Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
บันฑิตย์ สะมะอุน : “ฮัจญ์ไทย” กับความพร้อมที่ยังเบลอๆ
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
พฤษภาคม 26, 2017, 02:22:39 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บันฑิตย์ สะมะอุน : “ฮัจญ์ไทย” กับความพร้อมที่ยังเบลอๆ  (อ่าน 194 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8494 Level 75 : Exp 9%
HP: 4.6%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 18, 2016, 09:16:31 pm »
แบ่งปัน

   

   การประกอบพิธีฮัจญ์เป็นหนึ่งในหลักปฎิบัติของอิสลามที่กำหนดให้กระทำในเดือนซุลฮิจญะห์  ซึ่งเป็นเดือนที่ ๑๒ ตามปฎิทินอิสลาม ในเดือนนี้ยังมีพิธีกรรมสำคัญทางศาสนาสองประการ คือ วันอีดิ้ลอัฎฮาในวันที่ ๑๐ ซุลฮิจญะห์ และการทำกุรบานในช่วงเวลาหลังจากเสร็จจากการละหมาดอีดิ้ลอัฎฮา  

   ในแต่ละปีมุสลิมจากทั่วโลกมากกว่าสองล้านคนต่างเดินทางมุ่งสู่นครมักกะห์ประเทศซาอุดิอารเบียกันโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากพิธีฮัจญ์ถูกกำหนดตายตัวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า “และเป็นสิทธิของอัลลอฮที่มีเหนือมนุษย์ นั่นคือ การประกอบพิธีฮัจญ์ ณ บัยตุลลอฮ (กะบะห์) สำหรับผู้ที่มีความสามารถเดินทางได้ “ (อาลิอิมรอน / ๙๗)

   ฮัจญ์เป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยศาสดาอิบรอฮีม(อับราฮัม) ซึ่งหากพิจารณากันถึงประวัติศาสตร์ ฮัจญ์ว่าเคยเป็นพิธีกรรมดั้งเดิมในอดีตที่เกี่ยวข้องกับสามศาสนา คือ ยิว คริสต์และอิสลาม โดยศาสดาอิบรอฮีมคือต้นตระกูลของชาวยิว ชาวคริสต์และมุสลิม (ชาวยิวและชาวอาหรับในกลุ่มตระกูลบนีอิสราเอล)
    

   ในอดีตก่อนที่ศาสดามุฮำหมัดจะทำการเผยแพร่อิสลาม การสวดอ้อนวอน/ขอพรต่อพระเจ้าจะมุ่งหน้าไปยังทิศอัลอักซอ(บัยตุลมักติส) เยรูซาเล็มในปัจจุบันที่มีปัญหาเรื่องสิทธิการครอบครองระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ยังหาข้อยุติที่ลงตัวไม่ได้ แต่เมื่อครั้งที่พิธีฮัจญ์ถูกกำหนดขึ้นใหม่ในยุคของศาสดามุฮำหมัด โดยพระองค์ทรงสั่งให้ทำการย้ายกิบละห์(ทิศที่ใช้ในการผินหน้า/มุ่งหน้าไปในการอ้อนวอนขอและปฎิบัติพิธีกรรมศาสนาต่อพระเจ้า)จากบัยตุลมักดิส(เยรูซาเล็ม)ไปสู่บัยตุลลอฮ(คาบสมุทรอาหรับ/ซาอุดิอารเบีย) และหลังจากนั้น เรื่องราวความขัดแย้งต่างๆมากมายระหว่างสามศาสนา(ยิว คริสต์ อิลสาม)ก็เกิดขึ้นมาโดยไม่มีทางเลือก

   การย้ายทิศกิบละห์นั้นมีเป้าหมายเพื่อทดสอบความศรัทธาของคนสามกลุ่มนี้(ยิว/คริสต์/อิสลาม ว่าจะยอมรับฟังและปฎิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮหรือไม่  ทิศทุกทิศมุ่งสู่พระองค์อย่างเท่าเทียมกัน ทิศไม่ใช่เครื่องปิดกั้นการเข้าถึงอัลลอฮ เพราะไม่ต้องการให้เกิดการผูกขาดสิทธิในการเข้าหาพระองค์เพียงทิศใดทิศหนึ่งหรือคนชาติพันธ์ใดชาติพันธ์หนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนทิศกิบละห์ไปยังกะบะห์นั้น ไม่ได้ทำให้อัลอักซอหมดความสำคัญลงแต่อย่างใด แต่เพื่อให้หลักคำสอนของอัลลอฮขยายออกไปกว้างขวางขึ้น และเพื่อให้เกิดการยอมรับความความแตกต่างทางชาติพันธ์ ที่ซึ่งสุดท้ายแล้วมนุษย์ก็มาจากพ่อแม่คนเดียวกัน และมาจากพระเจ้าองค์เดียวกัน

   แง่มุมหนึ่งคือ เกิดปรากฏการณ์คานอำนาจ/ช่วงชิงความเป็นศูนย์กลางของประชาชาติมุสลิมระหว่างบัยตุลลอฮและบัยตุลมักดิส มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงทิศกิบละห์ถูกจุดประเด็นเป็นความขัดแย้งระหว่างยิวกับอาหรับ และอาจรวมถึงความขัดแย้งระหว่าง ยิว คริสต์และมุสลิมด้วย จึงไม่แปลกที่ทำไมเรื่องราวของบัยตุลมักดิส(อัลอักซอ)จึงยังไม่สามารถนำมาพูดคุยได้ในเวทีเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง หรือระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

   ฮัจญ์คือการเรียกร้องมุสลิมทั่วโลก ให้มาอยู่ในสถานที่เดียวกันและในเวลาเดียวกันด้วยพิธีกรรมเดียวกัน เพื่อพระเจ้าองค์เดียวกัน  เป็นการรวมตัวกันเพื่อแสดงออกถึงความเท่าเทียมและเอกภาพเดียวกัน เพื่อแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ และเพื่อการพบปะแลกเปลี่ยนความแตกต่างหลากหลายของประชาชาติมุสลิมจากทั่วโลก

   ฮัจญ์เป็นหนึ่งในพิธีกรรมของศาสนาอิสลาม ที่กำหนดเป็นข้อบังคับสำหรับมุสลิมทุกคนที่มีความพร้อมและมีความสามารถทั้งด้านสุขภาพ ทรัพย์สินและความปลอดภัยในเส้นทางการเดินทาง เป็นหลักปฎิบัติที่อิสลามกำหนดให้มุสลิมปฏิบัติหนึ่งครั้งในชีวิต  เป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่มีเงื่อนไขและองค์ประกอบของความพร้อมและความสามารถเป็นหลัก

   ความจริงแล้ว ท่านศาสดามุฮำหมัดอยู่มะดีนะห์ ๘ ปีโดยที่ท่านไม่เคยทำฮัจญ์ที่มักกะห์เลย ยกเว้นเพียงครั้งเดียวในช่วงปลายชีวิตของท่าน ที่เรียกว่าการทำฮัจญ์อำลา(ฮัจญ์วิดาอ์) และการที่ท่านไปทำฮัจญ์ครั้งนั้น ก็เพื่อต้องการสอนและทำเป็นแบบอย่างให้ประชาชาติมุสลิมได้เรียนรู้วิธีการ รูปแบบ เป้าหมาย  แนวทางในการทำฮัจญ์ที่ถูกต้อง

   ปัญหาของฮัจญ์ในสังคมไทยมักเกิดจากการนำความพร้อม/ความสามารถที่ไม่ครบถ้วนมาสร้างเป็นเงื่อนไขต่อการทำอิบาดะห์ฮัจญ์ การสร้างความเข้าใจกับผู้ที่ต้องการไปทำฮัจญ์ จึงเป็นเรื่องจำเป็นมากยิ่งขึ้น เพราะด้วยความพร้อมที่ไม่ครบถ้วนนี้ และความสามารถที่ไม่พร้อมจริง ทำให้อิบาดะห์ที่อัลลอฮกำหนดว่าเป็นเรื่องง่ายกลับต้องกลายเป็นเรื่องยากมากยิ่งขึ้น ล้วนเป็นปัญหาของคนไม่ใช่ปัญหาของอิบาดะห์ที่พระองค์ทรงกำหนดให้มนุษย์ปฎิบัติ  ความพร้อมและความสามารถจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเดินทางไปทำฮัจญ์ ความพร้อมที่ไม่ได้หลอกตัวเอง ความพร้อมที่ไม่มีใครมาหลอก เป็นความพร้อมที่สอดคล้องลงตัวกับอิบาดะห์ที่ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องอิบาดะห์ฮัจญ์เท่านั้น แต่รวมถึงอิบาดะห์อื่นๆด้วยที่ต้องสร้างความพร้อมที่แท้จริง ไม่ใช่ความพร้อมจอมปลอมและหลอกลวง

   พิธีฮัจญ์เป็นพิธีที่ถูกกำหนดไว้ชัดเจนในตัวบทอัลกุรอาน และอัลหะดิษ ด้วยเงื่อนไขสำคัญคือความพร้อมและความสามารถที่ครบถ้วน  การกวดขันและเข้มงวดกับระบบและมาตรฐานที่กำหนดไว้จากทางประเทศซาอุดิอารเบียและทางรัฐบาลไทยให้เข้มงวดกวดขันให้เป็นมาตรฐานทางกฏหมาย เพื่อจะสามารถควบคุมดูแลมาตรฐานดังกล่าวได้อย่างเป็นระบบและเหมาะสมถูกต้องต่อไป
   
   ที่มา
   http://www.publicpostonline.net/10735

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap