Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
รวมสุภาษิตเมืองเหนือ มากมายไว้หน้านี้
Welcome Guest, please login or register.
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รวมสุภาษิตเมืองเหนือ มากมายไว้หน้านี้  (อ่าน 66689 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8373 Level 74 : Exp 55%
HP: 3.9%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 08, 2010, 09:16:00 pm »
แบ่งปัน

สุภาษิตเมืองเหนือ                                                                                                                
                                 
               " ของกิ๋นลำอยู่ตี้คนมัก ของฮักอยู่ตี้คนเปิงใจ๋ "   ศัพท์ ลำ หมายถึง อร่อย, มัก หมายถึง ชอบ พอใจ, เปิงใจ๋ หมายถึง ถูกใจ  อาหารจะอร่อยอยู่ที่คนชอบ ผู้หญิง-ผู้ชายจะรักชอบใครขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ไม่สามารถที่จะบังคับกันได้
               
                 " ขาหน้าบ่เต้าขาหลัง "   ศัพท์ บ่เต้า หมายถึง ไม่เท่า    "ขาหน้าไม่เท่าขาหลัง" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง บุคคลที่แม้จะไปหลงระเริงอยู่กับสิ่งใหม่ โดยทิ้งลูกเมียหรือ ลืมบ้านเกิดอันเป็น ภูมิลำเนาเดิมของตนไว้เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามก็ยังห่วงหาอาวรณ์ลูกเมีย ญาติพี่น้อยอยู่เสมอ                         " ขี้เหมี้ยงเกิดกับเหล็ก "    ศัพท์ ขี้เหมี้ยง หมายถึง สนิม    "สนิมมักจะกิดขึ้นกับเหล็ก" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึงสิ่งที่เกิดมาคู่กัน ย่อมหนีกันไม่พ้น เปรียบเช่นเดียวกับชายหนุ่มและหญิงสาวเป็นของคู่กัน                        
               
               " ได้ผ้าต๊วบใกล้แจ้ง "      ศัพท์ ผ้าต๊วบ หมายถึง ผ้าห่ม ใกล้แจ้ง หมายถึง เกือบสว่าง   "ได้ผ้าห่มเมื่อเกือบสว่าง" เป็นสุภาษิตที่ใช้เปรียบเทียบกับชายชรา แต่ยังหาคู่ครองไม่ได้ ต่อมาจึงพบหญิงที่ถูกใจเมื่อยามที่มีอายุมากแล้ว หรือเปรียบได้กับการทำงานที่จวนจะแล้วเสร็จ แต่พึ่งจะได้เครื่องมือที่ดีมาใช้ ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "พบไม้งามยามเมื่อขวานบิ่น"                        
               
               " ฝนจะตกจะไปเจื้อใจ๋ดาว มีลูกสาวจะไปเจื้อใจ๋มัน "     "ฝนจะตกจะไปเชื่อใจดาว มีลูกสาวอย่าไปเชื่อใจมัน" ท้องฟ้าที่โล่งโปร่งเห็นดาว อย่าเพิ่งคิดว่าฝนจะไม่ตกลงมา คนมีลูกสาวอย่าไปคิดว่าเป็นคนดีเพราะเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา ลับหลังอาจจะประพฤติอีกอย่างหนึ่ง เป็นสุภาษิตสอนคนให้มีสติ และใช้ปัญญาคิดให้รอบคอบ ไม่ควรตัดสินใจเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยยังไม่ได้ไตร่ตรอง                        
               
               " เยียะไฮ่ไกล๋ต๋า เยียะนาไกล๋บ้าน "  "การทำไร่ไกลตา การทำนาไกลบ้าน" ย่อมยากแก่การดูแลรักษา มักถูกรบกวนจากศัตรูพืชและมนุษย์อยู่เสมอ เป็นสุภาษิตสอนคนเกี่ยวกับเรื่องของความรัก ความรักมักแพ้ความใกล้ชิด ความห่างไกลมักทำให้เกิดความห่างเหินจนทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจได้                        
               
               " อย่าอวดสูงกว่าป้อแม่ อย่าอวดแก่กว่าอาจารย์ "     "อย่าคิดว่าตนเองสูงส่ง หรือฉลาดกว่าพ่อแม่ อย่าคิดว่าตนเองเก่ง ฉลาดกว่าครูอาจารย์" เป็นสุภาษิตสอนคนให้มีความเคารพ นับถือบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดามารดา และครูอาจารย์ เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้มีพระคุณและมีประสบการณ์มากกว่าเรา
               
               
               
                    สุภาษิตคำเมือง  คำไทย(คำอธิบาย)   
               
               
                461 ฮักปี่เสียดายน้อง : รักพี่เสียดายน้อง                                    
               451 ก้อยอยู่ต๋ามน้ำ ย๊ะไปต๋าตั๋ว น้ำเปียงใด ดอกบัวตึงเต้าอั้น : อย่าทำอะไรเกินตัว ขนาดอกบัวไม่สามารถลอยขึ้นไปอยู่บนชั้นฟ้าได้                         449 หั้นขี้ดีกว่าใส้ : เห็นคนที่รักดีกว่าคนที่มีพระคุณ                        
               447 ลูกกำพร้าบะมีไผ๋สอน จิ้งหรีดแมงจอนไผ๋สอนมันเต้น : หยั่งอั้นเนาะ                        
               446 หมาหลายเจ้ากิ๋นข้าวหลายไห : รู้จักคนไปทั่ว มีเพื่อนเยอะ                        
               444 เลี้ยงหมาหลายเผื่อว้อ : คบผู้ชายหรือผู้หญิงต้องคบทีละหลายคนเพื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบแล้วตัดทิ้งทีละคน (จนไม่เหลือใคร) 555+++                                      
               443 บ่ตันนั่งจะไปฟั่งเยียดแค่ง : หมายถึงทำอะไรต้องเป็นขั้นเป็นตอนอย่ารีบเร่งเดี๋ยวจะพลาดเอาได้                        
               441 จิ๊กปิ๊กตี้ไหนกะป้อ..จ้อหว้อตี้ไหนกะควัก : อ่อนไหนแทงแข็งไหนก็เว้น...เลือกที่รักมักที่ชัง            
               440 กิ๋นขี้เขียง : คนดุ โมโหร้าย                        
               439 นำใจ๋คนเมือง บ่ เถียง บ่ ด่า นำใจ๋คนป่าบ่ด่า บ่ เถียง : มารยาทในการต้อนรับแขก                        
               438 กินข้าวกับเกลือลำเหลือจิ้นปิ้ง นำพริกปล๋าทู บ่ ลำเหมือนจิ้น : ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง                        
               437 กำอู้เหมือนผีสอนตี่นอนเหมือนมุ้งกระต่าย : คนที่มักชอบพูดแต่ไม่ชอบทำ                        
               436 กำขี้ดีกว่ากำตด : อย่าโลภมาก                        
               434 ข้ามโข๋บ่าโป้นฟั้งห่ม : ตัวเองทำอะไรยังไม่สำเร็จอย่าพึ่งว่าให้คนอื่น            
               433 หนังแห้งบ่าเกยปอง : คนไม่เคยมีเงินแล้วพอมีเงินแล้วทำเป็นหยิ่ง                        
               432 สื้อบ้านแถมจาน : แต่งงานกับคนที่มีลูกติด                        
               431 กำอู้คนหลกวจั้งสับปะหลี้มาจ๋ากำดีลอกลิ้น กำอู้อ้ายหวานเหมือนน้ำต๋าลน้ำมิ้น จ่างสับปะหลี้ปายลูน : คนลอกแลกคนหัวสูง                         429 ปี่ฮู้สอง น้องฮู้หนึ่ง : คนโตย่อยรู้กว่าคนที่มีอายุน้อยกว่า                          
               427 กิ๋นบ่จ่างก็เป็นหนี้ ขี้บ่จ่างก็เป็นตุกข์ : ไม่รู้จักประมาณ                        
               426 หล๊วกบ่มีไผเต่าง่าวบ่มีไผเปียง : อวดรู้                        
               425 ฮักเน้อล่ะอ่อนง้าว : รักน๊ะเด็กโง่                          
               424 ตกต่าเป้นดีไข้หัว ตกต่าตัวดีไข้ไห้ : ตอนที่คนอื่นเดือดร้อนไม่ช่วยเหลือกลับหัวเหราะ พอถึงทีตัวเองก็เลยไม่มีไครช่วย                           420 ขี้แห้งจับตาหมา : คนไม่สวย ยังได้คนหน้าตาดีมาเป็นคู่ คนไม่หล่อ ยังได้คนหน้าตาดีมาเป็นแฟน                          
               419 อ่อนไหนแตง แข็งไหนเว้น : ไม่ยุติธรรม ถ้าเจอคนที่ด้อยกว่า ก็จะค่อยแกล้งตลอด แต่ถ้าเจอคนที่สูงกว่า ก็ไม่กล้าที่จะร้ายเค้า                         418 เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง : กว่ารู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว                        
               
               417 ดักอย่างต้ากเข้าหีวอก : เงียบมาก ๆ ขนาดลิงยังไม่รู้ตัว                        
               411 ว่าเปิ้ลบผ่อตั้ว : ว่าแต่เขาไม่ดูตนเอง                        
               405 จะไปตี๋กล๋องเอี่ยงฟ้า จะขี้ม้าเอี่ยงตะวัน : อย่าไปกระทำสิ่งใดแข่งกับคนที่มีฐานะดีกว่า ให้รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เพราะการอยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นจะทำให้ทุกข์ยากยิ่งกว่าเดิม                        
               403 ปากหมา : ปากคล้ายหมา พูดแต่คำไม่สุภาพ ตบแมร่งเยย                        
               402 รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี รักผัวให้กระถืบ - -'' : รักผัวก้อต้องทำร้ายกันบ้างน้า                        
               398 ใจ้กุ้งไปหาหนอง : บ่ฮู่ว่าจะแปลจะใด น่าจะใช้คนไปทำอะไรซักอย่างแต่ไปนานมากๆ เหมือนกับเอากุ้งไปปล่อยที่หนองหรือแหล่งของมัน                         395 งัวลืมตี๋น : คนที่ได้ดีแล้วลืมตัวเหมือนสุภาษิตที่ว่าคางคกได้วอ                        
               388 จุ๊เปิ้นเมา บ่าเอาเปิ้นแต้ : โกหกให้ผู้อื่นหลงไหลตังเองแต่สุดท้ายกลับไม่สนใจเขา                          
               387 ใจ๋บ่สู้ บ่ได้ขี่จ้างม้างาม : ใจไม่กล้าจะไม่ประสบความสำเร็จ                        
               385 วอกขี้ยาบ่อเต่าฮาจะฮื้อ : คนติดยาจะโกหกทุกอย่างเพื่อให้ทีเงินซื้อยาแต่ก็ยังไม่เท่ากับบางคนที่ยืมเงินไปแล้วบอกว่าจะใช้แต่ยังไม่ใช้สักที... เฮ้อ...หุหุหุ                        
               384 ก๋ากิ๋นปี๋ปากจั้งเสร้า คนกิ๋นยากิ๋นเหล้าจั้งปากนัก : เปรียบเทียบนิสัยของคนเหมือนสัตว์                        
               380 ฮักปี้เสียดายน้อง : รักพี่เสียดายน้อง                        
               379 จะจูงก็ลู้ไปก่อน จะส่อนก็ลู้โตยก้น : ดื้อรั้น                          
               378 กำกึดดีขายสะลีนอนสาด กำกึดฉลาดขายสาดนอนสะลี : คนคิดดีขายของดีเอาของเก่าใช้ คนคิดอีกอย่างเอาของดีใช้เอาของเก่าขาย                           376 ของเกยปากสากเกยมือ : ทำสิ่งที่ทำเป็นประจำ                        
               375 เผื่อฮู้คิงน้ำปิงปอแห้ง : รู้เมื่อสายเกินไป                        
               374 มีนึ่งแล้ว จะเอาแหมสอง ขี่เฮือน้ำนอง ซ้อนสองจั่งหล้ม : เปรียบได้กับการมีคู่ครองอยู่แล้ว ไม่พอใจ อยากได้อีกเป็นสอง ครอบครัวมักไปไม่รอดต้องล่มกลางครัน                          
               373 กิ๋นจ๊าดหลาย ต๋ายคนเดียว : ทำอะไรกับคนหมู่มากเวลาได้ผลประโยชน์ ได้เป็นหมู่คณะ เวลามีปัญหา เหลือคนรับภาระหนักอยู่คนเดียว               372 จะไปตี๋กล๋องเอี่ยงฟ้า จะไปขี่ม้าเอี๋ยงตะวัน : อย่าไปกระทำสิ่งใดแข่งกับคนที่มีฐานะดีกว่า ให้รู้จักพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ เพราะการอยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นจะทำให้ตนเองทุกข์ยากยิ่งกว่าเดิม                          
               369 ของกิ๋นลำอยู่ตี่คนมัก : ของกินอร่อยอยู่ที่คนชอบ                        
               368 ฮู้จักหน้า บ่ฮู้จักใจ๋ : รู้จักหน้าไม่รู้จักใจ                        
               367 บ่ฮู้หื้อถาม บ่งามหื้อหย้อง : ไม่รู้ให้ถาม ไม่สวยให้แต่ง                        
               366 กกหางปล่อยวัด : ตัดหางปล่อยวัด                        
               365 ต๊กต่าเปิ้นเป๋นดีไข่หัวตกต่าตั๋วเป๋นดีไข่ไห้ : เห็นความทุกข์ของผู้อื่นกลับเป็นเรื่องตลกหัวเราะพอถึงทีตัวเองเข้าบ้างกลับหัวเราะไม่ออก                         364 ฮู้ขี้เป่นตุม : ตูดเป็นตุ่ม                        
               363 ฮู้ก่อว่าฮัก : รู้อะป่าวว่า LOVE                        
               362 กิ๋นข้าวกับปล๋า ดีกว่ากิ๋นหมากับเหล้า : กินข้าว กับปลา ดีกว่าไปกินหมากับเหล้า                        
               359 ได้กินแลนบ่ดีลืมคุณหมา ได้กินป๋าบ่ดีลืมคุณแห : อย่าลืมบุญคุณในสิ่งต่างๆ ที่ได้พึ่งพาอาศัย                        
               358 ปากหวานก้นส้ม : ต่อหน้าทำเป็นพูดีแต่ลับหลังกลัยนินทา            
               357 กิ๋นหว๋อมหว๋อมผอมจ้อข้อ : กินเท่าไรอย่าไรก็ไม่อ้วน                        
               355 แมงบ้งบ่ต๋ายกั้นใบไม้ : คือการที่คนเราจะท้อถอยและกลัวที่จะไม่มีอะไรจะกินไม่ต้องกลัวเพราะคนเรายังไงก็ตัองมีกินอยู่วันยังค่ำ                         353 หล๊วกคนเดียวบ่าเต่าง่าวตึงหมู่ : คนฉลาดคนเดียวบ้างทีสู้คนโง่เป็นกลุ่มไม่ได้                        
               352 ดาบดีไว้ในฝัก คนหล๊วกไว้ในใจ๋ : คมในฝักอย่าคุยโวโอ้อวดตัวเอง                        
               351 ตุ้มผ้าลายหมาจ่างเห่า อู้กำเก่ามันจ่างผิดกั๋น : เรื่องที่เเล้ว ๆ มาไม่ควรรื้อฟื้นมาพูด จะทำให้ทะเลาะกันเปล่า ๆ                          
               350 คนปอใหญ่แล้วบะถ้ามาสอน จิ้งหีดแมงจอนไผสอนมันเต้น : โตแล้ว            
               349 บ่านายลูกเจื้อ : ลูกรัก                        
               346 บ่ตันเข้าป่าก็หันเสือ : เพียงแค่เริ่มก็มีอุปสรรคให้เห็น                        
               344 บ่ดีกินก่อนตาน บ่ดีมารก่อนแต่ง : ไม่ควรทำอะไรที่เกินเลยศีลธรรม เช่น ของตานเป็นของพระสงฆ์องค์เจ้าถ้าเกิดว่ามีคนทานก่อนเสียแล้ว ยอมไม่ดี(ช่วยเสริมด้วยครับ)                        
               342 ปากได้ไส้ญาว : เถียงคำไม่ตกฝาก                        
               341 ยามตี่อักน้ำต้มผักอุ่ว่าล้ำ ยามชังน้ำตาลยังอุ่ขม : ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน ยามชังน้ำตาลยังว่าขมคือเมื่อมีรักุกสิ่งุอย่างก้อดีไม่หมดแต่พอชังกันุกอย่างก้เหมือนไม่ดีไปหมด                        
               340 กำขี้ดีกว่ากำตด : ได้ของที่ดี ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย                          
               339 ดุมมนี : สีสันต่างๆ                        
               338 เคร่งนักมักปุด : ทำอะไรให้พอเหมาะพอดีไม่หย่อนหรือตึงจนเกินไป                        
               337 กว่าจะฮู้คิงน้ำปิงปอแห้ง : พอรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว                        
               335 ไฟมา ป่าเป่ง มดแดงเต้ง ผักหวานโป่ง ฝนลง เห็ดถอบออก หญ้างอก งัวเล็ม : ธรรมชาติของล้านนาบ้านเราเป็นสิ่งสามารถถ่ายทอด และอนุรักษ์ต่อ ๆ ไปได้ในหลายรูปแบบ                        
               334 หย้าเสี้ยง ก่อม้าอิ่ม : กินให้พอดี เหมือนม้าเวลาหญ้าหมด ก็คือ อิ่ม คือ รู้จักพอนั่นเอง                        
               333 มารบ่มี บารมีบ่เกิด : คนชั่วไม่มีคนดีก็คงจะไม่มี ( คำของหลวงปู่)                        
               332 ขายสลีนอนสาด : ใชสิ่งของที่ตนมีในครอบครองไม่เป็น หรือไม่นำเอาของที่ตนมีมาใช้ให้เกิดประดยชน์                        
               331 เก็บผักเก็บไม้บ่ดีเก็บไก๋ เก็บต๋ามตี๋นบันใดปอใช่ปอกิ๋น : ไม่ควรละโมบโลภมาก                        
               330 เป๋นตุ๊เป็นพระหื้อหมั่นอ่านธรรม เป๋นเจ้าเป็นนายบ่ดีค่ำคน : เป็นพระสงฆ์ให้ขยันอ่านเรียนพระธรรม ถ้าเป็นเจ้าคนนายคนอย่าได้เอาเปรียบหรือกดขี่ผู้อื่น                        
               329 ไม้ก๊ดใจ้แป๋งขอ เหล็กงอใจ้แป๋งเคียว คนก๊ดกำเดียวใจ้ก๋านบ่ได้ : ไม้คดใช้ทำตะขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่คนคดโกง ใช้ไม้ได้เลย                         328 ข้ามน้ำบ่าเลิ้ก จะไปฟั่งแก้เตี่ยว : อาการนี้ คือ เหมือนคนจะข้ามแม่น้ำในสมัยก่อนไม่มีสะพานต้องเดินลุยลงน้ำไป แต่คาดการณ์ผิด คิดว่าน้ำลึก เลยถอดกางเกงออก                        
               327 ใจ๊ผีไปหาป่าเห่ว : สำนวนนี้แปลว่า ใช้ผีไปป่าช้า ไปไหนนานๆจนลืม หรือไปในที่ถูกใจคนที่ถูกใช้                        
               326 กั่งยังกับอีหล้าจะเอาผัว : ตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก อาการดีใจเหมือนลูกคนเล็กจะแต่งงาน                        
               325 เก่งก่าบ้าน ก้านกับจอง : เก่งในบ้านตนเอง พอออกนอกบ้านจ๋อย                        
               324 ตี๋ก๊องในน้ำ ไผก็บ่ได้ยิน : ตีฆ้องในน้ำใครจะได้ยิน ทำดียังไงไม่มีคนเห็น                        
               323 ปี้น้องผิดกั๋นเหมือนพร้าฟันน้ำ : พี่น้องทะเลาะกันยังไง ก็ตัดกันไม่ขาด                        
               322 ตกน้ำ หัวเปียงกั๋น : รู้เหมือนๆกัน ไม่มีใครดีกว่าใคร                        
               321 ไต่ขัวบ่ป้นเตื่อ จะไปว่าฮื้อเปิ้น : ข้ามสะพานยังไม่พ้นอย่าไปว่าคนอื่น หมายถึง อ่อนด้อยประสบการณ์แต่ชอบวิจารณ์คนอื่น                         319 หนังแห้งปะเกยปอง : เหมือนสามล้อถูกหวย                        
               318 ของบ่กิ๋นฮู้เน่า ของบ่เล่าฮู้ลืม : ต้องหมั่นทบทวนสิ่งต่าง ๆ ตลอดเวลา กันลืม                        
               317 อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วซิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูบ่ฮู้หาย : กำอู้ของคนเฮ้านี้สำคัญตี่สุด อู้ดี บ่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังฮู้สึกดีอยู่บ่เหมือน อ้อย เมื่อกิ๋นหวานแล้วก็เหลือแต่กาก                        
               316 จับใจ๋แฮ้งบ่แน่นใจ๋ก๋า จับใจ๋ครูบา บ่ถูกใจ๋พระหน้อย : ต่างคนต่างความคิด มีมุมมองที่ต่างกัน                        
               315 ปะผ้าต้วบใกล้แจ้ง : เจอสิ่งดี ๆ เมื่อสายเกินไปเสียแล้ว                        
               314 บาปอยู่ที่คนทำกร๋รมอยู่ที่คนก่อ : ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว                          
               313 กิ๋นจิ๋นกู้คาบ ลาบกู้กำ : คนไม่ประหยัด                        
               312 หันจ้างขี้ ขี้ตวยจ้าง : คนมีน้อยชอบทำแบบคนมีมาก                        
               311 ต๊กตาเปิ้นเป็นดีใคร่หัว ต๊กตาตั๊วเป็นดีใคร่ไห้ : ทีเขาทีเรา                        
               308 อ้ายบ่อต้องน้อยเยี้ยค้นเดียว : พี่ไม่ต้องน้องทำเอง                        
               307 เผื่อน้องฮู้คิงน้ำปิงปอแห้ง : กว่าจะรู้สึกตัวว่าผู้ชายเขาหลอกก็สายไปแล้ว                        
               306 ของกินบ่ลำไข๋บ่ต้องขั๋บจ๋ำ : สิ่งใดที่ไม่ชอบไม่ต้องฝืนทำ หรือ สิ่งใดไม่ชอบไม่ต้องมีใครมาสั่ง จ้างก็ไม่ทำ                        
               305 หัวบะกุงฟ้าเต่าฝ่ามือมัด : ทำตัวใหญ่โตคับฟ้าหรือคำไทยว่า หัวไม่ชนฟ้าห่างแต่ฝ่ามือเดียว                        
               304 กิ๋นข้าวกับหยังบ่มีไผ่ตามไฟส่องต๊อง ตุ๊กบ่ได้นุ่งหย้องปี้น้องดูแควน : ไม่ได้กินข้าวใครไม่สนใจ แต่ทุกข์เพราะไม่มีข้าวของเครื่องใช้ญาติพี่น้องดูถูกเหยียดหยาม                        
               303 หมากเสียงเอาเมียงน่ำ : กินหมดเเล้วๆจะเอาอย่างอื่นมากินอีก                        
               301 มือไม่พายเอาเทัาลาน้ำ : ไม่ช่วยเเล้วเกะกะ                        
               298 เงินเปิ่นว่าเป็นเจ้า ตกใส่ป่าหญ้าก็เป็นดินเป็นทราย ตกใส่งัวควายก็เป็นลาบเป็นส้า ตกใส่นักร้องเปิ่นฮ้ : เงินคือพระเจ้าสามารถบันดาลซื้อสิ่งของต่างๆได้เกือบหมด(เฉพาะคนที่ถือเงินเป็นเพียงวัตถุที่มีค่าราคา)                          
               297 ขว้างใส่หิน หินอ้า ขว้างใส่หญ้า หญ้าต๋าย : นี่แหละคือ อำนาจเงินตรา สามารถบันดาลให้ได้ทุกอย่าง                        
               296 ของบ่กิ๋นมันก็เน่า เรื่องบ่เล่ามันก็ลืม : สิ่งของที่เราสามารถกินได้ถ้าเก็บไว้นานๆไม่รักษาจะกลายเป็นของเสีย เรื่องอะไรก็แล้วแต่ถ้าเราเก็บไว้กับตัวเองสักวันหนึ่งเราอาจจะลืมได้                        
               294 หวังน้ำบ่อหน้า น้ำฟ้าบ่มาฮอม : ตั้งความหวังกับสิ่งที่ยังไม่มาถึง สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่หวังไว้                        
               293 น้ำลึกหยั่งใด้น้ำใจ๋คนหยั่งยาก : น้ำแม้ลึกเท่าใดก็สามารถวัดได้แต่น้ำใจคนนั้นมิอาจวัดได้คือไม่สามารถรู้ใจคนอื่นได้                         292 ตูบหน้อยยังฮู้ว่ามีผี คนงามคนดีไผว่าบ่มีเจ้า : กระท่อมเล็ก(ศาลพระภูมิ)ยังมีเจ้าที่อยู่อาศัย คนสวยก็ย่อมมีเจ้าของแล้ว                         291 ฝนบ๊ะตกซ้ำจะเอาน้ำไหนมาท่วม : คนเราถ้าทำอะไรอยากไม่มีความพยายามทำหลายๆครั้งจะสำเร็จได้อย่างไร                        
               290 บ๊ะตันนั่งจะไปฟั๊งเหยียดแข้ง : คนเรายังไม่ได้นั่งแล้วรีบเหยียดขามันก็จะหกล้มเสียก่อน สุภาษิตว่า คนเราทำอะไรยังไม่ทันสำเร็จแล้วคุยโวเสียก่อน เช่นยังไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยคุยว่าจะซื้อรถ จะอยู่หอ ใว้จืบสาว                        
               289 ฮ่อมหนู หนูไต่ ฮ่อมไหน่ ไหน่เตียว : ทางหากินของใครก็ของมัน                        
               278 หนานตั๋นมาก่อน หนานปัญญามาเมื่อลูน : คนเราไม่มีใครฉลาดก่อน ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ                        
               277 บุบหัวฟากสนั่นหัวฝา บุบหัวหมาหื้อผ่อหน้าเจ้า : จะทำอะไรให้ระวังจะกระทบกระทั่งถึงผู้อื่นด้วย หรือถ้าใครรู้มากกว่านี้โปรดเพิ่มเติมได้ครับ                        
               274 จอกปิ๊กใหนป้อ จ้อว้อใหนก่ควัก : คนที่รวยก็ยิ่งรวย คนที่จนก็ยิ่งจน                        
               273 เปิ้งปี่ก็เจ็บต้อง เปิ้งน้องก็เจ็บใจ : เพิ่งพี่น้องหรือคนอื่น อาจจะไม่สบายใจเท่าพึ่งตนเอง                        
               272 คนฮักเต้าผืนหนัง คนจังเต้าผืนเสื่อ : คนที่รักเรามีไม่มาก แต่คนที่รังเกียจเรามีมากกว่า ดังนั้นถ้าจะทำอะไรแล้ว อย่าทำเกินหน้าตัวเอง เดี๋ยวจะมีคนรังเกียจมากขึ้นอีก                        
               270 คนตุกบ่มี เศรษฐีบ่เกิด : ผู้ที่รำรวยก็เริมจากการอยากจนก่อน                        
               268 ตกต่าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ตกต่าตั๋วเป๋นดีไค่ไห้ : เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับคนอื่นน่าหัวเราะ พอถึงคราวตัวเองอยากจะร้องไห้                        
               267 ยะหื้อเปิ้นฮักยากนักจักหวัง ยะหื้อเปิ้นจังกำเดียวก่อได้ : ทำให้คนอื่นรักเรายากนัก ทำให้คนอื่นชังแป๊บเดียวก็ได้                        
               264 บ่ตันนั่ง ฟั่งเหยียดแข้ง (ระวังจะโก่น) : ยังบ่มีหยังเตี้ยแต่กึดไปไก๋กว่าตี๊มีอยู่ (ยังไม่มีอะไรแต่คิดไปไกลเกินตัว                        
               263 ปี้จายกับน้องเมีย เหมือนต๋าเพี้ยกับแมงเพิ้ง : พี่เขยกับน้องภรรยาถ้ามีอายุไม่ห่างกันเท่าใหร่อาจจะทำให้ทั้งสองฝ่ายอาจมีใจให้กันได้เวลามองกันทุกวัน                        
               262 จ๋าเหลือ , จ๋าเหลอ (คำยอง) : ไม่เชื่อฟัง เขาว่าอย่างหนึ่งก็ไปทำอีกอย่างหนึ่ง                        
               261 ขวาก : น. นกแขวก น. ไม้หรือเหล็กแหลม สำหรับปักเพื่อดักสัตว์                        
               260 ขวั้น : น. ขั้ว ส่วนที่ต่อของผลไม้                          
               259 ขวัก ๆ จีๆ : ก. คุ้ยเขี่ย ทำสิ่งที่สงบแล้วให้วุ่นวายอีก                        
               258 ขนคิงลุก : ก. ขนตัวลุกขนพอง                        
               257 ขะหนาน : น. ทิด คำเรียกผู้อุปสมบทแต่ลาสิกขาแล้ว หนาน ก็ว่า                        
               256 ขี้เกี้ยจมักขม ต๋าป๋มมักส้ม ไข้บ่หล้มมักต๋ำเตา คนบ่เลากิ๋นจิ๊ : คนแสนงอนชอบรสขม คนตาโปนมักรสเปรี้ยว คนที่ไข้นิด ๆ หน่อย ๆ นั้นชอบยำเตา (ตะใคร่น้ำชนิดหนึ่งที่ออกในนา คนภาคเหนือเรานำมาปรุงเป็นอาหาร) คนรูปร่างขี้เหร่ นั้นเป็นคนตระหนี่                          
               255 ไก่งามกับขน คนงานกับแต่ง ถ้าปากมันแหว่ง แต่งอย่างใดก็ตึงบ่งาม : ไก่งามเพราะขน คนจะสวยงามก็เพราะแต่งตัว แต่ถ้าหากว่าคน ๆ นั้น เป็นคนพิการ ปากแหว่ง ถึงจะแต่งให้สวยอย่างไรก็ยังไม่น่าดูอยู่นั่นเอง                        
               254 กำจ่มกำด่านั้นเป๋น กำดี ถ้าฟังบ่ถี่มันตึงบ่ม่วนหู : คำสั่งสอนของคนแก่นั้นย่อมจะเป็นคำดี ถ้าหากว่าฟังแล้วไม่ไตร่ตรองก็ย่อมจะ ไม่ชอบถ้า หากว่าไตร่ตรองแล้วก็จะรู้ว่านั้นคือ คำสั่งสอนที่แนะนำให้ประพฤติดี                          
               253 เก้าเหลี้ยมสิบเหลี้ยม บ่เต้าเหลี้ยมใบคา เก้าหนาสิบหนา บ่เต้าหนาความรู้ : เก้าแหลมสิบแหลมยังไม่แหลมเท่ายอดหญ้าคา เก้าหนาสิบหนาไม่เท่ากับความรู้                        
               251 กำบ่ดีบ่ควรเอามาเล่า กำป๋างเก่าบ่ดีเอามายาย บ่ใจ้ท่า ควายตึงบ่ลง : คำที่ไม่ดีก็ไม่สมควรที่จะเอามาพูดให้ใคฟัง คำเก่า ๆ ก็ไม่ควรนำมาขยาย หากว่าไม่ใช ่ท่าน้ำ ควายก็ไม่ลงไปเล่นน้ำ                          
               250 กิ๋นตานหยาดน้ำ ทำบุญหลวงหลาย จักได้สบาย เกิดสุขปายหน้า : ทำบุญไว้มาก ๆ ย่อมจะได้รับผลบุญตอบสนองในภาวะชาติหน้า                         249 กิ๋นได้เอาไว้ในไห กิ๋นบ่ได้เอาไว้ในใจ๋ : ของที่รับประทานได้เอาเก็บไว้ในไห ของที่รับประทานไม่ได้ให้เก็บเอาไว้ในใจ หมายความว่า ของที่ควรจะเป็นอาหารนั้นควรเก็บเาอไว้ในไห คือเก็บเอาไว้รับประทาน ส่วนของที่ รับประทาน ไม่ได้ ซึ่งเป็นคำพูดยกย่อง ติฉินนินทานั้น ควรจะเก็บเอาไว้ในใจ                          
               248 ก๋ำขี้ดีกว่าก๋ำตด : หมายความว่าโอกาสที่มาถึงนั้น แม้ว่าจะได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อน อย่าไปมัวรอ ของที่คิดว่าจะมีค่ามากกว่าทีหลัง เข้าทำนองสิบเบี้ยใกล้มือต้องรีบถือเอาไว้ก่อน                          
               247 กำติเตี๋ยนสำเนียงจ่มส้าม ย่อมจะมีมากู้ทิศ : คำติเตียนนินทานั้น ย่อมจะมีมาทั่วทุกสารทิศ                        
               246 กึ๊มงึ้มดื่มใน น้ำบ่อไหลเจี้ยวปื๊น : คนที่เงียบขรึมนั้น บทจะเอาจริงก็ขึ้นมาละก็ร้ายนัก เข้าสุภาษิตที่ว่า น้ำนิ่งไหลลึก                           245 ขะหนัด : น. สับปะรด                        
               244 กิ่วปูกิ่วดอยผ่อหัน กิ๋วคนไผผ่อบ่หัน : คอดของภูเขานั้นเราสามารถมองเห็นได้ แต่บุญวาสนาของคนเรานั้นไม่มีใครมามอง                         243 กำฟู่เก๊าเอาตุมตี้ไหน เอาก๋ำใส่ไฟ ฤาไหลน้ำกว้าง : คำพูดเมื่อเริ่มแรกนั้นเอาไปทิ้งเสียที่ใหน เอาไปเผาไฟหรือเอาไปทิ้งลงน้ำเสียแล้ว คือ เป็นคน เหลาะแหละ พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย รับปากอยู่หยก ๆ แล้วไม่ทำตามคำพูด                          
               242 แกว่งตี๋นหาหนาม : เป็นเรื่องของคนที่ชอบหาความเดือดร้อนมาสู่ตัวเอง เรื่องของคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนสักนิด แต่ก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ภายหลังมาก็พาให้ได้รับความเดือดร้อน                          
               241 กิ๋นหลาย ต๋ายคนเดียว : คนหาเงินมีเพียงคนเดียว แต่คนที่อาศัยกินด้วยนั้นมีจำนวนมาก                        
               240 กำขอแปงกว่ากำซื้อ ควรจักยื่นหื้อ ควรมีไมถี คนจะยินดี เพราะขอกั๋นได้ : คำขอร้องกันนั้นมีค่ามากมายกว่าเงินทอง คนเราอยู่ด้วยกันควรจะมีไมตรีต่อกัน                        
               239 แก่นต๋าตั๋วขวักออก เอาแก๋นบ่ากอกเข้ายัด : ของตัวดี ๆ เอาออกทิ้ง กลับเองของที่เลวกว่ามาใส่แทน เป็นคำเปรียบเปรยของคนที่เห็น ของ ผู้อื่นดีกว่าของตนเองว่า นัยน์ตาของตนอยู่ดี ๆ กลับควักทิ้ง แล้วเอาเม็ดมะกอกมาใส่แทนลูกตา                          
               238 กิ๋นหื้อปอต๊อง หย้องหื้อปอตั๋ว ป้อจายใคร่หัว : รับประทานให้พอกับกระเพาะ การแต่งตัวก็ต้องแต่งให้สมกับฐานะ ผู้ชายจะหัวเราะ ก็ต้อง หัวเราะให้ดัง ๆ                          
               237 ขดถวายหงายอ้งตี๋น : ก. นั่งขัดสมาธิเพรชให้อุ้งเท้าหงายขึ้น ขดถวาย (ขดสวาย)                        
               236 ขดถวาย : ก. นั่งสมาธิ                        
               235 ขดคู้ : ก. คุดคู้ งอลง                        
               234 ขดค้าย : ก. อพยพ ขยับ กระเถิบ                        
               233 ขดขอ : ก. ขดงอเหมือนขอ ขดขององอด ก็ว่า                        
               232 ข๋ด : ก. ม้วนเป็นวง เขยิบ กระเถิบ                        
               231 ขงขวาย : ก. ใฝ่แสวงหา ขมักเขม้น สะหนงขงขวาย ก็ว่า                            
                     
            
                                                
                          "ขอปัญญา จงเกิดแด่ท่าน"                         ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป             แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ไม่ให้คนอื่นมาใช้
                                               
               ทีมา
                                  
               http://www.suthatsunday.com/forum/index.php?topic=91.0            
                     
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 26, 2011, 11:42:36 pm โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8373 Level 74 : Exp 55%
HP: 3.9%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 08, 2010, 09:26:18 pm »
แบ่งปัน

                 198 มีนึ่งแล้วจะแอมแหมสอง ขี่เฮือน้ำนองซ้อนสองจ้างหล้ม : แอม หมายถึง เคียง, หล้ม หมายถึง พัง จม เปรียบได้กับชายที่มีคู่ครองของตนเองอยู่แล้วแต่อยากได้อีกคนหนึ่ง ทำให้เกิดปัญหาในชีวิตครอบครัวตามมา เป็นสุภาษิตที่สอนให้รู้จักพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่   197 ไฟในจะไปนำออก ไฟนอกจะไปนำเข้า : ไฟใน หมายถึง เรื่องราวภายใจ, ไฟนอก หมายถึง เรื่องราวภายนอก "อย่าเอาเรื่องภายในครอบครัวไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง อย่าเอาเรื่องภายนอกครอบครัวมาเล่าให้คนในครอบครัวฟัง" เป็นสุภาษิตสอนคนให้รู้จักรักษาวงศ์ตระกูล ไม่ควรนำเรื่องภายในเล่าสู่คนนอก และไม่ควรนำเรื่องภายนอกมาสู่ครอบครัว   196 ฝนจะตกจะไปเจื้อใจ๋ดาว มีลูกสาวจะไปเจื้อใจ๋มัน : "ฝนจะตกจะไปเชื่อใจดาว มีลูกสาวอย่าไปเชื่อใจมัน" ท้องฟ้าที่โล่งโปร่งเห็นดาว อย่าเพิ่งคิดว่าฝนจะไม่ตกลงมา คนมีลูกสาวอย่าไปคิดว่าเป็นคนดีเพราะเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา ลับหลังอาจจะประพฤติอีกอย่างหนึ่ง เป็นสุภาษิตสอนคนให้มีสติ และใช้ปัญญาคิดให้รอบคอบ ไม่ควรตัดสินใจเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยยังไม่ได้ไตร่ตรอง   195 บ่ดีเอาลูกเปิ้นมาเลี้ยง บ่ดีเอาขี้เหมี้ยงเปิ้นมาอม : ลูกเปิ้น หมายถึง ลูกคนอื่น, ขี้เหมี้ยง หมายถึง กากของเมี่ยงที่อมแล้วคายออกมา "อย่าเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง อย่าเอากากเหมี้ยงเขามาอม" การเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงอาจไม่เหมือนกับเลี้ยงดูลูกของเราเอง ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าในสายเลือดว่าจะดีหรือไม่ เราอาจจะเดือนร้อนในภายหน้า เช่นเดียวกับเอากากเหมี้ยงที่คนอื่นอมแล้วคายออกมาอมอีก รสชาติย่อมจืดชืด   194 ได้ผ้าต๊วบใกล้แจ้ง : ผ้าต๊วบ หมายถึง ผ้าห่ม ใกล้แจ้ง หมายถึง เกือบสว่าง "ได้ผ้าห่มเมื่อเกือบสว่าง" เป็นสุภาษิตที่ใช้เปรียบเทียบกับชายชรา แต่ยังหาคู่ครองไม่ได้ ต่อมาจึงพบหญิงที่ถูกใจเมื่อยามที่มีอายุมากแล้ว หรือเปรียบได้กับการทำงานที่จวนจะแล้วเสร็จ แต่พึ่งจะได้เครื่องมือที่ดีมาใช้ ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "พบไม้งามยามเมื่อขวานบิ่น"   193 ครั่งใกล้ไฟ ไขใกล้แดด : หนุ่มสาวอยู่ใกล้กันมักจะ้กิดเรื่องในเชิงชูสาวขึ้นได้ เปรียบได้กับครั่งที่ใกล้กับไฟ และไขที่ตากแดด ย่อมถูกความร้อนเผาจนหลอมละลาย ตรงกับสุภาษิตภาคกลางว่า "น้ำตาลใกล้มด"    

192 ขี้เหมี้ยงเกิดกับเหล็ก : ขี้เหมี้ยง หมายถึง สนิม "สนิมมักจะกิดขึ้นกับเหล็ก" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึงสิ่งที่เกิดมาคู่กัน ย่อมหนีกันไม่พ้น เปรียบเช่นเดียวกับชายหนุ่มและหญิงสาวเป็นของคู่กัน  

191 ขาหน้าบ่เต้าขาหลัง : บ่เต้า หมายถึง ไม่เท่า "ขาหน้าไม่เท่าขาหลัง" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง บุคคลที่แม้จะไปหลงระเริงอยู่กับสิ่งใหม่ โดยทิ้งลูกเมียหรือ ลืมบ้านเกิดอันเป็น ภูมิลำเนาเดิมของตนไว้เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามก็ยังห่วงหาอาวรณ์ลูกเมีย ญาติพี่น้อยอยู่เสมอ  

190 ของกิ๋นลำอยู่ตี้คนมัก ของฮักอยู่ตี้คนเปิงใจ๋ : ลำ หมายถึง อร่อย, มัก หมายถึง ชอบ พอใจ, เปิงใจ๋ หมายถึง ถูกใจ อาหารจะอร่อยอยู่ที่คนชอบ ผู้หญิง-ผู้ชายจะรักชอบใครขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ไม่สามารถที่จะบังคับกันได้  

189 กว๋างฟานมันตึงบ่ต๋ายเหล่าใหม่ มันตึงมาต๋ายเหล่าเก่า : ฟาน หมายถึง อีเก้ง, เหล่า หมายถึง ป่าละเมาะ "กวาง หรือ อีเก้ง จะไม่ตายในป่าละเมาะที่อยู่ใหม่ แต่จะกลับไปตายยังป่าเดิมที่มันเคยอยู่" แสดงถึงความรักถิ่นเกิดของสัตว์ เป็นสุภาษิตที่กระตุ้นเตือนให้คนเกิดความสำนึก และรักมาตุภูมิของตน เมื่อจากไปอยู่แห่งใดก็ไม่ควรละเลยที่จะกลับมาทำประโยชน์ให้ถิ่นฐานบ้านเกิดของตน    

188 หล็วกใส่ตั๋วเอาหัวเข้าฮ่ม : ฮ่ม หมายถึง ร่ม "เอาความฉลาดเข้าหาตัวเอง เอาหัวเข้าที่ร่ม" เพื่อที่จะได้พ้นจากแดดจากฝน เป็นสุภาษิตกล่าวถึงบุคคลที่มีความเห็นแก่ตัว ชอบเอาตัวรอดเพียงคนเดียว โดยไม่ได้ห่วงใยคนอื่นหรือให้ความช่วยเหลือผู้อื่น อยู่ที่ไหนก็มักจะเอาเปรียบผู้อื่นอยู่เสมอ  

187 สอนเปิ้นไต่ขัว ตั๋วกลั๋วตกน้ำ : ขัว หมายถึง สะพาน "สอนคนอื่นให้ข้ามสะพาน ตัวเองกลัวตกน้ำ" เปรียบเทียบกับคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง บอกกล่าวให้คนอื่นกระทำ ในสิ่งที่ตัวเองไม่กล้าทำทั้งๆ ที่ตัวเองสามารถทำได้ แต่กลับให้คนอื่นทำแทน

186 ไม้ต้นเดียวบ่เป๋นก๋อ ป๋อต้นเดียวบ่เป๋นเหล่า : ก๋อ หมายถึง กลุ่มแห่งต้นไม้ที่เกิดจากเหง้าเดียวกัน เชื้อสายเดียวกัน "ไม้ต้นเดียวไม่เรียกเป็นกอ ต้นปอต้นเดียวก็ไม่เรียกเป็นป่า" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง คนเราไม่สามารถที่จะอยู่ตามลำพังเพียงคนเดียว และไม่สามารถที่จะทำงานใหญ่ได้สำเร็จลงได้ตามลำพังต้องประสานและพึ่งพาบุคคลอื่น   185 เมื่อจะกิ่วขอหื้อกิ่วคองู เมื่อจะอูขอหื้นอูคอจ๊าง : กิ่ว หมายถึง คอดกิ่ว หื้อ หมายถึง ให้ อู หมายถึง ใหญ่ เมื่อถึงเวลาตกอับก็จงทำตัวให้เหมือนงู งูถึงคอมันจะเล็กก็ยังชูคอได้อย่างสง่าไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำได้ เมื่อถึงเวลาร่ำรวยก็ขอให้ร่ำรวยจริงเหมือนดังช้างที่มีตัวและลำคอใหญ่โตไม่ใช่รวยแต่เปลือกนอก  

184 ไปเมืองใดก็หื้อเอาไฟเมืองนั้น : ไปเมืองใดก็ให้เอาไฟเมืองนั้น" เป็นสุภาษิตสอนให้รู้จักการวางตนให้เหมาะสมในสถานที่ต่าง ๆ อย่าทำตัวต่างจากคนอื่นมากนัก ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม"  

183 แป๋งเจื๊อไว้หลายต้า หม่าเข้าไว้หลายเมือง : เจื้อ หมายถึง เมล็ดพันธุ์ หม่า หมายถึง หมัก,แช่ "เพาะเมล็ดพันธุ์ไว้หลายแห่ง หมักข้าวไว้หลายเมือง" เป็นสุภาษิตที่สอนเกี่ยวกับการคบค้าสมาคมกับบุคคลอื่น ความผูกมิตรกับบุคคลต่างๆ ไว้เพราะในอนาคตอาจมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยกัน

182 ปล๋าตั๋วเดียวเน่าตึงซ้า : ซ้า หมายถึง ตะกร้า ปลาที่อยู่ในตะกร้าเดียวกัน เมื่อปลาตัวใดเน่าก็จะส่งกลิ่นเหม็นทั้งตะกร้า เปรียบได้กับการทำงานเป็นหมู่คณะ เมื่อมีคนใดคนหนึ่งก่อเรื่องหรือทำให้เสื่อมเสีย ก็จะทำให้คนทั้งหมู่คณะ เสียหายไปด้วย   180 จับใจ๋แฮ้ง บ่แหน้นใจ๋ก๋า จับใจ๋หมอยา พยาธิบ่สู้ : แฮ้ง หมายถึง แร้ง "ถูกใจแร้ง ไม่ถูกใจกา ถูกใจหมอยา พยาธิไม่ชอบ" เป็นสุภาษิตที่สอนให้ตระหนักว่า คนเราต่างจิตต่างใจชอบกันไปคนละอย่าง  

179 จักกิ๋นก็ขี้จ๊ะ จักละก็เสียดาย : ขี้จ๊ะ หมายถึง น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง "จะกินก็รังเกียจ จะทิ้งไปก็เสียดาย" เป็นลักษณะของคนที่หวงแหนสิ่งของไว้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ต้องการ หรือไม่เห็นคุณค่า แต่เมื่อเห็นคนอื่นเห็นคุณค่าหรือความสำคัญก็ไม่ยอมให้ คล้ายสุภาษิตภาคกลาง "หมาหวงกว้าง"  

178 เงินคำหาได้ น้ำใจ๋หายาก : เงินทองหาได้ง่าย แต่จะหาคนที่มีความจริงใจ มีน้ำใจได้ยาก  

177 งัวตั๋วใดกิ๋นหญ้าแผกหมู่ กันบ่ต๋ายเปิ้นห่าก็ต๋ายเสือขบ : แผก หมายถึง แยกออกไป ขบ หมายถึง กัด "วัวตัวใดกินหญ้าแยกจากฝูง ถ้าไม่ตายเพราะถูกฆ่าก็จะตายเพราะถูกเสือกัด" เป็นสุภาษิตสอนให้คนอยู่รวมเป็นหมู่พวก ถ้ามีพฤติกรรมผิดแผกแปลกไปจากบุคคลอื่น ในที่สุดบุคคลนั้นก็จะไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย กลายเป็นคนที่โดดเดี่ยว และไม่สามารถแก้ปัญหาตามลำพังได้  

176 คนฮักเต้าผืนหนัง คนจังเต้าผืนสาด : เต้า หมายถึง เท่า "คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ" คือมีคนรักและคนชังพอๆ กัน ไม่ควรหวังว่าคนทั้งหลายจะรักเราทุกคน เมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียดชังด้วยเหมือนกัน เป็นสุภาษิตสอนคนไม่ให้หวังอะไรมากเกินไป  

175 คนเนรคุณ ฮ้ายหลัง ดีหน้า : ฮ้าย หมายถึง ร้าย คนเนรคุณมักจะหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าผู้มีพระคุณประพฤติดี แต่พอลับหลังกลับประพฤติไม่ดี ตรงกับสุภาษิตคนภาคกลางที่ว่า "หน้าไหว้หลังหลอก"  

174 คนขี้จิ๊ไปไหน ไผบ่ถามหา คนมีเมตต๋าไปไหน บ่กั้น : ขี้จิ๊ หมายถึง ตระหนี่ เห็นแก่ตัว กั้น หมายถึง อดอยาก "คนตระหนี่ไปที่ไหน ไม่มีใครถามหา คนมีเมตตาไปที่ไหนไม่มีวันอดอยาก" คนที่มีเมตตาถึงแม้จะมีความทุกข์ยากย่อมได้รับความช่วยเหลือ ต่างกับคนที่ตระหนี่ไม่มีใครที่จะให้ความช่วยเหลือเวลาทุกข์  

173 เข้าหมู่แฮ้งเป็นแฮ้ง เข้าหมู่ก๋าเป๋นก๋า : แฮ้ง หมายถึง แร้ง "เข้าไปรวมกับแร้งก็เป็นแร้ง เข้าไปรวมกับกาก็เป็นกา" เป็นสุภาษิตที่สอนให้รู้จักการวางตนในการคบหาสมาคมกับผู้อื่น ควรทำเองให้เข้ากับบุคคลเหล่านั้นให้ได้ เพื่อได้รับการยอมรับจากผู้อื่น  

172 ของกิ๋นลำปั๋นกั๋นกิ๋นคนหน้อย กิ๋นคนเดียวจ้างแก๊น : ลำ หมายถึง อร่อย, ปั๋น หมายถึง แบ่ง, แก๊น หมายถึง สำลัก "ของอร่อยต้องแบ่งปันกันกินคนละเล็กละน้อย กินเองจะสำลัก" เป็นสุภาษิตสอนคนให้รู้จักแบ่งปันข้าวของ หรือผลประโยชน์ให้ผู้อื่น ควรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนทั่วไป จะทำให้สังคมอยู่อย่างสงบสุข  

171 ก้อนหินขว้างซัด ถูกตี้หินขัง จ้างหุมขะนัง สะต๊อนใส่หน้า : หินขัง หมายถึง บริเวณที่มีหินผา, ขะนัง หมายถึง ขว้างทิ้งไป "ถ้าขว้างก้อนหินไปถูกหินที่อยู่บริเวณนั้น ก้อนหินนั้นอาจสะท้อนกลับมาถูกหน้าผู้ขว้างได้" เปรียบได้กับการจะทำสิ่งใดก็ตามควรคิดให้ดีก่อนลงมือทำ ให้ระมัดระวังผลที่จะสะท้อนกลับเข้าหาตนเอง เช่น ถ้าทำร้ายผู้อื่น ผลร้ายจะกลับมาถึงตน พูดให้ร้ายบุคคลอื่นตัวเองก็จะเป็นแบบนั้น  

170 กั๊บตี้อยู่ได้ กั๊บใจ๋อยู่ยาก : กั๊บตี้ หมายถึง แออัด คับแคบ, กั๊บใจ๋ หมายถึง อึดอัดใจ คับแค้นใจ "คับที่อยู่ คับใจอยู่ยาก" ที่อยู่อาศัยถึงแม้จะคับแคบ แต่ผู้ที่อยู่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันก็อยู่กันอย่างมีความสุข ตรงกันข้ามถ้าคนที่อยู่ไม่มีน้ำใจต่อกัน ที่อยู่อาศัยแม้จะใหญ่โตก็อยู่อย่างไม่สบายใจ อึดอัดทุกข์ใจ  

169 ฮักเบื้องย่ำแคม : เบื้อง หมายถึง ข้าง ด้าน ทาง ,แคม หมายถึง ข้าง "รักด้านหนึ่งแต่เหยียบอีกด้านหนึ่งไว้" เป็นการกระทำที่ไม่สม่ำเสมอหรือทัดเทียมกัน จะเป็นคำสอนในเรื่องการวางตัวของผู้ปกครอง ควรวางตัวเป็นกลางอย่ารักคนหนึ่งเกลียดคนหนึ่ง     168 อยู่กับคนไบ้เหมือนผ่าไม้ตั้ดต๋า อยู่กับคนมีผหยาเหมือนผ่าไม้โล่งปล้อง : ตั้ดต๋า หมายถึง ตรงกับบริเวณตา ,โล่ง หมายถึง มีลักษณะว่างหรือเปิดตลอด ,ไบ้ หมายถึง ไม่มีปัญญา "อยู่กับคนไม่มีปัญญาเหมือนผ่าไม้ตรงตาไม้ แต่อยู่กับคนที่มีปัญญา สามารถผ่าไม้ได้ตลอดทั้งปล้อง" เป็นสุภาษิตใช้เปรียบเทียบการใช้งานระหว่างคนฉลาดกับคนโง่ การให้คนโง่ทำกิจการหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมเป็นการยากที่จะสำเร็จ ตรงข้ามกับการใช้คนฉลาดย่อมจะทำให้งานหรือกิจการนั้นสำเร็จมากกว่า คนฉลาดมักจะได้เปรียบเสมอในการทำกิจการงานต่างๆ  

167 อย่าเอาคนไบ้นำหน้า อย่าเอาต๋าบอดนำตาง : ไบ้ หมายถึง ไม่มีปัญญา "อย่าเอาคนโง่นำหน้า อย่าเอาคนตาบอดนำทาง" เป็นสุภาษิตสอนให้รู้จักเลือกเอาคนที่ดี มีความรู้ ความสามารถเป็นผู้นำ ไม่เอาคนชั่วเป็นผู้นำ เพราะอาจทำให้หลงทางไปในทางชั่วได้ เหมือนกับการเอาคนตาบอดนำทาง  

166 เหล็กบ่เหลี้ยมเปิ้นบ่เอาจี คนบ่ดีเปิ้นบ่ใจ๊ : บ่ไคว่ หมายถึง ไม่ทั่ว เหล็กที่ไม่แหลมคม จะไม่เอามาใช้ คนไม่ดีไม่มีใครอยากจะเรียกใช้งาน เป็นสุภาษิตสอนผู้ที่เป็นหัวหน้าให้รู้จักเลือกใช้คน คนที่ไม่ดี หรือไม่มีความขยันอดทน หรือขาดความฉลาดไม่ควรที่จะนำมาใช้งานบางอย่าง เพราะอาจจะทำให้งานนั้นไม่สำเร็จลุล่วงได้  

165 เล่นหมา หมาเลียหน้า เล่นข้า ข้าหยุบหัว : หยุบ หมายถึง จับ เจ้าของสุนัขเลี้ยงให้ข้าวให้น้ำแก่มัน เล่นคลุกคลีเป็นประจำ มักจะไม่กลัวเจ้าของและเลียหน้าตาเจ้าของ เช่นเดียวกับขุนนาง หรือคนร่ำรวยที่มีข้าทาสบริวารมาก ถ้าทำตัวสนิทสนมคุ้นเคยกับข้าทาสบริวารมากเกินไป พวกข้าทาสบริวารก็จะไม่มีความเกรงใจ ขาดความนับถือ  

164 ฝนตกบ่ไคว่ใบไม้ : บ่ไคว่ หมายถึง ไม่ทั่ว ฝนตกไม่ทั่วถึง คือ ตกกระจายเป็นหย่อมๆ ในบางพื้นที่ เปรียบเทียบกับการทำอะไรที่ไม่ทั่วถึง เช่น การให้สิ่งของแก่บริวารโดยไม่ทั่วถึงกัน ตรงกับสุภาษิตภาคกลางที่ว่า "ฝนตกไม่ทั่วฟ้า"  

163 นกบ่บินบ่จ้างก๋ำปีกมันอ้า ควายบ่กิ๋นหญ้าบ่จ้างข่มเขามันลง : ข่ม หมายถึง ใช้กำลังกดลง นกที่ไม่ชอบบิน ถึงแม้จะใช้มือจับปีกมันอ้า มันก็ไม่บิน ควายไม่กินหญ้าถึงข่มเขาให้มันลงกินหญ้ามันก็ไม่กิน เปรียบเหมือนกับคน สิ่งใดงานใดที่เขาไม่ชอบไม่ควรจะบังคับฝืนใจ ผลที่ออกมาจะไม่ดีเท่าที่ควร  

162 งัวลากเฟืองก็กิ๋นเฟือง : งัว หมายถึง วัว เฟือง หมายถึง ฟาง การทำสิ่งใดที่มีผลประโยชน์ ก็ต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากกิจการงานนั้น ๆ เช่น ถ้าขอให้คนอื่นช่วยทำงานใดๆ ที่เกิดผลประโยชน์ ก็ต้องแบ่งปันผลประโยชน์เหล่านั้นให้กับคนที่ช่วยทำงานนั้นตามสมควรจะให้คนที่เขามาช่วยงานต้องใช้จ่ายเงินในกระเป๋าของเขาเองเป็นการไม่ถูกต้อง  

161 เค่งนักมักปุด : เค่ง หมายถึง ตึง ไม่หย่อน ปุด หมายถึง ขาด การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเคร่งครัดเกินไปมักจะไม่ได้ผล เช่น สายเครื่องดนตรี ตึงเกินไปสายก็จะขาด ถ้าหย่อนเกินไปก็จะไม่ได้ยินเสียง ฉะนั้นเองกระทำการสิ่งใด ไม่ควรรีบร้อนและเร่งรีบกระทำลงไป  

160 กบบ่หื้อเกี้ยด เขียดบ่หื้อต๋าย : เกี้ยด หมายถึง โกรธ เคือง ไม่พอใจ "กบไม่ให้เคืองใจ เขียดไม่ให้ตาย" เป็นสุภาษิตที่สอนเกี่ยวกับการถนอมน้ำใจของทั้งสองฝ่าย เตือนคนที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารให้รู้จักถนอมน้ำใจลูกน้องยามที่มีปัญหาขัดแย้งกัน  

159 อยากมีหื้อหมั่นก๊า อยากขึ้นสวรรค์จั๊นฟ้าหื้อฆ่าเจ้าเอาของ : ก๊า หมายถึง ค้าขาย, จั๊นฟ้า หมายถึง สวรรค์ อยากร่ำอยากรวยให้มีความขยันขันแข็งในกิจการงาน หรือค้าขาย อยากขึ้นสวรรค์ให้ฆ่ากิเลสตัณหาต่างๆ ที่มีอยู่ในตัว โดยการประพฤติตนดีถูกต้องตามหลักศีลธรรม เมื่อตายไปจะได้ไปในทางที่ดี  

158 หันเปิ้นมีจะไปใคร่ได้ หันเปิ้นขี้ไร้จะไปดูแควน : ขี้ไร้ หมายถึง ยากจน, ดูแควน หมายถึง ดูหมิ่น ดูถูก "เห็นคนอื่นมีข้าวของหรือร่ำรวย อยากได้อยากเป็นอย่างคนอื่น เห็นคนอื่นยากจนก็ดูหมิ่นดูแคลน" เป็นสุภาษิตสอนคนให้รู้จักประมาณตนเองจงพอใจในสิ่งที่ตนเองนั้นมีอยู่ และอย่าไปดูหมิ่นคนที่ยากจนกว่าเรา ควรช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถที่จะช่วยได้  

157 หนีฝนบ่ป๊นฟ้า หนีฝ้าบ่ป๊นตะวัน : ป๊น หมายถึง พ้น, ฝ้า หมายถึง เมฆ ก้อนเมฆ "หนีฝนไม่พ้นฟ้า หนีเมฆไม่พ้นตะวัน" เป็นสุภาษิตสอนให้รู้สัจธรรมแห่งชีวิตว่า ในบางเรื่องเราไม่อาจที่จะหนีหลุด<ความตาย ทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  


156 เปิ้นว่าเสือ ตั๋วว่าพระเจ้า : การหลงใหลชื่นชมในสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ดี แต่ตนเองคิดว่าดี เป็นสุภาษิตกล่าวถึงคนที่หลงผิดไปชื่นชมสิ่งที่ไม่ดี เมื่อคนเตือนสติก็คิดว่า เขาอิจฉาไม่อยากให้ตนเองได้ดี เมื่อเกิดผิดพลาดขึ้น มาก็เสียใจที่ไม่เชื่อคำเตือนของผู้อื่นเสียแต่แรกตรงกับสุภาษิตภาคกลางว่า "เห็นกงจักรเป็นดอกบัว"    ยิ้มเท่ห์


http://www.suthatsunday.com/forum/index.php?topic=91.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 19, 2011, 12:25:51 pm โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8373 Level 74 : Exp 55%
HP: 3.9%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 08, 2010, 09:41:09 pm »
แบ่งปัน

115 ตุ๊มผ้าลายหมาเห่า ค้นกำเก่าจ้างผิดกั๋น : ตุ๊มผ้า หมายถึง ห่มผ้า กำเก่า หมายถึง คำพูดเดิม เรื่องราวเดิม สุภาษิตที่ใช้สอนบุคคลอื่นไม่ให้พูดในสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีต เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรื้อฟื้นมาพูดกันอีก อาจเกิดการทะเลาะวิวาทกันได้  

114 ต๋ามีหน้าผ่อหน้าบ่หัน : ผ่อ หมายถึง มอง ดู บ่หัน หมายถึง ไม่เห็น "ตามีที่หน้า แต่มองหน้าตนเองไม่เห็น" กล่าวถึง บุคคลที่ชอบจับผิดบุคคลอื่นอยู่เสมอ กล่าวหา หรือนินทา ให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย โดยที่ไม่มองดูตนเอง เรื่องราวหรือความผิดต่าง ๆ ที่ตนเองได้กระทำซึ่งมีมากมายนัก อาจจะมากกว่าบุคคลที่ตนเองกล่าวถึงก็ได้  

113 ใคร่หื้อเปิ้นฮักยากนักจักหวัง ใครหื้อเหิ้นจังกำเดียวก็ได้ : จัง หมายถึง เกลียด ชัง กำเดียว หมายถึง ประเดี๋ยวเดียว "อยากให้คนอื่นรักยากมากที่จะหวังให้เขารักได้ อยากให้คนอื่นเกลียดชัง เดี๋ยวเดียวก็ได้" การที่จะทำให้คนอื่นมารักเรานั้นทำได้ยาก ต้องอาศัยเวลา และความพยายาม ความอดทน แต่การทำให้คนอื่นเกลียดนั้น เพียงแค่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเล็กน้อยที่ขัดใจเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนอื่นเกลียดเราได้

112 ควันไฟไผห่อบ่กุ้ม : บ่กุ้ม หมายถึง ไม่ทั่วถึง "ควันไฟ ไม่มีใครที่จะไปห่อหุ้มให้มิดชิด" ย่อมที่จะล่องลอยออกมาให้เห็น เปรียบเทียบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแม้จะพยายามปกปิดให้เป็นความลับมากเพียงใด ในที่สุดเรื่องราวความลับนั้นย่อมถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด  

111 กำปากว่าไป เอาตี๋นย่ำไว้ : กำปาก หมายถึง คำพูด ย่ำ หมายถึง เหยียบ "พูดไปเรื่อย ๆ เอาตีนเหยียบไว้" กล่าวถึงบุคคลที่ไม่มีสัจจะในคำพูด ชอบพูดจาให้สัญญากับบุคคลอื่นไว้มาก เพื่อต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากผู้อื่น บุคคลจำพวกนี้มักไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนเองเคยพูดไว้   110 กำบ่มีไผบ่ว่า นกจับปล๋ายคา บ่ตั๋วปู๊ก่อตั๋วแม่ : คา หมายถึง หลังที่ทำจากใบคา ตั๋วปู๊ หมายถึง ตัวผู้ ตั๋วแม่ หมายถึง ตัวเมีย "เรื่องราวไม่มีมูลความจริง ไม่มีใครพูดถึง นกเกาะหลังคา ไม่เป็นตัวผู้ก็เป็นตัวเมีย" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึงว่าเรื่องราวที่นำมาพูดกันใหญ่โตนั้นถึงจะไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่ก็มีเนื้อความอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "ไม่มูลหมาไม่ขี้"  

109 กิ๋นเข้า หื้อไว้ต่าน้ำ : เข้า หมายถึง ข้าว ต่าน้ำ หมายถึง เผื่อน้ำ "กินข้าวให้เผื่อน้ำ" เป็นสุภาษิตที่สอนในเรื่องการกินการอยู่ หรือการทำงานควรทำแต่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป   108 ตกต่าเปิ้นหน้าดีใคร่หัว ตกต่าตั๋วเป็นดีใครไห้ : ถึงตอนคนอื่นทำผิดแล้วหัวเราะเยาะสมน้ำหน้า ถึงทีตัวเองบ้างแล้วอยากร้องไห้ สอนไม่ให้ซ้ำเติมคนอื่นคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง 107 ลุกเจ๊ากินผักตางป๋าย ลุกขวายกินผักตางเก๊า : สอนให้เป็นคนขยันหมั่นเพียรตื่นแต่เช้าเพื่อไปเก็บผักจะได้ผักยอดอ่อน หากตื่นนอนสายจะได้กินแต่โคนผักเพราะผักถูกคนอื่นเก็บไปหมดแล้ว  

106 ปล๋าตั๊วหลวงต๋ายน้ำตื้น : คนที่เก่งมีความสามารถเคยแก้ปัญหาที่ยากมาแล้วแต่เมื่อเจอปัญหาที่ง่ายแต่กลับไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้ 105 บ่ตันเข้าป่าก็หันเสือ : เพียงแค่เริ่มก็มีอุปสรรคให้เห็นแล้ว   104 คนเหล็วก๊าใกล้ คนใบ้ก๊าไก๋ : คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาดเสมอ และคนฉลาดจะได้เปรียบในทุกด้าน  

103 ขะล่มต้มต้ำ : ว. เสียงโครมคราม ขะโล่มโต้มต้าม

102 ขะยือ : น. ม่องคร่อ โรคหืด ขางขะยือ ก็ว่า

101 ขะยึก : ก. กระตุก ขยับขะเยื้อน เคลื่อนเล็กน้อย

100 ขะยม : น. เด็กวัด ขะโยม ก็ว่า

99 ขะย็อกขะย่อน : ว. ขยักขย่อน คลื่นไส้ พะอืดพะอม

98 ขะมุกขะหมัว : ว. สาง จวนสว่าง จวนมืด

97 ขะแมบๆ : ว. พะงาบๆ เช่นอ้าบากหายใจเหนื่อย 96 ขะมุกขะมุ่น : ว. คลื่นไส้ คลื่นเหียน พะอืดพะอม

95 ขะปวง : น. พวงมาลัย 94 ขะปื๋ : น. กฎ ระเบียบ 92 ขะหม่อม : น. กระหม่อม  

91 ขะแนม : ส. หากว่า เพียงแต่ว่า

90 ขะแนง : น. ทะลายอย่างมะพร้าว

89 ขะเน : ก. กะ ตะเน คาดการณ์ คะเน ก็ว่า

88 ขะนุ่น : น. ไยฟูอย่างสำลี นุ่น

87 ขะนิ้ง : น. น้ำค้างแข็ง 86 ขะนัง : ก. ทำด้วยกำลัง เช่น ขว้าง ตี ทุบ เอาไป คะนัง ก็ว่า

85 ขะตึกอึกหนา : ว. คับคั่ง, ใหญ่โต หรูหรา มีหลักฐาน

84 ขะตึก : น. ตึกก่อด้วยปูน

83 ขะดาน : น. กระดาน 82 ขะด็อกขะแด็ก : ว. ืกระดอนขึ้น-ลง กระด็อกขะดอน ก็ว่า

81 ข๋ะใจ๋ : ก. เร็วๆ ไวๆ รีบร้อน

80 ข๋ะโจมหัว : น. ชฎา มงกุฎ ขะจุ๋ม ก็ว่า

79 เก๋าะ : น.หาดทราย

230 ขง : ก. กลัดเลือดหนองในผิวกาย น. กรุง เมือง กรงขังสัตว์ ก. เสียงดังกังวาน เช่น เสียงขง-เสียงดีฟังเพราะ

229 ข๋กหยก : ก. โขยกเขยก หกขะหยก-วิ่งโขยกเขยก 228 ขะหยุ็กขะหยุย : ว. ยุ่ง ไม่เป็นระเบียบ

227 ข้ำเขือก : ว. โกลาหน สับสน วุ่นวาย 226 ขะอูบ : น. ผอบ ขะอูบแก้ว ก็ว่า

225 ขะออม : น. ภาขนะบรรจุน้ำ   224 ขะแหย็ก : ว. อาการสั่นหรือกระตุก ขะหย็อก ก็ว่า

223 ขะหลำ : น. หำ อัณฑะ หำ ก็ว่า

222 ขะแลขะแจ : ว. แตกกระจัดกระจาย ระส่ำระสาย 221 ขะลึกตึกตั้ก : ว. เสียงโครมคราม ขะโล่มโต้มต้าม ก็ว่า

220 กำจ๋าหอมเป๊ตเปี้ยงดอกไม้ ยามบิดจากขวั้นมาดม : คำพูดไพเราะนั้นเปรียบเหมือนดอกไม้มีกลิ่นหอม ตอนที่เด็ดจากกิ่งมาใหม่ ๆ  

219 ก๋ามะตั๋ณหา ปาหื้อล่วงล้ำ บังเกิดไหม้ สันดาน : กามตัณหาทำให้คนล่วงละเมิดโดยไม่มีความละอายต่อบาป เพราะตัณหานั้นแผดเผาสันดาน

218 ก้อนหินขว้างซัด ตั๊ดตี้แข็งขัน จ้างหุมขะนัง : ก้อนหินเอาไปขว้างปาเข้าที่แข็ง ๆ มันมักจะกระดอนกลับมาโดนคนขว้างเอง ความหมายนั้น หมายถึงเราไปเกิดเรื่องราวเป็นคดีความกับผู้มีอิทธิพล ย่อมจะเสียเปรียบทุกประตู  

217 ไก่เกยจน คนเกยฟ้อน : หมายความว่าคนเราเคยทำอะไรมาก่อน ย่อมจะมีนิสัยนั้น ๆ ติดตัวมา ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลง นิสัยอันนั้นได้ง่าย ๆ หรืออีกความหมายหนึ่ง คนที่เคยมีอะไรด้วยกันอย่างล้ำลึกครั้นเมื่อ โอกาส ที่มาถึงก็ย่อมจะกระทำในสิ่งที่เคยทำนั้นได้อีก โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมหรือไม่  

216 ก้นตั้งฟาก ปากตั้งข้าว : หมายความว่าเป็นคนที่ใช้การไม่ได้ เวลาทำไม่ยอมช่วยเหลือ เมื่อถึงเวลากินกลับเข้ามา นั่งกินอย่างหน้าด้าน ๆ

 215 กันย้ายสวนอ้อย มาจูปากจ๊าง จ้างเป๋นข่าวงแก้ว : หากว่าย้ายสวนอ้อยมาให้ช้างกิน มันก็จะหมดเรียบเตียนโล่งเหมือนลานมัดโคกระบือ

214 กำปากเหมือนดังผีสอน ผ่อตี้นอนอย่างหม้งกระต่าย : คำพูดนี้ไพเราะอ่อนหวานมีคารมคมคาย แต่ที่นอนรกรุงรังเหมือนรังกระต่าย

213 กิ๋นข้าวกับจิ๊น ข้าวยัง กิ๋นข้าวกับหนัง ข้าวเสี้ยง : กินข้าวกับเนื่อข้าวเหลือเนื้อหมด กินข้าวกับหนังข้าวหมดหนังเหลือ

212 กันว่าจะมัด บ่ต้องมัดด้วยหวาย อู้กั๋นบ่ดาย : หากว่าจะมัด ไม่ต้องใช้หวายผูก นั่งพูดคุยกันเฉย ๆ มันไม่ออกรสเหมือนมีสุรามาวางข้าง ๆ

211 กันว่าจะมัด บ่ต้องมัดด้วยป๋อ กำปากกำคอมัดกั๋นก็ได้ : หากว่าจะมัดไม่ต้องมัดด้วยเชือก คำพูดนั่นแหละเอามัดจิตใจกันได้

210 กิ๋นหื้อปอคาบ หาบหื้อหื้อปอแฮง แป๋งหื้อปอใจ๊ : รับประทานให้เต็มมื้อ หาบของให้หาบพอกับกำลังวังชา ทำอะไรก็ทำให้พอดีไม่มาก หรือน้อย จนเกินไป ยามไม่สบายก็ให้นอนพัก หมายถึงว่าไม่สบายเต็มที่ถึงค่อยนอนรักษาตัว  

209 ก้มหน้าดูแผ่นดินเมือง จังรุ่งเรืองไปวันตางหน้า : ให้ก้มหน้าดูแผ่นดิน เพราะวันหน้าอาจจะได้รับความเจริญรุ่งเรือง หมายความว่าให้มีความ เจียมตัวตน ขยันขันแข็งประกอบสัมมาชีพ เพราะวันข้างหน้าอาจจะร่ำรวยขึ้นมา  

208 เกิดตะวา มืนต๋าตะเจ๊า จะไปฟังแก่เฒ่ากั๋นเลย : เกิดเมื่อวันวาน ลืมตาเมื่อเช้า อย่าเพิ่งอยากจะรีบแก่เฒ่ากันไปเลย

207 แก่ย้อนกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะปี๋เดือนวัน บ่ได้สำคัญอยู่ตี้อายุ : แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะเกิดนาน ไม่ได้สำคัญที่อายุ เพราะอายุเป็นเพียงตัวเลข

206 กินข้าวบ่ลำมันจ้างลำเมื่อตอน เมียบ่งามจ้างงามเมื่อนอน : รับประทานอาหารไม่อร่อยมักจะอร่อยมื้อกลางวัน ผู้ที่มีเมียไม่สวย มักจะสวยงามที่สุด เมื่อยาม นอนด้วยกัน  

205 กลั๋วล้ำจ้างต๋าย อายล้ำจ้างต้าว : กลัวมากเกินไปก็จะพาตายเอาง่าย ๆ หรือเกิดความอายมาก ๆ ก็จะทำให้สะดุดล้มลง เป็น คำสั่งสอนสำหรับคนที่ไม่มีความกล้า หรือคนที่ขลาดกลัวไม่มีความตัดสินใจที่แน่นอน


204 กบใกล้ปากงู หนูใกล้บอกไม้ จิ๊นเน่าใกล้ดังแมว : กบอยู่ใกล้งู หนูอยู่ใกล้กระบอกไม้ไผ่ เนื้อเน่าอยู่ใกล้จมูกแมว เป็นของที่อยู่ใกล้กัน ไม่ได้ ความหมายคล้าย ๆ กับภาษิตของภาคกลางที่ว่า น้ำตาลใกล้มด  

203 อย่าอวดสูงกว่าป้อแม่ อย่าอวดแก่กว่าอาจารย์ : "อย่าคิดว่าตนเองสูงส่ง หรือฉลาดกว่าพ่อแม่ อย่าคิดว่าตนเองเก่ง ฉลาดกว่าครูอาจารย์" เป็นสุภาษิตสอนคนให้มีความเคารพ นับถือบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดามารดา และครูอาจารย์ เพราะท่านเหล่านั้นเป็นผู้มีพระคุณและมีประสบการณ์มากกว่าเรา  

202 หัวควายแห้งจนกั๋น : จนกั๋น หมายถึง ชนกัน "หัวควายแห้งชนกัน" หัวควายที่แห้งแล้ว และนำมาชนกันย่อมเกิดการสึกกร่อน เป็นสุภาษิตสอนชายหนุ่ม หญิงสาวที่กำลังหาคู่ครองให้รู้จักเลือกเอาคนที่มีฐานะดี จะได้เกื้อกูลกันได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายต่างก็มีฐานะยากจนเหมือนกัน ชีวิตการครองเรือนก็จะลำบาก

201 เยียะไฮ่ไกล๋ต๋า เยียะนาไกล๋บ้าน : "การทำไร่ไกลตา การทำนาไกลบ้าน" ย่อมยากแก่การดูแลรักษา มักถูกรบกวนจากศัตรูพืชและมนุษย์อยู่เสมอ เป็นสุภาษิตสอนคนเกี่ยวกับเรื่องของความรัก ความรักมักแพ้ความใกล้ชิด ความห่างไกลมักทำให้เกิดความห่างเหินจนทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนใจได้  

200 มืนต๋ากว้างผ่อตางยาง เป๋นฮ้างเป๋นสาวหื้อผ่อถี่ถี่ : มืนต๋า หมายถึง ลืมตา่, ผ่อ หมายถึง ดู มอง, ตาง หมายถึง ทาง, ถี่ หมายถึง รอบคอบ ละเอียด "ลืมตาให้กว้างเพื่อดูทางข้างหน้า เป็นหญิงสาวก็ต้องเลือกหาคู่ครองให้ดีคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจ" สอนคนให้รู้จักคิด ตัดสินใจกระทำสิ่งใดลงไป ควรนึกถึงผลได้ผลเสียและไม่ควรเห็นแก่ประโยชน์ในปัจจุบันให้มองไกลถึงอนาคตด้วย  

199 มีลูกเหมือนเจื้อสุบคอ มีเมียเหมือนป๋อสุบศอก : สุบ หมายถึง สวม ใส่, ป๋อ หมายถึง เส้นใยที่ได้จากเปลือกของต้นปอสามารถนำมาฟั่นเป็นเส้นเชือกได้ "มีลูกเหมือนเชือกสวมคอ มีภรรยาเหมือนมีเชือกปอมาสวมข้อศอก" เป็นสุภาษิตสอนคนให้ระลึกถึงความทุกข์ของการที่ต้องเกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกนี้ ย่อมหลุดพ้นจากวัฎสงสารยาก หากยังยึดติดอยู่กับกิเลสตัณหาอยู่อย่างไม่จบสิ้น  

155 ใจ๋ใสเป๋นบุญ ใจ๋ขุ่นเป๋นบาป : "ใจใสเป็นบุญ" จิตใจที่สะอาด บริสุทธิ์ คิดหวังให้ผู้อื่นมีแต่ความสุข ผู้คิดย่อมมีความสุขใจไปด้วย "ใจขุ่นเป็นบาป" จิตใจที่คิดมุ่งร้ายเต็มไปด้วยเรื่องขุ่นมัว ความอิจฉาริษยา ทำให้ผู้คิดมีแต่ความทุกข์ใจไม่สบายใจ ตรงกับภาษิตภาคกลางว่า "สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ"  

154 จะไปโลำอำต๋าจั้ง จะไปนั่งกาประตู๋ : อำ หมายถึง พราง ปกปิด, กา หมายถึง คา "จะไปโลภโกงตาชั่ง จะไปนั่งคาปากประตู" มีความหมายเปรียบเทียบว่าจะทำอะไรให้กระทำด้วยความซื่อสัตย์ ซื่อตรง จะทำให้เป็นที่เชื่อถือของบุคคลทั่วไป

153 คนแก่ดีเพราะฟังธรรม คนใจดำบ่หันตุ๊เจ้า : "คนแก่จะดีเพราะฟังธรรม คนใจดำไม่มีทางที่จะเห็นพระ" เป็นสุภาษิตกล่าวถึงคนแก่ที่เข้าวัดทำบุญฟังธรรมอยู่เสมอ ทำให้เป็นบุคคลที่มีจิตใจเมตตาลูกหลานรักใคร่ดูแลเอาใจใส่ให้ความเคารพนับถือ ตรงกันข้ามกับคนแก่ที่ไม่เคยทำบุญ หรือเข้าวัดก็จะไม่มีโอกาสเห็นพระ ไม่เห็นทางสว่าง คนแก่ประเภทนี้จะมีจิตใจคับแคบ ลูกหลานไม่ชอบ มักถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง

152 ใคร่เป๋นเจ้าหื้อหมั่นเฮียนคุณ ใคร่เป๋นขุนหื้อหมั่นเฝ้าเจ้า : คุณ หมายถึง ศาสตร์แขนงหนึ่ง "อยากเป็นเจ้านายคนต้องขยันเรียน อยากเป็นใหญ่ต้องใกล้ชิดเจ้านาย" เป็นสุภาษิตใช้สอนผู้ที่อยากประสบความสำเร็จ ในชีวิตด้านใดๆ ให้มีความขยันตั้งใจและปฏิบัติอย่างจริงจัง  

151 ความฮู้นั้นย่อมเฮียนตันกั๋น ส่วนผหยานั้นเฮียนกั่นบ่ได้ : ผหยา หมายถึง ความเฉลียวฉลาด "ความรู้ย่อมที่จะเรียนทันกันได้ แต่ความฉลาดเฉลียวของคนเรียนกันไม่ได้" เป็นสุภาษิตสอนให้รู้ว่าทุกๆ คนสามารถเรียนเอาความรู้ได้เท่าเทียมกัน แต่ในเรื่องของความเฉลียวฉลาด ความรอบรู้นั้น ขึ้นอยู่กับบุคคลแต่ละคน ไม่สามารถที่จะสอนกันได้  

150 คนเฮาใหญ่แล้วบ่ต้องมาสอน จิ้งหีด แมงจอน ไผสอนมันเต้น : จิ้งหีด หมายถึง จิ้งหรีด, แมงจอน หมายถึง แมงกระชอน, ไผ หมายถึง ใคร "คนเราโตๆ กันแล้วไม่ต้องสั่งสอนกันให้มาก แมงกระชอนไม่มีใครสอน มันก็เต้นเองได้" เป็นสุภาษิตสอนคนให้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง ไม่หวังพึ่งหรือขอความช่วยเหลือจากคนอื่นตลอดเวลา บางสิ่งบางอย่างสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง  

149 คนใหญ่สุบหมวดหิ้น : คนใหญ่ หมายถึง คนที่มีรูปร่างใหญ่โต, สุบ หมายถึง สวม, หิ้น หมายถึง เกรียน สั้นมาก "คนตัวโตสวมหมวกเกรียน" ซึ่งไม่เหมาะสมกับร่างกาย เมื่อการกระทำสิ่งใดก็ตามควรแยกแยะพิจารณาถึงความเหมาะสมเป็นสำคัญ จึงจะสามารถได้รับผลประโยชน์จากสิ่งที่กระทำลงไปอย่างครบถ้วน  

148 คนตำต่ำต้าวนอนหงาย บ่ดีก๋ายเหยียบข้าม : ต้าว หมายถึง หกล้ม, บ่ดีก๋าย หมายถึง ไม่ควรผ่าน ไปใกล้ เฉียด คนเมื่อทำความผิดพลาดไป หรือไม่ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจหวัง ย่อมจะเสียใจเป็นธรรมดา ไม่ควรที่จะซ้ำเติม หรือดูถูกเหยียดหยาม ตรงกับภาษิตภาคกลาง ไม้ล้มอย่าข้าม  

147 คนฉลาดอย่าปะหมาดคนง่าว : ปะหมาด หมายถึง ดูถูก ดูแคลน, ง่าว หมายถึง โง่ เป็นสุภาษิตสอนคนให้มีสติมีความระมัดระวังในการกระทำ อย่าคิดว่าตนเองฉลาดและคิดว่าคนอื่นโง่ ทุกคนต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน งานบางอย่างคนฉลาดทำไม่ได้ต้องจ้างหรือขอคนโง่ทำให้  

146 ของบ่กิ๋นฮู้เน่า ของบ่เล่าฮู้ลืม : บ่เล่า หมายถึง ไม่ท่องจำ อาหารที่เก็บไว้โดยที่ไม่ได้รับประทาน ย่อมจะบูดเน่าไปในที่สุด ตำราก็ต้องหมั่นตรวจท่องจำ ไม่เช่นนั้นก็จะลืมเลือน เปรียบเหมือนสิ่งของที่ร่ำเรียนมาแต่ไม่ได้นำไปใช้ ย่อมจะมีวันที่ลืมเลือนไปได้โดยง่าย  

145 กันใคร่หัว ก็ใคร่หัวแต๊ๆ : แต๊ๆ หมายถึง จริงๆ "ถ้าหัวเราะก็ให้หัวเราะอย่างเต็มที่ หัวเราะจริงๆ" เป็นสุภาษิตสอนในเรื่องของการกระทำสิ่งต่างๆ ให้มีความจริงใจในการกระทำและทำอย่างจริงจัง

144 กำอู้หล็วก หาใส่ตั๋วไว้นักๆ : "กำอู้หล็วก หาใส่ตั๋วไว้นักๆ" หมายถึง สิ่งที่ดีๆ ที่ช่วยเสริมสร้างสติปัญญาให้หาใส่ตัวไว้ให้มาก เป็นสุภาษิตสอนเรื่องการขวนขวายหาความรู้ให้ตัวเอง เพราะความรู้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยไม่ถูกเอาเปรียบมากนัก  


143 กำกึ้ดดีขายสลีนอนสาด : กำกึ้ด หมายถึง ความคิด, สลี หมายถึง ที่นอนทำด้วยนุ่น, สาด หมายถึง เสื่อ ทำด้วยพืชชนิดหนึ่ง "ความคิดดีขายสลีนอนเสื่อ" เป็นสุภาษิตที่พูดประชดว่ากล่าวบุคคลที่สิ้นคิด ไม่รู้จักขยันและแสวงหาทรัพย์สินเพิ่มเติม สิ่งใดที่มีค่ามีราคาพอขายได้ก็จะขาย แม้ยามยากจนได้นอนที่นอน ก็จะขายที่นอนนั้นอีกแล้ว แล้วไปนอนเสื่อแทน

142 กิ๋นหื้อปอต๊อง หย้องหื้อปอตั๋ว : หย้อง หมายถึง แต่งตัวด้วยเครื่องประดับ, ประดับประดา "รับประทานอาหารให้พอดีกับท้อง แต่งตัวให้เหมาะสมกับตนเอง" เป็นสุภาษิตที่สอนให้รู้จักการประมาณตนในการกินการใช้ การแต่งตัวควรให้เหมาะสมกับฐานะของตัวเองไม่กระทำในสิ่งที่เกินฐานะของตน  

141 กิ๋นส้มบ่ดีฮาน กิ๋นหวานบ่ดีป้ำ : ฮาน หมายถึง ตัดทอน ป้ำ หมายถึง ตัดถึงโคนต้น กินส้มไม่ควรที่จะตัดทอนกิ่งของส้มลงหมด เพราะส้มจะออกผลบริเวณกิ่ง เมื่อตัดออกส้มจะไม่ออกผลอีก กินหวานไม่ควรที่จะตัดโคนทิ้ง เพราะจะทำให้ต้นไม้ตาย และไม่ออกผลไม้ที่มีรสหวานให้รับประทาน เป็นสุภาษิตสอนให้รู้จักการมองการณ์ไกล ไม่ควรหวังประโยชน์เพียงแค่ระยะสั้น  

140 กิ๋นแล้ว ลืมอยาก : กินแล้วลืมความอดอยากที่เคยได้รับ" เป็นสุภาษิตที่ใช้เปรียบบุคคลประเภทหนึ่งที่ร่ำรวยหรือได้ดีแล้วลืมตัว ลืมพื้นเพ ของตนเอง ไม่รู้จักกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ  

139 กิ๋นปู๋น ฮ้อนต๊อง : กินปูนร้อยท้อง" เป็นสุภาษิตเปรียบเทียบคนประเภทหนึ่งที่ทำความผิดไว้ เมื่อมีคนอื่นพูดถึงก็รีบปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ทำ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครรู้ว่าตัวเขากระทำ แต่เมื่อมีการพูดแก้ตัวขึ้นมาก็ทำให้คนอื่นๆ ทราบว่าเป็นคนทำ ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "วัวสันหลังหวะ"  

138 กิ๋นนักหื้อกิ๋นเต้ากิ่งก้อย ใคร่กิ๋นหน้อยหื้อกิ๋นเต้าหัวแม่มือ : กิ่งก้อย หมายถึง นิ้วก้อย "อยากกินมากให้กินเท่านิ้วก้อย อยากกินน้อยให้กินเท่าหัวแม่มือ" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง ถ้าอยากจะสุขสบายในภายหน้าก็ให้กินปัจจุบันให้น้อย ถ้าอยากจะลำบากในภายหน้าให้กินปัจจุบันให้มาก เป็นการสอนให้รู้จักประมาณในการกินการอยู่ให้อยู่ในระดับที่พอดี  

137 ซื้อควายยามนา ซื้อผ้ายามหนาว : ยามนา หมายถึง ฤดูกาลทำนา ยามหนาว หมายถึง ฤดูหนาว "ซื้อควายตอนช่วงทำนา ซื้อผ้าในฤดูหนาว" สุภาษิตนี้สอนถึงการจับจ่ายซื้อของให้เลือกเวลาที่เหมาะสม ไม่รีบเร่งกระทำในเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป เพราะสินค้ามีราคาแพง และอาจจะไม่ถูกใจก็ได้  

136 เจ๊าก็ว่างาย ขวายก็ว่าแดด : ขวาย หมายถึง สาย,ระยะเวลาตั้งแต่เข้าถึงเที่ยง งาย หมายถึง เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น.ถึง ๑๐.๐๐ น. "เช้าก็บอกว่ายังไม่สาย สายก็บอกว่าแดดร้อน" เป็นสุภาษิตที่ใช้กล่าวถึงบุคคลที่ชอบผลัดผ่อนเวลาในการทำงานตลอดโดยมีข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวเข้าข้างตัวเองตลอด  

135 จะหามก็อาย จะสะปายก็หนัก : สะปาย หมายถึง สะพาย ลักษณะของคนที่เกียจคร้านเมื่อให้ทำงานอะไรก็ไม่ยอมทำ ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "งานหนักไม่เอา 134 เงินอยู่ในน้ำ คำอยู่ในดิน : เงินอยู่ในน้ำ คำอยู่ในดิน" ถ้ามีความขยันหมั่นเดียร ย่อมหาเงินทองได้ เพราะมีอยู่ทั่วไปในน้ำในดิน ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว"  

133 เงินคำเป๋นเจ้า เข้าเป๋นนาย : เข้า หมายถึง ข้าว เงินทองสามารถที่จะจับจ่ายใช้สอย ซื้อเกือบทุกสิ่งที่เราต้องการ ข้าวมีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์เช่นกัน เลี้ยงมนุษย์ทั้งโลกควรยกย่อง สุภาษิตได้กล่าวถึงให้รู้จักคุณค่าของเงินทองและข้าวของ ไม่ควรที่จะเหยียบย่ำหรือใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย โดยไม่คิดเสียก่อน

132 งาจ๊างหักขำเศิก นอนหลับเดิก็บ่เสียก๋าร : งาจ๊าง หมายถึง งาช้าง, หักขำ หมายถึง หักคา, เศิก หมายถึง ศึก สงคราม, เดิก๊ หมายถึง ดึก "งาช้างหักท่ามกลางศึกสงคราม นอนดีกไม่เสียงาน" เป็นสุภาษิตที่ใช้เปรียบเทียบว่า เมื่อลงมือทำงานอะไรแล้วจะต้องทำอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับช้างศึกที่รบในศึกสงครามแม้ว่างาช้างจะหักกลางระหว่างการสู้รบ ก็จะต้องสู้ต่อไปจนกว่าจะรู้ผล  

131 ใจ๋เป๋นนาย ก๋ายเป๋นบ่าว : นาย หมายถึง จ้านาย, บ่าว หมายถึง ลูกน้อง หรือผู้อยู่ใต้การปกครอง "ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว" จิตใจถือว่ามีความสำคัญยิ่ง จิตใจที่เข้มแข็งสามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งได้ ยามใดที่จิตใจอ่อนแอทำให้ร่างกายอ่อนแอลงไปด้วย ถ้าต้องการจะให้งานประสบความสำเร็จจะต้องทำงานด้วยใจ  


130 ใคร่เวยหื้อกาน ใคร่นานหื้อล่น : เวย หมายถึง เร็ว, กาน หมายถึง คลาน, ล่น หมายถึง วิ่ง "อยากเร็วให้คลาน อยากนานให้วิ่ง" การกระทำสิ่งใด หากต้องการให้กิจการงานนั้นเสร็จเร็ว ต้องทำอย่างช้าๆ มีความละเอียด สุขุม รอบคอบ ถ้ากระทำอย่างรีบเร่งอาจจะต้องกลับมาทำใหม่อีกครั้งทำให้งานสำเร็จช้าลงกว่าที่เป็นอยู่ เป็นสุภาษิตสอนคนให้การกระทำกิจการงานใด ๆ ก็ตาม ให้ทำอย่างตั้งใจ มีความหมายรอบคอบ ละเอียดมิฉะนั้นอาจจะต้องเสียเวลากลับมาทำใหม่อีก  

129 คนหล็วกก๊าใกล้ คนไบ้ก๊าไกล๋ : หล็วก หมายถึง ฉลาด ก๊า หมายถึง ค้าขาย "คนฉลาดมักจะทำมาหากินในที่ใกล้ส่วนคนไม่มีปัญญา หรือคนโง่มักจะทำมาหากินในที่ห่างไกล" สุภาษิตใช้เปรียบเทียบคนฉลาดกับคนโง่ คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาดเสมอ และคนฉลาดจะได้เปรียบในทุกด้าน  

128 คนหมั่นต๋ายหลังด้าน คนขี้คร้านต๋ายหลังหัก : หมั่น หมายถึง ขยัน คนขยันจะทำงานพอประมาณแต่ทำทุกวันไม่หยุดถ้าเป็นงานหาบ หรือแบกของก็เพียงแค่หลังด้าน แต่คนเกียจคร้าน ทำๆ หยุดๆ เมื่อทิ้งงานไว้มากและจะทำให้เสร็จเสียทีเดียวก็เหมือนคนหลังหักล้มเหลวในที่สุด  

127 คนขี้คร้านเยียก๋ารอกแตก : เยียะก๋าร หมายถึง ทำงาน ขี้คร้าน หมายถึง ขี้เกียจ คนขี้เกียจมักไม่ชอบทำงานและชอบผลัดวันประกันพรุ่งสะสมงานไว้เป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาต้องกลับมาทำอีกก็จะเป็นภาระหนัก  

126 เข้าจะเสี้ยงเพราะกิ๋นหวาน คนจะผลาญเพราะนอนอุ่น : เสี้ยง หมายถึง หมด ผลาญ หมายถึง ทำให้ข้าวของหมดไป ยากจนลง "ข้าวจะหมดเพราะทานอร่อย คนจะยากจนก็เพราะนอนสบาย" เป็นสุภาษิตสอนคนไม่ให้เห็นแก่ความสุขสบายเพียงชั่วครู่  

125 ของจักเสียหื้อรีบใจ๊ ของจักได้หื้อรีบเอา : ของจะเสียให้รีบใช้ ของที่จะได้ให้รีบเอา" เป็นสุภาษิตสอนถึงความกระตือรือร้น ไม่เฉื่อยชาในกิจการงานต่างๆ ตรงกับสุภาษิตภาคกลางที่ว่า "น้ำขึ้นให้รีบตัก"  

124 ขว้ำมือเป๋นลาย หงายมือเป๋นดอก : ขว้ำ หมายถึง คว่ำ "คว่ำมือเป็นลาย หงายมือเป็นดอก" เป็นสุภาษิตกล่าวถึง บุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานได้หลายประเภทในการทำงานแต่ละครั้งก็สามารถสร้างรายได้ให้จำนวนมาก  

123 กิ๋นตึงหลายต๋ายคนเดียว : ตึงหลาย หมายถึง มาก หลายคน "กินหลายคนแต่ตายคนเดียว" การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ทำร่วมกันหลายๆ คน และรับผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ยามใดที่เกิดปัญหาขึ้น มักจะมีคนแก้ปัญหาเพียงคนเดียว ทำให้ภาระที่หนักต้องมาตกอยู่กับคนเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นการยากที่จะแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว 122 อ้าปากบ่หลมเข็ม : หลม หมายถึง หลวม "อ้าปากได้นิดเดียวเท่านั้น" เป็นสุภาษิตกล่าวถึงคนที่มีปากแล้วพูดไม่ออก เพราะเมื่อพูดออกไปจะมีผลทำให้เกิดความเดือดร้อน หรือเป็นอันตรายต่อผู้พูดได้ ตรงกับสุภาษิตภาคกลางว่า "น้ำท่วมปาก"

121 อย่าควักเอาแก่นต๋าออก แล้วเอาแก่นบ่ากอกเข้ายัด : แก่นต๋า หมายถึง ดวงตา แก่นบ่ากอก หมายถึง แกนหรือเม็ดของมะกอก "ไม่ควรควักเอาดวงตาออกแล้วเอาลูกมะกอกดันเข้าใส่" เป็นการสอนบุคคลมิให้ทิ้งสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ เพื่อที่จะรับเอาสิ่งใหม่โดยสำคัญผิดเห็นว่ามันมีคุณค่า และทิ้งของเดิมที่มีคุณค่ายิ่งกว่า  

120 แลกต๋ามแลกได้แจ้กก้นปุด : แจ้ก หมายถึง ภาชนะสานรูปสอบ สำหรับใส่สิ่งของ ใช้ห้อยแบกหลัง ปุด หมายถึง ขาด "ถ้าแลกเปลี่ยนสิ่งของไปเรื่อย ๆ มักจะได้แจ้กก้นขาด" เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง ความไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ชอบแลกเปลี่ยนสิ่งของกับบุคคลอื่นเรื่อย ๆ จนในที่สุดมักจะได้สิ่งที่ไม่ดีมาเป็นของตน  

119 ไม้สอดต๋าก๋วย : ก๋วย หมายถึง ตระกร้า เครื่องสานสำหรับบรรจุสิ่งของหลายชนิด หลายขนาด คนที่ทำผิดย่อมถูกตำหนิ เหมือนกับไม้ที่สอดตาตะกร้าที่สอดตาใดก็สามารถเข้าได้หมด

118 แมวขึ้นค่วน บ่ม่วนใจ๋หนู : ขึ้นค่วน หมายถึง ขึ้นบนเพดาน บ่ม่วน หมายถึง ไม่ถูกใจ แมวขึ้นไปบนเพดาน หนูที่อาศัยอยู่นั้นต้องไม่พอใจ เปรียบกับผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่จัดขึ้นสำหรับผู้น้อย ย่อมเป็นที่อึดอัดใจของบุคคลเหล่านั้น ทำให้เกิดความเกรงใจ และรู้สึก ไม่สนุกกับกิจกรรมที่จัดขึ้น

117 ปากได้ไปเปลื๋อง : ปากได้ หมายถึง พูดเก่ง พูดมาก การพูดมากจนเกินไป เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง คนที่พูกเก่ง พูดคล่อง สามารถใช้คำพูดแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น กับตัวเองจากเหตุการณ์ที่ไม่ดีให้กลายเป็นดีได้ บุคคลประเภทนี้จะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีสามารถเข้ากับคนได้ทุกประเภท  

116 ปากว่าบ่ดายใจ๊ก๋ารบ่ได้ : บ่ดาย หมายถึง เท่านั้น "พูดได้แต่ไม่สามารถทำได้" เป็นสุภาษิตที่เปรียบกับคนที่ดีแต่พูด แต่ไม่สามารถทำให้สิ่งที่พูดเป็นความจริงขึ้นได้  

http://www.suthatsunday.com/forum/index.php?topic=91.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 19, 2011, 12:22:51 pm โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8373 Level 74 : Exp 55%
HP: 3.9%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 08, 2010, 09:51:50 pm »
แบ่งปัน

   78 โก๋ย : น.ตะกร้า
   
   77 โกบ : ก. อาการกอบเอาของ น.เปลือกมะพร้าว
   
   76 โก๋น : ก. โกนผม น.โพรง ก๋น, ก๋วน ก็ว่า
   
   75 โกด : ก.เอามือขุดเอาจำนวนมาก, นำไปมากๆ ว.มากมาย โกบ ก็ว่า 74 โก้งๆ ลายๆ : ว. กระดำกระด่าง, ก่านโก้งลายเลน ก็ว่า
   
   73 โก้งโด้ง : ว.ลักษณะผอมสูงโค้มค้อมเล็กน้อย, สูงขนาดกลางใช้คำว่าก้างด้าง
   
   72 โก้ง : ว. ต่าง ลายเป็นจุดสีที่ต่างไปจากสีพื้น ก้ง ก็ว่า
   
   71 โก่งโคโย : ก.ว. โก้งโค้ง ถ้าเล็กใช้ ก่องคอยอ
   
   70 โก่งโกะโก่งโก๋ย : ว. หลังค้อมลุกนั่งลำบากเพราะโรคภัย งก ๆ เงิ่น ๆ  
   
   69 โก่งโกะ : ก.ว.ยืนหลังโก่ง หรือค้อมหลัง
   68 โก่ง : ก. ทำให้โค้ง ว. โค้ง ค่อม ก่ง ก็ว่า
   67 โก้โหว้ : ว. หลุมหรือบ่อที่ลึกลงไป โจ้โหว้ ก็ว่า ขนาดกลางใช้ ก้อหว้อ หรือ จ้อหว้อ ถ้าขนาดเล็กใช้กี้หวี้ จี้หวี้
   66 โก่โด่ : ว. ลักษณะของสิ่งใหญ่โผล่หรือยื่นออกมา, ถ้ามีมากหลายขนาดใช้โก่โด่ เก่เด่, ถ้าขนาดกลางใช้ เก่เด่, ถ้าเล็กใช้ ก็อกด็อก โก่โด่ ก้อด้อ ก็ว่า 65 โกก : ก. คว่ำภาชนะแล้วเคาะลงโดยแรง, คว่ำหน้าเอาหน้าผากกระแทกพื้น
   64 โก๋ : ก. กู่ ส่งเสียงดัง, เอ็ดตะโร, น. 1 ค่าง น. 2 ตะโหนก 63 แก่ว : น. ลูกเต๋า ก.ซัด ทอด เท
   62 แก๋น : น. แกนไม้ ไม่เจริญ ขัดลาภ ไม่มีโชค
   61 แก็ก : ก. ตาเข เหล่ เก็ก ก็ว่า
   60 แก่ : น. เรียกผู้ใหญ่บ้านว่าแก่ อายุมาก มากเกินควร 59 แกว่น : ก. ชำนาญ คล่องแคล่ว ว่องไว
   58 แกวด : ก. ป้าย ทา แปด แขวด ก็ว่า
   57 เกี้ยว : อ้อม วกวน คดเคี้ยว
   56 เกี๋ยง : น. ขีดกา ขีดไขว้ ชื่อเดือนอ้ายของภาคเหนือ
   55 เกี๋ย : ก. ให้อาหารสัตว์ ลางแห่งใช้ เกลื๋อ
   54 เกี่ยว : ก. ตะคริว ตัดด้วยเคียว ปลอกเหล็กรัดด้ามมีด 53 เก่ย : ก่าย เกย พาด ทับ แบ่งของให้เท่าๆ กัน
   52 เกิ้ม : น. เรียกเนื้อมะพร้าว เรียกมะขามที่สุกแก่จัดจนล่อน
   51 เกิบ : น. เกือก รองเท้า บางแห่งว่า ส็อก
   50 เกิ๋น : น. พะอง บันได เลยไป มากไป
   49 กึ : ก. ประกบ สัมผัส เทียบ เอาจมูกชนแก้ม
   48 กีด : ว. คับแคบ
   47 กี่ : น. เครื่องทอผ้า, อิฐเผา ดินกี่ ดินจี่ ก็ว่า
   
   46 กี่ : น. เครื่องทอผ้า, อิฐเผา ดินกี่ ดินจี่ ก็ว่า
   
   45 กิ้ว : บิด ปวดมวน อุจจาระเป็นมูกเลือด
   
   44 กิ่ว : น. ที่คอด 43 กิ๋ว : ขนเส้นยาวเกิดตามใบหน้า คาง
   
   42 กิ้ม : ก. สั้น มักใช้กับเสื้อ เช่น เสื้อแขนกิ้ม
   
   41 หมั่นตายหลังด้าน ค้าน(ขี้คร้าน) ตายหลีงหัก : ในการทำงานใด ๆ ถ้าหักโหมทำก็จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมได้ หากค่อย ๆ ทำไป ก็จะเป็นผลดี
   
   40 นกบ่มีขน คนบ่มีเปื้อน มันตึงขึ้นตี้สูงยาก : การจะทำอะไรการใหญ่นั้น ถ้าไม่มีคนที่จะช่วยก็จะทำอะไรได้ยากลำบาก เหมือนกับ นกที่ไม่มีขน และคนไม่มีเพื่อน จะทำอะไรสูง ๆ นั้นต้องยากลำบาก
   
   39 ต๋ามีหน้าผ่อหน้าบ่หัน : บุคคลที่ชอบจับผิดบุคคลอื่นอยู่เสมอ กล่าวหา หรือนินทา ให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย โดยที่ไม่มองดูตนเอง เรื่องราวหรือความผิดต่าง ๆ ที่ตนเองได้กระทำซึ่งมีมากมายนัก อาจจะมากกว่าบุคคลที่ตนเองกล่าวถึงก็ได้
   
   38 แมวขึ้นค่วน บ่ม่วนใจ๋หนู : แมวขึ้นไปบนเพดาน หนูที่อาศัยอยู่นั้นต้องไม่พอใจ เปรียบกับผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่จัดขึ้นสำหรับผู้น้อย ย่อมเป็นที่อึดอัดใจของบุคคลเหล่านั้น ทำให้เกิดความเกรงใจ และรู้สึก ไม่สนุกกับกิจกรรมที่จัดขึ้น
   
   37 มีลูกเหมือนเจื้อกสุบคอ มีเมียเหมือนป๋อสุบศอก : เป็นสุภาษิตสอนคนให้ระลึกถึงความทุกข์ของการที่ต้องเกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกนี้ ย่อมหลุดพ้นจากวัฎสงสารยาก หากยังยึดติดอยู่กับกิเลสตัณหาอยู่อย่างไม่จบสิ้น
   
   36 มีนึ่งแล้วบ่ดีแอมสอง ขี่เฮือน้ำนองซ้อนสองจ้างหล้ม : เปรียบได้กับชายที่มีคู่ครองของตนเองอยู่แล้วแต่อยากได้อีกคนหนึ่ง ทำให้เกิดปัญหาในชีวิตครอบครัวตามมา เป็นสุภาษิตที่สอนให้รู้จักพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
   
   35 ขาหน้าบ่เต้าขาหลัง : บุคคลที่แม้จะไปหลงระเริงอยู่กับสิ่งใหม่ โดยทิ้งลูกเมียหรือ ลืมบ้านเกิดอันเป็น ภูมิลำเนาเดิมของตนไว้เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามก็ยังห่วงหาอาวรณ์ลูกเมีย ญาติพี่น้องอยู่เสมอ
   
   34 ของกิ๋นลำอยู่ตี้คนมัก ของฮักอยู่ตี้คนเปิงใจ๋ : อาหารจะอร่อยอยู่ที่คนชอบ ผู้หญิง-ผู้ชายจะรักชอบใครขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ไม่สามารถที่จะบังคับกันได้
   
   33 ความฮู้นั้นย่อมเฮียนตันกั๋น ส่วนผหยานั้นเฮียนกั่นบ่ได้ : ทุกๆ คนสามารถเรียนเอาความรู้ได้เท่าเทียมกัน แต่ในเรื่องของความเฉลียวฉลาด ความรอบรู้นั้น ขึ้นอยู่กับบุคคลแต่ละคน ไม่สามารถที่จะสอนกันได้
   
   32 คนตำต่ำต้าวนอนหงาย บ่ดีก๋ายเหยียบข้าม : คนเมื่อทำความผิดพลาดไป หรือไม่ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจหวัง ย่อมจะเสียใจเป็นธรรมดา ไม่ควรที่จะซ้ำเติม หรือดูถูกเหยียดหยาม ตรงกับภาษิตภาคกลาง ไม้ล้มอย่าข้าม
   
   31 ของบ่กิ๋นฮู้เน่า ของบ่เล่าฮู้ลืม : อาหารที่เก็บไว้โดยที่ไม่ได้รับประทาน ย่อมจะบูดเน่าไปในที่สุด ตำราก็ต้องหมั่นตรวจท่องจำ ไม่เช่นนั้นก็จะลืมเลือน เปรียบเหมือนสิ่งของที่ร่ำเรียนมาแต่ไม่ได้นำไปใช้ ย่อมจะมีวันที่ลืมเลือนไปได้โดยง่าย
   
   30 กิ๋นส้มบ่ดีฮาน กิ๋นหวานบ่ดีป้ำ : กินส้มไม่ควรที่จะตัดทอนกิ่งของส้มลงหมด เพราะส้มจะออกผลบริเวณกิ่ง เมื่อตัดออกส้มจะไม่ออกผลอีก กินหวานไม่ควรที่จะตัดโคนทิ้ง เพราะจะทำให้ต้นไม้ตาย และไม่ออกผลไม้ที่มีรสหวานให้รับประทาน เป็นสุภาษิตสอนให้รู้จักการมองการณ์ไกล ไม่ควรหวังประโยชน์เพียงแค่ระยะสั้น
   
   29 หล็วกใส่ตั๋วเอาหัวเข้าฮ่ม : บุคคลที่มีความเห็นแก่ตัว ชอบเอาตัวรอดเพียงคนเดียว โดยไม่ได้ห่วงใยคนอื่นหรือให้ความช่วยเหลือผู้อื่น อยู่ที่ไหนก็มักจะเอาเปรียบผู้อื่นอยู่เสมอ
    
   28 ไม้ต้นเดียวบ่เป๋นก๋อ ป๋อต้นเดียวบ่เป๋นเหล่า : คนเราไม่สามารถที่จะอยู่ตามลำพังเพียงคนเดียว และไม่สามารถที่จะทำงานใหญ่ได้สำเร็จลงได้ตามลำพังต้องประสานและพึ่งพาบุคคลอื่น
   
   27 เมื่อจะกิ่วขอหื้อกิ่วคองู เมื่อจะอูขอหื้ออูคอจ๊าง : เมื่อถึงเวลาตกอับก็จงทำตัวให้เหมือนงู งูถึงคอมันจะเล็กก็ยังชูคอได้อย่างสง่าไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำได้ เมื่อถึงเวลาร่ำรวยก็ขอให้ร่ำรวยจริงเหมือนดังช้างที่มีตัวและลำคอใหญ่โตไม่ใช่รวยแต่เปลือกนอก
   
   26 ไปเมืองใดก็หื้อเอาไฟเมืองนั้น : ให้รู้จักการวางตนให้เหมาะสมในสถานที่ต่าง ๆ อย่าทำตัวต่างจากคนอื่นมากนัก ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม"
   
   25 จับใจ๋แฮ้ง บ่แหน้นใจ๋ก๋า จับใจ๋หมอยา พยาธิบ่สู้ : คนเราต่างจิตต่างใจชอบกันไปคนละอย่าง
   
   24 งัวตั๋วใดกิ๋นหญ้าแผกหมู่ กันบ่ต๋ายเป๋นห่าก็ต๋ายเสือขบ : เป็นสุภาษิตสอนให้คนอยู่รวมเป็นหมู่พวก ถ้ามีพฤติกรรมผิดแผกแปลกไปจากบุคคลอื่น ในที่สุดบุคคลนั้นก็จะไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย กลายเป็นคนที่โดดเดี่ยว และไม่สามารถแก้ปัญหาตามลำพังได้
   
   23 ก้อนหินขว้างซัด ถูกตี้หินขัง จ้างหุมขะนัง สะต๊อนใส่หน้า : การจะทำสิ่งใดก็ตามควรคิดให้ดีก่อนลงมือทำ ให้ระมัดระวังผลที่จะสะท้อนกลับเข้าหาตนเอง เช่น ถ้าทำร้ายผู้อื่น ผลร้ายจะกลับมาถึงตน พูดให้ร้ายบุคคลอื่นตัวเองก็จะเป็นแบบนั้น
   
   22 เงินคำเป๋นเจ้า เข้าเป๋นนาย : เงินทองสามารถที่จะจับจ่ายใช้สอย ซื้อเกือบทุกสิ่งที่เราต้องการ ข้าวมีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์เช่นกัน เลี้ยงมนุษย์ทั้งโลกควรยกย่อง สุภาษิตได้กล่าวถึงให้รู้จักคุณค่าของเงินทองและข้าวของ ไม่ควรที่จะเหยียบย่ำหรือใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย โดยไม่คิดเสียก่อน  
   
   21 งาจ๊างหักขำเศิก นอนหลับเดิกบ่เสียก๋าร : เมื่อลงมือทำงานอะไรแล้วจะต้องทำอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับช้างศึกที่รบในศึกสงครามแม้ว่างาช้างจะหักกลางระหว่างการสู้รบ ก็จะต้องสู้ต่อไปจนกว่าจะรู้ผล
   
   20 ขว้ำมือเป๋นลาย หงายมือเป๋นดอก : บุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานได้หลายประเภทในการทำงานแต่ละครั้งก็สามารถสร้างรายได้ให้จำนวนมาก
   
   19 อู้กับคนไบ้เหมือนผ่าไม้ตั้ดต๋า อู้กับคนมีผหยาเหมือนผ่าไม้โล่งปล้อง : "พูดกับคนไม่มีปัญญาเหมือนผ่าไม้ตรงตาไม้ แต่พูดกับคนที่มีปัญญา เหมือนผ่าไม้ได้ตลอดทั้งปล้อง" เป็นสุภาษิตใช้เปรียบเทียบการใช้งานระหว่างคนฉลาดกับคนโง่ การให้คนโง่ทำกิจการหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมเป็นการยากที่จะสำเร็จ ตรงข้ามกับการใช้คนฉลาดย่อมจะทำให้งานหรือกิจการนั้นสำเร็จมากกว่า คนฉลาดมักจะได้เปรียบเสมอในการทำกิจการงานต่างๆ
   
   18 เหล็กบ่เหลี้ยมเปิ้นบ่เอาจี คนบ่ดีเปิ้นบ่ใจ๊ : เหล็กที่ไม่แหลมคม จะไม่เอามาใช้ คนไม่ดีไม่มีใครอยากจะเรียกใช้งาน เป็นสุภาษิตสอนผู้ที่เป็นหัวหน้าให้รู้จักเลือกใช้คน คนที่ไม่ดี หรือไม่มีความขยันอดทน หรือขาดความฉลาดไม่ควรที่จะนำมาใช้งานบางอย่าง เพราะอาจจะทำให้งานนั้นไม่สำเร็จลุล่วงได้
   
   17 นกบ่บินบ่จ้างก๋ำปีกมันอ้า ควายบ่กิ๋นหญ้าบ่จ้างข่มเขามันลง : นกที่ไม่ชอบบิน ถึงแม้จะใช้มือจับปีกมันอ้า มันก็ไม่บิน ควายไม่กินหญ้าถึงข่มเขาให้มันลงกินหญ้ามันก็ไม่กิน เปรียบเหมือนกับคน สิ่งใดงานใดที่เขาไม่ชอบไม่ควรจะบังคับฝืนใจ ผลที่ออกมาจะไม่ดีเท่าที่ควร
   
   16 กบบ่หื้อเกี้ยด เขียดบ่หื้อต๋าย : สอนเกี่ยวกับการถนอมน้ำใจของทั้งสองฝ่าย เตือนคนที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารให้รู้จักถนอมน้ำใจลูกน้องยามที่มีปัญหาขัดแย้งกัน
   
   15 อ้าปากบ่หลมเข็ม : คนที่มีปากแล้วพูดไม่ออก เพราะเมื่อพูดออกไปจะมีผลทำให้เกิดความเดือดร้อน หรือเป็นอันตรายต่อผู้พูดได้ ตรงกับสุภาษิตภาคกลางว่า "น้ำท่วมปาก"
   
   14 ปากได้ไปเปลื๋อง : การพูดมากจนเกินไป เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง คนที่พูกเก่ง พูดคล่อง สามารถใช้คำพูดแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น กับตัวเองจากเหตุการณ์ที่ไม่ดีให้กลายเป็นดีได้ บุคคลประเภทนี้จะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีสามารถเข้ากับคนได้ทุกประเภท
   
   13 ตุ๊มผ้าลายหมาเห่า ค้นกำเก่าจ้างผิดกั๋น : ไม่ให้พูดในสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีต เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรื้อฟื้นมาพูดกันอีก อาจเกิดการทะเลาะวิวาทกันได้
   
   12 กำปากว่าไป เอาตี๋นย่ำไว้ : บุคคลที่ไม่มีสัจจะในคำพูด ชอบพูดจาให้สัญญากับบุคคลอื่นไว้มาก เพื่อต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากผู้อื่น บุคคลจำพวกนี้มักไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนเองเคยพูดไว้
   
   11 กำบ่มีไผบ่ว่า นกจับปล๋ายคา บ่ตั๋วปู๊ก่อตั๋วแม่ : เรื่องที่นำมาพูดกันใหญ่โตนั้นถึงจะไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่ก็มีเนื้อความอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "ไม่มูลหมาไม่ขี้"
   
   10 เก๊ามันเต้าเหล้มเข้ม ปล๋ายมันเต๋มแม่น้ำ : เรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ถูกขยายให้มีความมากเกินความเป็นจริง มากเรื่องมากความไม่รู้จักจบสิ้น กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้
   
   9 กิ๋นหื้อปอคาบ หาบหื้อปอแฮง แป๋งหื้อปอใจ๊ ไข้หื้อปอนอน : ก่อนจะทำอะไรให้รู้จักประมาณตนเอง ไม่ทำไปจนเกินความพอดี
   
   8 ปั๋นกั๋นกิ๋นคนน้อย กิ๋นคนเดียวจ้างแก๊น : มีอะไรก็ให้รูจักแบ่งปันกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
   
   7 ถ้วยแตกแล้ว เอามาเตาะต่อกั๋น ตี้ไหนจามัน จะหายแตกร้าว : เปรียบเหมือนคนเฮาก่อนจะอู้ออกไป บ่กึ้ดหน้ากึ้ดหลังก่อน แล้วจะมาแก้ตั๋วกำหลัง มันก่ เหมือนถ้วยชามตี้แตกร้าวไปเหียแล้ว เตาะต่อกั๋นใหม่ หยั่งใดมันก่ ตึงบ่เหมือนเก่า  
   
   6 สวรรค์มีอยู่ในอก หม้อนะฮกมีอยู่ในใจ๋ หม้อไฟมีอยู่ตี้ปาก ความตุ๊กความยาก อยู่ตี้ตี๋นกับมือ : คนเฮาทำความดีก่ มีสุข ทำความบ่ดีก่ มีตุ๊ก อู้ดี ก่ เป๋นศรีแก่ปาก อู้บ่ดี ก่ ฮ้อนเป๋นไฟ อยู่ไหนกิ๋นไหนบ่เป๋นต๋าสุข จะได้ดี ได้ยาก ก่ อยู่กับตี๋นกับมือของตั๋วเก่าทั้งนั้น  
   
   5 ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป๋นแต่ไห มันเป๋นแต่ไฟ บ่าใจ่กับหม้อ :
อย่าด่วนตัดสินใจสาเหตุของปัญหา ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน
   
   2 หล๊วกบ้านนอก บ่เต๊าซอกป๊อกในเวียง หล๊วกในเวียง บ่เปียงขี้คอก หล๊วกขี้คอก บ่เต๊าวอกขี้ยา :
ฉลาดบ้านนอก ไม่เท่ากระจอกในเมือง ฉลาดในเมือง ยังไม่เคียงขี้คุก ฉลาดขี้คุก ยังไม่เท่ากับความกระล่อน เจ้าเล่ห์ ของพวกขี้ยาทั้งหลาย  
   
   1 จุ๊หมาน้อยขึ้นดอย : หลอกกันให้เชื่อใจ แล้วก็ทิ้งกันไป
   ที่มาของกระทู้ทั้งหมด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 19, 2011, 12:32:06 pm โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service