Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
คืนชีวิตชีวาให้ บอนา โดย ภัทรพงศ์ อิลาชาญ
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
กันยายน 25, 2017, 11:54:37 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เวทีสำหรับพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ ภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร สาระความรู้ ภาพถ่ายให้กับคน บ้านเฮา สมัครง่าย ใช้งานได้เลย ร่วมเป็นเพื่อนกับเรา คลิกลงทะเบียนเลย
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คืนชีวิตชีวาให้ บอนา โดย ภัทรพงศ์ อิลาชาญ  (อ่าน 283 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8528 Level 75 : Exp 24%
HP: 2.9%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 13, 2016, 12:24:31 pm »
แบ่งปัน

คืนชีวิตชีวาให้ บอนา 

669

   ใกล้ถึงวันอีดิ้ลอัฏฮา(เทศการสำคัญและความรื่นเริงในศาสนาอิสลาม)ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่12 กันยายน 2559 เป็นวันที่ชาวมุสลิมรำลึกถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เมื่อศาสดาอิบรอฮีม(อับราฮัม)ได้รับการทดสอบศรัทธาโดยการต้องเชือดบุตรชายอิสมาอีล ซึ่งทั้งสองพ่อลูกได้พิสูจน์ศรัทธาโดยปฎิบัติตามคำสังใช้จากพระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่ลังเล ขณะที่พ่อกำลังจะลงมีด ญิบรีน(ฑูตสวรรค์)ได้นำแกะมาไถ่แทนการเชือดบุตรชาย โดยที่ทั้งสองพ่อลูกได้ผ่านการทดสอบอันยิ่งใหญ่ ในวันนี้บรรดามุสลิมที่ไปทำฮัจญ์ที่นครมักกะห์ประเทศซาอุดิอาราเบียใกล้จะเสร็จสิ้นพิธีฮัจญ์ของพวกเขา ดังนั้นชาวมุสลิมจะเฉลิมฉลองด้วยการเชือดสัตว์ตามคำบรรชาของพระผู้เป็นเจ้า สำหรับคนที่มีความสามารถ การเชือดวัวสามารถเข้าหุ้นกัันได้7หุ้น สำหรับแพะหรือแกะได้เพียงหุ้นเดียวเท่านั้น เมื่อเชือดแล้วเนื้อจะถูกแบ่งสำหรับบริโภคในครัวเรือน ส่วนหนึ่งสำหรับแจกจ่ายญาติพี่น้องคนสนิด และอีกส่วนซึ่งเป็นถือว่าเป็นส่วนใหญ่ที่สุดจะแจกจ่ายให้คนยากจนขัดสนซึ่งบางคนอาจไม่มีโอกาสได้ทานเนื้อมาเลยตลอดทั้งปี และเป็นการแบ่งปันความสุขในช่วงเทศการดังกล่าวที่จะยาวนานถึง4วัน       บรรพบุรุษผม(คุณตา)เป็นชาวบังคลาเทศที่เดินทางมากับกองคาราวานพ่อค้าจากเมืองจิตากอง(บังคลาเทศ) ผ่านย่างกุ้ง มะหละแหม่ง(พม่า) ผาอ่าง ผาปูน(รัฐกระเหรี่ยง) ข้ามแม่น้ำสาระวินที่บ้านท่าตาฝั่ง(ไทย) เดินทางมาถึงอำเภอแม่สะเรียง เมื่อเกือบร้อยปีก่อน ลงหลักปักฐานแต่งงานกับคุณยายชาวอำเภอจอมทองซึ่งพบรักกันระหว่างเดินทางไปซื้อสินค้าที่เชียงใหม่(เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่สินค้าจากกรุงเทพก็มาถึงด้วยพ่อค้าไม่ต้องไปเอาสินค้าจากย่างกุ้งหรือมะละแหม่งอีกต่อไปแต่ไปเอาที่เชียงใหม่)
          แม้คุณแม่ของผมจะย้ายมาอยู่เชียงใหม่นานแล้วและให้กำเนิดผมที่เชียงใหม่ แต่ญาติพี่น้องส่วนใหญ่ยังอยู่ที่แม่สะเรียง ทำให้ผมมีความผูกพันธ์ประหนึ่งว่าที่นี้เป็นบ้านเกิดเมืองนอน เมื่อถึงเทศการสำคัญหัวใจผมก็เรียกร้องว่าอยากกลับบ้าน ผมและครอบครัวออกเดินทางจากเชียงใหม่เพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง ตลอดทางได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ด้วยระยะทาง200 กิโลเมตร เพื่อทบทวนว่าบรรพบุรุษของผมต้องเดินทางด้วยเท้าเข้าเมืองเพื่อมาซื้อสินค้าไปขายต้องใช้เวลาเดินทางถึง1เดือน เมื่อผมเดินทางมาถึงบ้านต้นตระกูลก็เห็นของสิ่งนี้ตั้งอยู่
   55
    

   ที่บ้านเรียกว่า “บอนา” อายุของมันน่าจร้อยกว่าปีแล้ว เป็นสมบัติที่คุณตาคงแบกมันมาจากบังคลาเทศและมันยังคงถูกใช้งานอยู่ ดูจากภาพก็คล้ายพาชนะใส่น้ำทั่วไปซึ่งทำจากทองเหลือง เห็นแล้วจึงได้คิดทบทวน เก็บภาพและเรื่องราวมาฝาก

         สำหรับคุณตาผมแล้วมันเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ขาดไม่ได้ คุณตาผมใช้มันชำระล้าง(ทำน้ำละหมาด)ก่อนเข้าสู่งพิธีละหมาด มันคงสะดวกมากในสมัยที่ยังไม่มีก๊อกน้ำ การล้างมือ ล้างหน้า บวนปาก ล้างแขน ล้างเท้า เหมือนเป็นอ่างล้างหน้าเคลื่อนที่ น้ำที่ใช้งานแล้วจะลงไปอยู่ในโถรองรับน้ำ เรียกได้ว่าสามารถทำความสะอาดได้ทุกที่ทุกเวลา แม้แต่ที่เตียงนอน ยามเจ็บป่วย ยามชรา คุณตาต้องทำละหมาด(นมัสการ)วันละ5ครั้ง ไม่ต้องบอกว่ามันมีประโยชน์และสะดวกแค่ไหน

        แต่อีกภาพหนึ่งที่ผมเห็นคือคุณตาเป็นคนที่ชอบทำบุญ และการทำบุญที่ท่านชื่นชอบคือการเลี้ยงอาหาร ท่านจะไปบอกบุญเชิญผู้คนในชุมชนทุกบ้าน มารับประทานอาหารที่บ้านเสมอ เมื่อถึงเวลานัดหมายประมาณอาหารเย็น(19.00) หลังละหมาดมักริบ สมาชิกในชุมชนจะมาถึงบ้านอย่างพร้อมเพียงกัน ผู้นำศาสนาได้แก่อิหม่าม ครูสอนศาสนาเรียกกันว่าอุสตาส(อาจารย์)จะนั่งบนพรมที่ถูกปูไว้ มีหมอนลายกำมะหยี่ซึ่งใช้วางพระมหาคำภีร์อัลกุรอ่านวางไว้ด้านหน้า ในบ้านจะมีกลิ่นหอมจากหัวน้ำหอมที่ใช้ผสมน้ำพรมทั่วบ้าน มีการจุดกำยานธูปหอม(ธูปอินเดีย) ผู้นำศาสนาจะเริ่มอ่านพระมหาคำภีร์อัลกุรอ่าน และขอพร หลังจากนั้นก่อนที่สำรับอาหารจะถูกยกมา(ทุกคนนั่งกับพื้น) คุณตาจะนำบอนาใส่น้ำมาล้างมือให้แขกที่มาทานอาหารทุกคนด้วยตัวท่านตัวเอง และจะให้ลูกหลานถือผ้าเช็ดมือเดินตาม สิ่งนี้คือมารยาทและการให้เกียรติแก่แขก ไม่ว่าจะยากดีมีจนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติจากเจ้าภาพอย่างเท่าเทียม เหมือนกัน ถือเป็นเกียรติของเจ้าภาพและแขกก็ถือว่าได้รับเกียรติจากเจ้าภาพในการล้างมือนี้ การล้างมือก่อนการรับประทานอาหารเป็นมารยาทที่ดีในอิสาม การรับประทานอาหารมักจะเปิบข้าวด้วยมือ ไม่ใช้ช้อนเหมือนสมัยนี้ เมนูอาหารยอดฮิตสำหรับงานบุญที่แม่สะเรียงต้องมีแกงกระหรี่เนื้อหรือแพะเป็นหลัก มีแกงถั่วหรือเรียกว่ากะระแป มีอาจาตมะม่วง ซ้าหรือยำแตงกวาเอาไว้แก้เลี่ยน มีน้ำพริกมะเขือส้ม(มะเขือเทศ)ไม่มีกระปิหรือน้ำปลา มีถ้วยเกลือสำหรับปรุงรสวางไว้ในสำรับ และขาดไม่ได้ผลไม้ตามฤดูกาล วิธีเสริฟอาหารสมาชิกในบ้านจะเสริฟจานข้าวก่อน การเสริฟแกงสมาชิกที่ถือหม้อแกงแต่ละอย่างจะเดินตักอาหารใส่จานข้าวให้แขกทีละคน ยกเว้นนำพริกและเกลือที่จะมีตั้งวางไว้ ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงการเสริฟจะยกมาเป็นสำรับสำหรับวงรับประทาน4-5คน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จคุณตาจะนำ บอนา ไปล้างมือให้แขกอีกครั้งพร้อมผ้าเช็ดมือ ตบท้ายด้วยชานมร้อนๆกลิ่นหอมกรุ่น แขกที่มีธุระอาจขอตัวกลับก่อน แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่จิบน้ำชาตั้งวงสนทนา เบื้องหลังงานบุญคงต้องมอบเครดิตให้คุณยาย ลูกหลานและกลุ่มเพื่อนแม่บ้านที่มาช่วยเตรียมอาหารตลอดทั้งวัน 

        ปัจจุบันภาพและบรรยากาศเหล่านี้ค่อยๆจางหายไป อดีตการสร้างบ้านมักปล่อยให้ชั้นล่างเป็นห้องโถงโลงสำหรับเลี้ยงแขกในงานบุญต่างๆ เพราะคนสมัยก่อนนิยมทำบุญเลี้ยงข้าว ปัจจุบันเราจะเห็นเพียงห้องนั่งเล่นห้องดูทีวีเพราะไม่นิยมทำบุญเลี้ยงอาหารที่บ้านแต่นิยมไปเลี้ยงที่มัสยิดแทนเพราะสะดวกจ้างเหมาทำอาหารจ้างคนล้างจานแทน บรรยากาศการรับประทานอาหารแบบเป็นแถวเป็นวงนั่งกับพื้นเปิบอาหารด้วยมือมีน้อยลง

        บอนา  อ่างล้างมือเคลื่อนที่ ที่เรียกกันว่า ‘Salfachi’ ในภาษาอูรดู ‘Chilamachi’ ในภาษาฮินดี ก็ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา เพราะตอนนี้มีก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ และการทำบุญเลี้ยงอาหารตามบ้านเรือนก็น้อยลง น่าเสียดายที่คนรุ่นไหมอาจไม่มีโอกาสเห็นความงดงามของปรัชญาในการล้างมือให้แขกที่มีซ่อนอยู่ใน บอนา อีกต่อไป  แต่ปัจจุบันกลับพบว่าการล้างมือด้วยบอนาแก่แขกมีอยู่ในภัตตาคารอินเดียที่หรูหรา

       อ่านแล้วคุณเห็นอะไรใน บอนา นี้บ้าง ผมเชื่อว่าสิ่งของบางอย่างในวิถีวัฒนธรรมในชุมชนของคุณอาจสะท้อนวิธีคิดและปรัชญาอันทรงคุณค่าไว้ และหากคุณแบ่งปันเรื่องราวของมัน ก็อาจเป็นได้ว่าคุณได้คืนชีวิตชีวาให้มันกลับมาอีกครั่ง

      พรุ่งนี้ที่บ้านมีงานบุญ บอนาของคุณตาผมจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

   ภัทรพงศ์   อิลาชาญ

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส

Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap