Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
หนึ่งแบบของนักธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ปัญญา ควรตระกูล
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
มีนาคม 26, 2017, 12:28:39 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เวทีสำหรับพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ ภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร สาระความรู้ ภาพถ่ายให้กับคน บ้านเฮา สมัครง่าย ใช้งานได้เลย ร่วมเป็นเพื่อนกับเรา คลิกลงทะเบียนเลย
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หนึ่งแบบของนักธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ปัญญา ควรตระกูล  (อ่าน 8201 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8464 Level 74 : Exp 96%
HP: 91.7%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 20, 2011, 07:12:18 am »
แบ่งปัน

หนึ่งแบบของนักธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ปัญญา ควรตระกูล
คิดอย่างนักบริหาร


สาโรจน์ มณีรัตน์-เรื่อง

   555


การทำธุรกิจต้องออกจากวังวน

ทุกครั้งที่เรามองความสำเร็จของคน เรามักจะมองแต่เบื้องหน้า เพราะเบื้องหน้าไม่เพียงเป็นรูปธรรมชัดเจนทางธุรกิจ

ที่มองเห็น และสัมผัสได้

แต่เบื้องหน้า ยังบอกอีกด้วยว่าธุรกิจที่ทำไปนั้น ประสบความสำเร็จทางธุรกิจหรือไม่ ได้รับการยอมรับหรือเปล่า

เหมือนธุรกิจเบื้องหน้าของ "ปัญญา ควรตระกูล" บอสใหญ่แห่งปัญญากรุ๊ป ที่มีสนามกอล์ฟปัญญา หมู่บ้านปัญญา และอื่นๆ อีกมากมายที่หลายคนรู้จัก

ทุกคนต่างยอมรับกันว่า ธุรกิจที่ "ปัญญา" สร้าง หรือทำนั้น ล้วนเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ และมีรสนิยมทั้งสิ้น

ทว่าลึกลงไปในตัวตนของ "ปัญญา" ใครสักกี่คนจะรู้บ้างว่า เส้นทางชีวิตที่กว่าจะเป็น "ปัญญา" ในวันนี้ กลับมีเส้นทางชีวิตที่ลำบากอยู่พอสมควร

สมัยเด็กเขาอยู่แถวอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่บ้านประกอบอาชีพขายเครื่องสังฆภัณฑ์ มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน เขาเป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่สาว 2 คน

วัยเด็กเขาต้องช่วยพ่อ-แม่ขายของเหมือนกับลูกคนจีนทั่วไป และชีวิตวัยเด็ก "ปัญญา" ถือว่าไม่ลำบากนัก แต่แล้ววันหนึ่งเกิดไฟไหม้แถวตลาดพระประแดง ร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ของพ่อ พลอยโดนไฟไหม้ไปด้วย จนไม่เหลืออะไร

พ่อ-แม่ของ "ปัญญา" และพี่สาวจึงต้องหันเหอาชีพไปขายผัก ขายปลา และขายน้ำหวาน โดยมีรถเข็นคันเล็กๆ เข็นขายไปเรื่อยๆ

ชีวิตระหว่างนี้ "ปัญญา" ยอมรับว่าลำบากมาก ไหนจะต้องช่วยพ่อ-แม่ขายของ ไหนจะต้องออกจากโรงเรียนกลางคันตอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และบางครั้งต้องตื่นขึ้นมาตอนตี 1 ตี 2 เพื่อช่วยแคะไส้ปลาทู ก่อนที่จะนำมานึ่ง แล้วออกไปขาย

"ปัญญา" ทำอยู่อย่างนี้ จนอายุประมาณ 20 ปี จึงตามพี่สาวคนโตเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเปิดร้านขายบุหรี่ และเครื่องกระป๋อง

ก่อนที่จะมาอยู่กับพี่สาวคนรอง โดยเป็นเสมียนโรงรับจำนำ ทว่าเขาทำได้ไม่นาน "พ่อ" เกิดล้มเจ็บ และตายในที่สุด เขาจึงกลับบ้านที่อำเภอพระประแดง จัดการขายที่ดินที่ "พ่อ" ยกให้ 200 ตารางวา ในราคา 250,000 บาท

เขานำเงินนั้นมาแบ่งให้ภรรยา 100,000 บาท เพื่อเปิดร้านเสริมสวย ส่วนที่เหลืออีก 150,000 บาท เขานำไปร่วมหุ้นธุรกิจที่ดิน

โดยมีหุ้นคนแรก คือ "คุณหญิงจันทะนี สันตะบุตร"

กล่าวกันว่า ที่ "ปัญญา" มีโอกาสรู้จักกับ "คุณหญิงจันทะนี" เพราะญาติฝ่ายภรรยาของเขาคือ "คุณยายแฉล้ม สุวรรณปกรณ์" เป็นคนแนะนำให้รู้จัก

เขานำเงิน 150,000 บาท ไปร่วมซื้อที่ดินเปล่าแถวประชาชื่น ปรากฏว่าธุรกิจแรกที่ทำประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และ "ปัญญา" ได้ร่วมหุ้นอยู่กับ "คุณหญิงจันทะนี" ประมาณ 5 ปี ก่อนที่จะผันตัวเองไปลุยธุรกิจพัฒนาที่ดินอย่างเป็นจริงเป็นจัง

ทั้งนั้นเพราะ "ปัญญา" มีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า...การทำธุรกิจต้องดิ้นออกจากวังวนธุรกิจให้ได้ และเมื่อดิ้นได้แล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จย่อมมีสูง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ "ปัญญา" เข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว แต่กระนั้น เส้นทางธุรกิจของเขาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะการทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เงินสูง และต้องมีแบงก์การันตี

เขาจึงต้องพยายามรักษาเครดิต และต้องพยายามให้แบงก์ปล่อยกู้ให้ได้ จนที่สุด เมื่อแบงก์ยอมรับ โครงการต่างๆ จึงผุดขึ้นตามมา

ไม่ว่าจะเป็นโครงการปัญญา พัฒนาการ, สนามกอล์ฟปัญญา รีสอร์ต, โครงการราชเทวี ทาวเวอร์, สนามกอล์ฟปัญญา สุวินทวงศ์ สนามกอล์ฟปัญญา รามอินทรา และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากธุรกิจทุกตัวจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ยังทำให้ชื่อเสียงของ "ปัญญา" เป็นที่สนใจมากขึ้นด้วย

มากขึ้นจนทำให้เขามีโอกาสรู้จักกับนายทุนคนหนึ่งจากกลุ่มเนเชรัล ปาร์ค และนั่นคงเป็นจุดที่เขาคงจดจำไปตลอดชั่วชีวิต เพราะการตัดสินใจเป็นพันธมิตรกับคนกลุ่มนี้ ทำให้เขาต้องสูญเสียเงินไปหลายร้อยล้านบาท ทั้งยังสูญเสียสนามกอล์ฟที่เขารักแถวบางพระ และมีนบุรี รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ อีกมากมาย

เนื่องจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจลุกลามไปทั่ว!

ระหว่างนั้น มีข่าวว่า "ปัญญา" ทำใจไม่ได้ ที่จู่ๆ อยู่ๆ มีหนี้สินหลายร้อยหลายพันล้านบาท เขาจึงเก็บตัวเงียบ แล้วค่อยๆ ขายทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อชำระหนี้

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาต้องรักษาไว้คือสนามกอล์ฟปัญญา รามอินทรา เพราะสนามกอล์ฟนี้ไม่เพียงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาภูมิใจ เขายังวาดแผนไว้ในอนาคตที่จะให้รุ่นลูก รุ่นหลานดูแลกิจการต่อไปด้วย

มากไปกว่านั้น เขายังแอบฝันเล็กๆ ว่า โครงการหมู่บ้านปัญญารามอินทราที่สร้างต่อเนื่องตลอดมาและตลอดไป น่าจะเป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่จะทำให้นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านของเขารับรู้ว่าการสร้างบ้านคุณภาพนั้นเป็นอย่างไร

ฉะนั้น ภาพที่ชินตาของผู้บริหารระดับสูง พนักงานในปัญญากรุ๊ป รวมถึงผู้คนที่มาตีกอล์ฟ ณ สนามปัญญา รามอินทรา จึงมักเห็นชายปัจฉิมวัย ใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ใส่หมวก แล้วเดินตีกอล์ฟอย่างอารมณ์ดีในทุกๆ เช้า

เขาคนนั้นไม่ใช่ชายแก่ที่ไหน หากเป็นชายปัจฉิมวัยที่ชื่อ "ปัญญา ควรตระกูล" ที่วันนี้เฝ้ารอว่า เมื่อไหร่ธุรกิจที่เขาทำ จะมีรุ่นลูก รุ่นหลานเข้ามาผ่องถ่ายอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

เพราะเขาเองเดินสายธุรกิจมานานแล้ว?

เขาจึงอยากเห็นการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในวันที่เขามีชีวิตอยู่ โดยมีคนรุ่นลูก รุ่นหลานเข้ามาช่วยบริหาร จนทำให้นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือบุคคลทั่วไป กล่าวกันว่าเขามีลูกที่มีลูกไม้หล่นใต้ต้นเหมือนกับเขา

เหมือนกับที่ครั้งหนึ่ง เขามีความคิด ความฝันว่า เขาจะต้องทำธุรกิจเหมือนกับพ่อ และวันนี้ "ปัญญา" ได้เป็นอย่างที่พ่อเป็นแล้ว

เขาจึงอยากให้ลูกๆ ของเขาเป็นอย่างที่เขาฝันบ้าง

ซึ่งถึงตอนนี้ก็เริ่มมีเค้าลางให้เห็นบ้างแล้ว?

444

ภาพอินเตอร์เน็ต
ที่มา
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07079010954&srcday=&search=no
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap