Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
ใคร ๆ ก็มีเมีย 4 คน ตามหลักการอิสลามทั้งนั้น
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
มีนาคม 28, 2017, 06:57:59 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เวทีสำหรับพี่น้องมุสลิมในเชียงใหม่ ภาคเหนือ หรือผู้ที่สนใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอ เรื่องราว ข่าวสาร สาระความรู้ ภาพถ่ายให้กับคน บ้านเฮา สมัครง่าย ใช้งานได้เลย ร่วมเป็นเพื่อนกับเรา คลิกลงทะเบียนเลย
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใคร ๆ ก็มีเมีย 4 คน ตามหลักการอิสลามทั้งนั้น  (อ่าน 2563 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8464 Level 74 : Exp 96%
HP: 32.8%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2011, 07:35:46 pm »
แบ่งปัน

   ตะลึง! ชายอินเดีย มีเมีย39 ลูก94 หลาน33
   

เค้ามีเมียสี่กันทั้งนั้น

           กาลครั้งหนึ่งมีเศรษฐีคนหนึ่งมีภรรยาสี่คน ภรรยาคนที่สี่ นั้น เธอเป็นที่โปรดปราณของเศรษฐีเป็นอย่างมาก เขาจึงคอยระแวดระวังดูแล ซื้อโน่นซื้อนี่ให้เธอ พร้อมทั้งได้แก้วแหวนเงินทองราคาแพง ๆ ให้มากมาย  ส่วนอาหารการกินนั้น เขาก็จะสั่งแต่อาหารที่ดีเลิศที่สุดให้เธอตลอดเวลา  

            นอกจากภรรยาคนที่สี่แล้ว เศรษฐีคนนี้ก็ยังรัก ภรรยาคนที่สาม อีกด้วย  เขามีความปลาบปลื้มในตัวเธอเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็กลัวและหวั่นใจเป็นอย่างมากว่า วันหนึ่งเธออาจจะจากทิ้งเขาไปและปล่อยให้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

            แท้ที่จริง ๆ แล้วเศรษฐีก็รักใน ภรรยาที่สอง อย่างเหลือคณานับเช่นกัน เธอเป็นคนที่มีความอ่อนโยนและมีความเมตตามาก เธอเฝ้าเป็นห่วงเป็นใยและคอยดูแลเอาใจใส่เศรษฐีตลอดเวลา  ยามใดก็ตามที่เศรษฐีมีความทุกร้อนใจ  เขาก็จะปรึกษากับเธอ ซึ่งก็ทำให้เขามีกำลังใจที่จะฝ่าฟันอุปสักไปได้ทุกครั้ง

            ส่วน ภรรยาคนแรก นั้น เธอก็เป็นภรรยาที่มีความจงรักภักดีต่อเศรษฐีเป็นที่สุด เธอมีเข็มแข็งและอดทนเป็นอย่างมาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความสำเร็จ ทรัพย์สินเงินทอง ความร่ำรวยต่าง ๆที่ เศรษฐีมีในวันนี้ก็ได้มาจากการช่วยเหลือในกิจการงานของภรรยาคนนี้แหละ แต่ทว่าเศรษฐีกลับไม่เคยสนใจใยดีเธอเลย  ทั้ง ๆ ที่เธอนั้นมีความรักต่อสามีอย่างมากมาย แม้สามีของเธอไม่เคยมีความรู้สึกเลยว่ามีเธออีกคนอยู่ในบ้าน  และทั้งการงานภายในบ้านทุกอย่างนั้นเธอเป็นคนทำและจัดการทั้งสิ้น

            และแล้ววันหนึ่งก็ได้มาถึง เศรษฐีเกิดป่วยขึ้นมา  และเขารู้ตัวดีว่าครั้งนี้พระผู้เป็นเจ้าคงจะไม่ปล่อยเขาแน่นอน เมื่อเขารู้ว่าจะต้องตาย เขาจึงครุ่นคิดในทรัพย์สมบัติและได้พูดกับตนเองว่า

            “ตอนนี้แม้ว่าฉันมีเมียสี่คน และหากฉันต้องตายไป ฉันก็จะไม่เหลือใครอีกเลยและต้องโดดเดี่ยวแน่นอน”ดังนั้น เศรษฐีจึงตัดสินใจที่จะปรึกษากับภรรยาทั้งสี่คนของเขา เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ตนเองต้องถูกปล่อยไว้อย่างโดดเดี่ยวในอาลัมบัรซัค (โลกที่คั่นกลางระหว่างดุนยาและอาคิเราะฮ์)  

            เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงเริ่มเรียกภรรยาคนที่รักที่สุด คือ ภรรยาคนที่สี่ มาพบและเขาโดยกล่าวกับเธอว่า“ฉันรักเธอที่สุดมากกว่าภรรยาคนอื่น ๆ คอยดูแลเอาใจใส่ให้ความสะดวกสบายแก่เธอทุกอย่างที่เธอต้องการ  และตอนนี้เธอจะตอบแทนความดีของฉันที่มีต่อเธอ ได้หรือไม่? ด้วยการไปอยู่เป็นเพื่อนกับฉันในสุสานได้มั้ย??  ภรรยาสุดที่รัก คนที่สี่ ได้เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ไม่มีทาง” แล้วเธอก็ได้เดินจากเขาไปอย่างรวดเร็ว

            ด้วยหัวใจที่บอบช้ำจากสิ่งที่ได้รับเศรษฐีจึงได้หันไปกล่าวกับภรรยาคนที่สามว่า “เธอรู้ใช่ไหม? ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน? เธอยินดีที่จะไปอยู่เป็นเพื่อนฉันใช่ไหม??”  ภรรยาที่สามได้ตอบว่า “แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้  การใช้ชีวิตในโลกนี้นั้นดีกว่าเป็นไหน ๆ และที่สำคัญ คือ หลังจากนั้นฉันจะแต่งงานกับชายคนใหม่”

            ครั้งนี้หัวใจของเศรษฐีเหมือนโดนแช่แข็งอยู่ในช่องฟรีซ เขาจึงหันไปทางภรรยาคนที่สองเป็นคนต่อมา พร้อมกับได้กล่าวว่า “เธอได้ช่วยเหลือฉันในทุก ๆ สถานการณ์มาโดยตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกันฉันต้องการขอความช่วยเหลือจากเธออย่างมากที่สุด มากกว่าครั้งไหน ๆ ฉันคิดว่าเธอน่าจะช่วยฉันได้มากกว่าคนอื่น ๆ นะจ๊ะ” เมื่อนั้นเขาก็ได้รับคำตอบจากภรรยาที่ว่า “คราวนี้มันต่างจากครั้งอื่น ๆ นะคะพี่  อย่างมากฉันก็ทำได้แค่ร่วมทางกับร่างที่ไร้วิญญานของคุณเพื่อไปส่งคุณได้แค่หลุมฝังศพที่กุบูรเท่านั้น ถ้าหากคุณต้องการจะให้ฉันไปกับคุณได้ใกล้กว่านี้คงจะไม่ได้แน่ๆ.......ฉันต้องขอโทษด้วย ฉันเสียใจด้วยจริง ๆ”              

            นี่มันอะไรกันนี่?? ฉันจะไม่เหลือใครให้เป็นที่พึ่งพาได้เลยที่เดียวรึ!!  หัวใจของเศรษฐีได้แหลกเหลวเสมือนดังสายฟ้าฟาด  เขารู้สึกหมดหวังและเสียใจเป็นอย่างมาก  ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่ง!! ทำให้เศรษฐีต้องหันกลับไปมอง มีเสียงของใครคนหนึ่งพูดว่า “ฉันจะไปกับท่านเอง ฉันพร้อมจะไปอยู่กับท่านในทุกหนแห่งที่ท่านต้องไป”   เจ้าของเสียงนั้น ก็คือ ภรรยาคนแรกนั่นเอง เธอมีสภาพเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เหมือนกับคนอดอยาก ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร  ใบหน้าของเธอซูบซีดมีแต่ความโศกเศร้าหมองหม่น โดยไม่เหลือร่องรอยของความสุขความสวยงามหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย  เศรษฐีเพิ่งสำนึกได้ เขาจึงก้มหน้าและพูดกับเธอด้วยเสียงอันสั่นเครืออย่างช้า ๆ ว่า   “ในวันนั้นที่ฉันมีความสามารถ  ฉันน่าจะดูแลและทำดีกับเธอให้มากกว่านี้......”

           นี่แหละคือบทเรียนสอนใจ!!  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราทุกคนล้วนมีภรรยาสี่คนกันทั้งนั้น?? ที่กล่าวมาเช่นนี้ก็หมายความว่า  ถ้าเปรียบเทียบกับชีวิตเราแล้วก็เป็น ดังนี้

             ภรรยาคนที่สี่ ก็คือ ร่างกายของเรานั่นเอง เรายอมลงทุนลงแรงเสียเวลาประคบประหงมทำให้มันหล่อ มันสวย แต่ในที่สุดมันกลับเป็นสิ่งแรกที่ทิ้งเราไป

            ภรรยาคนที่สาม คือ ทรัพย์สิน ถึงแม้ว่าเราจะรักมันมากมายซักเพียงใดก็ตาม พอเราตายทรัพย์สมบัติ เงินทอง ของมีค่าต่าง ๆ ที่เราสะสมไว้ก็กลายไปเป็นของคนอื่น

            ภรรยาคนที่สอง ก็คือ  ครอบครัวและเพื่อนฝูง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะใกล้ชิด สนิทสนมกับเราแค่ไหนสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไปกับเราได้แค่หลุมศพเท่านั้น

            ภรรยาคนที่หนึ่ง ก็คือ  รูฮ์ วิญญาณของเรา ซึ่งส่วนมากแล้วพวกเรามักจะหลงลืมไม่ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับมัน  ทั้ง ๆ ที่มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เราใช้ชีวิตของเราไปกับการดูแลร่างกายซึ่งปัจจุบันสินค้าประเภทนี้ขายดีที่สุด  และเราใช้ชีวิตทังปีหรือทั้งชีวิตของเราเพียงแค่หาเศษเงินทำให้ท้องอิ่ม เราสนุกครื้นเครงกับเพื่อนฝูงโดยหลงลืมตนเอง  ปล่อยเวลาทั้งชีวิตให้สูญเปล่าไปกับเรื่องไร้สาระ  ไม่ได้จัดการกับจิตวิญญาณที่เป็นมิตรแท้ซึ่งจะไปกับเราตลอดกาล  จิตวิญญาณที่คงอยู่ต่อไปไม่มีวันสูญสลายไปตามร่างกาย ดังนั้น เมื่อเราได้ปล่อยปะละเลยไม่สนใจมัน รูฮ์ ของเราก็จะหมดพลังและเรี่ยวแรงในวันที่เราต้องการเขาเป็นที่สุด

   
   
   
   
   credit
   http://www.thaiislamlib.com/index.php/articles/17-cat-generalarticle/55--m-m-s

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2011, 08:01:03 pm โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap