Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
มัสยิดเฮดายาตุ้ลอิสลามบ้านฮ่อ เชียงใหม่
Welcome Guest, please login or register.
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มัสยิดเฮดายาตุ้ลอิสลามบ้านฮ่อ เชียงใหม่  (อ่าน 9824 ครั้ง)

อับดุลการีม
Sr. Member
****

Karma: +0/-0
กระทู้: 356 Level 15 : Exp 28%
HP: 0.1%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: เมษายน 09, 2010, 08:10:03 pm »
แบ่งปัน

   ประวัติชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อ มัสยิดเฮดายาตุ้ลอิสลามบ้านฮ่อ เชียงใหม่
   
   เบอร์ติดต่อ ประสานงานได้ที่ เลขานุการมัสยิด 
   ฮัจญีนุกูล  หว่างไพบูลย์    086-182-9189
   
   บริเวณบ้านของท่านขุนชวงเลียงในปัจจุบัน  ๒๕๕๑  ต.ค.
   
    
    
   ประวัติชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อ
      ท่านเจิ๋งชงหลิ่ง  ได้เดินทางร่วมกับกลุ่มพ่อค้าที่มาจากมณฑลยูนนาน เพื่อทำการค้า  บริเวณรัฐฉาน ประเทศพม่า และเข้าสู่ประเทศไทยทางเขต อำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงราย เข้าสู่จังหวัดลำปาง  ตาก  ลำพูน และเชียงใหม่ ต่อมาท่านสมรสกับชาวพื้นเมือง คือ คุณย่านพ ที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของจอมพลถนอม  กิติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านจึงได้ ปักหลัก ปักฐานอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย
    
    
   
   ภาพท่านเจิ้งชงหลิ่ง
    
    
   ท่านเจิ๋งชงหลิ่ง  ได้เข้ามาค้าขายบริเวณอำเภอแม่แจ่ม ตั้งอยู่ชายแดนด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเชียงใหม่ ที่ติดกับชายแดนของประเทศไทย จนกระทั้งในปี พ.ศ.๒๔๕๘  ท่านจึงมุ่งสู่ตัวเมืองเชียงใหม่และตั้งถิ่นฐานบริเวณย่านศูนย์การค้าเวียงพิงค์ หรือ ไนท์บาร์ซ่าร์ เป็นผืนดินที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านเจ้าผู้ครองนคารเชียงใหม่ บริเวณที่ตั้งบ้านเรือนของท่านจึงกลายเป็นศูนย์กลางการรวมตัวของพ่อค้าชาวจีนยูนนานมุสลิม เป็นจุดพักสินค้า  ที่ใช้ม้าและล่อ เป็นพาหนะ
                 เมื่อท่านได้สร้างหลักฐาน ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จึงได้รับความไว้วางใจจากทางราชการไทยให้รับสัมปทานในการทำธุรกิจกิจกรรมทางไปรษณีย์มีหน้าที่ส่งจอหมายโดยใช้ขบวนม้า-ล่อ เป็นพาหนะ เพื่อจัดส่งในพื้นที่ในส่วนต่างๆ ของภาคเหนือ  นอกจากนั้น บทบาทที่สำคัญยิ่ง ของท่านเจิ๋งชงหลิ่ง ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะนำความเจริญทางเศรษฐกิจสู่ภาคเหนือ ของประเทศไทยในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน คือ ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓  ที่ทางราชการเริ่มมีนโยบายการก่อสร้างทางรถไฟเส้นทางจาก จังหวัดลำปาง สู่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านเป็นผู้ที่นำขบวนม้า-ล่อ ในการลำเลียงวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างต่าง ๆ จากจังหวัดเชียงใหม่ไปถ้ำขุนตาล  และเมื่อการก่อสร้างทางรถไฟสู่เชียงใหม่ได้สำเร็จลง  ต่อมาท่านได้บริจาคที่ดินอันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของท่านจำนวนพื้นที่ประมาณ  ๑๐๐ ไร่ ในการสร้างการรถไฟ และก่อสร้างสนามบินในจังหวัดเชียงใหม่  ตลอดระยะเวลาอันยาวนานท่านเป็นผู้หนึ่งที่เสียสละและมีบทบาทคุณูปการที่สำคัญยิ่งต่อการเสริมสร้างความเจริญให้สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับท้องถิ่นและประเทศชาติโดยรวม  ท่านจึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระราชทาน  บรรดาศักดิ์ให้เป็นขุนชวงเลียงและพระราชทานนามสกุลของท่านเป็นวงศ์ลือเกียรติ   ท่านจึงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปของชาวเชียงใหม่คือท่านขุนชวงเลียง ลือเกียรติ
    
    
   
   ภาพลูกหลานของท่านเจิ๋งชงหลิ่งหรือท่านขุนชวงเลียงในอดีต
    
    
                ปี  ค.ศ. ๑๙๖๔ ท่านขุนชวงเลียง  ลือเกียรติ ได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์  ซึ่งเป็นหลัการปฏิบัติข้อที่ ห้า ที่ชาวมุสลิมทุกคนจะต้องปฏิบัติอย่างน้อย ๑ ครั้ง ในชั่วชีวิตหนึ่งโดยมีเงื่อนไขเฉพาะบุคคลที่มีความสามารถ ณ. เมืองเม็กกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย  และท่านถึงแก่กรรม ณ สถานที่อันบริสุทธิ์แห่งนั้น  เหลือแต่ความทรงจำที่ชาวยุนนานมุสลิมจังหวัดเชียงใหม่ทุกคน ยังคงตระหนักถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของท่าน  และแบบอย่างของความเสียสละ ยึดมั่น ห่วงใยในวิถีชีวิตของคนรุ่นลูกรุ่นหลาน  ในการสืบสานสัจธรรม ให้คงอยู่ในสายเลือด ของชาวไทยมุสลิมที่มีเชื้อสายจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีนตลอดไป
    
    
   
    
    
   
    
    
   
    
    
   การสร้างมัสยิด
            ในส่วนของชาวยูนนานมุสลิมที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ใช้บริเวณบ้านของท่านขุนชวงเลียง หรือบ้านลือเกียรติเป็นที่ประกอบศาสนกิจ คือการละหมาดร่วมกัน ต่อมา ประชากรเพิ่มขึ้น ชาวยูนนานมุสลิมทั้งหลาย ภายใต้การนำของท่านขุนชวงเลียง จึงมีดำริให้มีการสร้างมัสยิดขึ้นใหม่  ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ โดยการร่วมกันบริจาค เงินเพื่อซื้อที่ดิน และสำหรับการก่อสร้างตัวอาคารของมัสยิดเป็นอาคารที่ก่อด้วยอิฐถือปูน เป็นจำนวนเงิน ประมาณ ๓,๐๐๐ รูปี  (ประมาณ ๒,๔๐๐ บาท)  ซึ่งถือว่าเป็นอาคารมัสยิดหลังแรก ของชาวยูนนานมุสลิม ที่ได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย  ในจังหวัดเชียงใหม่ ย่านเวียงพิงค์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่ามัสยิดอิสลามบ้านฮ่อ  โดยมีบุคคลที่มีบทบาท สำคัญในการก่อสร้างอาคารมัสยิดครั้งนี้ ๘ ท่าน ได้แก่
   ๑. ท่านขุนชวงเลียง  ลือเกียรติ                ต้นตระกูล  วงศ์ลือเกียรติ
   ๒,ท่านเย่  เอ๋อโกเถ่อว
   ๓.ท่านเย่  ฮั่วเถี่ยน                                           ต้นตระกูล พงษ์พฤษฑล
   ๔.ท่านนะสือชิง                                                ต้นตระกูล ธีระสวัสดิ์
   ๕.ท่านหมู่  หย่งชิน                                          ต้นตระกูล อนุวงค์เจริญ
   ๖. ท่านม้า  สุซาน
   ๗.ท่านลี  หวิ่นโซะ                                            ต้นตระกูล ลีตระกูล
   ๘. ท่านม้าฝูเม้ย                                                  ต้นตระกูล  อินทนันท์
        
         ต่อมามีชาวจีนยูนนานรุ่นสุดท้ายที่อพยพออกจากประเทศจีนช่วงหลังเปลี่ยนการปกครองปี ค.ศ. ๑๙๔๘ (พ.ศ.๒๔๙๒) เข้าสู่พม่าและภาคเหนือของไทย เข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้แระชากรจีนมุสลิมยูนนานมุสลิม  มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ สัปปุรุษของมัสยิดอิสลามบ้านฮ่อ จึงได้รื้อถอนอาคารมัสยิดหลังเดิมที่ไม่สามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของชาวมุสลิมที่มาประกอบศาสนกิจ     ภายใต้การนำของบุคคลสำคัญ  ๓  ท่านคือ  ฮัจยียง  ฟูอนันต์ (อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่-ถึงแก่กรรมแล้ว  ฮัจยียุทธ  โชคชัยวงค์
   (ม้ายุฉิ-ถึงแก่กรรมแล้ว)  นายบุญศรี  อินทนันท์   (อดีตประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่-ถึงแก่กรรมแล้ว)  ก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังใหม่  เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก  ๒ ชั้น
   โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๗๕๐,๐๐๐ บาท  ปัจจุบันอาคารมัสยิดอิสลามบ้านฮ่อ  ตั้งอยู่บนถนนเจริญประเทศ  ซอย ๑   ตำบลช้างคลาน  จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประกาศถึงความเสียสละของเหล่าบรรพบุรุษที่มีความห่วงใยถึงลูกหลานในการที่จะช่วยพิทักษ์สัจธรรมอิสลามให้คงอยู่ตลอดไป
    
    
   
    
   
   รายชื่ออีหม่ามมัสยิดเฮดายาตุ้ลอิสลาม (บ้านฮ่อ)ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
   ๑. อีหม่ามมู่เป้าเถียน                     พ.ศ.- ถึง  -
   ๒. อีหม่ามมู่หยินจะ                        พ.ศ.ถึง –
   ๓. อีหม่ามมาไถหลิ่ง                       พ.ศ. -  ถึง
   ๔. อีหม่ามม้าจิปิน                           พ.ศ.ถึง –
   ๕. อีหม่ามม้ายีถิ่ง                            พ.ศ. ๒๔๖๘ ถึง  ๒๔๙๐
   ๖.  อีหม่ามลีเหวิ่นฟู่                         พ.ศ. ๒๔๙๐  ถึง  ๒๕๑๙
   ๗.  อีหม่ามมาซูเหลียง                     พ.ศ.  ๒๕๑๙  ถึง  ๒๕๒๓
   ๘.  อีหม่ามมาติ่งฮั่ว                         พ.ศ.  ๒๕๒๓ ถึง  ๒๕๓๖
   ๙.  อีหม่ามหน่าชิงชิง                       พ.ศ.  ๒๕๓๖  ถึง  -
   ๑๐.อีหม่ามซางฟู  แซ่พาน                พ.ศ.-  ถึง   ปัจจุบัน*
   ที่มา
   หนังสือมรดกศาสนาในเชียงใหม่ภาค ๒  ประวัติและการพัฒนาการของศาสนาในเชียงใหม่
   จัดทำโดย  คณะทำงานฝ่ายวบรวมประวัติและพัฒนาการของศาสนาในเชียงใหม่
   ภาคศาสนาอิสลาม โดย สุชาติ เศรษฐมาลินี และคณะ
   ในโอกาสสมโภชน์เชียงใหม่ ๗๐๐ ปี (๑๘๓๙-๒๕๓๙)
   จัดพิมพ์โดย  คณะอนุกรรมการด้านศาสนางานสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี จังหวัดเชียงใหม่
   ภาพถ่ายพิมพ์และนำเสนอ  โดย  นายชุมพล  ศรีสมบัติ   ๓  ตุลาคม  ๒๕๕๑
    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2011, 03:33:28 pm โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service