงินอยากจะทำอะไรก็ต้องจ่ายมากกว่าประชาชนเมียนมาทั่วไป

   ขณะที่ เจ้าหน้าที่รัฐของประเทศไทย พบว่า กลุ่มโรฮีนจาที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยไม่มีใครจำวันเกิด เดือนเกิด หรือแม้กระทั่งปีเกิดได้เลย ทุกคนจำได้คร่าวๆ ว่า ตัวเองอายุ 15-18 ปีเท่านั้น มิหนำซ้ำยังไร้เอกสารติดตัว และเมื่อไม่มีเอกสาร ไม่มีบัตร ไม่มีการศึกษา ก็ทำให้หมดโอกาสในทุกๆ เรื่อง

มี 2 ทางเลือก คือ อยู่รอความตาย หรือจะหนีออกไป ถ้าไม่ตายก็อาจไปเจออนาคตที่ดีกว่า

   ชีวิตยังมีความหวังเสมอ! เสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย ไร้ทางเลือก
   โรฮีนจาส่วนใหญ่ที่พบเจอจะหนีออกมาจากค่ายพักพิง เนื่องจากบ้านช่องถูกเผาจนไม่เหลืออะไร กระทั่งถูกจับเข้ามาอยู่ในค่าย ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ โดยในหนึ่งสัปดาห์จะแจกข้าวเพียงแค่ 1 กระป๋องต่อ 1 ครอบครัวเท่านั้น สภาพแวดล้อมภายในค่ายทำให้ทุกคนรู้สึกสิ้นหวังกับอนาคต

   การตัดสินใจเลือกที่จะหนีออกมานับเป็นความเสี่ยงอย่างมาก แต่กลับเป็นความเสี่ยงที่เต็มไปด้วยความหวัง ซึ่งอาจจะดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย เพราะในชีวิตของพวกเขามี 2 ทางเลือกเท่านั้น คือ อยู่รอความตาย หรือ จะหนีออกไป ถ้าไม่ตายก็อาจไปเจออนาคตที่ดีกว่า และแน่นอนว่าไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าพวกเขาจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง สิ่งเดียวที่พวกเขามี คือ ความหวัง เท่านั้น

   กลุ่มคนที่สามารถค้าสินค้า ที่ขึ้นชื่อว่า “มนุษย์” หรือบุคคลผู้มีร่างกาย เลือดเนื้อ จิตใจ เฉกเช่นตัวเองได้ คนเช่นนั้น ควรเรียกตัวเองว่า มนุษย์ หรือ อมนุษย์? ลองตรองดูเถิด...

   รายงานพิเศษชิ้นต่อไป จะพาทุกท่านไปไขโจทย์ที่ว่า ในภายภาคหน้าจะมีเพื่อนบ้าน เผ่าพันธุ์โรฮีนจาอยู่ย่ำบนผืนแผ่นดินไทยหรือไม่ ตัวบทกฎหมายทั้งในและนอก เอื้อให้ต้องอ้าแขนรับ หรือส่งต่อประเทศที่ 3 อย่างปราณี ติดตามต่อได้ใน คิดหนักปมโรฮีนจา! ถอดรหัสกฎหมายไทย-เทศ อ้าแขนรับ VS ปฏิเสธ ทางเลือกอยู่ที่...?

   อ่านเพิ่มเติม

   หนีตาย ไฟชัง มนุษย์ทาส! ย้อนไทม์ไลน์โรฮีนจา ชาติพันธุ์ต้องคำสาป

   สัมผัสเนื้อแท้โรฮีนจา! ขี้เกียจ สืบพันธุ์ รุนแรง จริงหรือ?

   คัดลอกภาพและข่าวจาก

   http://www.thairath.co.th/content/501747

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap