Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
คุณธรรมของสื่อเสรี โดย วีระยุทธ โชคชัยมาดล
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
ตุลาคม 18, 2017, 04:25:46 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คุณธรรมของสื่อเสรี โดย วีระยุทธ โชคชัยมาดล  (อ่าน 4116 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8528 Level 75 : Exp 24%
HP: 1.8%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 24, 2012, 06:14:14 pm »
แบ่งปัน


   คุณธรรมของสื่อเสรี

     โดย วีระยุทธ โชคชัยมาด

    

    

    “เสรีภาพของสื่อ” กับ “ เส้นแบ่งทางคุณธรรม” กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนในสังคมพูดถึงกันมากในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งอันมีสาเหตุมาจากแนวคิดทางการเมืองที่ต่างกัน จนนำไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของคนในสังคม สื่อมวลชนได้มีบทบาทอย่างมากในการนำเสนอข่าวและความคิดเห็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

    

     อย่างไรก็ตาม กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนมาตลอดว่า มีส่วนอย่างมากในการทำให้สถานการณ์ทวีความตึงเครียด จนนำไปสู่การเผชิญหน้าของกลุ่มคนที่ใส่เสื้อต่างสี

    

     การพาดหัวข่าว การนำเสนอภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการนำเสนอวาทะที่กลุ่มที่เป็นปรปักษ์ตอบโต้กันไปมา ทำให้คนทั่วไปที่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ ชมโทรทัศน์ มีความรู้สึกร่วมไปกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะรัก ชอบ โกรธหรือเกลียด จนกลายเป็นความรู้สึกร่วมกันของคนกลุ่มใหญ่ในสังคม

    

     สื่อมวลชนเองยืนยันมาตลอดว่าประชาชนต้องมีเสรีภาพในการรับรู้ข้อเท็จจริง จึงเป็นที่มาของประโยคอมตะของแวดวงสื่อมวลชนที่ว่า “ เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพของประชาชน” แต่ในทางกลับกัน สื่อมวลชนก็ถูกตั้งคำถามถึงจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าข้อเท็จจริงระดับใดถือเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม หรือเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐแทนประชาชนผู้เสียภาษี และข้อเท็จจริงระดับใดที่ถือเป็นการราดน้ำมันลงไปในกองไฟที่มีแต่ก่อความเสียหายให้แก่บ้านเมือง

    

   "ไม่ว่าจะเป็นสื่อแท้หรือสื่อเทียม

   จิตสำนึกในฐานะคนที่นำข่าวสารมาถ่ายทอดต่อสาธารณะ

   ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก"

    

     การนำเสนอคำพูดเชิงยั่วยุของนักการเมือง ทหารหรือตำรวจที่มีผลได้-เสียกับการแย่งชิงอำนาจการบริหารประเทศ หรือการนำเสนอภาพที่มีป้ายข้อความเขียนสาปแช่งคนที่ตนเองขับไล่ด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบที่ใช้กันในหมู่ผู้ร่ำสุรากลายเป็นกรณีถกเถียงกันว่า เป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือเป็นการทำให้คนในสังคมเกลียดชังกันมากยิ่งขึ้น การนำเสนอในรูปแบบเดียวกันกับที่กล่าวมาข้างต้นให้ประโยชน์กับสังคมหรือเป็นแค่การขายข่าวที่สร้างรายได้ให้กับสื่อที่นำเสนอเอง

    

     ภาพลักษณ์ของสื่อมวลชนในปัจจุบันไม่ได้ครอบคลุมผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านหนังสือพิมพ์ วิทยุหรือโทรทัศน์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดานักการเมือง นักธุรกิจ ดารา นักร้อง ที่ใช้พื้นที่สื่อสิ่งพิมพ์ รายการวิทยุโทรทัศน์ หรือเว็บไซต์ต่างๆ ในการนำเสนอประเด็นข่าวที่นำมาเล่าต่อหรือฟังมาอีกทอดหนึ่ง โดยที่ตนเองไม่ได้มีส่วนในการผลิตแต่อย่างใด แต่กลับบรรยายเหตุการณ์ได้อย่างสนุกปากจนเหมือนกันไปอยู่ในเหตุการณ์จริง ซึ่งในบางกรณีก็แฝงเอาวาระซ่อนเร้นของตนเองไว้ในเนื้อข่าว

    

     นักสื่อสารมวลชนเรียกบรรดา “ นักเล่า” ดังกล่าวว่า “ สื่อเทียม” ลงทุนด้วยการซื้อหนังสือพิมพ์มาวันละไม่กี่ฉบับแล้วอ่านเนื้อความไปตามที่เห็น จินตนาการภาพของเหตุการณ์ตามประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาและยึดความคิดเห็นของตนเองเป็นใหญ่ ยกสถานภาพของตนขึ้นเป็นระดับเดียวกับผู้พิพากษา พยายามชี้เป็นชี้ตายชะตาชีวิตของผู้ที่ตกเป็นข่าว อีกทั้งพยายามชักจูงให้ผู้รับสารเชื่อในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง แทนที่จะรายงานเฉพาะข้อเท็จจริงแล้วให้ผู้รับสารตัดสินเอาเองว่าควรจะเชื่อฝ่ายใดหรือควรจะทำอย่างไรต่อไป

    

     อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสื่อแท้หรือสื่อเทียม จิตสำนึกในฐานะคนที่นำข่าวสารมาถ่ายทอดต่อสาธารณะถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก อะไรคือสิ่งที่คน “ อยากรู้” และอะไรคือสิ่งที่คน “ ควรรู้”

    

     หากถามว่า “ อะไรคือข่าว” บรรดานักข่าวชาวตะวันตกมักจะตอบติดตลกว่า “ หมากัดคนไม่ใช่ข่าว ถ้าคนกัดหมาเป็นข่าว” แต่เมื่อมองความจริงในสังคมไทยแล้วอาจจะไม่ตลกเท่าไร เพราะบรรทัดฐานดังกล่าวกำลังแพร่ระบาดในวงการสื่อไทย ธรรมชาติของคนคืออยากรู้อยากเห็น แต่หากถามว่ามีเรื่องไหนที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและคนควรรู้บ้าง คงหาแทบไม่ได้ในยุคที่สื่อต่างๆ แข่งกันทำรายได้ โดยมุ่งเน้นความเร็วและความแปลกใหม่ จนไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เที่ยงตรง เหมาะสมและผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

    

    บรรทัดฐานที่ว่าสื่อมวลชนไม่ได้มีหน้าที่เพียงนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องมีจิตสำนึกในการสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคม กำลังกลายเป็นคุณธรรมที่เลือนหายไปหากยังไม่ริเริ่มการปฏิรูปสื่อสารมวลชนอย่างจริงจัง

    

   ที่มา

   http://www.rsunews.net/Editor's%20Talk/1st/ETpage.htm

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 19, 2013, 11:00:47 am โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

guitaricher
Newbie
*

Karma: +0/-0
กระทู้: 1 Level 1 : Exp 20%
HP: 0.1%

เปลี่ยนค่าโทรเป็นรายได้ ด้วย success sim โดย true


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2012, 09:37:02 am »
แบ่งปัน

เห็นด้วยอย่างยิง
บันทึกการเข้า

Mathew Rosol
Newbie
*

Karma: +0/-0
กระทู้: 7 Level 2 : Exp 25%
HP: 0.1%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2013, 09:32:48 am »
แบ่งปัน

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

Sawadee
Newbie
*

Karma: +0/-0
กระทู้: 44 Level 5 : Exp 35%
HP: 0.1%


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2013, 11:04:03 am »
แบ่งปัน

ถูกต้องครับ


บันทึกการเข้า
sirichanok
Newbie
*

Karma: +0/-0
กระทู้: 5 Level 1 : Exp 100%
HP: 0.1%


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2013, 07:24:23 pm »
แบ่งปัน



บันทึกการเข้า

club88
Newbie
*

Karma: +0/-0
กระทู้: 1 Level 1 : Exp 20%
HP: 0.1%


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 16, 2014, 06:10:01 pm »
แบ่งปัน



บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส

Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap