Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
หาใช่แค่ต่างนิกาย ปมซาอุฯงัดอิหร่าน
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
เมษายน 26, 2017, 02:59:53 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หาใช่แค่ต่างนิกาย ปมซาอุฯงัดอิหร่าน  (อ่าน 404 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8467 Level 74 : Exp 97%
HP: 5.7%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 07:01:00 pm »
แบ่งปัน

   หาใช่แค่ต่างนิกาย ปมซาอุฯงัดอิหร่าน
   
   777
   
   โกรธแค้น–ฝูงชนชาวอิหร่านเผาธงชาติสหรัฐฯ และอิสราเอล ระหว่างการประท้วงรุนแรงที่หน้าสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเตหะราน เมื่อ 3 ม.ค.2559 หลังซาอุฯ ประหารชีวิตนักโทษ 47 คน รวมทั้งชีค นิมร์ อัล–นิมร์ นักการศาสนาระดับสูงของนิกายชีอะห์ (เอพี)

   กรณีพิพาทรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ระหว่าง “ซาอุดีอาระเบีย” กับ “อิหร่าน” 2 มหาอำนาจต่างนิกายที่แย่งชิงอิทธิพลในตะวันออกกลางมายาวนาน ทำให้ชาวโลกหวั่นวิตกว่าจะบานปลายเป็นสงครามหรือไม่

   มูลเหตุมาจากซาอุฯ ซึ่งผู้ปกครองและชนส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนี ประหารชีวิตนักโทษถึง 47 คน เมื่อ 2 ม.ค. ในข้อหาก่อการร้าย รวมทั้ง “ชีค นิมร์ อัล–นิมร์” นักการศาสนาระดับสูงนิกายชีอะห์ ผู้นำการประท้วงต่อต้านราชวงศ์อัล ซาอูด ผู้ปกครองซาอุฯ ในช่วงการปฏิวัติดอกมะลิ “อาหรับ สปริง” เมื่อปี 2554

   เรื่องนี้จุดชนวนให้ชาวชีอะห์ทั่วโลกโกรธแค้น โดยเฉพาะอิหร่าน แกนนำชาวชีอะห์ ถึงขั้นสถานทูตและสถานกงสุลซาอุฯ ในอิหร่านถูกบุกโจมตี ส่งผลให้ซาอุฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจบางอย่างกับอิหร่าน ขณะที่พันธมิตรของซาอุฯ อีกหลายประเทศ ก็ร่วมตัดหรือลดความสัมพันธ์กับอิหร่านด้วย

   หลังศาสดาหรือนบีโมฮัมหมัดเสียชีวิตเมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน ผู้นำโลกมุสลิมได้นำสาวกแยกเป็น 2 ฝ่าย คือชีอะห์กับซุนนี ส่วนซาอุฯ กับอิหร่าน แม้จะขัดแย้งเรื่องนิกายมาตลอด แต่ยุคหนึ่งเคยเป็น “พันธมิตรจำเป็น” ที่เรียกกันว่า “เสาหลักแฝด” ในตะวันออกกลาง ร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อต้านอิทธิพลของสหภาพโซเวียตในอ่าวอาหรับ

   ก่อน “การปฏิวัติอิสลาม” ในอิหร่านในปี 2522 ความสัมพันธ์ก็ลุ่มๆดอนๆ และหลังการปฏิวัติฯ ซึ่งอยาตุลเลาะห์ อาลี โคมัยนี เป็นผู้นำโค่นล้ม ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี กษัตริย์องค์สุดท้าย และสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะรานถูกบุกยึด ซาอุฯ ก็ร่วมเป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ งัดกับอิหร่าน

   ในช่วง “สงคราม 8 ปี” ระหว่างอิรัก-อิหร่าน ในปี 2523-2531 ซาอุฯ และคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) ก็สนับสนุนอิรัก แม้เกลียดผู้นำจอมเผด็จการซัดดัม ฮุสเซน

   ความสัมพันธ์ยิ่งเลวร้าย หลังผู้แสวงบุญชาวอิหร่านที่ไปร่วมพิธีฮัจญ์ในซาอุฯ ในปี 2530 ก่อหวอดประท้วง และปะทะกับตำรวจปราบจลาจลของซาอุฯ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 402 คน แต่อิหร่านอ้างว่ามีชาวอิหร่านตายถึง 600 คน ทำให้ชาวอิหร่านโกรธแค้น บุกโจมตีสถานทูตซาอุฯ คูเวต ฝรั่งเศส และอิรัก ในกรุงเตหะราน

   ปีถัดมา ซาอุฯ ก็ตัดความสัมพันธ์กับอิหร่าน โดยอ้างเหตุจลาจลครั้งนั้น และกล่าวหาว่าอิหร่านโจมตีการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย ส่วนอิหร่านตอบโต้ “บอยคอต” ไม่ไปร่วมพิธีฮัจญ์ในปี 2531-2532 แต่ 2 ปีต่อมา ทั้งสองฝ่ายก็รื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตกันอีกครั้ง

http://www.thairath.co.th/assets/ico/icn_expand.png);">    
ชื่นมื่น–ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี แห่งอิหร่าน (ขวา) จับมือทักทายนายอิบราฮิม จาฟารี รมว.ต่างประเทศอิรัก ระหว่างการพบปะเจรจากันในกรุงเตหะราน เมื่อ 6 ม.ค. ขณะที่อิหร่านแผ่อิทธิพลเข้าไปในอิรักมากขึ้นหลังซัดดัม ฮุสเซน ถูกโค่นล้ม (เอเอฟพี)

   ความสัมพันธ์ยิ่งดีขึ้น หลังโมฮัมหมัด คาตามี ซึ่งมีแนวทางสายกลาง ได้เป็นประธานาธิบดีอิหร่านในปี 2540 และมกุฎราชกุมารอับดุลเลาะห์แห่งซาอุฯ เสด็จเยือนกรุงเตหะรานในปีนั้น ส่วนคาตามี ก็ไปเยือนซาอุฯ ในปี 2542 แต่ความสัมพันธ์ก็แย่ลงอีกหลังนานาชาติ นำโดยมหาอำนาจตะวันตก รุมคว่ำบาตรอิหร่าน เพราะโครงการนิวเคลียร์เจ้าปัญหา ขณะที่ประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ผู้นำหัวรุนแรงขึ้นกุมอำนาจแทนคาตามี

   ปีที่แล้ว ความสัมพันธ์ยิ่งแย่สุดๆ เมื่อทั้งซาอุฯ และอิหร่าน เข้าแทรกแซงสงครามกลางเมืองใน “ซีเรีย” และ “เยเมน” แต่อยู่คนละข้างกัน โดยศึกซีเรีย อิหร่าน กองกำลังฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และรัสเซีย สนับสนุนรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ขณะที่ซาอุฯ และพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ หนุนหลังกบฏหลายกลุ่มเพื่อโค่นล้มอัสซาด

   ส่วนศึกเยเมน ซาอุฯ เป็นหัวหอกนำทัพพันธมิตรช่วยรัฐบาลเยเมนโจมตีกบฏ “ฮูธิ” ชาวชีอะห์ที่อิหร่านหนุนหลัง ซ้ำร้าย เมื่อ 24 ก.ย. 2558 เกิดเหตุผู้แสวงบุญในพิธีฮัจญ์ที่ซาอุฯ เหยียบย่ำกันตาย โดยซาอุฯ อ้างว่ามีผู้เสียชีวิต 769 คน แต่ข่าวบางกระแสเผยว่าถึง 2,400 คน โดยอิหร่านระบุว่ามีชาวอิหร่านอยู่ด้วยถึง 464 คน และโจมตีซาอุฯ อย่างโกรธแค้นว่า “ไร้ประสิทธิภาพ” ในการจัดพิธีฮัจญ์

   นักวิเคราะห์ชี้ว่า ซาอุฯ ประหารชีวิตชีค อัล-นิมร์ ทั้งที่รู้ว่าจะทำให้ชาวชีอะห์ทั่วโลกลุกฮือ อาจเป็นการ “ส่งสัญญาณ” บางอย่าง เพราะปกติซาอุฯ หลีกเลี่ยงไม่ทำอะไรรุนแรงกับชาวชีอะห์ เพราะหวั่นเกิดความไม่สงบ หนึ่งในสัญญาณที่ว่านั้นก็คือ ก่อนปีใหม่ ซาอุฯ เป็นผู้นำจัดตั้ง “พันธมิตรทางทหารในโลกอิสลาม 34 ประเทศ” ขึ้น อ้างว่าเพื่อต่อสู้การก่อการร้าย และแน่นอนที่ไม่มี “อิหร่าน” ร่วมด้วย หลังซาอุฯ กล่าวหามาตลอดว่าอิหร่านลอบสนับสนุนกลุ่มชีอะห์หัวรุนแรงก่อการร้ายในภูมิภาค

   มูลเหตุอื่นๆที่ทำให้ซาอุฯ เล่นบทแข็งกร้าว อาจรวมทั้งไม่พอใจที่มหาอำนาจ “พี 5+1” คือสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และเยอรมนี บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้การคว่ำบาตรอิหร่านถูกยกเลิก มีเงินมีกำลังขยายอิทธิพลในภูมิภาคได้มากขึ้น ซาอุฯ ยังหวาดระแวงที่อิหร่านแผ่อิทธิพลเข้าไปใน “อิรัก” มากขึ้นเรื่อยๆ หลังซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำสายซุนนีถูกโค่นล้มในปี 2546 และรัฐบาลสายชีอะห์ขึ้นกุมอำนาจแทน

   นอกจากนี้ ยังอาจมี “ปัจจัยภายใน” เกี่ยวข้องด้วย เป็นไปได้ว่ากษัตริย์ซัลมาน ซึ่งขึ้นครองราชย์แทนกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่เสด็จสวรรคตปีที่แล้ว และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พระราชโอรส ซึ่งเป็นรองมกุฎราชกุมารและ รมว.กลาโหม ต้องการแสดงความเข้มแข็งเพื่อกระชับอำนาจ ในขณะที่ซาอุฯ แย่งชิงอิทธิพลกับอิหร่าน และเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะราคา “น้ำมัน” รายได้หลักของซาอุฯ ตกต่ำต่อเนื่อง

   การงัดข้อของ 2 พญาช้างสารจะลงเอยอย่างไร ยังไม่อาจฟันธงได้ แต่ที่แน่ๆกระบวนการเจรจาสันติภาพในซีเรียและเยเมน ที่ซาอุฯ และอิหร่านเกี่ยวข้องพัวพันด้วย...ความหวังยิ่งมืดมน!

   บวร โทศรีแก้ว
   คัดลอกจาก
   http://www.thairath.co.th/content/560261

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap