Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
กบฏไท่ผิง (Taiping Rebellion)
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
กันยายน 26, 2017, 10:46:57 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เวทีสำหรับพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ ภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร สาระความรู้ ภาพถ่ายให้กับคน บ้านเฮา สมัครง่าย ใช้งานได้เลย ร่วมเป็นเพื่อนกับเรา คลิกลงทะเบียนเลย
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กบฏไท่ผิง (Taiping Rebellion)  (อ่าน 508 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8528 Level 75 : Exp 24%
HP: 2.8%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 15, 2016, 12:10:54 pm »
แบ่งปัน

กบฏไท่ผิง (Taiping Rebellion)







   ในช่วงศตวรรษที่สิบเก้า ประเทศจีนถูกปกครองโดยราชวงศ์ชิงของชนเผ่าแมนจู ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว การบริหารปกครองแผ่นดินกำลังเสื่อมลงเนื่องจากองค์จักรพรรดิทรงไร้ความสามารถ จนทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความทุกข์ยากจากการขูดรีดและกดขี่ของพวกขุนนางกับเจ้าที่ดิน

   ความทุกข์ยากที่ประชาชนได้รับ นำไปสู่การก่อกบฏหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งแม้ในที่สุด กบฏเหล่านั้นจะถูกปราบปรามโดยทางการจนราบคาบ แต่ก็ส่งผลให้รากฐานการปกครองของราชวงศ์ชิงต้องสั่นคลอน และการกบฏที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ชิงหรืออาจจะเป็นหนึ่งในการกบฏที่รุนแรงที่สุดของประวัติศาสตร์โลก ก็คือ กบฏไท่ผิง

    taiping2http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping2-261x300.jpg 261w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping2-50x57.jpg 50w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping2-43x50.jpg 43w" style="max-width: 100%; height: auto; vertical-align: top; margin-bottom: 0px; border: 0px; clear: both; display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" width="275" />

   พลธนูชาวแมนจู

   กบฏนี้ เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1850 ตรงกับรัชสมัยของจักรพรรดิเสียนเฟิง และสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1864 ในรัชสมัยของจักรพรรดิถงจื้อ หัวหน้าก่อการคือ หงซิ่วฉวน อดีตบัณฑิตตกยาก ผู้ถือกำเนิดที่อำเภอฮวาเซี่ยน มณฑลกว่างตง หงซิ่วฉวนเป็นบุตรของผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีฐานะพอสมควร ทำให้ในวัยเด็ก เขามีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน ทว่าเมื่ออายุ 14 ปี ฐานะของครอบครัวย่ำแย่ลง ทำให้เขาต้องออกจากการเรียนกลางคันเพื่อมาช่วยที่บ้านทำนา

   ด้วยความที่อยากก้าวหน้า หงซิ่วฉวนได้พยายามสอบเพื่อให้ได้เป็นบัณฑิตเพื่อจะได้มีสิทธิสอบเข้ารับราชการ แต่ก็ต้องผิดหวัง ทว่าเขาก็ไม่ท้อยังคงพยายามหาความรู้เพิ่มเติมและหาโอกาสเข้าสอบอีกหลายครั้ง

   ครั้งหนึ่ง หงซิ่วฉวนได้พบกับบาทหลวงในศาสนาคริสต์พร้อมกับสานุศิษย์ชาวจีนชื่อ เหลียงฟา ซึ่งเป็นผู้มอบคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลเป็นภาษาจีนให้หงซิ่วฉวน ทำให้เขาได้มีโอกาสศึกษาหลักศาสนาคริสต์จนเกิดความศรัทธาในพระเจ้าและปรารถนาให้สังคมเกิดความเสมอภาคกันเหมือนเช่นในคำสอนของศาสนาคริสต์

   ค.ศ.1843 หงซิ่วฉวนอายุ 28 ปี และเข้าสอบมาแล้วถึงสี่ครั้ง ซึ่งล้วนสอบไม่ได้ทุกครั้ง ด้วยความผิดหวังอย่างที่สุด เขาจึงเลิกศึกษาตำราขงจื๊อและหันมาศึกษาคัมภีร์ศาสนาคริสต์อย่างจริงจัง พร้อมกับปวารณาตนเป็นคริสต์ศาสนิกชนและตั้งลัทธิบูชาพระเจ้าขึ้น ก่อนออกเผยแพร่คำสอนของลัทธิ ทว่าไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คน แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ยังคงมุ่งมั่นทำงานตามอุดมการณ์ของตนต่อไป

   ค.ศ. 1844 หงซิ่วฉวนและเฝิงหวินซาน สหายและศิษย์คู่ใจ ได้เดินทางไปเผยแพร่คำสอนที่มณฑลกว่างซี ซึ่งในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากชาวนา กรรมกรเผาถ่านและชนเผ่าแม้วที่ไม่พอใจทางการ เข้าร่วมเป็นสาวกนับร้อยคน ก่อนจะขยายเป็นสามพันคนในสามปี จากนั้นลัทธิบูชาพระเจ้าก็ได้สร้างรากฐานมั่นคงที่กว่างซีและมีสาวกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปี ค.ศ.1847 ก็เปลี่ยนเป็นพรรคบูชาพระเจ้าโดยมีหงซิ่วฉวนเป็นประมุข

   taiping4http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping4-300x225.jpg 300w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping4-50x37.jpg 50w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping4-66x50.jpg 66w" style="max-width: 100%; height: auto; vertical-align: top; margin-bottom: 0px; border: 0px; clear: both; display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" width="333" />

   พรรคบูชาพระเจ้าเริ่มออกปฏิบัติแข็งกร้าว เข้าทำลายพระพุทธรูปและก่อการจลาจลต่อต้านทางการ จนกลายเป็นกบฏเต็มที่ในปี ค.ศ.1851 โดยพรรคบูชาพระเจ้าได้ก่อการปฏิวัติที่หมู่บ้านจินเถียน มณฑลกว่างซี และสถาปนาอาณาจักรไท่ผิงเทียนกว๋อ (เมืองแมนแดนสันติ) พร้อมตั้งกองทัพใหญ่ห้าทัพสำหรับต่อสู้กับทางราชสำนัก

   ทางราชสำนักชิงได้ส่งทหารเข้าปราบปรามหลายครั้งแต่ล้วนพ่ายแพ้ไปสิ้น และในเวลาไม่นาน กองทัพไท่ผิงก็ครอบครองมณฑลกว่างซีได้ทั้งหมด จากนั้นจึงเคลื่อนพลเข้าสู่มณฑลเหอหนานและเหอเป่ย ยึดเมืองใหญ่น้อยไว้ได้มากมายและขยายกำลังพลเป็นห้าแสนนาย โดยหงซิ่วฉวนได้สถาปนาตนเองเป็นเทียนหวาง หรือราชันย์สวรรค์ ประมุขแห่งไท่ผิง

   เดือน มีนาคม ปีค.ศ.1853 กองทัพไท่ผิงยึดเมืองหนานจิง (นานกิง) ได้สำเร็จและสถาปนาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรไท่ผิงเทียนกว๋อ โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เทียนจิง (ราชธานีแห่งสวรรค์) ซึ่งนับจากนั้น ไท่ผิงเทียนกว๋อก็ครอบครองดินแดนทางใต้ของจีนเกือบทั้งหมด คิดเป็นพื้นที่หนึ่งในสามของประเทศจีน สั่นคลอนอำนาจรัฐของราชวงศ์ชิงอย่างรุนแรง

   taiping_rebellionhttp://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping_rebellion-300x218.jpg 300w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping_rebellion-50x36.jpg 50w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping_rebellion-68x50.jpg 68w" style="max-width: 100%; height: auto; vertical-align: top; margin-bottom: 0px; border: 0px; clear: both; display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" width="396" />

    การรบระหว่างพวกไท่ผิงกับทหารราชสำนัก

   หลังสถาปนาเมืองหลวง หงซิ่วฉวนได้ดำเนินงานตามอุดมการณ์ที่เคยตั้งมั่นไว้ โดยใช้หลักความเสมอภาคในการบริหารแผ่นดิน ด้วยการปฏิรูปที่ดินและการเกษตร โดยรัฐจะเป็นเจ้าของที่ดินและผลผลิต ทั้งยังมีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพพลเมือง โดยประชาชนจะได้รับที่ดินและผลผลิตเท่าที่จำเป็นต่อการครองชีพ นอกจากนี้ หงซิ่วฉวนยังได้ยกเลิกอาชีพโสเภณีและประเพณีรัดเท้าสตรี ทั้งยังให้สิทธิสตรีได้เสมอภาคกับบุรุษโดยสามารถสอบเข้ารับราชการได้

   อย่างไรก็ตาม แม้อาณาจักรไท่ผิงจะมีอุดมการณ์ที่ดีในการปกครอง ทว่าหลังยึดนครหนานจิงได้ไม่นาน อุดมการณ์เหล่านี้ก็ค่อย ๆหายไป หงซิ่วฉวนหันมาลุ่มหลงกับการเสพสุขในตำแหน่งประมุขของไท่ผิงเทียนกว๋อ โดยตัวเขาเองนั้นได้แต่งตั้งนางสนมมากถึงสามร้อยคน และตลอดเวลาห้าปี นับจาก ค.ศ.1854 ถึง ค.ศ.1858 เขาไม่เคยออกหมายราชการเลยแม้แต่ฉบับเดียว แต่ที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือ ความแตกแยกในเหล่าผู้นำทัพของไท่ผิงซึ่งมีหงซิ่วฉวนอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากเขาเกรงว่า บรรดาผู้นำที่เข้มแข็งจะกลายเป็นอันตรายต่อฐานอำนาจของเขา

   taiping3http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping3-248x300.jpg 248w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping3-50x60.jpg 50w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping3-41x50.jpg 41w" style="max-width: 100%; height: auto; vertical-align: top; margin-bottom: 0px; border: 0px; clear: both; display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" width="290" />

   แม่ทัพและไพร่พลของไท่ผิงเทียนกว๋อ

   แต่เดิม หงซิ่วฉวนมีพี่น้องร่วมสาบานห้าคนในการก่อตั้งอาณาจักรไท่ผิง คือเฝิงหวินซาน หยางซิ่วชิง เซียวเฉากุ้ย เหวยจื้อเจิ้ง และสือต๋าไค ในช่วงต้นของการก่อตั้งอาณาจักร เฝิงหวินซานและเซียวเฉากุ้ย เสียชีวิตในการรบกับกองทัพราชวงศ์ชิง ส่วนหยางซิ่วชิงนั้น ภายหลัง ถูกหงซิ่วฉวนวางแผนมอบคำสั่งลับให้เหวยจื้อเจิ้งยกพลเข้าสังหารพร้อมกำลังพลในสังกัดอีกสองหมื่นนาย ซึ่งการกระทำของเหวยจื้อเจิ้งทำให้สือต๋าไคไม่พอใจมาก เหวยจื้อเจิ้งจึงคิดกำจัดเขา แต่สือต๋าไคไหวตัวทันจึงหนีรอดไปได้และได้ใช้กำลังพลของตนบีบให้หงซิ่วฉวนประหารชีวิตเหวยจื้อเจิ้ง

   หลังเหวยจื้อเจิ้งถูกประหาร หงซิ่วฉวนก็เพิ่มความระแวงในสือต๋าไคซึ่งเป็นแม่ทัพที่มากบารมีและความสามารถ จึงวางแผนกำจัดเขา ทำให้สือต๋าไคต้องนำกำลังพลหนีไปตั้งมั่นยังหัวเมืองอื่นและถูกกองทัพราชวงศ์ชิงเข้าปิดล้อมโจมตีจนกองทัพของเขาแตกพ่าย สือต๋าไคถูกทหารแมนจูจับตัวได้และถูกประหารชีวิต

   การเข่นฆ่ากันเองภายใน ทำให้อาณาจักรไท่ผิงเทียนกว๋ออ่อนแอลง ประกอบกับทางราชสำนักชิงได้เสริมกำลังทัพด้วยกองทหารรับจ้างชาวอังกฤษและฝรั่งเศสในการปราบกบฏนี้ ทำให้กองทัพไท่ผิงตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ

   ปี ค.ศ.1864 ทางราชสำนักส่ง เจิงกว๋อฟานและเซิงเก๋อหลินซิ่ง นำทัพใหญ่เข้าปิดล้อมนครเทียนจิง (หนานจิง) เมืองหลวงของไท่ผิงเทียนกว๋อ โดยเมืองถูกล้อมนานถึงหกเดือนจนไม่มีเสบียงอาหารหลงเหลืออยู่เลย หงซิ่วฉวนเองถึงกับต้องกินใบไม้ใบหญ้าเพื่อประทังชีวิตทำให้ล้มป่วยลงและเสียชีวิตด้วยวัย 50 ปี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ปี ค.ศ.1864 จากนั้นในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน กองทัพแมนจูก็ยึดเทียนจิงได้ ทำให้อาณาจักรไท่ผิงต้องล่มสลายลงหลังจากสถาปนามาได้เพียงสิบสี่ปี

   taiping61http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping61-222x300.jpg 222w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping61-50x67.jpg 50w, http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2013/10/taiping61-37x50.jpg 37w" style="max-width: 100%; height: auto; vertical-align: top; margin-bottom: 0px; border: 0px; clear: both; display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" width="360" />

     (นายทหารม้าและพลทหารราบแมนจูจับกุมกบฏแนวร่วมของไท่ผิง)

   แม้ว่าอาณาจักรจะล่มสลายไป แต่แนวร่วมของไท่ผิงยังคงมีอยู่เป็นอันมากและได้รวมกำลังกันต่อต้านกองทัพราชวงศ์ชิงโดยใช้ชื่อของไท่ผิงเทียนกว๋อ ซึ่งในการปราบกบฏเหล่านี้ เซิงเก๋อหลินซิ่ง แม่ทัพใหญ่ของราชสำนักชิงได้ถูกกองทัพกบฏซุ่มโจมตีและเสียชีวิตในที่รบ อย่างไรก็ตาม กองกำลังกบฏไท่ผิงเหล่านี้ก็ได้ถูกกองทัพของราชวงศ์ชิงปราบปรามลงจนราบคาบในอีกสองปีต่อมา 

   เหตุการณ์กบฏไท่ผิงนับเป็นการกบฏครั้งสำคัญที่รุนแรงที่สุดในยุคแห่งการปกครองของราชวงศ์ชิง โดยในเหตุการณ์กบฏนี้ มีทหารและประชาชนล้มตายลงมากกว่ายี่สิบล้านคน นับเป็นหนึ่งในเหตุวิปโยคในหน้าประวัติศาสตร์ของโลก

    ที่มา

   http://www.komkid.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%87taiping-rebellion/

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส

Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap