Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
พฤษภาคม 26, 2017, 02:13:20 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี  (อ่าน 6040 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8494 Level 75 : Exp 9%
HP: 4.6%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2010, 05:24:33 pm »
แบ่งปัน

   
   
   ภาพจาก
   http://fws.cc/bbk/index.php?topic=344.0

   1. การเป็นผู้รู้จักตนเอง(Self realization)

   
   
            • รู้ถึงความต้องการแห่งตน
            • รู้ถึงวิธีการสร้างเป้าหมายแห่งตน ไม่ว่าในชีวิตส่วนตัว หรืองาน
            • รู้ถึงขีดความสามารถแห่งตน ที่จะกระทำการใดๆ ได้เพียงใด
            • รู้ถึงวิธีการควบคุมตนเอง การมีวินัยในการใช้ชีวิต และการทำงาน
            • รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อตน และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น
            • รู้ว่าตนจะต้องลงทุนอะไร เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งต้องการ
            • รู้สึกได้ถึงความสุข ความทุกข์ ที่สัมผัสได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้ไดมาชี้นำ
            • ยอมรับความจริงได้ทุกอย่าง ไม่หลอกตัวเอง
   
   2.การเป็นผู้รู้จักการวิเคราะห์หาเหตุและผล(Analytical Mind)
   
            • มองทุกสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า(Appearance)อย่างลึกซึ้ง คิดถึงที่ไป ที่มา ไม่ใช่แค่ที่เห็น
            • มองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลึกถึงเหตุปัจจัย(Cause)และสามารถคาดคะเนผลที่เกิดตามมา(Consequence)ในปัจจุบัน และในอนาคตได้
            • เป็นผู้ที่ตั้งคำถามตลอดเวลา “ใคร(Who)? ทำอะไร(What)? ที่ไหน(Where)? เมื่อไร(When)? ทำไม(Why) อย่างไร(HOW)? ” (5-W 1H)
            • เข้าใจถึง หลักการ “อริยสัจ” ของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างดี
            • เป็นผู้ที่ช่างสังเกต ให้ความสนใจในรายละเอียดเพื่อเก็บมาเป็นข้อมูล
            • มองพฤติกรรมบุคคล(Person) เหตุการณ์(Event) สามารถโยงถึงหลักการ(Principle)ได้ และใช้หลักการ(Principle)สร้างวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา และป้องกันปัญหา เพื่อให้เกิดเหตุการณ (Event)ที่ต้องการ และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล(Person)ให้อยู่ภายไต้การควบคุมได้

   
   3. การเป็นผู้เรียนรู้ตลอดกาล(Life long learning)

            • มีความรู้สึกว่าตนไม่รู้อะไรอีกมาก และตระหนักถึงความเป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดเวลา
            • เข้าใจดีกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้สิ่งที่เคยรู้เมื่อวันวานอาจไม่ใช่ในวันนี้อีกต่อไป

             • มองเห็น สิ่งของ ผู้คน เหตุการณ์ เป็นสื่อสอนตนได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดี หรือสิ่งเลวและสามารถเลือกเก็บมาจดจำ และหยิบออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
            • ใฝ่ค้นหา ติดตาม ความรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ และการดำรงชีวิต
            • มุ่งเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและจริงจังให้เป็นผู้รู้และเข้าใจในแต่ละเรื่องอย่างแท้จริง
            • สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา และเหมาะสม
            • การเรียนรู้มี 2 อย่าง เรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้และเรียนรู้สิ่งที่เรารู้ให้รู้มากขึ้น
            • นักปราชญ์บอกไว้ว่า ความรู้ที่แท้จริง คือการ “รู้ว่าเรารู้อะไร” และ “รู้ว่าเราไม่รู้อะไร”เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นให้ค้นหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ
            • กระบวนการเรียนรู้ของบุคคล เริ่มจาก

               - ความปรารถนาของตน(Personal vision) ถูกตั้งไว้และกำหนดเป็นเป้าหมายในขั้นตอนของชีวิต
               -เรียนรู้รูปแบบ ความคิดแห่งตนและผู้อื่น (Mental model) อย่างเข้าใจ
               -ให้ความสำคัญกับ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน (Shared vision)อย่างเปิดใจกว้าง และรับฟัง
               -ร่วมแรงร่วมใจทำงานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน (Team learning)
               -รู้จักการคิดเชิงระบบ(System thinking) มีทักษะการวิเคราะห์ มองเหตุผลและมองเห็น คาดการณ์ ผลลัพธ์ในอนาคตได้ และสามารถสังเคราะห์กระบวนการที่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ ได้
   
            • ความรู้ดังกล่าวของบุคคลในกลุ่มที่อยู่ร่วมกัน สามารถ นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) และสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ได้ในที่สุด อันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมโลกยุคใหม่ (New society) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวดเร็วและไม่สิ้นสุด
   
   4. ความเข้าใจในจิตวิทยาการบริหาร

             ในการบริหารงาน คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่าพูด “คือการบริหารคน” นั่นเอง เพราะ คน เป็นผู้กำหนดวิธีการหรือระบบ(System) การได้มาและการบริหารการใช้ไปของทรัพยากร(Resource Management)เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลสำเร็จของงาน การที่จะบริการคนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ มีอารมณ์และการแสดงออกที่ซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมา และมักมี “เป้าหมายซ่อนเร้นแห่งตน(Hidden Agenda)” อยู่ภายในเสมอ ทำให้การบริหารยากและไม่อาจกำหนดผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมาได้ ผู้นำที่เข้าใจจิตใจของมนุษย์ หากสามารถวิเคราะห์ผลกระทบของเหตุการณ์ต่อจิตใจของคนได้ ก็จะสามารถคาดเดาพฤติกรรมแสดงออกของคนคนนั้นได้ไม่อยาก และสามารถที่จะสร้างสถานการณ์รองรับไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันผลเสียหายจากปฏิกริยาตอบโต้ของคนได้
   
   5.การเป็นคนดี“GoodPerson”
            คนเก่งและคนดีเป็นของคู่กันแต่บางครั้งไม่ไปด้วยกัน“คนเก่ง”สร้างได้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งแก่เฒ่าโดยการเรียนรู้ทุ่มเท แต่ “คนดี”สร้างได้ยากกว่านักจนบางครั้งก็สร้างไม่ได้เลย คนเรามีการพัฒนา Super ego ซึ่งได้แก่ มโนธรรม และอุดมคติแห่งตนในช่วงวัยเด็ก 5-10 ขวบจากนั้นสิ่งที่ได้รับมาจะกลายเป็นโครงสร้างพฤติกรรมของคนๆนั้น(Frameof Reference)เขาจะใช้มันปรับให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่สัมผัสโดยใช้กระบวนการที่ซับซอ้นมากขึ้น การเป็นคนดีจะต้องมีการพัฒนาส่วนของ Super ego ของคนๆนั้นมาแล้วเป็นอย่างดีโดยพ่อแม่ครูอาจารย์ในช่วงปฐมวัย เมื่อเติบใหญจะเป็นคนที่สามารถปรับสมดุลในตนเองให้ได้ระหว่าง “กิเลส”จากจิตเบื้องต่ำขับเคลื่อนด้วยสัญชาติญาณแห่งความต้องการที่รุนแรงที่ไม่ต้องการเงื่อนไขและข้อจำกัดไดๆ กับ “มโนธรรม” ที่ขับเคลื่อนด้วย ความปารถนาในอุดมคติแห่งตนที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดคนดี ควรมีคุณสมบัติดังนี้
   
            1. มีความรู้ ไหวพริบ เฉลียวฉลาด (IQ= Intelligence Quatient) รู้แจ้งถึงความดีความชั่วรู้ที่จะเอาตัวรอดจากเล่ห์อุบายของตัณหา คนชั่ว และนำพาตนเองและผู้คนให้เห็นแจ้งในทางที่ดีควรประพฤติปฏิบัติได้
            2. มีความอดกลั้น สติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุ (EQ= Emotional Quatient)จนตกอยู่ในห้วง“กิเลส” คือ โลภะ โทษะ และโมหะ และเกิดปัญญาในการแก้ไข สร้างสรรค์ และเล็งเห็นผลเลิศในระยะยาวได้
            3. มีความอดทน มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (AQ= Adversity Quatient)พร้อมที่จะเสียสละแรงกายเพื่อให้ได้มาซึ่งอุดมคติแห่งตน และความดีที่ยึดมั่น ไม่หวั่นไหวต่อความลำบากและอุปสรรคไดๆ
            4.ไม่เป็นผู้ยึดติดกับสิ่งไดสิ่งหนึ่งจนเกินพอดี(VQ=VoidQuatient)รู้ที่จะปรับเปลี่ยนตนเองตลอดเวลาให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ที่มี การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างเหมาะสม
            5. เป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม (MQ= Moral Quatient)มีสำนึกของ “ความผิดชอบชั่วดี” มีความละอายใจต่อบาป ไม่ประพฤติชั่ว มุ่งทำแต่ความดี มีจิตใจที่ผ่องใส
   
   ผู้บริหารที่ดี มีคุณสมบัติดังนี้
   
                   1. มีความรับปิดชอบในหน้าที่(Responsibility)
                   2. มีความรับผิดชอบในผลที่เกิดการกระทำของตน(Accountability)
                   3. มีความโปร่งใสตรวจสอบได้(Transparency)
                   4. มีความยุติธรรม(Justice)

    

   ที่มา : น.พ.สมชัย ตั้งพร้อมพันธ์
   http://get.ksbrhospital.com/

   credit

   http://www.hrtothai.com/index.php?Itemid=163&id=1498&option=com_content&task=view

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2011, 11:25:35 am โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8494 Level 75 : Exp 9%
HP: 4.6%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2010, 05:41:12 pm »
แบ่งปัน

   
      
         
            
      
      
         
            การใช้อำนาจของผู้นำ
         
            การใช้อำนาจ (Power) : เป็นศักยภาพด้านความสามารถที่มีอิทธิพลเหนือพฤติกรรม หรือผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้อื่น
                  
             
      
      
          
   
   
   
   หน้าที่ 1 - ผู้นำต้องรู้จักแสวงหาอำนาจ
    
               {#emotions_dlg.s3}อำนาจ (Power) หมายถึง ความสามารถที่บุคคลหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคคลอื่นเพื่อให้ยอมปฏิบัติตาม  หรือความสามารถที่จะให้ผู้อื่นทำตามที่ต้องการ  หรือ อำนาจเป็นศักยภาพด้านความสามารถที่มีอิทธิพลเหนือพฤติกรรม หรือผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้อื่น 
   
                ผู้นำต้องรู้จักแสวงหาอำนาจ ต้องรู้ว่าอำนาจคืออะไร? อยู่ที่ไหน? หามาได้อย่างไร? ใช้อย่างไร?รักษาอย่างไร?
   
   ที่มาของอำนาจ   :  ที่ผู้นำสามารถชักชวนหรือมีอิทธิพลในการที่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามได้ ได้แก่       
                     1. อำนวยตามกฎหมาย (Legitimate Power) อำนาจที่เกิดจากข้อกำหนดระเบียบขององค์กร ตามโครงสร้างสายการบังคับบัญชาตามลำดับในการการพิจารณาตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เช่น ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ
   
                     2. อำนาจการให้รางวัล (Reward Power) อาจเป็นวัตถุ เงินหรือไม่เป็นเงิน เช่น การเลื่อนชั้น ฯลฯ
   
                     3. อำนาจจากกำลังที่บังคับคนอื่น  (Coercive Power)  อำนาจในการพิจารณากรณีทำความผิด การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ปฏิบัติตาม  อำนาจนี้ถือเป็นอำนาจทางลบ อาจทำให้เกิดความกดดัน และความขัดแย้ง
   
                     4. อำนาจจากความเชี่ยวชาญ (Expert Power) เป็นความรู้ และทักษะเฉพาะด้านเป็นที่ประจักษ์จนใคร ๆ ก็ต้องทึ่ง เกิดจากการยอมรับนับถือในความรู้ และอำนาจนี้จะติดตามผู้นำไม่ตลอดเวลาไม่มีวันหมดไป
   
                     5. อำนาจจากกยอมรับนับถือ (Referent Power) เป็นผู้คุณลักษณะพิเศษ มีเสน่ห์ (Charismatic)มีบารมี มีพฤติกรรมเป็นแบบอย่างที่ เสียสละ ผู้อื่นยกย่องชื่นชม มีความศรัทธา พร้อมที่จะทำตามเสมอ  
   
                  การใช้อำนาจ (Power) :  ผู้นำจะต้องใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด  มีเหตุผลและมีประสิทธิภาพ จะทำให้องค์การมีอำนาจและพลังมากขึ้น สามารถทำภารกิจยาก ๆ ได้สำเร็จ  การสร้างแรงจูงใจเชิงรุก สร้างแนวร่วมในการทำงานเป็นทีม สามัคคี สร้างความศรัทธาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา  ควบคุมการตัดสินใจ สร้างบรรยายในการมีส่วนร่วม มีความชอบธรรม ชี้นำเป้าหมายชีวิตของคนในองค์กรเชิงรุก พยายามในการทำงานเพื่อความสำเร็จขององค์กร  อำนาจเป็นเหมือนดาบสองคม  คือการสั่งการคนอื่น หากรู้จักใช้อย่างเหมาะสม จะช่วยผลักดันให้งานสำเร็จโดยราบรื่นและรวดเร็ว  หากไม่เหมาะสม ผลก็คือความล้มเหลว  ดังนั้น ผู้มีอำนาจพึงสังวรณ์ไว้ว่า “มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย”ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นถึงความหายนะจากการใช้อำนาจแบบลืมตัว หรือไม่เหมาะสม และมีให้อยู่ในปัจจุบัน อำนาจเป็นสิ่งไม่ยั่งยืนไม่นานก็เสื่อมหมดไป  แต่อำนาจที่คงอยู่กับตัวตลอดไปคือ “บารมี” ผู้นำจะต้องไม่ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวเจ้านายที่ชอบสั่งการให้ลูกน้องทำงานแทน บ่อยครั้งที่ความสำเร็จจากผลงานที่ลูกน้องได้มาด้วยความลำบากและต้องทุ่มเททั้งความรู้สติปัญญาแรงกาย แต่เจ้านายกลับมองข้ามสิ่งเหล่านี้  ซึ่งจะทำให้ลูกน้องหมดกำลังใจ คิดว่าอยากได้อะไรก็สั่งเอาจนเคยชินไม่ขนขวยหาความรู้พัฒนาตนเอง เวลามีปัญหาอุปสรรคก็ไม่สามารถมองออกเพราะขาดความรู้ความสามารถ ให้ลูกน้องช่วยเสียจนทำอะไรไม่เป็น การที่ผู้นำจะสั่งการผู้อื่นต้องมีความรู้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าผู้อื่นเพื่อที่จะประเมินผลลัพธ์ได้ถูกต้อง  การใช้อำนาจจะอยู่ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลไม่ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล โดยฝึกความควบคุมอารมณ์ ฝึกอีคิวให้หนักแน่นเป็นนิสัย เข้าใจความเป็นจริงของโลก รวมถึงการรู้จักปล่อยวาง ละทิฐิ มีวิสัยทัศน์ที่ดี  จะทำให้ผู้นำใช้อำนาจได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีความชอบธรรม
                    ตลอดชีวิตการรับราชการของดิฉันได้ร่วมงานกับผู้บริหาร หรือ ผู้นำ หลายท่าน หลายรูปแบบ และมีวิธีการใช้อำนาจแตกต่างกันไป  แต่ในบทความนี้ เป็นลักษณะของผู้นำที่ดิฉันคิดว่า เป็นแบบอย่างของผู้นำที่ลูกน้องอยากได้ที่สุด....   
   
   
      หน้าที่ 2 - ผู้นำในอุดมคติของลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน
   
       
   
                
                  การเป็นผู้นำ  ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ มีคุณสมบัติของผู้นำที่ดี ต้องเข้าใจถึงความสำคัญของดุลยภาพระหว่างคุณลักษณะ (Characteristics) กับความรู้ความสามารถ (Competence)  
      
                  "จริงใจ ให้เกียรติ เป็นสุภาพชน เห็นคุณค่าของทุกคน (ทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน) "
                  "ผู้นำต้องเป็นสุภาพชน สุภาพ เรียบง่าย ถ่อมตน ไม่ผูกใจเจ็บ"
                  "ผู้นำต้องนุ่มนวล มีคุณธรรม มีไอคิว อีคิว ไม่บ้าอำนาจ ไม่หยิ่ง ไม่ลืมตัว"
                  "ผู้นำ ต้องให้ลูกน้อง ตามเพราะเชื่อมั่น ไม่ใช่ ตามเพราะกลัว"  คือ ผู้นำต้องมีทักษะในการโน้มน้าวจิตใจคน และหลีกเลี่ยงการออกคำสั่ง....  จงใช้ถ้อยคำดลใจคนฟังให้ร่วมมือ
      Yell คุณลักษณะของผู้นำที่ดี
          1. ผู้นำจะต้องแสดงความเป็นของแท้ให้ลูกน้องเห็น (Authenticty)
          2. มีวิสัยทัศน์(Vision) ต้องยึดเป้าหมายสุดท้ายอยู่ในใจเสมอ มุ่งสร้างผลกระทบทางบวกแก่องค์กร แก่สังคม  มี ego แต่น้อย มี public spieit มาก
          3. กล้าตัดสินใจ (Decisivoness) และตัดสินใจอย่างระมัดระวังโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นองค์ประกอบ  และบางครั้งก็ต้องใช้ "กึ๋น" และกล้าเสี่ยง หากจำเป็น
          4.แสดงความใส่ใจ (Focus) - กับงานจัดลำดับความสำคัญ และความเร่งด่วนของงาน  ไม่เสียเวลากับเรื่องหยุมหยิม
          5. ผู้นำต้องรู้จักสร้างความรู้สึกประทับใจเป็นส่วนตัว (Personal touch)
          6. มีความสามารถในการสื่อสารและเก่งคน (Communication and people skills)  "ผู้นำต้องฉลาดที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีอย่างกระตือรือร้น ใส่ใจ ไม่พูดขัด ไมม่พูดชี้นำ ฟังมาก"
          7. พัฒนาตนเองอยู่เสมอ (Everforward)  คือ "ผู้นำต้องไม่รู้เหนื่อย มีพลัง มีการเคลื่อนไหวเป็นพลวัตอยู่เสมอ" คือต้องมีอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อย มองโลกในแง่ดี แสวงหาความรู้ สนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับงานเป็นกิจนิสัย"
         {#emotions_dlg.s3}  คนจะเป็นผู้นำ หรือผู้บริหาร  ต้องไม่ยึดติดกับหัวโขน  ข้อนี้ต้องการมาก ก ก ๆ ๆ ๆ
      ผู้นำที่ลูกน้องอยากได้และรอคอย.....
            - แฟ้มน้อย
            - ประชุมน้อย
            - เดินทางน้อย
            - แขกน้อย
            - คุยน้อย แต่รับฟังมาก
            - มีอัจริยภาพทางความคิด
            - มีเครือข่ายมาก
            - เปี่ยมด้วยคุณธรรม (อันนี้สำคัญมาก โดยฉพาะยุคปัจจุบัน...)
          อนิจจา แล้วพวกลูกน้องอย่างพวกเรา เรา  จะหาผู้นำในฝันนี้ได้ที่ไหนหนอ!... ใครพบแล้ว ช่วยบอกทีเถอะ...
                    
          {#emotions_dlg.q7}  "หนทางสู่การเป็นผู้นำที่ดี  ต้องเริ่มจากการรู้จักจุดยืนและอุดมการณ์ในชีวิตของตนเอง"  
   
         
   คัดลอกจาก
   http://www.vcharkarn.com/vblog/42227/1
                                         
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8494 Level 75 : Exp 9%
HP: 4.6%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 11:29:28 am »
แบ่งปัน

หน้าที่ 2 - ผู้นำในอุดมคติของลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน

การเป็นผู้นำ  ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ มีคุณสมบัติของผู้นำที่ดี ต้องเข้าใจถึงความสำคัญของดุลยภาพระหว่างคุณลักษณะ (Characteristics) กับความรู้ความสามารถ (Competence)  

            "จริงใจ ให้เกียรติ เป็นสุภาพชน เห็นคุณค่าของทุกคน (ทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน) "
            "ผู้นำต้องเป็นสุภาพชน สุภาพ เรียบง่าย ถ่อมตน ไม่ผูกใจเจ็บ"
            "ผู้นำต้องนุ่มนวล มีคุณธรรม มีไอคิว อีคิว ไม่บ้าอำนาจ ไม่หยิ่ง ไม่ลืมตัว"
            "ผู้นำ ต้องให้ลูกน้อง ตามเพราะเชื่อมั่น ไม่ใช่ ตามเพราะกลัว"  คือ ผู้นำต้องมีทักษะในการโน้มน้าวจิตใจคน และหลีกเลี่ยงการออกคำสั่ง....  จงใช้ถ้อยคำดลใจคนฟังให้ร่วมมือ
Yell คุณลักษณะของผู้นำที่ดี
    1. ผู้นำจะต้องแสดงความเป็นของแท้ให้ลูกน้องเห็น (Authenticty)
    2. มีวิสัยทัศน์(Vision) ต้องยึดเป้าหมายสุดท้ายอยู่ในใจเสมอ มุ่งสร้างผลกระทบทางบวกแก่องค์กร แก่สังคม  มี ego แต่น้อย มี public spieit มาก
    3. กล้าตัดสินใจ (Decisivoness) และตัดสินใจอย่างระมัดระวังโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นองค์ประกอบ  และบางครั้งก็ต้องใช้ "กึ๋น" และกล้าเสี่ยง หากจำเป็น
    4.แสดงความใส่ใจ (Focus) - กับงานจัดลำดับความสำคัญ และความเร่งด่วนของงาน  ไม่เสียเวลากับเรื่องหยุมหยิม
    5. ผู้นำต้องรู้จักสร้างความรู้สึกประทับใจเป็นส่วนตัว (Personal touch)
    6. มีความสามารถในการสื่อสารและเก่งคน (Communication and people skills)  "ผู้นำต้องฉลาดที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีอย่างกระตือรือร้น ใส่ใจ ไม่พูดขัด ไมม่พูดชี้นำ ฟังมาก"
    7. พัฒนาตนเองอยู่เสมอ (Everforward)  คือ "ผู้นำต้องไม่รู้เหนื่อย มีพลัง มีการเคลื่อนไหวเป็นพลวัตอยู่เสมอ" คือต้องมีอะไรใหม่ๆ อยู่เรื่อย มองโลกในแง่ดี แสวงหาความรู้ สนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับงานเป็นกิจนิสัย"
   {#emotions_dlg.s3}  คนจะเป็นผู้นำ หรือผู้บริหาร  ต้องไม่ยึดติดกับหัวโขน  ข้อนี้ต้องการมาก ก ก ๆ ๆ ๆ
ผู้นำที่ลูกน้องอยากได้และรอคอย.....
      - แฟ้มน้อย
      - ประชุมน้อย
      - เดินทางน้อย
      - แขกน้อย
      - คุยน้อย แต่รับฟังมาก
      - มีอัจริยภาพทางความคิด
      - มีเครือข่ายมาก
      - เปี่ยมด้วยคุณธรรม (อันนี้สำคัญมาก โดยฉพาะยุคปัจจุบัน...)
    อนิจจา แล้วพวกลูกน้องอย่างพวกเรา เรา  จะหาผู้นำในฝันนี้ได้ที่ไหนหนอ!... ใครพบแล้ว ช่วยบอกทีเถอะ...
              
       {#emotions_dlg.q7}  "หนทางสู่การเป็นผู้นำที่ดี  ต้องเริ่มจากการรู้จักจุดยืนและอุดมการณ์ในชีวิตของตน
เอง"   


44   ผู้เขียน: ครูจริงจัง/ครูใจดี : คนเดียวกันครับ! 
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
seiha
Newbie
*

Karma: +0/-0
กระทู้: 11 Level 2 : Exp 75%
HP: 0.2%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2015, 10:37:29 am »
แบ่งปัน


 ขอบคุณสำหรับอมูล


https://www.royal-1688.net"]" style="font-size:110%;font-family:Arial;">คาสิโนออนไลน์ ในรูปแบบใหม่ล่าสุดจาก ปอยเปต คาสิโน รีสอร์ท ได้ที่นี่ https://www.royal-1688.net



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2015, 10:38:15 am โดย seiha » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap