Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
ชิริกคืออะไร? มีกี่ประเภท? ชิริกคือ "การให้สิ่งอื่นเป็นพระเจ้าร่วมกับอัลลอฮฺ" เ
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชิริกคืออะไร? มีกี่ประเภท? ชิริกคือ "การให้สิ่งอื่นเป็นพระเจ้าร่วมกับอัลลอฮฺ" เ  (อ่าน 779 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8512 Level 75 : Exp 17%
HP: 4.9%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 22, 2016, 03:43:34 pm »
แบ่งปัน

   ชิริกคืออะไร? มีกี่ประเภท? 
   ชิริกคือ "การให้สิ่งอื่นเป็นพระเจ้าร่วมกับอัลลอฮฺ" เท่านั้นหรือ?

   

      ---
      
      บยน

   

      เหตุเรือล่มที่อยุธยาแตกประเด็นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเวบไซต์ข่าวลัทธิชีอะฮฺ "พับลิกโพสต์" ลงดราม่าคุณจักริน สุนทรจินดา หรือพี่จิม คือก็ไม่รู้จักแกมาก แต่เข้าใจว่าเป็นเซเลปชื่อดังคนหนึ่งในโลกฟิตนะห์และว่างๆก็ไปกอดจูบชีอะฮฺอยู่เนืองๆ แกได้ไปสัมภาษณ์อิมามมัสญิดอาลียินนุรอยน์ ซึ่งมีสัปบุรุษเสียชีวิตจากเรือล่มหลายคน การสัมภาษณ์เริ่มจากพี่จิมแกไปหยอดน้ำจิ้มใส่อิมาม (ซึ่งน่าจะไม่ได้เล่นเฟสบุคมาเห็นเอง) ว่ามีพวกวะฮาบี (ตัวร้ายตลอดกาลเลยนะ) เที่ยวบอกว่าเหตุเรือล่มเนี่ยเป็นบาลาหรือการลงโทษจากอัลลอฮฺนะ ซึ่งคนเหล่านี้ไปทำการชีริกต่ออัลลอฮฺที่มะกอมของโต๊ะตะเกี่ย อัลลอฮฺเลยลงโทษและพวกนี้ก็ต้องตกนรกแน่นอน..

   

      พี่จิมพูดหรือเอื้อให้อิมามเข้าใจทำนองนี้ ทั้งๆที่พอเที่ยวหาตามเฟสบุค แม้แต่การไลฟ์ของทนายสะการิยา สุขจันทร์ ก็ดีมากๆ มีเหตุมีผลและตรงข้ามจากที่พี่จิมพูดโดยสิ้นเชิง ส่วนกรณีมีปัจเจกบุคคลว่าแบบนั้น ก็ให้ดูเป็นตัวบุคคล ไม่ใช่ลามไปถึงซาอุฯ ไปถึงกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ อันนี้ไม่สมเหตุสมผล เป็นการบิดเบือนอย่างน่าเกลียด จะโกรธเกลียดใครก็ให้มันดูมีสติหน่อย เพราะไม่เห็นมีใครว่ากันอย่างนี้หรือไปสะใจผู้ตายจากเรือล่ม แต่ก็พอเข้าใจเพราะจริงๆพี่จิมแกก็เป็นคนน่ารักนะครับ แต่นิสัยเสียไปหน่อย แต่เอาเถอะเพราะปากของพี่จิม อิมามที่ให้สัมภาษณ์จึงอารมณ์ร้อนขึ้นมาพูดว่า

   

      “อันที่จริงแล้ว สำหรับมุสลิมนั้น ถ้ามีอื่นนอกจากอัลลอฮฺแล้วถือว่าชีริกทั้งนั้น ถ้าเอาสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าชีริกทั้งนั้น… แต่ว่าในกรณีของผม ผมกระทำการตออัต (เคารพให้เกียรติ) ต่อผู้ที่ประสิทธิประสาทวิชาต่อผม แล้วผมชิริกตรงไหน?”

   

      นี่ละที่มาของ ชิริกคืออะไร? มีกี่ประเภท? ชีริกคือ "การให้สิ่งอื่นเป็นพระเจ้าร่วมกับอัลลอฮฺ" เท่านั้นหรือ? แอดมิ้นเห็นประเด็นนี้เป็นสำคัญ เราจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส มาเรียนเรื่องชิริกอย่างสังเขปด้วยกันเถอะ อิมาม คกก.อิสลามอยุธยาด้วยนะ มาเรียนด้วยกันครับ

   

      ---

   

      เอาเข้าจริงแล้วชิริกหรือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺนั้น เอานิยามตรงๆอย่างนี้อย่างเดียวไม่ได้ครับ เพราะมันไม่ได้มีแต่การทำอิบาดัต "ก้มกราบไหว้สิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ" (ซึ่งอันนี้เป็นชิริกใหญ่) อย่างที่อิมามบอกเท่านั้น มันยังหมายถึงสิทธิทั้งหมดที่อัลลอฮฺควรได้รับสูงสุดซึ่งถูกละเมิดด้วย เช่น การกลัว การยำเกรง การบนบาน การมีจุดประสงค์และการเอ่ยนามขณะเชือดพลีสัตว์ การเชื่อในพลังความสามารถ การแขวนตะกรุด การละหมาดใกล้สุสานเพื่อแสวงบุญ หรือเชื่อในความจำเริญต่อวัตถุประเภทหนึ่งประเภทใด เป็นต้น เหล่านี้เป็นชิริกเล็กที่เรามองข้าม โดยเฉพาะการให้ความรัก (ที่เกี่ยวกับความศรัทธา) ต่อสิ่งอื่นเทียบเท่าอัลลอฮฺหรือใกล้เคียง เช่นนับถือโต๊ะวาลีต่างๆอย่างเลยเถิด (กรณีโต๊ะตะเกี่ยก็ชัดเจนสุดๆครับ) ดังที่อัลลอฮฺตรัสไว้ว่า “และในหมู่มนุษย์นั้น มีผู้ยึดถือบรรดาภาคีอื่นจากอัลลอฮฺ ซึ่งพวกเขารักภาคีเหล่านั้นเช่นเดียวกับรักอัลลอฮฺ แต่บรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นผู้ที่รักอัลลอฮฺมากยิ่งกว่า” (อัลบะเกาะเราะฮฺ : 165)

   

      นักวิชาการเนี่ย เค้าแบ่งชิริกขึ้นกับว่าเราจะพูดในแง่ไหน ในที่นี่จะขอยกข้อเขียนของอาจารย์สองท่านมาอ้างคือ อ.อาลี เสือสมิง กับ อ.ริฎอ อะฮฺมัด สะมะดี และจากอุละมาอฺอย่าง ชัยคฺ มุฮัมมัด บิน อิบรอฮีม อัตตุวัยยิรี ที่พูดถึงการแบ่งที่นิยมๆกันคือในแง่ของความชัดเจนและซ่อนเร้น กับในแง่ของความรุนแรงและไม่รุนแรง (ชิริกใหญ่-ชิริกเล็ก) ดังนี้

   

      (1.) #ชีริกในแง่ความชัดเจนและซ่อนเร้น

   

      1.ชิริกญะลียฺ (شِرْكٌ جَلِيٌّ) คือชิริกแบบชัดเจนที่ปรากฏชัดทั้งกายกรรม (ฟิอฺลุน) วจีกรรม (เกาวฺลุน) และมโนกรรม (ก็อลบุน) เช่น การก้มลงสุหญูดต่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) การกล่าววาจาที่ปฏิเสธความเชื่อพื้นฐานทางศาสนาอันเป็นที่รู้กันโดยภาวะจำเป็น อาทิ กล่าวว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) รู้ไม่หมดทุกสิ่ง เป็นต้น การปักใจเชื่อ (อิอฺติก็อด) ว่ามีสิ่งอื่นที่ให้คุณให้โทษนอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ด้วยตัวของสิ่งนั้นเอง เป็นต้น

   

      2.ชิริกเคาะฟียฺ (شِرْكٌ خَفِيٌّ) คือชิริกแบบซ่อนเร้นที่เกิดขึ้นในจิตใจอันเป็นผลมาจากการโอ้อวด (ริยาอฺ) การอวดตัวหยิ่งยะโสโอหัง (ตะกับบุร) การหวังในลาภยศสรรเสริญและชื่อเสียง (สุมอะฮฺ) และการลำพองตนหรือสำคัญตนผิด (อุญุบ) ชิริกประเภทที่สองนี้ "เกิดขึ้นในจิตใจ" (เป็นภาวะการณ์ของการมองไม่เห็นหรือข้ามหัวผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงก็คืออัลลอฮฺ-แอดมิ้น) และเป็นสิ่งที่เป็นเหตุปัจจัยในการกระทำภายนอกที่สำแดงว่าดี บริสุทธิ์ใจ แต่มี 4 ประการนั้นอยู่ในจิตใจ จึงมองภายนอกดูเหมือนดี แต่ภายในเคลือบแฝงและมีเจตนาเป็นอื่น

   

      ชิริกประเภทแรกที่เรียกว่าชิริกญะลียฺนั้น เป็นชิริกขั้นรุนแรงที่ทำให้ตกศาสนา (กุฟร์-ริดดะฮฺ) แต่หากกระทำด้วยความไม่รู้ก็ไม่ถือว่าต้องโทษ แต่ก็มีโทษเบาลงมาจากความไม่รู้และการประมาทต่อการกระทำที่เป็นชิรกฺ แต่ผู้ทำชิริกนี้ถ้าหากเตือนแล้วไม่ยอมรับก็ถือเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาโดยสิ้นเชิงเช่นกัน, ส่วนชีริกประเภทที่สองคือชิริกเคาะฟียฺนั้น เป็นบาปใหญ่ (กะบาอิรฺ) แต่ยังไม่ทำให้ผู้นั้นตกศาสนา มีความร้ายแรงกว่าซินา (ผิดประเวณี) การกินริบาอฺ (ดอกเบี้ย) และการไม่ละหมาด ยกเว้นเมื่อผู้นั้นปักใจเชื่อว่าการกระทำของตัวเองที่มี 4 ประการข้างต้นเป็นเหตุปัจจัยภายใน เป็นสิ่งที่อนุญาต (อิส-ติหฺลาล) และไม่ใช่สิ่งต้องห้าม (หะรอม) ที่จะทำแต่อย่างใด ก็ถือว่าผู้นั้นตกศาสนา (มุรตัด) แล้ว

   

      (2.) #ชีริกในแง่ความรุนแรงและไม่รุนแรง

   

      1.ชิริกอักบัรฺ (شِرْكٌ أكْبَرُ) คือการตั้งภาคีใหญ่สุดที่ทำให้ตกศาสนา มี 4 ชนิด
      --ก.ชิรฺก์อัด-ดะอฺวะฮฺ (شِرْكُ الدَّعْوَةِ) คือ การวิงวอนขอต่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.)
      --ข.ชิรฺก์อัน-นียะฮฺ วัลอิรอดะฮฺ วัล-ก็อศฺด์ (شِرْكُ النِّيَةِ والإِرَادَةِ وَالقَصْدِ) คือ การมีเจตนาหรือมุ่งหมายในการปฏิบัติสิ่งที่เป็นอิบาดะฮฺเพื่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) หรือเคียงคู่กับพระองค์
      --ค.ชิรฺก์อัฏ-ฏออะฮฺ (شِرْكُ الطَّاعَةِ) คือ การภักดีและปฏิบัติตามสิ่งอื่นในสิ่งทีเป็นสิทธิสงวนเฉพาะพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) เช่น การกำหนดสิ่งที่อนุมัติหรือที่ต้องห้าม เป็นต้น
      --ง.ชิรฺก์อัล-มะหับบะฮฺ (شِرْكُ المَحَبَّةِ) คือ การมีความรักในเชิงอิบาดะฮฺต่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) หรือเคียงคู่กับพระองค์

   

      2.ชิริกอัศฆ็อร (شِرْكً أصْغَرُ) คือการตั้งภาคีที่เล็กกว่าการตั้งภาคีชนิดแรก กล่าวคือ เป็นบาปใหญ่ (กะบีเราะฮฺ) แต่ไม่ทำให้ตกศาสนา เช่น การโอ้อวด (อัร-ริยาอฺ) เป็นต้น นักวิชาการบางส่วนถือว่าชิริกเคาะฟียฺเข้าอยู่ในประเภทที่สองนี้ด้วย ในขณะที่บางส่วนแยกชิริกเคาะฟียฺ (شرك خَفِيٌّ) ออกมาเป็นอีกประเภทหนึ่ง เพราะความไม่ชัดเจนของมัน เป็นสิ่งที่บางทีมนุษย์ไม่ได้นึกถึง แต่มีนัยของชีริกแฝงอยู่

   

      เช่น คำพูดที่ว่า หากไม่มีอัลลอฮฺและนาย ก. ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือพูดว่าสิ่งที่อัลลอฮฺประสงค์และท่านประสงค์ เป็นต้น ตามคำอธิบายของท่าน อิบนุ อับบาส (ร.ฎ.) ชิริกเคาะฟียฺตามการแบ่งของนักวิชาการฝ่ายนี้ถือเป็นบาปเล็กที่สามารถลบล้าง (กัฟฟาเราะฮฺ) ด้วยการขอลุแก่โทษ (อิสติฆฟารฺ) ต่ออัลลอฮฺเพราะเป็นการพูดที่นึกไม่ถึงว่าเข้าข่ายมีนัยชิริกเจือปนอยู่

   

      ชัยคฺ มุฮัมมัด บิน อิบรอฮีม อัตตุวัยยิรี ได้อธิบายการแบ่งชิริกแบบที่สองเพิ่มเติมอีกว่ามีดังนี้

   

      #ชิริกใหญ่

   

      1.การเกรงกลัว // กลัวรูปปั้น กลัวฏอฆูต (มนุษย์ที่ถูกทำให้ยิ่งใหญ่และต้องก้มกราบให้) กลัวผี หรือขอให้สิ่งเหล่านี้ขจัดความทุกข์ของตน โดยเฉพาะความทุกข์ที่เกินวิสัยมนุษย์หรือสิ่งของจะทำได้ (ดู อาลิอิมรอน : 175)

   

      2.การมอบตน // การมอบตนแก่สิ่งต่างๆซึ่งโดยปกติวิสัยแล้ว สิ่งนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นหน้าที่ของเฉพาะของอัลลอฮฺ เช่นขอให้นำความสุขหรือความโชคดีมั่งมีศรีสุขมาให้ (ดู อัลมาอิดะฮฺ : 23)

   

      3.การมอบความรัก // การมอบความรัก (ในแง่ของความศรัทธา) อันก่อให้เกิดความนอบน้อม เคารพเชื่อฟังอย่างบริสุทธิ์เต็มร้อยที่นำไปสู่การทำตามอย่างไม่มีการโต้เถียงต่อมนุษย์ด้วยกัน (ดู อัลบะเกาะเราะฮฺ : 165)

   

      4.การเคารพเชื่อฟัง // การเคารพเชื่อฟังมนุษย์ที่อนุมัติ-ไม่อนุมัติในเรื่องๆหนึ่งซึ่งตรงข้ามจากอัลลอฮฺ เช่น การยอมผู้พิพากษา การเชื่อโต๊ะครู ในคำตัดสินที่ไม่ยุติธรรม หรือคำสอนผิดเพี้ยนๆ (อัตเตาบัต : 31)

   

      #ชิริกเล็ก

   

      1.การผูกด้ายหรือกำไลที่ข้อมือ // ด้วยจุดประสงค์เพื่อป้องกันภัยต่างๆ

   

      2.การติดการสวมหรือผูกเครื่องยันต์ต่างๆ // ไม่ว่าจะเป็นผ้า กระดูก ตัวอักษร ฯลฯ เพื่อป้องกันภัยต่างๆ

   

      3.การเชื่อในลางร้าย // เช่น เสียงจิ้งจก นกอีกา นกเค้าแมว หรือสถาณที่ต่างๆ ฯลฯ เพราะแท้จริงสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถให้คุณให้โทษได้ เป็นเพียงแต่การลวงตาจากชัยฏอนเท่านั้น

   

      4.การเสริมโชคหรือการขอความจำเริญจากสิ่งอื่น // เช่นต้นไม้ หิน โบราณสถาน ฯลฯ เพราะแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถให้อะไรเราได้

   

      5.สิหิรฺหรือการทำมนต์เสน่ห์ // อันเป็นสิ่งลึกลับ ที่ประกอบไปด้วยเครื่องราง มนต์ร่าย บทสวด และประโยคพิศดารที่ปัดเป่าแล้วเกิดผลร้ายต่อมนุษย์ ทำให้ป่วยหรือตาย ทำให้เกิดการหย่า เพราะทั้งหมดเป็นงานของชัยฏอน เป็นการร่วมมือหรือเป็นมิตรกับชัยฏอน คือการยึดเหนี่ยวสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ อีกทั้งยังเป็นการแอบอ้างว่ารู้สิ่งที่ซ่อนเร้น ซึ่งเป็นความสามารถของอัลลอฮฺเท่านั้น (ดู อัลบะเกาะเราะฮฺ : 102)

   

      6.การดูหมอ ดูโชคชะตา // รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งเป็นงานของชัยฏอน เป็นการพึ่งพิงชัยฏอน ท่านอบูฮุรัยเราะฮฺกล่าวว่า ท่านนบีกล่าวว่า "ผู้ใดไปหาหมอดูหรือหมอทำนาย ถือว่าเขาได้ปฏิเสธสิ่งที่ถูกประทานแด่มุฮัมมัด (คือกลายเป็นผู้ปฏิเสธอัลกุรอาน)" (เศาะหีหฺ รายงานโดยอิมามอะฮฺมัด หมายเลข 9036 และอิมามอัลหากิม หมายเลข 15 ดู อิรฺวาอุลเฆาะลีล หน้า 2006)

   

      7.การทำนายหรือพยากรณ์โชคชะตาด้วยการดูดาว // เช่น การพยายามเอาการโคจรของดาวต่างๆมาผูกกับความเป็นความตายของมนุษย์ เป็นการแทรกแซงการบริหารโลกของอัลลอฮฺ และการอ้างรู้สิ่งเร้นลับ

   

      8.การขอฝนจากดวงดาว // เช่น การอ้างว่าเราได้รับฝนจากดวงดาวนั่นนี่ เพราะแท้จริงฝนตกเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ มิใช่ของสิ่งอื่น

   

      9.การพาดพิงว่าความสุขที่ได้มาจากสิ่งอื่น // ความสุขและความดีต่างๆของเรามาจากอัลลอฮฺและต้องขอบคุณพระองค์ เหตุปัจจัยจากมนุษย์นั้นเป็นเพียงสาเหตุที่อาจเกิดหรือไม่เกิด อาจให้หรือไม่ให้ประโยชน์ก็ได้ ที่สุดแล้วอัลลอฮฺเท่านั้นคือผู้อนุมัติ (ดู อัลนะหฺลุ : 53)

   

      หรือการกระทำทั้งหมดที่เข้าข่ายตัวอย่างที่ยกมา ก็ล้วนแต่เป็นชิริกทังสิ้น อนึ่ง การขอดุอาอ์ให้ผู้ตายไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด คนเป็นขอให้คนตาย ถือเป็นเรื่องปกติและส่งเสริมด้วยซ้ำไป ส่วนกรณีการตะวัซซุลหรือการใช้ผู้ตายที่เป็นคนดีเป็นสื่อให้ขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺให้แก่ตนเองนั้น อุละมาอฺยังไม่นับเป็นชิริก ทว่าเป็น "บิดอะฮฺเฎาะลาละฮฺ" คืออุติกรรมหลงทาง และยังเป็นหนทางไปสู่การชิริกด้วย และแน่นอนการห่างไกลจากพฤติกรรมทั้งหมดที่สุ่มเสี่ยงไปสู่การชิริกนั้น ถือเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนครับ

   

      ---

   

      ดังกล่าวนี่เองคือความหมายและประเภทของชิริกโดยสังเขป (ย่อสุดๆแล้ว) จะว่าแอดมิ้นเป็นวะฮาบงวะฮาบีวาซาบิก็ช่าง เอาที่สบายใจ แต่ลองคิดดูครับ ความเข้าใจหรือการสอนหรือการพูดในทำนองแค่ว่าชีริกคือ "ก้มกราบไหว้สิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ" เท่านั้น..นั้น อันตรายมาก เพราะทำให้เราไปละเลยชิริกประเภทอื่นๆไปเสียหมด การกราบไหว้สิ่งอื่นพร้อมๆกับอัลลอฮฺด้วยนั้นเป็นสิ่งที่เด็กๆก็รู้ว่ามันไม่ได้ อิมามไม่ต้องบอกหรอก และก็คงหายากแล้วในสังคมมุสลิมยุคปัจจุบัน ก็ให้เราลองพิจารณาละกันว่ากรณีของโต๊ะตะเกี่ยนั้นเข้าเกณฑ์ไหน สำหรับแอดมิ้นแล้ว ความรู้เบสิกที่มี วิดิโอ/ภาพ การตกแต่งกูโบร์ การก้มกราบหน้ากูโบร์ ที่สำคัญข้อความของผู้เข้าร่วมงานไม่ว่าจะเป็นการขอความคุ้มครอง หรืออะไรพวกนี้ก็ชัดเจนอยู่ในทีว่ากรณีโต๊ะตะเกี่ยเราจะวางตรงไหนในสังคมมุสลิมเรา? ขออัลลอฮฺคุ้มครองเราจากอุตริกรรมเหล่านี้ คุ้มครองชาวบ้านผู้ไม่รู้ ให้ห่างไกลจากความรู้สกปรกของบรรดาโต๊ะครูที่สอนสั่งให้ทำพิธีกรรมเหล่านี้ รวมถึงเล่ห์เหลี่ยมและการเล่นลิ้นของบรรดาสาวกตามโลกโซเชียล ซึ่งถือเป็นผู้มีความรู้มากกว่าชาวบ้านปกติ ทว่าหลงทางเพราะเห็นกรงจักรเป็นดอกบัว และมีอคติเป็นจ้าวเหนือหัว ขอให้พวกเราอย่าได้ไปโต้เถียงกับคนเหล่านี้ เพราะการเห่าหอนตอบออกไปก็เพียงแต่ทำให้เรากลายเป็นหมาอีกตัวเท่านั้นเอง อันนี้ไม่ได้แรง แต่เป็นคำคมอุปมาอุปไมยของปราชญ์ผู้หนึ่งถึงการโต้เถียงที่ไร้สาระเท่านั้นเอง

   

      บ่าวผู้นี้ได้พยายามกำจัดสิ่งสกปรกโสมมนี้ด้วยวิธีที่ความสามารถของตัวเองเอื้อให้ทำได้แล้ว และขอเป็นคำตอบหากพระองค์ได้ถามในวันหน้า ว่าเมื่อได้เห็นการทำลายศาสนาของพระองค์ต่อหน้าแล้ว เธอได้กระทำอะไรบ้างแล้วยัง อามีน.

   

      อะไรคือชิริก?
      http://www.islaminthailand.org/dp6/node/492
      ประเภทของชิริก
      http://alisuasaming.org/webboard/index.php?topic=2978.0
      https://islamhouse.com/th/articles/314907/
      อิมามอยุธยาโต้วะฮาบีอย่าทำตัวเป็นพระเจ้า เที่ยวตัดสินคนอื่นตกศาสนา
      http://www.publicpostonline.net/11246

   

      แอดมิ้น
      21/9/2559

   

      ที่มา
      https://www.facebook.com/SmianaJournal/photos/a.146169422106417.30210.134915139898512/1245611988828816/?type=3&theater

   

       

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส