Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
กำเนิดญามาอะฮฺดะอฺวะฮฺตับลีฆ และรูปแบบการทำงาน ฉบับย่อ
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
มีนาคม 28, 2017, 06:57:53 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กำเนิดญามาอะฮฺดะอฺวะฮฺตับลีฆ และรูปแบบการทำงาน ฉบับย่อ  (อ่าน 730 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8464 Level 74 : Exp 96%
HP: 32.8%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2015, 02:38:16 pm »
แบ่งปัน

   กำเนิดญามาอะฮฺดะอฺวะฮฺตับลีฆ
   หลังจากอาณาจักรโมกุล(Moghul) ล่มสลาย ใน ค.ศ. 1857 โลกอิสลามที่เคยรุ่งเรืองในอินเดียก็ตกต่ำลง ภายใต้การปกครองของอังกฤษมหาอำนาจจากตะวันตก อารยธรรมของชาวตะวันออกนั้นเอกลัษณ์อันโดดเด่นก็คือในเรื่องของจิตวิญญาณ เมื่ออังกฤษได้เข้ามาปกครองอินเดีย ได้นำเอาวัตนธรรมตะวันตก เทคโนโลยี วัตถุนิยม โลกียะ เข้ามาทำลายล้าง อารยธรรมอินเดีย อารยธรรมอิสลาม นอกจากนั้น พวกมิชชันนารีคริสเตียนก็ได้เข้ามาชักชวนให้ชาวอินเดียเข้ารับศาสนา คริสต สภาพสังคมในยุคนั้นจึงเกิดการปั่นป่วนและขัดแย้งกันระหว่าง 2 วัตนธรรม มุสลิมในอินเดียจึงได้มีกลุ่มขบวนการทั้งที่ต่อต้านมหาอำนาจจากตะวันตก และก็มีกลุ่มที่สนับสนุนมหาอำนาจจากตะวันตกเหมือนกัน (กลุ่มที่สนับสนุนและรับใช้ตะวันตกเช่น ลัทธิก็อดยานีย์ ก่อตั้งโดย มิรซา ฆุลาม อะฮฺมัด ที่อ้างว่าตนเป็นนบี และอีหม่ามมะฮฺดี คําสอนที่สําคัญคือการยกเลิกการญิฮาด เพี่อทําลายขบวนการที่ต่อต้านตะวันตก ) ความเสื่อมโทรมได้ครอบงำอินเดีย มุสลิมได้เหินห่างจากหลักการอิสลาม ขาดจริยธรรม นั่นคือสภาพสังคมในยุคนั้น
   จุดเริ่มต้นญามาอะฮฺตับลีฆมาจาก เมาลานาอิสมาอีล ผู้เป็นพ่อของเมาลานา อิลยาส พำนักอยู่ที่นีซอมุดดีนอย่างสันโดษ อยู่ในบ้านบนกำแพงแดงใกล้กับมัสยิดบังเลอวาลี (Banglewali) ได้ตั้งโรงเรียนสอนศาสนาแห่งมัสยิดบังเลอวาลีขึ้น ได้นำชาวเมวัตมาเรียนศาสนา แล้วส่งกลับไปเมวัตเพื่อให้คนเหล่านั้นกลับไปฟื้นฟูศาสนา เมาลานาอิลยาส ก็เห็นด้วยกับวิธีการของเมาลานาอิสมาอีล จึงสืบทอดเจตนารมณ์เดินทางไปเมวัต ได้สร้างโรงเรียนสอนศาสนาขึ้นในเมวัตหลายแห่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมาลานาอิลยาสยังไม่พอใจเท่าที่ควร เพราะเป็นการยากที่จะให้ชาวชนบทมาเข้าเรียนในโรงเรียนสอนศาสนากันทุกคน และโรงเรียนสอนศาสนายังไม่เป็นอิสระต่อสภาพแวดล้อม
   หลังจากกลับจากฮัจย์ครั้งที่ 2 เมาลานาอิลยาสจึงเริ่มงานตับลีฆโดยการปลุกเร้าให้ประชาชนรวมตัวกันเป็นญามาอะฮฺ และจัดญามาอะฮฺออกเดินทางสู่ชนบทในชุมชนชาวเมวัต เชิญชวนให้ผู้คนปฏิบัตตามคำสอนพื้นฐานของอิสลามคือ สอนกาลีมะฮฺและสอนการละหมาด และเชิญชวนผู้คนให้ให้ทำงานดะวะฮฺตับลีฆ นั่นคือจุดเริ่มต้นของญามาอะฮฺตับลีฆ
   เมาลานามูฮัมมัด ซะกะรียากล่าวในหนังสือฟะฎออิลอะมาล (Fadail al-A‘mal คุณค่าของอาม้าล) (ม.ป.ป. : 374) ซึ่งเป็นหนังสือหลักของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ ว่า “‘งานตับลีฆ’ ที่ได้เริ่มขึ้นโดยคุณลุงผู้เป็นที่เคารพคือ ท่านเมาลานา มุฮัมมัด อิลยาส คันดะฮฺลาวีย ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานเผยแพร่ศาสนาอันพิเศษยิ่งนี้และงานของท่านนั้นได้แผ่ขยายออกไป มิใช่เฉพาะในประเทศอินเดียเท่านั้น แต่ยังได้แผ่ขยายเข้าไปในฮิยาซ (ซาอุดิอารเบีย) เช่นกัน ผู้คนที่มาจากทั่วทุกภาคของอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเมวัต และที่มาจากต่างประเทศเช่นกัน ย่อมได้รับผลประโยชน์จากงานชิ้นนี้”
   คำกล่าวของเวีย (Veer, 1992 : 552) ว่า “กลุ่มตับลีฆเป็นชื่อของขบวนการปฏิรูป ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย ฮัดรัต เมาลานา มุฮัมมัด อิลยาส (ค.ศ.1885-1944) และประสบผลสำเร็จในการรณรงค์เพื่อปรับปรุงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลามและความประพฤติของชุมชนมุสลิมเขตเมวัต ใกล้เดลลีในปี ค.ศ. 1934 อิลยาสได้จัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่มัสยิดและโรงเรียนที่ท่านบิดาเคยรับใช้ ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานที่อันสำคัญและมีชื่อเสียงของซูฟีที่มีชื่อว่า นิซามุดดีน ณ เดลลี”
   ส่วนอัลฮัฟนียฺ (al-Hafni, 1993 : 148) กล่าวว่า “กลุ่มดะวะฮฺตับลีฆถือกำเนิดขึ้นในประเทศอินเดีย จัดตั้งขึ้นโดย เชค มุฮัมมัด อิลยาส คันดะฮฺลาวียฺ (ฮ.ศ. 1303-1363) กับบุตรชายของเขาที่มีนามว่า เชค มุฮัมมัด ยูซุฟ คันดะฮฺลาวียฺ”
   ข้อความทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นว่า กลุ่มดะวะฮฺตับลีฆเป็นขบวนการฟื้นฟูการดะวะฮฺของท่านศาสนทูตมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) เพื่อปฏิรูปสังคมมุสลิม ก่อตั้งโดยมุสลิมชาวอินเดียชื่อว่า อิลยาส คันดะฮฺลาวียฺ ตามด้วยบุตรชายของท่านที่ชื่อว่า มุฮัมมัด ยูซุฟ คันดะฮฺลาวียฺ ซึ่งประสบผลสำเร็จในปี 1934 และได้แพร่หลายในและนอกประเทศอินเดีย

   ผู้ก่อตั้งและผู้นำกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆที่สำคัญ

   1- เชค มุฮัมมัด อิลยาส อัลคันดะฮฺลาวียฺ
   เชค มุฮัมมัด อิลยาส อัลคันดะฮฺลาวียหรือที่เรียกสั้นๆว่า เมาลานา อิลยาส บุตรเมาลานา อิสมาอีล บุตร กุลามฮุเซ็น บุตร ฮากิมการีมบากช์ บุตร หะกีมฆุลามมุดฮุดดีน บุตร มุลวีมุฮัมมัด ซาญิด บุตรมุลวีมุฮัมมัด ฟาอิซ บุตรมุลวีมุฮัมมัดซารีฟ บุตรมุลวีอัชรอฟ บุตร เชคญะมาลมุฮัมมัด ชาหฺ บุตร บาบันชาห์ บุตร เชคมุฮียุดดีน ชาหฺ บุตรมุลวีมุฮัมมัดเชค บุตร เชคมุฮัมมัด ฟาซิล บุตร เชคกุตุบชาหฺ เกิดในปี ฮ.ศ.1303-1364 / ค.ศ. 1885-1944 เป็นผู้สถาปนากลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ เกิดใน ครอบครัวซูฟีที่หมู่บ้านคันดะฮฺลา (Kandhla) เขตมูซัฟฟัรนากอฮฺ (Muzaffarnagah) ประเทศอินเดีย เป็นบุตรคนที่ 2 และเป็นบุตรสุดท้องของมุฮัมมัด อิสมาอิล (ฮ.ศ.1335/ค.ศ.1917) กับภรรยาคนที่ 2 ที่มีนามว่า “ศอเฟีย” ผู้จดจำคัมภีร์กุรอานได้ทั้งหมด (al-Nadawi, 1990 : 9-10, W.Troll, n.d. : 139)
   ในช่วงวัยเด็กท่านใช้ชีวิตอยู่กับปู่ทางฝ่ายมารดาของท่านที่ตำบลคันดะฮฺลาและกับบิดาของท่านที่นิซามุดดีน ในช่วงเวลานั้นตำบลคันดะฮฺลาเป็นตำบลที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการศึกษาศาสนา เด็กชายอิลยาสเติบโตขึ้นในชุมชนสองแห่งนี้ (มุสลิมไทมส์ ฉบับเดือนพฤษจิกายน, 2541 : 31)
   <!--[if !vml]--><!--[endif]--> ครูของท่านเชคเมาลานา มุฮัมมัด อิลยาส อัลคันดะฮฺลาวียฺ เมาลานาอิลยาส เริ่มการศึกษาของท่านในโรงเรียนเล็กๆและตามธรรมเนียมของ ครอบครัวคือการเรียนท่องจำอัลกุรอานที่คันดะฮฺลา การเรียนท่องจำอัลกุรอานเป็นเรื่องปกติของครอบครัวและเป็นประเพณีที่สืบต่อมาของมุสลิมอินเดีย ท่านได้ศึกษากับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านในสมัยนั้น เช่น เชค มุฮัมมัด ยะฮฺยา ปี ฮ.ศ. 1315/ค.ศ. 1897 เชค รอชีด อะฮฺมัด อัล แกนโกฮี เมาลานา มะฮฺมูด หะซัน เมาลานา คอลีล อะฮฺมัด ซะฮะรันปูรี เชค อับดุลราฮีม อัลรออีย และ เชค อัซรอฟ อะลี อัลตะฮานะวีย

   2 เชค มุฮัมมัด ยูซุฟ อัลคันดะฮฺลาวีย
   เชค มุฮัมมัด ยูซุฟ อัลคันดะฮฺลาวียฺ (Shaykh Muhammad Yusuf ฮ.ศ.1335 /1385 ค.ศ.1917-1965) เป็นบุตรชายของเชค มุฮัมมัด อิลยาส และเป็นผู้สืบตำแหน่งแทน เกิดที่ดะฮฺลา สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนดารุลอุลูมแห่งดิวบาน ท่านได้เขียนหนังสือ ฮะยาตอัลเศาะฮาบะฮฺ (Hayat al-Sahabah) ท่านสิ้นชีวิตที่ลาโฮรฺ (Lahore) ฝังศพที่นิซามุดดีน ใกล้กับสุสานของท่านเชค มุฮัมมัด อิลยาส มีบุตรคนเดียวมีนามว่า มุฮัมมัด ฮารูน เป็นบุคคลหนึ่งที่ติดตามในแนวทางของท่าน (al – Nadwah al ‘Alamiyyah li Shabab al–Islami, 1989 : 93)
   ในวันที่ 12 กรกฎาคม เมาลานาอิลยาสถามเมาลานา ซะกะรียา เมาลานาอับดุลกอดีร ไรปูรี และเมาลานาซอฟารอะหฺมัดว่า บุคคลเหล่านี้ท่านไว้วางใจผู้ใดมากที่สุด คือ ฮาฟิซมัดบู้ล หะซัน กอฎี ดาวูด มุลลีเอี๊ยะติฮามุ้ลหะซัน มุลวีมุฮัมมัดยูซุฟ อีนามุ้ลหะซันและมุลวีไซยิดราซ่า หะสัน และควรแนะนำประชาชนให้คำมั่นกับคนใดคนหนึ่งที่พวกท่านเห็นว่าเหมาะสมที่สุด บรรดาผู้อาวุโสเหล่านี้ได้ปรึกษากันแล้วและบอกกับเมาลานาอิลยาสว่าพวกเขาเห็นว่า เมาลานายูซุฟเหมาะสมที่สุดด้วยประการทั้งปวง ท่านมีความแตกฉานในบทบัญญัติศาสนา เป็นผู้ศึกษาค้นคว้าตลอดเวลา เป็นผู้เคร่งครัดศาสนา เมาลานาอิลยาสกล่าวว่า “หากท่านเลือกเช่นนั้นพระเจ้าจะประทานความเป็นศิริมงคลให้แต่ก่อน ข้าพเจ้ากลุ้มใจและหวั่นใจมาก ท่านกล่าวเสริมว่า แต่เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้าสบายใจแล้ว และหากพระเจ้าประสงค์งานตับลีฆก็ยังคงดำเนินต่อไปหลังจากข้าพเจ้าจากไปแล้ว” หลังจากนั้นท่านก็เรียกหาเมาลานายูซุฟว่าให้เข้ามาใกล้ๆฉัน ให้ฉันได้กอดท่าน ฉันกำลังจะจากไป (เมาลานา อบุล หะซัน อัน-นัดวี, 2542 : 102)
   พิธีการสืบทอดภาระหน้าที่ของเมาลานายูซุฟจัดขึ้นในตอนเช้า ท่ามกลางน้ำตาแห่งความเศร้าโศก ผ้าโพกศีรษะของเมาลานาถูกนำมาโพกให้กับเมาลานายูซุฟ
   <!--[if !vml]--><!--[endif]-->ภายใต้อามีร (ผู้นำ) ยูซูฟ ขบวนการนี้ก็ได้ขยายออกไปทั่วอินเดียและปากีสถานและยิ่งกว่านั้นขบวนการนี้ได้แพร่หลายในซาอุดีอาระเบีย อิรัก ซีเรีย จอร์เดน ตุรกี อังกฤษ ญี่ปุ่น และ อเมเริกา (W. Troll, n.d. : 142) ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่หลายของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ

   3 เมาลานา อินอาม อัลหะซัน
   เมาลานา เอนอามูลหะซัน (Maulana In‘amul Hasan) เป็นผู้นำคนที่ 3 ของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆซึ่งดำรงตำแหน่งหลังจากท่าน เชคมุฮัมมัด ยูซุฟ อัล คันดะฮฺลาวียเสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 1385/ ค.ศ.1965 (al - Nadwah al ‘Alamiyyah li Shabab al - Islami, 1989 : 93) สมัยนี้เองกลุ่มดะวะฮฺ ตับลีฆก็เข้าสู่ประเทศไทยและมาเลเซียหรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นสมัยที่กลุ่มดะวะฮฺตับลีฆได้แพร่หลายไปทั่วโลก

   แนวคิดกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ
   กลุ่มดะอฺวะฮฺตับลีฆมีแนวคิดหลักหกประการหรือเรียกว่า (เออนัมปรีซิก) หมายถึงหลักหกประการ อีกทั้งยังมีกฎปฏิบัติที่ทุกคนต้องยึดถือและปฏิบัติฝึกฝนตนเองให้อยู่ในกฏระเบียบที่วางไว้ ซึ่งแนวคิดและกฎต่างๆมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

   หลักหกประการของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ
   1. หลักหกประการ
   1.1 มั่นใจในคำปฏิญาณตน
   1.2 ละหมาดที่มีสมาธิและนอบน้อม
   1.3 ความรู้และการรำลึกถึงอัลลอฮฺ
   1.4 ให้เกียรติและช่วยเหลือพี่น้องมุสลิม
   1.5 บริสุทธิ์ใจ
   1.6 เสียสละในหนทางของอัลลอฮฺ

   กฏข้อปฏิบัติของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ
   2. กฏข้อปฏิบัติและวินัย
   2.1 สี่ประการที่ควรกระทำให้มาก
   2.1.1 การชี้ชวน
   2.1.2 การเรียนการสอน
   2.1.3 การซิกิรฺและอิบาดะฮฺ (ปฏิบัติศาสนกิจ)
   2.1.4 การบริการ
   2.2 สี่ประการที่ควรระวัง
   2.2.1 การเชื่อฟังหัวหน้า
   2.2.2 มุ่งกิจกรรมส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
   2.2.3 อดทน อดกลั้น
   2.2.4 ระวังเกียรติของมัสยิด
   2.3 สี่ประการที่ควรลด
   2.3.1 เวลาสำหรับรับประทานและดื่ม
   2.3.2 เวลานอน
   2.3.3 การพูดจาในเรื่องของโลก
   2.3.4 การออกจากมัสยิด
   2.4 สี่ประการที่ควรละเว้น
   2.4.1 การหวังจากผู้อื่นนอกจากอัลลอฮฺ
   2.4.2 การขอจากผู้อื่นนอกจากอัลลอฮฺ
   2.4.3 การสุรุ่ยสุร่ายและเหลือเฟือ
   2.4.4 การใช้ของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต
   2.5 สี่ประการที่ห้ามเกี่ยวข้อง
   2.5.1 เรื่องข้อขัดแย้งทางศาสนา
   2.5.2 เรื่องการเมืองในและต่างประเทศ
   2.5.3 เรื่องฐานะและตำแหน่ง
   2.5.4 เรื่องการขอบริจาคและการกระทำที่เสียเกียรติทางสังคม

   ตารางกิจกรรมประจำกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ
   กลุ่มดะวะฮฺตับลีฆจะจัดตารางกิจกรรมประจำของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆขณะพักอาศัยตามมัสยิดช่วงการเดินทางดังนี้
   12.30-13.00 น. ละหมาดฎุฮริ, บายานตะอารูฟ (แนะนำคณะ)
   13.00-13.30 น. รับประทานอาหาร
   13.30-15.00 น. พักผ่อน
   15.00-15.45 น. ตะลีม (เรียน) มูซากาเราะหฺ (อภิปราย, ชี้แจงเกี่ยวกับ) อาดับ ๆ
   (หลักวินัย), ดูอา (การขอพร)
   15.45-16.15 น. ละหมาดอาซัร
   16.15-16.45 น. บายานฆัสต์ (บรรยายข้อปฏิบัติในการออกพบปะเชิญชวน)
   16.45-18.00 น. อิฟรอดีอามัล (ปฏิบัติศาสนกิจส่วนตัว)
   18.00-18.30 น. ออกฆัสต์ (ออกพบปะเชิญชวน)
   18.30-20.00 น. ละหมาดมัฆริบ บายาน (บรรยายธรรม)
   20.00-20.30 น. ละหมาดอีซา
   20.30-21.00 น. รับประทานอาหารค่ำ พักผ่อนและนอน
   03.00-04.00 น. ละหมาดตะฮัจจุด,ละหมาดวิติร, ละหมาดฮาจัด, ละหมาดเตาบะฮฺ
   04.00-05.15 น. อ่านกุรอาน, ซิกิรฺ
   05.15-05.30 น. ละหมาดซูโบะฮฺ
   05.30-07.00 น. บายาน กุลลียะฮฺซูโบะฮฺ, ละหมาดอิซรอค, ฎุฮา
   07.00-08.00 น. กัรกนซารี (รายงานผล)
   08.00-09.30 น. รับประทานอาหาร
   09.30-10.30 น. พักนอก
   10.30-11.00 น. ตะลีม, มูซากาเราะฮฺ, ฮัลเกาะฮฺอัลกุรอาน, อาดับ, อูซูล, ดูอา
   11.00-12.00 น. ภารกิจส่วนตัว (อาบน้ำ, ซักผ้า ฯลฯ)

   เมื่อครบกำหนดเวลาออกแล้ว จะมีบายาน “ตังโงะ” หรือ “วับซี” ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน (โมหัมมัด อับดุลกาเดร์, ม.ป.ป. )

   ศูนย์การบริหารของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ
   กลุ่มดะวะฮฺตับลีฆได้จัดตั้งศูนย์กลางการบริหารเป็นจำนวนมากแต่ผู้วิจัยขอนำเสนอเพียงที่สำคัญๆดังนี้
   1. มัสยิดบังกเลอวาลี
   มัสยิดบังกเลอวาลี (Banglewali) นิซามุดดีน (Nizammuddin) นิวเดลลี ประเทศอินเดียศูนย์กลางการบริหารระดับโลกของกลุ่มดะวะฮฺตับลีฆ เป็นสถานที่ที่เมาลานาอิสมาอีลผู้เป็นบิดาของท่านเมาลา

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap