Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
กึ๊ดเติงหา "เมี่ยงและน้ำเมี่ยง"


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

กึ๊ดเติงหา "เมี่ยงและน้ำเมี่ยง"

(1/1)

ramma:
   กึ๊ดเติงหา "เมี่ยงและน้ำเมี่ยง"   
"เมี่ยง"เป็นคำเมือง สำหรับคนเมืองล้านนาเราแล้ว คำว่า "เมี่ยง" เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเลยทีเดียว เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม เป็นของว่างของขบเคี้ยว สำหรับคนเฒ่าคนแก่ หรือผู้ใหญ่ เด็กๆสมัยก่อนจะรู้ว่าถ้ามีการ "กิ๋นเมี่ยง" ละก็ต้องหมายถึงผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็ก ไปบ้านใดวัดใดจะมี "เมี่ยง" มาสู่กั๋น เรามีป่าเมี่ยง มีเมี่ยงเปรี้ยวเมี่ยงหวานอยู่ในตลาดดาดดื่น มาปัจจุบันนี้เหลือน้อยเต็มที ด้วยเหตุผลของหลายๆอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลง

แต่เรากลับรู้จัก "ชา" แทน "เมี่ยง" มีชาหลายพันธุ์หลายชนิด มีกรรมวิธีการทำ การชงการดื่มแตกต่างกัน เรียกชื่อต่างกัน มีน้ำชาพร้อมดื่มที่เป็นสินค้าที่ดื่มได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และดูเหมือนวัยรุ่นจะรู้จัก ชาในขวดสวยๆมากกว่ารู้จักเมี่ยง ทั้งๆที่ชาคือเมี่ยง เมี่ยงคือชา แปลกแต่จริงว่า ถ้าเราพูดถึง "เมี่ยง" เราจะหมายถึงเมี่ยงแบบพื้นบ้านเรา แต่พอพูดถึง "ชา" เราจะหมายถึง ชาจีน ชาญี่ปุ่น และชาสำเร็จรูปต่างๆ ดังนั้นคำเรียก"เมี่ยง" และคำเรียก"ชา" จึงเหมือนเป็นสิ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรม ความแตกต่างของสินค้า ค่านิยมและเวลา สถานที่

เมี่ยงหรือชา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis (O.Kuntz วงศ์ Theaceae) ชาเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 8-9 ฟุต ริมใบเป็นหยักเล็กๆ ดอกเป็นช่อคล้ายดอกส้มเขียวหวาน ดอกขาวหอมเล็กน้อย เกิดเป็นหมู่ในป่าเชิงเขาตามป่าดิบ สูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 600 ถึง 900 เมตรขึ้นไป มีปลูกตามป่าดิบบนเขาของภาคเหนือ เช่นเชียงใหม่ เชียงราย มักปลูกแซมไม้ใหญ่ เพื่อลดการได้รับแสงแดดจัด ในกิ่งและใบของไม้นี้มีคาเฟอีน 1-4% แทนนิน 7-15% และมีน้ำมันหอมระเหย โบราณใช้เป็นเครื่องดื่ม และปรุงเป็นยารมแก้หืด เด็ดใบรองยอดประมาณสามใบ นำมาชงแก่ๆรับประทานแก้พิษของยากลุ่มอันตรายพวกอัลคาลอยด์ กากใบชาใช้โขลก ปิดพอกแผลถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวกเป็นอย่างดี การดื่มเป็นชาไม่ควรดื่มเกินวันละ 5 แก้วต่อวัน จะนอนไม่หลับ



คนล้านนาไม่นิยมนำเมี่ยงหรือชามาชงดื่มในลักษณะของเครื่องดื่ม แต่ชนเผ่าในพื้นที่สูงมักนิยมนำมาชงดื่ม เป็นเครื่องดื่มประจำในบ้าน และเครื่องดื่มสำหรับต้อนรับแขก

การทำเมี่ยง ให้ใช้ใบชาหรือใบเมี่ยง โดยให้เด็ดใบชาที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป เมื่อเก็บใบเมี่ยงมาแล้วทำความสะอาด ทิ้งให้สะเด็ดน้ำ นำไปนึ่งในไหที่ทำด้วยไม้ หลังจากนึ่งเสร็จแล้วก็เทผึ่งไว้ ให้เย็น แล้วก็ดึง ก้านที่ติดกับใบเมี่ยงออกให้หมด เพื่อเมื่อนำไปรับประทานแล้วจะทำให้สะดวก ไม่ทำให้ก้านใบเมี่ยงแทงได้ แล้วนำไปบรรจุไว้ในท่อซีเมนต์ (ที่ใช้ทำบ่อน้ำ)หรือภาชนะที่ทำจากไม้ไผ่สานเป็นวงกลมบุด้วยผ้าพลาสติก โดยเรียงให้เป็นรูปวงกลม พยายามอัดให้แน่นที่สุด เทน้ำใส่ ใช้พลาสติกคลุม และเอาก้อนหินวางทับ เพื่อป้องกันมิให้อากาศเข้าไปในถังได้ เมี่ยงที่หมักหรือดองไว้จะใช้เวลาประมาณ 2 - 3 เดือนก็นำมาขายได้อาจมีวิธีการทำแตกต่างไปจากนี้บ้าง การเก็บอาจจะเก็บไว้นานเท่าใดก็ได้ การทำเมี่ยงนี้จะพบทำตามหมู่บ้าน ในเชียงใหม่พบป่าเมี่ยงในเขตดอยสะเก็ดหลายหมู่บ้าน รวมทั้งบ้านแม่กำปอง อำเภอแม่ออน ก็ขึ้นชื่อเป็นในความเป็นป่าเมี่ยง ที่หมู่บ้านนี้ยังมีอาหารประเภทยำใบเมี่ยงสด และมีการนำใบเมี่ยง มาทำหมอนเพื่อสุขภาพ แต่ไม่เรียกหมอนใบเมี่ยง เรียกว่าหมอนใบชา

นอกจากนี้ "เมี่ยง" ยังสามารถทำ "น้ำเมี่ยง" อันเป็นอาหารอร่อยเมนูหนึ่งของบ้านเราแต่เก่าก่อน อาหารที่ทำจากน้ำเมี่ยงชื่อว่า "น้ำเมี่ยง" ไม่ใช่ชื่อเครื่องดื่ม แต่เป็นชื่ออาหารพื้นเมืองล้านนา ซึ่งแม้ว่าจะเป็นของกิ๋นพื้นเมือง แต่กลับพบว่าหากินได้ยาก คนรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก ยิ่งลงมือทำยิ่งหาคนทำได้ยาก
   
การทำ "น้ำเมี่ยง" ต้องหาผู้รู้จริงทำจริงมาเล่า "ป้าสุธรรม" จากตำบลสันทราย อำเภอสารภีซึ่งมาขายผักอินทรีย์ที่หน้าสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้อธิบายวิธีทำน้ำเมี่ยงว่าเป็นของกินพื้นบ้านโบราณภาคเหนือ (คนเมืองรุ่นใหม่แม้อายุ 40 ปีบางคนก็ยังไม่รู้จัก) น้ำเมี่ยงเป็นน้ำที่นึ่งจากใบเมี่ยง ไอน้ำผ่านใบเมี่ยงแล้วหล่นลงหม้อนึ่งด้านล่างจนเกิดความเข้มข้นเมื่อนึ่งไป นานๆ สีจะออกเทาดำ เมื่อจะทำเป็นอาหาร ก็เอาตักเอาน้ำเมี่ยงจำนวนเล็กน้อยก็พอ(อย่าใส่มาก มิฉะนั้นจะขม) ป้าสุธรรมจะเอาพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ กะปิมาตำจนละเอียด เอาข้าวสาร ข้าวเหนียว ผสมข้าวสารเจ้ามาคั่วไฟอ่อนๆ ใส่น้ำเล็กน้อย คั่วจนเม็ดข้าวเหลืองพักไว้เอาน้ำเมี่ยง เล็กน้อยใส่หม้อต้ม เติมน้ำ คนให้ละลายต้มต่อจนเดือดพักไว้ ซอยหอมแดงเป็นแว่นแล้วแยกไว้ต่างหากพักไว้ เอาพริกแกงที่ตำไว้ผัดน้ำมันเล็กน้อยให้หอม เติมน้ำเมี่ยงที่ต้มเดือดแล้วลงไปผสมให้เข้ากันอาจเติมหมูสับละเอียดลงไป ต้มจนสุก โรยข้าวคั่ว สารผสมเริ่มข้น คนต่ออย่าให้ติดหม้อ อาจเติมน้ำ หรือน้ำมันลงไปได้เล็กน้อย เมื่อสุกแล้ว โรยด้วยหอมแดงเจียว โรยด้วย ต้นหอม ผักชี และขิงที่หั่นเป็นเส้นๆ เวลาเคี้ยวกินพบขิงจะอร่อยมาก หรือหากชอบแคบหมูก็นำมาโรยตกแต่ง เวลารับประทานก็จะได้รสชาติเหนียวนุ่มของน้ำเมี่ยงและความกรุบกรอบขอบแคบหมู
น้ำเมี่ยง เป็นอาหารที่ปรุงด้วยความพิถีพิถัน อร่อยด้วย เสียดายแต่ว่าหาคนสืบทอด ทั้งคนทำทั้งคนกินน้อยลง แม้จะพบอยู่บ้างในงานที่ส่งเสริมอาหารล้านนา แต่ก็นานทีปีหน หากหมู่บ้านใด ตลาดใด หรือในครอบครัวใดยังมีการทำการขายอยู่ละก็ ช่วยรักษาและสืบต่อกันด้วย

ภญ.รศ.ดร.พาณี ศิริสะอาด
ปรึกษาเรื่องภูมิปัญญาเพื่อสุขภาพได้ที่
ศูนย์วิจัยสมุนไพรภาคเหนือ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
e-mail:pharpost@gmail.com โทรศัพท์ 053-944356
www.pharmacy.cmu.ac.th, www.northherb.com
ที่มา
http://www.thainews70.com

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service