Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
ปรัชญาความตายในอิสลาม และพิธีกรรม
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปรัชญาความตายในอิสลาม และพิธีกรรม  (อ่าน 6697 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8512 Level 75 : Exp 17%
HP: 5.2%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2010, 06:18:20 pm »
แบ่งปัน

   หนังสือ ความรุนแรง สันติภาพ ในอิสลาม
   สุชาติ เศรษฐมาลินี
   
    
   ป็น ภาพที่แสดงถึงความฝันของมุสลิมคนหนึ่ง ที่ได้ฝันไปว่า ถูกสิงโตไล่ล่า เขาจึงวิ่งขึ้นไปบนต้นไม้และนั่งลงบนกิ่งไม้ เมื่อมองลงไปข้างล่างเขาเห็นสิงโตยังคงจ้องมองรอเขาอยู่ เมื่อมองไปด้านข้างกิ่งไม้ที่เขานั่งอยู่ พบว่ามีหนูสองตัวกัดกินกิ่งไม้ที่เขานั่ง หนูตัวหนึ่งมีสีขาว อีกตัวหนึ่งมีสีดำ ดังนั้น กิ่งไม้ที่เขานั่งคงจะหักลงในไม่ช้า ชายผู้นั้นจึงมองลงไปข้างล่างด้วยความกลัว และเห็นงูดำตัวใหญ่กำลังอ้าปากรออยู่ข้างล่างในจุดที่ข้างใต้ที่เขานั่งอยู่ ชายคนนั้นจึงมองขึ้นไปข้างบนเพื่อดูว่าจะมีอะไรพอที่จะยึดจับไม่ให้เขาตกลง ข้างล่าง เขาจึงเห็นรังเกาะที่กิ่งไม้อีกกิ่งหนึ่ง พร้อมกับมีน้ำผึ้งค่อย ๆ หยดลงมาจากรังผึ้งนั้น ชายคนนั้นจึงอยากจะลองชิมน้ำผึ้งที่หยดลงมาจึงแลบลิ้นออกมาเพื่อชิมน้ำผึ้ง สักหยดหนึ่ง เมื่อได้ชิมหยดแรกเขาจึงติดใจในความหวานของน้ำผึ้งเขาจึงชิมหยดต่อ ๆ มาจนลืมไปว่า กิ่งไม้ที่เขานั่งอยู่นั้นกำลังถูกหนูทั้งสองกัดกิน สิงโตและงูกำลังรออยู่ข้างล่าง สักครู่หนึ่งเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้น
   
   ต่อมา เขาจึงไปหาอิหม่ามเพื่อช่วยตีความความหมายของความฝันของเขาในคืนนั้น และอิหม่ามจึงตีความความฝันให้เขาฟังว่า
   สิงโต หมายถึง ความตายที่มันจะขับไล่เราตลอดเวลาไม่ว่าเราจะไปที่แห่งหนใดก็ตาม
   หนูทั้งสองตัว หมาย ถึง เวลากลางวัน (หนูขาว) และกลางคืน (หนูดำ) การกัดกินกิ่งไม้ของหนูเปรียบได้กับเวลาที่ผ่านเลยไปในชีวิตของเราตลอดเวลา วันแล้ววันเล่าจนใกล้สู่จุดจบของชีวิต
   งูใหญ่สีดำที่อ้าปากรอ หมายถึง หลุมฝังศพของเรา มันรอเราอยู่ที่นั่นเพื่อรองรับตอนเราตกลงมา (เสียชีวิต)
   รังผึ้ง หมายถึง ชีวิตบนโลกนี้ และ น้ำผึ้ง คือ ความหรูหราฟุ่มเฟือย และทรัพย์ศฤงคารทั้งหลายบนโลกนี้ที่มีแต่ความหอมหวานจนทำให้เราลุ่มหลงในรสชาดของมัน
   
   ดัง นั้น ในขณะที่เรามัวแต่ลุ่มหลงแต่ความสุขสบายในโลกนี้จนทำให้เราลืมถึงเวลาที่ เดินไป ลืมความตายที่มาถึง และลืมหลุมฝังศพที่รอเราอยู่ ดังคำเตือนจากอัลลอฮ (ซ.บ.) ที่ว่า “และ ชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้นั้นไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากการเล่นและการเพลิดเพลินเท่านั้น และแน่นอนสำหรับบ้านแห่งอาคีเราะฮ์ นั้นดียิ่งกว่าสำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรง พวกเจ้าไม่ใช้ปัญญาดอกหรือ?”(อัล-กุรอ่าน 6:32)
    
   มันเป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยๆ ถามท่านที่เป็นมุสลิมเหตุใดจึงต้องจัดพิธีศพภายใน 24 ชม. "
    
   การฝังนั้นไม่มีข้อกำหนดว่าต้องฝังภายในกี่วัน หรือฝังตอนไหน แต่ศาสนากำชับว่าต้องฝังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ !! ฉะนั้นหากพบศพตายเกินแล้ว1 วันก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด สรุปก็คือว่า หากพบมัยยิต (ศพ)เมื่อไหร่ ไม่ว่ามัยยิตผู้นั้นจะตายมาแล้วกี่วันก็ตาม เราสามารถฝังมัยยิตผู้นั้นได้ทันที
   
   โดยมี4 ขั้นตอนคือ 1.อาบน้ำให้คนตาย 2.การกะฝั่น(ห่อ) 3.ละหมาดให้คนตาย 4.ฝัง โดยเป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ข้างหลังทั้งหมด และต้องทำให้ครบ หากพบศพ (มัยยิต)ในสภาพที่เน่าแล้ว ซึ่งเราไม่สามารถอาบน้ำมัยยิตให้ได้ เช่นนี้การใช้น้ำราดให้ทั่วร่างกายถือว่าเพียงพอแล้ว จากนั้นก็สามารถห่อกะฝั่นได้เลย
    
    
   
   เหตุผลทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคมคือ 1. ลดภาระให้ผู้อยู่ข้างหลังที่จะมีค่าใช้จ่ายตามมากมาย 2. ป้องกันโรคระบาด 3. ไม่มีการรักษาสภาพศพไว้ดังนั้นเมื่อตายแล้วรีบฝัง ไม่ใช่ว่ายุคก่อนไม่มีน้ำยารักษาสภาพศพ เพราะน้ำยารักษาสภาพศพนั้นมีตั้งแต่สมัยฟาโร เช่นกัน 4. ไม่ต้องการให้ญาติพี่น้องผู้ตายโศกเศร้าเสียใจเกินเหตุ ฟูมฟายตีอกชกตัว เช่นนี้ศาสนาห้าม.... ต้องเข้าใจยอมรับการจากไป เพราะทุกคนต้องตาย 5. การฝังทำให้ศพย่อยสลายได้รวดเร็ว
    
   
      
   
       
   "ทุก ๆ ชีวิต ย่อมต้องพบกับความตาย"
   เมื่อมีการเสียชีวิตของพี่น้องมุสลิม ผู้ที่เป็นมุสลิมจะต้องกล่าวเป็นภาษาอาหรับว่า
   "อินนาลิ้ลลาฮิ ว่าอินนาอิลัยฮิรอยีอูน" ความว่า
   "แท้จริงเราเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราต้องกลับคืนสู่พระองค์"
   เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของพี่น้องมุสลิม มุสลิมทุกคน
   ต้องไปส่ง ถื่อเป็นข้อใช้ในศาสนา หากไม่ไปถือว่าเป็นความเป็นความผิดในศาสนา
   แต่ถ้าหากมีคนในชุมชนคนหนึ่งคนใดไปถื่อว่าทุกคนในชุมชนนั้นพ้นผิด
   การส่งศพในอิสลามส่งเสริมให้ทำเพราะได้รับผลบุญสูง
   นายชุมพล ศรีสมบัติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2010, 08:42:22 am โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ramma
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 1887 Level 35 : Exp 32%
HP: 0.3%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2010, 08:40:07 am »
แบ่งปัน

   การจัดแจงศพ (อาบน้ำ ห่อ ละหมาด ฝัง)
ถามศพเด็กผู้ชายที่ยังไม่สุนัต เมื่ออาบน้ำแล้วไม่สามารถล้างใต้กุลฟะฮ์ (หนังหุ้มอวัยวะเพศ) จะละหมาดเหนือศพนั้นได้หรือไม่
ตอบฮา หร่ามละหมาดเหนือศพเด็กชายนั้น เพราะการอาบน้ำไม่ทั่วนั้นศาสนาถือว่าใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องต้ายำมุมแทน ตามอีหม่ามอิบนิฮายัร จึงจะละหมาดเนือศพนั้นได้
(อิอาน่าตุตตอลิบีนเล่มที่ 2หน้าที่ 109)


ถามมี 3 คนอยู่ในป่า คือ หญิงมุสลิมะห์ 1 คน ชายมุสลิม 1 คน ซึ่งไม่ใช่สามีภรรยากัน และชายต่างศาสนิกอีก 1 คน เมื่อชายมุสลิมได้เสียชีวิตจะจัดแจงศพ 4 ประการ อาบน้ำ หุ้มห่อ ละหมาด ฝัง อย่างไรจึงไม่ฮาหร่ามต่อผู้ปฏิบัติ
ตอบจำ เป็นให้ชายต่างศาสนิกอาบน้ำให้แก่ศพ เพราะการอาบน้ำให้กับศพนั้น ไม่จำเป็นต้องเหนียต ห้ามหญิงอาบน้ำให้กับศพผู้ชาย เนื่องจากต่างเพศและไม่ใช่สามีภรรยากัน และให้ผู้หญิงนั้นละหมาดเหนือศพก็พ้นฟัรดู เพราะว่าไม่มีผู้ชายมุสลิม
(อั้ลบายูรีเล่มที่ 1หน้าที่267)


ถามเด็กอยู่ในครรภ์เกิน 6 เดือน คลอดออกมาโดยเสียชีวิตแล้วจำเป็นต้องอาบน้ำ ห่อ ละหมาด ฝังหรือไม่
ตอบเด็ก อยู่ในครรภ์มารดานั้นเมื่อครบ 6 เดือน กับ 2 นาที โดยแพทย์ยืนยัน จำเป็นต้องปฏิบัติเหมือนศพผู้ใหญ่ทั้ง 4 ประการ อาบน้ำ ห่อ ละหมาด ฝัง เพราะเด็กมีชีวิตแล้วในครรภ์มารดา
(อิอาน่าตุตตอลิบีนเล่มที่ 2หน้าที่ 123)

 
ถามการอาบน้ำให้แก่ศพนั้น สุนัตให้อาบน้ำละหมาดแก่ศพก่อนหรือไม่
ตอบเมื่อเราจะอาบน้ำให้แก่ศพ สุนัตให้เราอาบน้ำละหมาดให้แก่ศพก่อน เพราะให้ปฏิบัติเสมือนอาบน้ำยกฮาดัสใหญ่ของคนเป็น
(อั้ลบายูรี เล่มที่ 1หน้าที่ 266)

 
ถามศพนั้นมีฮาดัสใหญ่ เช่น ยูนุบ เฮด นิฟาส หรือวิลาดะห์ เมื่อเราอาบน้ำศพ จะเป็นต้องอาบน้ำยกฮาดัสให้กับศพก่อนหรือไม่
ตอบเมื่อ เราอาบน้ำให้กับศพนั้น ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำยูนุบ เฮด นิฟาส หรือวิลาดะห์ให้แก่ศพ เพราะการอาบน้ำให้แก่ศพนั้น ศาสนาถือว่าใหญ่ที่สุดแล้ว ศพจะมี ยูนุบ เฮด นิฟาส หรือวิลาดะห์ ก็สะอาดทั้งหมด
(นิฮายะตุ้ลมั๊วะห์ตาจเล่มที่ 2หน้าที่ 448)

 
ถามผู้ที่มียูนุบ เฮด นิฟาส อาบน้ำให้แก่ศพจะได้หรือไม่
ตอบผู้ที่มียูนุบ เฮด นิฟาส อาบน้ำให้แก่ศพได้โดยไม่มักโระห์ เพราะพวกเขานั้นสะอาดเหมือนกับผู้อื่นในเรื่องอาบน้ำศพ
(บุคยะตุตตุ้ลลาบเล่มที่ 2หน้าที่ 11)

 
ถามเมื่อ เราอาบน้ำละหมาดให้แก่ศพแล้ว ต่อมามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกมาจากทวารหนักหรือทวารเบาของศพ หรือมีต่างเพศไปกระทบศพ ศพจะเสียน้ำละหมาดหรือไม่ และผู้ที่ไปกระทบศพจะเสียน้ำละหมาดหรือไม่
ตอบศพนั้นไม่เสียน้ำละหมาด แต่ต่างเพศซึ่งเป็นผู้ไปกระทบนั้นเสียน้ำละหมาด ถ้าเขาผู้นั้นไม่ใช่เป็นผู้ที่ฮาหร่ามแต่งงาน
(อิอาน่าตุตตอลิบีนเล่มที่ 2 หน้าที่ 110)
 
ถามเมื่อเราละหมาดญานาซะห์ เสร็จแล้ว และมีคนอื่นเข้ามาละหมาดอีก จะมีสุนัตให้เราละหมาดใหม่อีกครั้งหรือไม่
ตอบเมื่อเราละหมาดญานาซะห์ เสร็จแล้ว และมีคนอื่นมาละหมาดอีกไม่มีสุนัตให้เรากลับมาละหมาดใหม่ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น(เช่น ละหมาดก่อนคนเดียว และมาพบเขาละหมาดยามาอะห์ ก็ไม่สุนัตให้ละหมาดใหม่) ถ้าเรากลับมาละหมาดเป็นครั้งที่สองก็ตกเป็นสุนัต
สำหรับ บุคคลที่ยังมิได้ละหมาด โดยศพนั้นมีผู้อื่นเขาละหมาดให้แล้ว ก็สุนัตให้บุคคลที่ยังมิได้ละหมาดนั้นละหมาดให้ ละหมาดนั้นตกเป็นฟัรดูกิฟายะห์ และต้องเหนียตฟัรดูกิฟายะห์ด้วย
(บุยัยริมีอาลั้ลคอเต็บเล่มที่2หน้าที่ 260)

 
ถามผู้ที่อาบน้ำศพนั้น จำเป็นจะต้องสวมถุงมือหรือเอาผ้าพันมือหรือไม่ เมื่อเขาต้องการจะถูกระหว่างหัวเขากับสะดือของศพ
ตอบผู้ ที่อาบน้ำศพนั้น จำเป็นจะต้องสวมถุงมือ หรือเอาผ้าพันมือขณะที่ต้องการจะถูกร่างกายศพระหว่างหัวเข่ากับสะดือ เพราะฮาหร่าม (บาป) กระทบระหว่างหัวเขากับสะดือโดยไม่มีของรอง
(บุคย่าตุ้ดต้อลลาบเล่มที่ 2หน้าที่ 9)

 
ถามการละหมาดญานาซะห์ มีกี่รู่ก่น ถ้าตักบีร 5 ครั้ง จะเสียละหมาดหรือไม่
ตอบละหมาดญานาซะห์นั้นมี 7 รู่ก่น
รู่ก่นที่ 1เหนียต เช่น เหนียตว่า ข้าพเจ้าละหมาดเหนือศพชายนี้ 4 ตักบีร ซึ่งเป็นฟัรดูกิฟายะห์ ลิ้ลลาฮิต้าอาลา
รู่ก่นที่ 2ยืนตรง ถ้าไม่สามารถยืนได้ก็ให้นั่ง ถ้าไม่สามารถนั่งได้ก็ให้นอน
รู่ก่นที่3ทำ 4 ตักบีรเช่นกล่าวว่า อัลลอฮุอักบัร เพราะตามท่านร่อซูลุ้ลเลาะห์ ถ้าแม้ว่าทำ 5 หรือ 6ตักบีร โดยเจตนาและไม่ได้ยึดมั่นว่าเสียละหมาดศาสนาถือว่าไม่เสียละหมาดตามเกาลุ้ลอาเซาะห์ ถึง แม้ว่าจะเหนียตตักบีรที่เพิ่มว่าเป็นรู่ก่นก็ตาม ดังเช่นนี้ได้ปรากฏในหนังสือซอแฮะห์มุสลิม กล่าวว่าการเพิ่มนั้นไม่เสียละหมาด เสมือนอ่านฟาตีฮะห์ซ้ำๆโดยตั้งใจว่าเป็นรู่ก่น
รู่ก่นที่ 4อ่านฟาตีฮะห์ สุนัตให้อ่านค่อยๆ ถึงแม้ว่าจะละหมาดในตอนกลางคืนก็ตาม
รู่ก่นที่ 5 อ่านซอลาวาตน่าบีหลังจากตักบีรครั้งที่ 2 เช่นอัลลอฮุมมะซอลลิอ้าลาซัยยิดินามูฮำหมัด(จำเป็นต้องอ่านหลังตักบีรครั้งที่ 2)
รู่ก่นที่ 6ขอดุอาให้กับศพ หลังตักบีรครั้งที่ 3เช่นอัลลอฮุมมักฟิรล่าฮูวัรฮัมฮุ (จำเป็นต้องอยู่หลัง ตักบีรครั้งที่ 3)
รู่ก่นที่7ให้สลามหลังตักบีรครั้งที่ 4 โดยไม่วายิบกล่าวสิ่งหนึ่งสิ่งใดหลังตักบีรครั้งที่ 4 เว้นแต่ให้สลาม แต่ว่าสุนัตให้อ่านดุอาอีก เช่น อัลลอฮุมมะลาตะห์ริมนา อัจร่อฮู
ตักบีรทั้ง 4 ครั้ง ที่กล่าวมานั้น สุนัตให้ยกมือ ถ้าเราไปละหมาดตามผู้หนึ่ง ไม่แลเห็นเขายกมือเสมือนไปตามผู้ที่อยู่ในมัซฮับฮานาฟี ก็ให้เรายกมือ เพราะเป็นสุนัตสำหรับมัซฮับของอีหม่ามซาฟีอี เพื่อจะได้ออกจากการขัดแย้ง ถ้าอีหม่ามทำ 5 ตักบีร ไม่สุนัตให้มะมูมตาม คือ ให้มะมูมเหนียตออกจากการตามอีหม่าม และให้สลามเลย หรือคอยให้สลามพร้อมกับอีหม่าม โดยไม่ต้องเหนียตออกจากอีหม่าม
(อิอาน่าตุตตอลีบีนเล่มที่ 1 หน้าที่ 125)

 
ถามศพมุสลิมจะฝังในสุสานของต่างศาสนิก และศพของต่างศาสนิกจะฝังในกุโบรมุสลิมได้หรือไม่
ตอบศพ มุสลิมนั้นฮาหร่ามฝังในสุสานของต่างศาสนิก และศพของต่างศาสนิกก็ฮาหร่ามฝังในกุโบรมุสลิม เช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีที่จะฝังศพต่างศาสนิกนอกจากกุโบรมุสลิมเท่านั้น ศาสนาอนุญาตให้ฝังในกุโบรมุสลิม ถึงแม้ว่าจำเป็นต้องฝังในหลุมเดียวกันก็ตาม เพราะฎอรูเราะห์(อันตราย) จะปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ฝังไม่ได้
หมายเหตุศพต่างศาสนิกที่กล่าวมานี่ หมายถึง กาเฟรซิมมี (เขาเป็นราษฎร รัฐบาลเป็นมุสลิม) เพราะรัฐต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่ใช่กาเฟรซิมมีแล้ว ศาสนาก็ห้ามเด็ดขาด เพราะเขามีสุสานของเขาสำรองอยู่แล้ว
(นิฮายะตุ้ลมัวะห์ตาจ เล่มที่ 3หน้าที่ 7 )
(ตัวะห์ฟ่าตุ้ลมัวะห์ตาจ เล่มที่ 2 หน้าที่ 171)
(ย่ามั้ลอ้าลาซัรฮิ้ลมินฮัจ เล่มที่ 2 หน้าที่ 201)

 
ถาม ขณะที่กำลังละหมาดอยู่ ศาสนาห้ามกล่าวคำโต้ตอบ (บุรุษที่2) เช่น กล่าวคำว่า “ท่าน” นอกจากพระองค์อัลเลาะห์และร่อซู้ล ถ้าผู้นั้นกล่าวกับศพที่อยู่ข้างหน้าเขาว่า ขอให้พระองค์อัลเลาะห์(ซ.บ.)จงเมตตากับท่าน หรือ ให้ความสุขกับท่าน หรือ อภัยให้กับท่าน การกล่าวคำว่า “ท่าน” กับผู้ที่ตายแล้ว จะทำให้เสียละหมาดหรือไม่
ตอบทำให้เสียละหมาดเพราะเป็นการโต้ตอบถึงแม้ว่าผู้ถูกโต้ตอบนั้นจะตายแล้วก็ตามทัศนะนี้ตาม เกาลุ้ลมั๊วะตะมัด ส่วนเกาลุ้ลตอเอฟไม่เสียละหมาด
(อิอาน่าตุตตอลิบีน เล่มที่ 1 หน้าที่ 221)
(มุคนิ้ลมั๊วะห์ตาจช์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 197)

 
ถามภรรยา เสียชีวิต ค่าจัดแจงศพ ผู้ใดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำที่อาบศพ ค่าคนอาบ ค่าไม้ และค่าแรงต่อโลง ถ้าจำเป็นต้องใช้ โลง ค่าขุดหลุม ค่าแบกศพไปฝัง ค่าผ้าห่อศพ
ตอบเมื่อภรรยาเสียชีวิตค่าจัดแจงศพเช่น ใช้จ่าย ค่าน้ำที่อาบศพ ค่าผู้อาบ ค่าไม้ต่อโลง พร้อมค่าแรง ถ้าจำเป็นต้องใช้โลง เพราะดินร่วนหรือดินเหลว ค่าขุดหลุม ค่าแบกศพไปฝัง ค่าผ้าห่อศพ จำเป็นเหนือ สามี ที่มีฐานะ จะต้องออกค่าใช้จ่ายดังกล่าว ทั้งหมดนี้ให้ภรรยาที่เสียชีวิต ถ้าสามียากจน ก็ให้เอาทรัพย์ที่ศพทิ้งไว้จัดแจงศพ
( อีอาน่าตุ้ดตอลีบีน เล่มที่ 2 หน้าที่ 114 )

 
ถามผู้ ตายได้สั่งไว้ว่า เมื่อข้าพเจ้าตายให้ทำแหวนและแกะสลัก กาลีมะห์เตาเฮด คือ ลาอิลาฮ่าอิ้ลลั้ลลอฮ์สวมนิ้วมือข้าพเจ้า และฝังไปด้วย ศาสนาจะอนุญาตหรือไม่
ตอบการที่ผู้ตายสั่งให้ทำแหวน แกะสลัก ลาอิลาฮ่าอิ้ลลั้ลลอฮ์สวมใส่ นิ้วมือและฝังพร้อมกันไปด้วยนั้นศาสนาถือว่า ฮารอม(บาป) ตลอดจนกระทั่ง เขียนอัลกุรอ่าน นามชื่อพระองค์อัลเลาะห์(ซ.บ.)หรือ ทุก ๆ นามชื่อที่ศาสนา ยกย่อง เช่น บรรดานามชื่อ มาลาอิกะฮ์ และนามชื่อบรรดานบี ที่ผ้าหุ้มห่อศพก็ ฮารอม(บาป) เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อศพเน่า ก็มีน้ำเหลือง ซึ่งเป็นนายิสไปถูกนามชื่อที่ประเสริฐนี้ ศาสนาถือว่า ฮารอม(บาป) ห้าม ปฏิบัติทำอย่างเด็ดขาด เว้นแต่การเขียนด้วยน้ำลาย หรือ เขียนด้วยนิ้วมือโดยไม่มีน้ำหมึก ศาสนาอนุญาต ถือว่าไม่เป็นบาป เพราะไม่ปรากฏตัวอักษร
( อีอาน่าตุ้ดตอลีบีน เล่มที่ 2 หน้าที่ 115)

 
ถาม ย้ายศพจากหมู่บ้านที่เขาเสียชีวิต ซึ่งที่นั่นมีกุโบรอยู่ไปฝังอีกกุโบรหนึ่งที่อยู่ห่างไกล ศาสนาอนุญาตหรือไม่
ตอบศาสนาห้าม(ฮาราม)ย้าย ศพจากหมู่บ้านที่เขาเสียชีวิต โดยที่หมู่บ้านนั้นมีกุโบรไปฝังอีกกุโบรหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกล ถึงแม้ว่าศพนั้นจะสั่งหรือวาซียัตไว้ก็ตามเว้นแต่ศาสนายอมให้ ย้ายนั้นคือ ย้ายไปใกล้มักกะห์ มาดีนะห์ บัยตุ้ลมักดิส หรือใกล้กุโบรผู้ซอและห์คือ ผู้ที่มีคุณธรรม เช่นกุโบรอีหม่ามซาฟีอี หรือเสมือนอีหม่ามซาฟีอี
( บายูรี เล่มที่ 1 หน้าที่ 280 )

 
ถามศพอาบน้ำจากที่อื่นแล้ว และใส่โลงปิดตอกตะปูยังไม่ได้ละหมาด เราจะละหมาดเลยโดยไม่ต้องเอาศพออกจะใช้ได้หรือไม่
ตอบใช้ ไม่ได้ การละหมาดเหนือศพนั้น เปรียบเสมือนศพเป็นอิหม่าม ผู้ละหมาดเป็นมะมูม กฎเกณฑ์มะมูมจะต้องไปหาอิหม่ามได้โดยสะดวก ฉะนั้นจำเป็นผู้ละหมาดจะต้องไปหาศพได้เมื่อมีการปิดฝาตอกตะปู ละหมาดเหนือศพใช้ไม่ได้ จำเป็นต้องถอนตะปูที่ตอกฝาโลงติดกับตัวโลงออกจนสามารถ ถ้าจะเปิดก็เปิดได้โดยสะดวกแล้วจึงทำการละหมาดเหนือศพจึงจะใช้ได้
(ยามั้ลอาลาซัรฮิ้ลมินฮัจญ์ เล่มที่ 2หน้า180-181)
http://www.miftahbandon.org/data/index.php?option=com_content&view=article&id=100:2010-09-02-18-05-02&catid=2:2009-08-20-08-47-54&Itemid=4
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส