Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
พ.ศ.๒๕๑๒ข่าวเหตุการณ์หลังจากไฟไหม้ตลาดต้นลำใยและตลาดวโรรสในอดีต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

พ.ศ.๒๕๑๒ข่าวเหตุการณ์หลังจากไฟไหม้ตลาดต้นลำใยและตลาดวโรรสในอดีต

(1/1)

ramma:
   รายละเอียดข่าว         ภาพถ่ายตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไยหลังถูกไฟไหม้ ถ่ายจากแยกร้านวิศาลบรรณาคาร ด้านซ้ายของภาพเป็นตลาดต้นลำไยที่กำลังเริ่มก่อสร้างแล้ว ตึกด้านหน้าคือโรงแรมคาเธ่ย์ที่ถูกไฟไหม้ด้วยอยู่ระหว่างรอทุบทิ้ง ด้านขวามือเป็นตลาดวโรรส ขณะนั้นเปิดให้แม่ค้าเข้าไปตั้งขายแบบแผงลอยชั่วคราว(ภาพและบรรยายภาพไว้โดยคุณบุญเสริม สาตราภัย)
      เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๒(๑๔)
      การบริการประชาชนของภาคราชการเมื่อ ๔๐ ปีก่อนนั้น คาดว่าคงจะมีข้อบกพร่องไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะความล่าช้าในการบริการออกบัตรหรือเอกสารต่างๆ 
      บทความในหน้าบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๒ นี้น่าจะพอเห็นภาพการบริการขณะนั้นได้
      “การปฏิบัติงานล่าช้าของกระทรวงมหาดไทย”
      “ในบรรดากระทรวงต่างๆ ของประเทศไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยรู้สึกว่าจะเป็นกระทรวงเดียวที่มีงานต่างๆ อยู่ในความรับผิดชอบมากกว่ากระทรวงอื่นๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะในระหว่างที่พลเอกประภาส จารุเสถียร ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่นี้ พลเอกประภาสได้รับเอางานใหม่ๆ มาไว้ในกระทรวงมหาดไทยหลายอย่างด้วยกัน งานบางอย่างก็เป็นงานของกระทรวงอื่น เช่น งานด้านการศึกษาประชาบาลเทศบาล เป็นต้น แต่ก่อนเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ตอนหลังนี้ได้โอนมาขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยเสียหมด
      “โดยปกติวิสัยของมนุษย์ปุถุชนธรรมดา เมื่อใครรับเอางานมาทำเสียแต่ผู้เดียวมากๆ ย่อมต้องเกิดความขลุกขลักล่าช้าซึ่งเป็นของธรรมดา ทำนองเดียวกันเมื่อกระทรวงมหาดไทยรับเอางานของคนอื่นๆ มาทำเสียหมดคนเดียว แทนที่งานนั้นจะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว กลับทำให้งานล่าช้าขลุกขลักขึ้นเป็นอันมาก
      “งานของกระทรวงมหาดไทยที่ล่าช้าจนประชาชนเบื่อและรำคาญที่เห็นอยู่ง่ายๆ ในขณะนี้ มีอยู่ ๒ อย่างด้วยกัน คือ
      “เรื่องการทำบัตรประชาชน ปรากฏว่าเมื่อประชาชนไปถ่ายรูปทำบัตรประชาชน ณ ที่ว่าการอำเภอต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่อำเภอก็จะเขียนใบแทนสีเหลืองให้ และนัดให้ไปเอาบัตรตัวจริงอีก ๓ เดือนข้างหน้า แต่ภายหลัง ๓ เดือนแล้ว เมื่อประชาชนไปขอรับบัตรตัวจริง ก็จะได้รับคำชี้แจงจากทางอำเภอว่า บัตรตัวจริงทางกระทรวงยังไม่ส่งมาจนเวลาล่วงเลยมาก็ยังไม่ได้ ราษฎรบางคนเก็บใบแทนสีเหลืองไว้จนขาดยู่ยี่ บางคนก็ทำหายไปไหนก็ไม่รู้ ทำให้เดือดร้อนกันไปหมด เราไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่กรุงเทพฯ เอาเวลาไปทำอะไรกันเสียหมด บัตรประชาชนค้างมาตั้งปีกว่าแล้วยังไม่ได้ เรื่องทำบัตรประชาชนแค่นี้ยังทำล่าช้าเป็นปีๆ ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายหรือเรื่องที่สำคัญๆ จะไม่ช้าไปกว่านี้หรือ?
      “อีกเรื่องหนึ่ง ได้แก่ การไปขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่กองกำกับการตำรวจ แทนที่จะได้รับแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถในขณะนั้น กลับต้องรอเป็นปีๆ เช่นเดียวกัน ทั้งๆ ที่การทำป้ายทะเบียนรถของแต่ละจังหวัดก็ไม่ใช่จะมีจำนวนมากมายเป็นล้านๆ คัน อย่างมากที่สุดคงไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ คัน ประเทศไทยมี ๗๑ จังหวัด การทำแผ่นป้ายนี้ก็ใช้เครื่องจักรทำ วันหนึ่งๆ ถ้าทำจริงๆ คงได้เป็นหมื่นแผ่น แต่ทำไมถึงทำล่าช้า อาจจะเป็นเพราะทำด้วยมือทีละแผ่นๆ กระมัง
      “นี่เป็นแต่เพียงตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นได้ชัด งานอื่นที่ล่าช้ายังมีอีกมาก งานแค่นี้ถ้าหากยังแก้ไขไม่ได้แล้ว ก็โอนงานไปให้คนอื่นทำเสียก็จะดีไม่น้อย”
      
      ปัญหาที่ตลาดวโรรส
      ตลาดวโรรสที่ถูกเพลิงไหม้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ มีการเตรียมการสร้างใหม่ และคณะกรรมการของตลาดขายให้เจ้าของเดิมและผู้สนใจ ขณะนั้นเกิดปัญหาด้านความเข้าใจของประชาชน ปรากฏข่าวลือต่างๆ นานนา จนเป็นเหตุให้บริษัทเชียงใหม่พาณิชย์ จำกัด และบริษัท อนุสาร จำกัด เจ้าของตลาดต้องมีการแถลงข่าวเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อกลบข่าวลือ
      มีแถลงการณ์ของตลาดวโรรส ภาพไม่ค่อยชัดนัก แต่น่าสนใจ ในหนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๒ ข้อความมีย้อนถึงประวัติความเป็นมาของตลาดวโรรสด้วย น่าสนใจอย่างยิ่ง
      “ตามที่มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับเรื่องเกี่ยวกับตลาดวโรรสในจังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องกันมาหลายวัน และตามข่าวดังกล่าวนั้นเป็นข่าวที่เสนอโดยบุคคลฝ่ายเดียว ทั้งยังมีข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องและยังไม่เข้าใจหลายประการ บริษัทจึงถือโอกาสแถลงให้ทราบดังต่อไปนี้
      “เรื่องตลาดวโรรส บริษัทอนุสารและเจ้าในเชียงใหม่ ได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนกันมาเป็นเวลาช้านานกว่า ๒๐ ปี จนกระทั่งเกิดไฟไหม้ขึ้น และกำหนดจะมีการก่อสร้างกันใหม่แต่เกิดการขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในระหว่างหุ้นส่วน เกี่ยวกับเรื่องแบบแปลนที่จะก่อสร้าง ฝ่ายบริษัทอนุสารจึงได้รับซื้อหุ้นเพิ่มเติม จึงทำให้มีจำนวนเสียงข้างมากเกินกว่า ๕๐% สามารถเอาชนะในการออกเสียง แต่ฝ่ายบริหารซึ่งเป็นฝ่ายเจ้าไม่ยอมมอบงานให้ อ้างว่าการแต่งตั้งกรรมการชุดที่ได้รับเลือกตั้งใหม่เป็นโมฆะ เพราะไม่มีการลงมติ ถึงกับนำเรื่องขึ้นสู่ศาล ยิ่งกว่านั้นยังมีการรวบรวมหุ้นของฝ่ายเจ้าให้เป็นของคนเดียว เพื่อจะทำให้จำนวนผู้ถือหุ้นของบริษัทนี้ทั้งหมดลดค่าลงเหลือเพียง ๕ คน แล้วยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลสั่งเลิกบริษัท อ้างว่ามีผู้ถือหุ้นไม่ครบ ๗ คน ตามกฎหมายกำหนด ในขณะเดียวกันนี้ฝ่ายเจ้ายังยื่นข้อเสนอขายหุ้นทั้งหมดให้แก่บริษัทอนุสาร โดยตั้งราคาตามที่ตนต้องการขาย หรือถ้าหากบริษัทอนุสารไม่รับซื้อ ฝ่ายเจ้าก็จะรับซื้อหุ้นของบริษัทอนุสารตามราคาที่ตนต้องการซื้อ การกระทำเช่นนี้เป็นการบีบบังคับผู้ถือหุ้นที่มีเสียงข้างมาก ให้รับซื้อหรือขายหุ้นโดยอาศัยคดีอยู่บนศาลและการถ่วงเวลาในศาลทำให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหาย
      “...ข้อความไม่ชัดเจน...ต่อจากนั้นบริษัทอนุสารก็เตรียมตัวลงมือก่อสร้าง โดยมีนโยบายว่า จะเก็บที่ดินส่วนกลางที่เป็นตัวตลาดไว้ ส่วนที่ดินที่เป็นตึกแถวรอบๆ เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วจะแบ่งขายเป็นห้องๆไป โดยให้สิทธิแก่ผู้เช่าที่เช่ามาก่อนไฟไหม้ ให้มีสิทธิได้ซื้อก่อน เมื่อผู้มีสิทธิ์ซื้อไม่ซื้อแล้ว จึงจะเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกซื้อต่อไป ผู้ที่ซื้อตึกแถวที่กำลังจะก่อสร้างขึ้นใหม่นี้ นอกจากจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารแล้ว ยังจะได้รับหุ้นเป็นเจ้าของตลาดวโรรสอีกด้วย เพราะฉะนั้นราคาที่ซื้อขายกันตามที่ตกลงกันแล้ว ก็หมายความว่ารวมราคาค่าหุ้นที่จะเป็นเจ้าของตลาดร่วมไปด้วย และบริษัทอนุสารมีนโยบายจะขายหุ้นนี้ควบให้แก่ผู้ซื้อไป ตามราคาที่บริษัทได้รับซื้อมาจากฝ่ายเจ้า โดยไม่มีการคิดราคาเพิ่มเติมแต่ประการใดเลย การที่บริษัทอนุสารถือนโยบายนี้ก็เพราะมีจุดประสงค์ว่า ต่อไปตลาดนี้จะเป็นตลาดของชนกลุ่มมาก มิใช่ให้อยู่ในมือเจ้าของเพียงสองสามคนเท่านั้น ผู้ที่ได้เป็นเจ้าของตลาดก็คือผู้ที่จะต้องใช้ตลาดนั้น เพื่อประกอบธุรกิจการค้าของตนนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว การซื้อขายที่ดินก็เป็นการซื้อขายกันตามความสมัครใจ เป็นไปตามความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายทั้งสิ้น
      “ส่วนที่จะอ้างว่ามีราคาสูงนั้น ก็จะต้องพิจารณากันด้วยเหตุและผลว่า ที่แห่งนี้เป็นทำเลดี เหมาะสำหรับการค้าซึ่งถ้าหากผู้ไม่ประสงค์ที่จะซื้อก็ย่อมจะหาซื้อที่อื่นก็ได้ ไม่ได้เป็นการบังคับผู้ใดแต่อย่างใด ขณะนี้ได้ขายไปเป็นจำนวนมากแล้ว ทั้งยังปรากฏว่าผู้ที่ซื้อไปแล้วยังเอาไปขายต่อและทำกำไรได้แล้วอีกด้วย
      “การที่เกิดข่าวนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา ๒-๓ วันแล้วนี้ คงจะมาจากข่าวที่อาจได้รับจากบุคคลที่เสียผลประโยชน์ไป ทั้งนี้เพราะขณะนี้ในจังหวัดเชียงใหม่กำลังมีการก่อสร้างย่านตลาดการค้ากันขึ้นอีกมาก การที่จะมีตลาดวโรรสซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ดีกว่า อีกทั้งมีนโยบายที่จะขายขาดกรรมสิทธิ์ห้องแถว และผู้ซื้อก็จะได้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของตลาดอีกด้วย จึงเป็นการกระทบกระเทือนส่วนได้ส่วนเสียของบุคคลบางคน ที่มิได้ให้ประโยชน์คล้ายคลึงกันแก่ผู้ซื้อหรือผู้เช่าที่ของคน จึงได้เกิดมีการให้ร้ายป้ายสีกันขึ้น ส่วนทางผู้สื่อข่าวก็รับฟังความแต่ข้างเดียว โดยมิได้มาสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องแต่ประการใด
      “อนึ่ง ขอปฏิเสธเรื่องที่กล่าวหาว่า มีการเรียกค่าแป๊ะเจี๊ยะแก่ผู้เช่าแผงลอย แผงละเป็นเงิน ๗๐,๐๐๐.๐๐ บาท ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้แบบแปลนก่อสร้างตัวตลาดยังเขียนไม่เสร็จ และยังไม่มีความคิด ในเรื่องค่าเช่าแผงลอยนี้ และตามข่าวที่ว่ามีการกีดกันมิให้ผู้สื่อข่าวไปร่วมประชุมในการเจรจาซื้อขายห้องแถวนั้น ขอเรียนให้ทราบว่า ยังไม่เคยมีผู้สื่อข่าวคนใดไปขอเข้าฟังการประชุมใดๆ 
      จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
      บริษัทเชียงใหม่พาณิชย์ จำกัด
      บริษัทอนุสาร จำกัด
      เชียงใหม่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๒
      ความคืบหน้าเกี่ยวกับการสร้างตลาดวโรรส มีเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๒ ว่า “ตลาดวโรรสสร้างหลัง ยี่เป็ง เป็นอาคาร ๓ ชั้นมีห้องใต้ดิน” รายละเอียดว่า
      “ตลาดวโรรสจะสร้างใหม่ หลังงานประเพณีลอยกระทงนี้แน่ เป็นตลาดที่ทันสมัยที่สุดในภาคตะวันออกไกล มีห้องใต้ระดับพื้นดิน มีบันไดเลื่อนไฟฟ้า และมีภัตตาคารชั้นบนนั่งชมวิวขณะรับประทานอาหาร...”
      พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.พร้าว
      (ข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งได้ที่ anunernhard@hotmail.com)
          
         ที่มา
           
   http://www.thainews70.com/news/news-culture-arnu/view.php?topic=215

ramma:
   รายละเอียดข่าว         ภาพบน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเหตุเพลิงไหม้ มี พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และ เจ้าพงศ์อินทร์ ณ เชียงใหม่ เฝ้ารับเสด็จฯ ถ่ายภาพโดยคุณบุญเสริม สาตราภัย
      ภาพล่าง บริเวณร้านตลาดต้นลำไยที่ติดดับแม่น้ำปิง เจ้าของร้านค้าต่างขนทรัพย์สินรวมไว้ที่หาดทรายในแม่น้ำปิง ภาพโดยคุณบุญเสริม สาตราภัย
      เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๑(๘)
      เพลิงไหม้ ตลาดต้นลำไยและตลาดวโรรสครั้งประวัติศาสตร์ ต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑
      เหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนั้น หนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ รายงานข่าว "รายละเอียดไฟไหม้ตลาดเชียงใหม่ ! เสียหายนับร้อยล้านบาท ระวังผู้ฉวยโอกาสเรี่ยไร" 
      บุคคลหนึ่งที่ได้บันทึกภาพเหตุการณ์เพลิงไหม้ตลาดต้นลำไยและตลาดวโรรสไว้ จนเป็นภาพประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ คือ คุณบุญเสริม สาตราภัย ขณะนั้นทำงานเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์คนเมือง
      คุณบุญเสริมเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่า 
      "ปีที่เกิดเหตุผมยังทำงานเป็นนักข่าวอยู่หนังสือพิมพ์คนเมือง สำนักงานอยู่ถนนศรีดอนไชย ใกล้โรงแรมเชียงใหม่พลาซ่าในปัจจุบันนี้ ทางสำนักงานได้รับโทรศัพท์ว่ามีเพลิงไหม้ตลาดต้นลำไย ผมรีบคว้ากล้องถ่ายรูปคู่กายขึ้นขับรถเวสป้าคู่ชีพไปที่เกิดเหตุทันที จอดรถไว้ที่สี่แยกอุปคุตแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่บริเวณต้นเพลิงที่เป็นตึกแถวที่ตลาดต้นลำไย ตอนนั้นเพลิงเริ่มลุกไหม้ ควันยังเป็นสีขาว ยังไม่ดำ ร้านค้าใกล้เคียงเริ่มโยนข้าวของจากชั้นสองลงมากองไว้บนถนนกันแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครคาดการได้ว่าเพลิงจะลุกลามใหญ่โตไปขนาดไหน ผมเริ่มถ่ายภาพตึกที่เพลิงไหม้ ถ่ายภาพบรรยากาศ ภาพผู้คน เพลิงลุกลามขึ้นเรื่อยๆ รถดับเพลิงของเทศบาลมาถึงพยายามจะต่อสายสูบเข้ากับท่อน้ำดับเพลิงที่อยู่ปากซอยอุดมผล แต่เข้ากันไม่ได้เพราะท่อน้ำดับเพลิงเป็นรุ่นเก่า ต้องรอรถบรรทุกน้ำที่ไปสูบน้ำจากคูเมืองมาฉีดดับเพลิง ผมถ่ายภาพจนฟิล์มหมดม้วนโดยไม่รู้ตัว สมัยนั้นภาพสีมีใช้กันแล้ว แต่ผมยังใช้ฟิล์มขาวดำเนื่องจากต้องใช้ลงหนังสือพิมพ์ภาพข่าวดำ ฟิล์มหมดต้องวิ่งไปยืมฟิล์มจากร้านถ่ายรูปตรงแยกอุปคุตมา ๑ ม้วน เพลิงลุกลามมายังฝั่งตลาดวโรรสและลุกลามขยายวงกว้าง กว่าจะควบคุมเพลิงได้ก็ใกล้ค่ำ คราวนั้นผมเก็บภาพใช้ฟิล์ม ๒ ม้วนพอดี(ม้วนละ ๓๖ ภาพ)"
      มีการรายงานข่าวด้านความคืบหน้าของเหตุเพลิงไหม้
      "กรณีนายเพ้ง แซ่ตั้ง อายุ ๕๑ ปี เจ้าของร้านค้าเบ็ดเตล็ดชื่อ ต้นย่งเพ้ง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฐานเป็นเจ้าของห้องต้นเพลิง ทำให้เพลิงไหม้ตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย เสียหายถึง ๑๕๐ ล้านบาทเศษ เมื่อบ่ายวันที่ ๑๓ เดือนนี้และนายเพ้ง ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนดำเนินคดีอยู่ที่สถานีตำรวจแม่ปิง ต่อมาวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองคดีร่วมกับตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจากพระนครได้นำนายเพ้งไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุต้นเพลิง 
      "เกี่ยวกับการค้นหาสาเหตุการระเบิดจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งนั้น พ.ต.ท.สมประสงค์ ปรารถนาดี หัวหน้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ ร่วมกับ ร.ต.ท.อร่าม ยุกตะนันท์ ประจำกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งได้ถูกส่งมาตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ได้นำเอาเศษซากเพลิงในร้านต้นเพลิงและร้านข้างเคียงอีกหลายร้านไปตรวจพิสูจน์ที่กรุงเทพฯแล้ว โดยจะทราบผลภายใน ๑๐ วัน
      "ส่วนทางด้านนักฉวยโอกาสที่ได้ฉวยโอกาสตอนเพลิงไหม้เข้าไปขโมยเอาทรัพย์สินจากร้านที่ถูกเพลิงไหม้และผู้ที่ลักลอบเข้าไปคุ้ยเขี่ยในบริเวณร้านต่างๆ ที่ถูกเพลิงไหม้ภายหลังเกิดเหตุแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวไว้เป็นผู้ต้องหาประมาณ ๕๐ คนนั้น ถูกควบคุมตัวไว้ในข้อหาอันธพาลทั้งหมด" (นสพ.คนเมือง,๒๐ ก.พ.๒๕๑๑)
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จทอดพระเนตรสถานที่เกิดเหตุและทรงเยี่ยมผู้ประสบอัคคีภัย
      "เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จโดยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมายังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเยี่ยมผู้ประสบอัคคีภัย เครื่องบินพระที่นั่งมาถึงเชียงใหม่เมื่อเวลา ๑๕ น. แล้วทั้งสองพระองค์ได้ประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เข้าสู่เมืองเชียงใหม่บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย รถยนต์พระที่นั่งได้เคลื่อนเข้าสู่บริเวณที่ถูกเพลิงไหม้ทางด้านถนนช้างม่อย...(ข้อความขาดหาย)... เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท 
      "ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่ง พระราชดำเนินไปตามถนนช้างม่อย ทอดพระเนตรบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ตลาดวโรรส มาถึงสามแยกร้านวิศาลบรรณาคาร จากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่ถนนวิชยานนท์ ทอดพระเนตรบริเวณเพลิงไหม้ตลาดต้นลำไยและตลาดวโรรส ทั้งสองฟากถนน
      "ณ บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เจ้าของร้านค้าที่ถูกเพลิงไหม้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด และทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสถานที่เพลิงไหม้ที่ถนนวิชยานนท์จนสุดบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้เป็นเวลาประมาณ ๓๐ นาที แล้วจึงเสด็จไปยังท่าอากาศยานเชียงใหม่ เสด็จกลับพระนครโดยเครื่องบินพระที่นั่งเมื่อเวลา ๑๖.๔๕ น." (นสพ.คนเมือง,๒๕ ก.พ.๒๕๑๑)
      หลังจากนั้นมีรายงานข่าวความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
      "ความเดือดร้อนของผู้ประสพภัย พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ผวจ.แจ้งว่า ปัญหาใหญ่คือ ต้องการหาสถานที่ประกอบการค้าใหม่โดยเร็วที่สุดและต้องการเงินทำทุนไปประกอบการค้าตามเดิม ส่วนใหญ่ของผู้ประสพภัยมีฐานะดี หลายรายไม่ต้องการความช่วยเหลือจากทางการ
      "การบริจาค ได้มีผู้บริจาคเงินสดและเครื่องอุปโภคบริโภคมากมาย เงินสดมีผู้บริจาคจนถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ เป็นเงิน ๑๘๕,๙๔๕ บาท นอกจากนั้นมีข้าวสาร เครื่องอุปโภค เสื้อผ้าอีกเป็นจำนวนมาก ต่อมานายอรรถ เทิงพิเศษ ประชาสงเคราะห์จังหวัด แถลงว่าวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ มียอดเงินบริจาคทั้งสิ้น ๒๙๙,๓๕๘.๒๕ บาท 
      "มีการตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และวางหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ สรุปยอดผู้ประสบภัยมี ๔๐๐ ครอบครัว จำนวน ๒,๖๐๐ คน คิดจากยอดเงินบริจาค ๓ แสนบาท สรุปว่าจ่ายค่าช่วยเหลือครอบครัวอย่างต่ำครอบครัวละ ๕๐๐ บาท อย่างสูงครอบครัวละ ๑,๗๐๐ บาท ตามขนาดของครอบครัว โดยจะจ่ายให้ปลายเดือนเมษายนนี้ ส่วนการประกันภัยนั้น บริษัทอาคเนย์ประกันภัยจำกัด แจ้งว่าได้จ่ายค่าประกันรวม ๒ ราย เป็นเงิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนบริษัทไทยประสิทธิ์ประกันภัย จ่าย ๕ ราย เป็นเงิน ๓๐๕,๐๐๐ บาท (นสพ.คนเมือง,๒๖ ก.พ.,๑๐ เม.ย.๒๕๑๑)
      "เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ออกประกาศห้ามมิให้เจ้าของที่ดินและเจ้าของอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ในบริเวณตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย ทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมหรือต่อเติมอาคาร โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย ทั้งนี้บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้มีพ่อค้าแม่ค้าก่อสร้างมุงหลังคาแบบง่ายๆ ค้าขาย ซึ่งเทศบาลประกาศให้รื้อถอนออก
      "ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดประชุมคณะกรรมการวางผัง บริเวณที่ถูกเพลิงไหม้เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ โดยเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกพระราชกฤษฎีกาควบคุมการก่อสร้างอาคารตามระเบียบ อีกส่วนหนึ่ง ทางเจ้าของตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย ทำหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดว่า หากมีการขยายถนนในเขตเพลงไหม้ในที่ดินของตลาดแล้ว ขอให้ทางจังหวัดชดใช้เงินค่าที่ดินให้ด้วย
      "ผวจ.เชียงใหม่ ชี้แจงว่าได้เดินทางไปจังหวัดพระนคร ร่วมประชุมกับคณะกรรมการวางผังเมือง ซึ่งได้ตกลงตามหลักเกณฑ์เดิมที่ทางจังหวัดเชียงใหม่วางไว้ คือ ถนนสายใหญ่ คือ ถนนวิชยานนท์และถนนช้างม่อยจะขยายออกด้านละ ๒ เมตร ส่วนบริเวณถนนซอยจะขยายให้รถส่วนทางกันได้(นสพ.คนเมือง,๑๕ เม.ย.๒๕๑๑)
      "ต่อมานายพิรุณ อินทราวุธ เทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งรักษาการแทนนายกเทศมนตรี ได้แถลงสื่อมวลชนว่า เจ้าของตลาด คือบริษัทตลาดวโรรส ได้เสนอขอค่าเวนคืนที่ดินตารางวาละ ๑ หมื่นบาท บริเวณตลาดที่จะต้องถูกเวนคืนมีเนื้อที่ ๑ ไร่ ๕๐ ตารางวา สำหรับตลาดต้นลำไยนั้น เจ้าของตลาดเสนอขอค่าเวนคืนจำนวน ๔ ล้านบาท ราคาที่กรมที่ดินประเมินไว้ตารางวาละ ๕ พันบาท มีเนื้อที่ต้องถูกเวนคืน ๑ ไร่ ๓๐ ตารางวา สำหรับตลาดต้นลำไย เจ้าของตลาดอ้างว่า การสร้างอาคารรอบตลาดได้ทำไว้นานแล้ว และลงรากตึกอย่างแข็งแรง สิ้นเงินไปประมาณ ๑ ล้านบาทเศษ จึงเสนอขอค่ารากตึกอีกเป็นเงิน ๑ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นอาคาร ๔ ชั้นมุมด้านเหนือของตลาดที่สร้างเป็นโรงแรมคาเธ่ย์นั้น เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ตัวอาคารแม้จะถูกกระทบกระเทือนจากไฟเป็นบางส่วน แต่ยังมีความแข็งแรงอยู่ หากจะรื้อถอนก็ขอค่าเวนคืนเป็นเงิน ๕ ล้านบาทเศษ ทางคณะเทศมนตรีเห็นว่า การขอเงินค่าเวนคืนที่ดินนี้เป็นเรื่องของสำนักผังเมืองโดยตรง จึงเสนอเรื่องผ่านไปยังจังหวัดเพื่อดำเนินการต่อไป"(นสพ.คนเมือง,๒๕ ส.ค.๒๕๑๑)
      
      พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.พร้าว
      (ข้อมูลเพิ่มเติม www.chiangmaiyesterday.com)
      
      ที่มา
      
      http://www.thainews70.com/news/news-culture-arnu/view.php?topic=189

ramma:
ภาพบน ถ่ายภาพโดยคุณบุญเสริม สาตราภัย ถ่ายภาพจากต้นถนนวิชยานนท์ ขณะเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านต้นเพลิง ทางซ้ายจะเห็นมีสิ่งของที่ร้านใกล้เคียงขนมากองไว้บนถนนเพื่อขนไปเก็บไว้ที่พุทธสถาน บางส่วนสูญหายเนื่องจากมีพลเมืองร้ายคอยลักขโมย
ภาพล่าง ถ่ายภาพโดยคุณบุญเสริม ฯ หลังเกิดเหตุแล้ว ๒ วัน ถ่ายภาพจากหลังคาโรงแรมคาเธ่ สมัยนั้นอยู่ใกล้ๆ กับร้านวิศาลบรรณาคาร เห็นภาพความเสียหาย หลังคาด้านซ้ายคือ ตลาดต้นลำไย ด้านขวาคือ ตลาดวโรรส 

เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๑(๗)
เพลิงไหม้ ตลาดต้นลำไยและตลาดวโรรสครั้งประวัติศาสตร์ ต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑
ต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑ เกิดเพลิงไหม้ย่านร้านค้าชาวจีนที่ตลาดต้นลำไยและลุกลามไหม้ตลาดวรโรส ค่าเสียหายถึง ๑๕๐ ล้านบาท ห้องแถวและตึกแถวร้านค้าย่านนั้นเสียหายประมาณ ๑๐๐ คูหา เป็นผลให้ครอบครัวไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีนต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวกับสถานะใหม่
เพลิงไหม้ครั้งนั้นร้านค้าที่มีประกันอัคคีภัยคงไม่เดือดร้อน แต่ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ได้มีประกันภัยไว้ ต่างเดือดร้อนกันทั่วหน้า 
ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องเริ่มต้นนับหนึ่ง สร้างฐานะใหม่
หลายครอบครัวเริ่มต้นชีวิตสมรสกันเนื่องจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนั้น สาเหตุหนึ่งเพราะความเห็นใจในทุกข์ของซึ่งกันและกัน
เหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนั้น หนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ รายงานข่าว "รายละเอียดไฟไหม้ตลาดเชียงใหม่ ! เสียหายนับร้อยล้านบาท ระวังผู้ฉวยโอกาสเรี่ยไร" 
รายละเอียดข่าวว่า
"เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ขณะที่ประชาชนกำลังซื้อขายกันอย่างปกติ ได้เกิดเพลิงไหม้ที่ร้านจำหน่ายเครื่องสำอางและของเบ็ดเตล็ด ชื่อ ร้านตันย้งเสง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๐ ถนนวิชยานนท์ด้านตลาดต้นลำไย ของนายเพ็งหรือเช่งเหียว แซ่ตั้ง อายุ ๕๑ ปี โดยเกิดระเบิดขึ้นบนอาคารชั้น ๓ และได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ปรากฏว่านายเพ้ง และจ.ส.ต.โต สุโขดม เจ้าหน้าที่ตำรวจแม่ฮ่องสอน ซึ่งซื้อขายของกันอยู่ได้ถูกสะเก็ดกระจกซึ่งเกิดจากแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บ
"ในวินาทีอันฉุกละหุกนั้นเอง ต่างคนก็ต่างเผ่นหนีออกจากร้านเพื่อเอาตัวรอดไปคนละทิศละทาง โดยนายเพ้ง กับนางซิวง้วน วิ่งหนีออกไปทางหลังร้าน อ้อมมาออกทางร้านขายเครื่องเหล็ก อึ้งฮงฮวด ที่อยู่ถัดไปทางด้านเหนือ ส่วน จสต.โต พอลุกขึ้นมาได้ก็พาร่างที่อาบเลือดแดงฉานเพราะถูกของแข็งที่กลางศีรษะ แขนซ้ายท่อนล่างและบริเวณไหล่ด้านหลังทั้งซ้ายและขวา วิ่งข้ามถนนอย่างไม่คิดชีวิต 
"พร้อมกับเสียงระเบิด กลุ่มควันสีดำก้อนใหญ่ก็ม้วนตัวพุ่งออกมาทางหน้าต่างชั้นที่ ๒ ของบริเวณร้านที่เกิดเหตุและร้านใกล้เคียงโขมงใหญ่และแล้วเปลวเพลิงจึงได้แลบเลียโชติช่วงขึ้นในบริเวณร้านนั้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันความโกลาหลของประชาชนคนเดินถนน ตลอดถึงเจ้าของอาหารร้านค้าทั่วย่านนั้นก็เกิดขึ้นโดยฉับพลัน
"ประมาณ ๕ นาทีต่อมา รถดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่คันแรกก็ได้รุดไปถึงสถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำการฉีดน้ำสกัดต้นเพลิงไว้อย่างสุดความสามารถ แต่เมื่อฉีดน้ำไปราว ๕ นาที น้ำในถังก็หมด ไม่มีทางที่จะเอาน้ำจากแถวนั้นได้อีก ดังนั้นรถดับเพลิงจึงจำเป็นต้องถอยไปเอาน้ำจากที่อื่นอย่างมีระเบียบ นับว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ต้นเพลิงได้ไหม้ลุกลามต่อไปอย่างสะดวกสบาย
"ขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้ ได้เกิดลมพัดช่วยอีกแรงหนึ่ง จึงทำให้ไฟได้ไหม้ลุกลามต่อไปยังร้านค้าทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าไฟก็ได้ปลิวข้ามไปติดอาคารฝั่งตลาดวโรรสตรงข้าม คราวนี้ถึงแม้ว่าจะมีรถดับเพลิงมาสมทบช่วยดับเพลิงอีกหลายคัน แต่ก็ไร้ความหมายเสียแล้ว เนื่องจากไฟได้ขยายวงไหม้กว้างขวางยิ่งขึ้น ยากแก่การปฏิบัติงานของพนักงานดับเพลิงที่จะเข้าถึง
"ตอนนี้บริเวณที่ถูกไฟเผาเต็มไปด้วยความโกลาหลปั่นป่วน ผู้คนวิ่งขวักไขว่ไปมา จนกระทั่งชนกันล้มลุกคลุกคลาน ฝ่ายพนักงานดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งไปอำนวยการดับเพลิงต่างก็ใบหน้าดำคร่ำเครียด ตะโกนสั่งงานจนเสียงแหบแห้ง ทางด้านเจ้าของอาคารร้านค้าสองฟากถนนวิชยานนท์ ทุกคนสาละวนกับการขนสิ่งของทรัพย์สินเป็นพัลวัน จับฉวยสิ่งของเท่าที่จะหยิบได้ วิ่งหนีออกจากร้าน ไฟลุกลามไหม้อาคารร้านค้าแถวตลาดวโรรสและเรื่อยไปในตลาดวโรรสจนถึงอาคารร้านค้าด้านถนนช้างม่อยจนถึงโรงแรมอ้อมอารี
"ขณะเกิดเหตุมีประชาชนมาซื้อขายของกันแน่นขนัด และในนาทีวิกฤตินั้นเองประชาชนก็แตกตื่นหลบหนีกันโกลาหลอลหม่าน หอบข้าวของหนีไฟกันชุลมุนวุ่นวาย เจ้าของร้านบางคนทนดูไฟเผาผลาญทรัพย์สินตัวเองไม่ไหว ถึงกับเป็นลมล้มฟุบคาที่ บ้างก็ถึงคราวอับจนไม่รู้จะทำอย่างไร คว้าได้เก้าอี้เพียงตัวเดียวก็วิ่งหนีออกจากร้าน โดยที่ข้าวของอย่างอื่นมีตั้งมากมายก่ายกองไม่ยอมเอา เป็นภาพที่น่าสลดหดหู่อย่างบอกไม่ถูก
ในขณะเดียวกันได้มีบุคคลมิจฉาชีพฉวยโอกาสฉกของ ทุบตู้กระจกเก็บของขึ้นรถหลบหนีไปเป็นจำนวนมาก บางคนตรงเข้าแย่งชิงสิ่งของจากผู้ที่กำลังลนลานหนีทุกข์อย่างปราศจากมนุษยธรรม นอกจากนี้ฝูงชนที่พากันหลั่งไหลมามุงดูความพินาศของคนอื่น ทำให้กีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จนขาดความสะดวก 
"กำลังตำรวจ ทหารบก ทหารอากาศ ได้ระดมกำลังออกดับไฟ แต่ไม่สามารถจะระงับลงได้ ขณะเดียวกันรถดับเพลิงของเทศบาลลำปาง ลำพูนและจากอำเภอบางอำเภอของเชียงใหม่ได้รีบรุดมาช่วยคอยสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามต่อไป โดยเฉพาะรถบรรทุกน้ำของบริษัทสหวิศการโยธา จำนวน ๒๐ กว่าคัน ได้นำรถบรรทุกน้ำมาช่วย หาไม่เช่นนั้นแล้วเพลิงก็จะลุกลามไปไกลโดยเฉพาะอาคารร้านค้าแถวถนนข่วงเมรุหวุดหวิดจะถูกเพลิงไหม้เรียบหมด
"เครื่องบินของฝูงบินผสมที่ ๒๖ ได้นำเครื่องบินออกบินเหนือที่เกิดเพลิงไหม้ หมายจะทิ้งระเบิดเคมีเพื่อดับไฟ แต่ไม่สามารถจะทำได้เพราะประชาชนยังอยู่กันอย่างชุลมุนวุ่นวายในที่เกิดเหตุ
"จนกระทั่งเวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. เพลิงจึงสงบลง ปรากฏว่าอาคารร้านค้าได้ถูกเพลิงไหม้ครั้งนี้ประมาณ ๑๐๐ คูหา ทรัพย์สินเสียหายประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท
"ขณะเกิดเพลิงไหม้เจ้าของร้านทองได้ขนเครื่องทองรูปพรรณใส่กระสอบแล้วลากไปฝากไว้ที่สถานีตำรวจแม่ปิง ในด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสพภัยครั้งนี้ ได้มีหน่วยราชการ องค์การสาธารณกุศลต่างๆ ได้ช่วยเหลือย่างเข้มแข็ง มีการเลี้ยงอาหาร แจกสิ่งของเครื่องบริโภคอุปโภค โรงภาพยนต์สุริวงศ์-สุริยา-ศรีนครพิงค์-เวียงพิงค์ฉายภาพยนตร์ในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ทุกรอบ เก็บเงินช่วยผู้ประสพภัยโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
"นายแพทย์สง เสียมภักดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสียมภักดีประกาศว่า 'พี่น้องชาวเชียงใหม่ที่ประสพเคราะห์กรรมเนื่องจากอัคคีภัยครั้งนี้ทุกท่าน หากเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดก็ดี โปรดตรงไปรับบริการรักษาพยาบาลได้โดยไม่คิดมูลค่าที่โรงพยาบาลเสียมภักดี ถนนศรีดอนไชย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป'
"นอกจากนี้มีประกาศจังหวัดเชียงใหม่เรื่อง การบริจาคช่วยเหลือผู้ประสพอัคคีภัย
"ตามที่ทางการจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสพอัคคีภัยเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ ไปแล้วนั้น จังหวัดเกรงว่าอาจจะมีผู้แอบแฝงมาเรี่ยไรหรือรับบริจาคตามร้านค้าต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสพภัยครั้งนี้ ฉะนั้นจึงขอให้บรรดาท่านผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่กองบรรเทาทุกข์ด้วยตนเอง ณ พุทธสถานหรือที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอเท่านั้น จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสพภัคคีภัย
วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑'
"นอกจากนี้ นายเลิศ ชินวัตร เจ้าของปั๊มน้ำมันเชียงใหม่เฉลิมพล งดงานเลี้ยงเปิดปั๊มน้ำมันในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ นำเงินที่จะใช้จ่ายช่วยผู้ประสพภัยทั้งหมด"(นสพ.คนเมือง,๑๕ ก.พ.๒๕๑๑)
บุคคลหนึ่งที่ได้บันทึกภาพเหตุการณ์เพลิงไหม้ตลาดต้นลำไยและตลาดวโรรสไว้ จนเป็นภาพประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ คือ คุณบุญเสริม สาตราภัย ขณะนั้นทำงานเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์คนเมือง
คุณบุญเสริมเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นว่า 
"ปีที่เกิดเหตุผมยังทำงานเป็นนักข่าวอยู่หนังสือพิมพ์คนเมือง สำนักงานอยู่ถนนศรีดอนไชย ใกล้โรงแรมเชียงใหม่พลาซ่าในปัจจุบันนี้ ทางสำนักงานได้รับโทรศัพท์ว่ามีเพลิงไหม้ตลาดต้นลำไย ผมรีบคว้ากล้องถ่ายรูปคู่กายขึ้นขับรถเวสป้าคู่ชีพไปที่เกิดเหตุทันที จอดรถไว้ที่สี่แยกอุปคุตแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่บริเวณต้นเพลิงที่เป็นตึกแถวที่ตลาดต้นลำไย ตอนนั้นเพลิงเริ่มลุกไหม้ ควันยังเป็นสีขาว ยังไม่ดำ ร้านค้าใกล้เคียงเริ่มโยนข้าวของจากชั้นสองลงมากองไว้บนถนนกันแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครคาดการได้ว่าเพลิงจะลุกลามใหญ่โตไปขนาดไหน ผมเริ่มถ่ายภาพตึกที่เพลิงไหม้ ถ่ายภาพบรรยากาศ ภาพผู้คน..." 
พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.พร้าว
ข้อมูลเพิ่มเติมใน www.chiangmaiyesterday.com   
   
   ที่มา
   
   
   http://www.thainews70.com/news/news-culture-arnu/view.php?topic=188
   

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service