Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
อิมามมะฮ์ดีในอิสลาม กับพระศรีอารย์ ในพุทธศาสนา


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

อิมามมะฮ์ดีในอิสลาม กับพระศรีอารย์ ในพุทธศาสนา

(1/1)

ramma:
   อิมามมะฮ์ดี กับพระศรีอารย์          บทความค้นหาได้จากเว็บไซค์  ไม่ทราบแหล่งที่มา และผู้เขียน
      จึงขออภัยมา ณ.ที่นี หากไม่ได้เอ่ยนาม หรือแหล่งที่มาของบทความนี้                   หากพิจารณาหลักความเชื่อในสิ่งเร้นลับจากคำสอนของศาสนาใหญ่ๆ ทั้งสี่ศาสนา พุทธ ยิว คริสต์ และอิสลามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ในยุคสุดท้ายของโลก ที่ว่า มนุษยชาติจะถูกปกครองอย่างยุติธรรมและเสมอภาคถ้วนหน้า เราจะพบกับความมหัศจรรย์อย่างน่าทึ่ง ศาสนาพุทธเอง ได้กล่าวถึงพระศรีอารย์หรือ "พระศรีอาริยเมตไตรย"  โดยพระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสเรื่องนี้ แก่บรรดาสาวกทั้งหลายว่า อนาคตของมนุษย์จะพัฒนาจนไปถึงยุคหนึ่งที่ความเป็นอยู่ของมนุษย์จะมีความเสมอภาคอย่างสมบูรณ์ถ้วนหน้า         ศาสนาพุทธถือว่า บุคคลใดก็ตามที่คิดหรือเชื่อว่าโลกนี้ เป็นสิ่งจีรัง เที่ยงแท้ คือคิดว่า โลกนี้จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป นั่นคือคนที่มีความคิดตรงข้ามกับสมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสว่าทุกอย่างนั้นไม่เที่ยง         เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงประการหนึ่ง ว่า โลกนี้ ไม่เที่ยงก็คือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 อุกกาบาตขนาดเท่ามหาสมุทร์แปซิฟิกได้พุ่งชนดาวพฤหัสโดยไม่มีนักดาราศาสตร์ใดได้คาดฝันหรือล่วงรู้มาก่อน          องค์การนาซ่าได้ถ่ายภาพเป็นหลักฐานไว้ หลังจากอุกกาบาตยักษ์ชนดาวพฤหัสแล้วเรื่องนี้ คือคำตอบหนึ่งสำหรับผู้มีความประมาท และให้ผู้ปฏิเสธการดับสูญของโลกได้คิดหาคำตอบต่อคำถามอีกข้อหนึ่งคือว่าโอกาสที่อุกกาบาตยักษ์หรือดาวดวงอื่น พุ่งชนโลกจะเป็นไปได้หรือไม่ ? คำตอบคือโอกาสนั้นย่อมมีแน่นอน          ดังนั้นผู้ประมาทในเรื่องโลกาวินาศควรทบทวนคำทำนายเกี่ยวกับมหันตภัยโลกที่ทุกๆศาสนาและทุกลัทธิที่สำคัญๆบ่งชี้ไว้เป็นเสียงเดียวกันเสียใหม่เพื่อจะได้ช่วยกันหาข้อเท็จจริงทั้งในพุทธทำนาย          ตามความเชื่อของศาสนาพุทธ ยืนยันว่า"พระศรีอาริยเมตไตรย" เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5ต่อจากพระพุทธเจ้าโคดมในภัทรกัป (กัปอันประเสริฐของโลกเราที่มีพระพุทธเจ้า 5พระองค์) มีความหมายถึง ผู้บรรลุธรรมวิเศษอันดีงามที่เป็นเพื่อนแท้ของมนุษยโลกเรียกสั้นๆว่า "พระศรีอารย์" คือผู้บรรลุธรรมวิเศษพระองค์มิใช่เป็นพระศาสดาหรือสอนศาสนาใหม่ แต่พระองค์เป็นพระจักรพรรดิตามศาสนาหลักของโลกยอมรับ (โดยเรียกชื่อพระองค์ตามภาษาของชนชาตินั้นๆ)และจะใช้ธรรมะเอาชนะอธรรม ตามตำนานของพุทธอิสลามและขงจื้อได้บ่งไว้ว่าจะใช้ความรู้ที่ได้มาจากตนเองเพื่อสร้างสันติสุขให้โลก พระศรีอารย์จะจรรโลงพุทธศาสนาไปจนถึงปี พ.ศ. 5000ซึ่งยุคพระศรีอารย์เป็นกฤดายุคหรือยุคทองที่มีคนดีมีศีลธรรมทั้งหมด เกิดสันติสุข มีสันติภาพและความยุติธรรมจริงและทัดเทียมกัน         พระพุทธเจ้าตรัสพุทธทำนาย สรุปว่า          โลกจะเข้าสู่ยุคทองในปัจจุบันนี้ซึ่งทางเข้ามีเพียงสองทางให้เลือกคือ         1. พระศรีอารย์นำมนุษย์เข้ายุคใหม่ หรือ          2. ถ้าคนไม่สนใจพระศรีอารย์ก็จะเกิดโลกามหาวินาศขึ้นแทนเพื่อล้างคนบาป (ดู "2012")คนที่รอดตายจะกลัวบาป เพราะรู้แล้วว่าสวรรค์ควบคุมความประพฤติของมนุษย์จึงกลายเป็นคนดีมีศีลธรรมทั้งหมดและสอนคนรุ่นต่อๆมาให้เป็นคนดีตามจนถึงมนุษย์คนสุดท้ายในปี พ.ศ. 5000         สำหรับคำพยากรณ์ของศาสดาเยซูในคัมภีร์ไบเบิลก็มีระบุในทำนองคล้ายคลึงกัน ว่า         “เรามิได้บอกเรื่องนี้แก่ท่านทั้งหลายแต่แรกเพราะว่าเรายังอยู่กับท่าน แต่บัดนี้เรากำลังจะไปหาพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา  และไม่มีใครในพวกท่านถามเราว่า “พระองค์จะเสด็จไปที่ไหน”แต่เพราะเราได้บอกเรื่องนี้แก่พวกท่าน  จิตใจของท่านจึงมีแต่ความทุกข์โศกอย่างไรก็ตามเราจะบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย คือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของท่าน  เพราะถ้าเราไม่ไป  องค์พระผู้ช่วยก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน  แต่ถ้าเราไปแล้ว  เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่าน         เมื่อพระองค์นั้นเสด็จมาแล้ว พระองค์จะทรงกระทำให้โลกรู้แจ้งในเรื่องความผิดความชอบธรรมและการพิพากษาในเรื่องความผิดนั้น คือเพราะเขาไม่วางใจในเรา          ในเรื่องความชอบธรรมนั้น   คือเพราะเราไปหาพระบิดาและท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเราอีก ในเรื่องการพิพากษานั้นคือพระเจ้าโลกนี้ถูกพิพากษาแล้ว “เรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะบอกแก่ท่านทั้งหลายแต่เดี๋ยวนี้ท่านยังรับไว้ไม่ได้ เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล้วพระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความ จริงทั้งมวล  เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพละการ แต่พระองค์จะตรัส สิ่งที่พระองค์ได้ยิน  และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้นพระองค์จะทรงให้เราได้รับเกียรติ์ เพราะว่าพระองค์จะทรงเอาสิ่งที่เป็นของเรามาสำแดงแก่ท่านทั้งหลายทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้น เป็นของเราเหตุฉะนั้นเราจึงกล่าวว่า พระวิญญาณทรงเอาสิ่งซึ่งเป็นของเรานั้น   มาสำแดงแก่ท่านทั้งหลาย         สรุปความในศาสนาคริสต์ พระเยซู ก็ได้ตรัสถึงการเสด็จมาขององค์ผู้ช่วยซึ่งจะมาในนามของผู้ปลดปล่อยความทุกข์เข็ญของมนุษย์ ในบางตอนของคัมภีร์ไบเบิลระบุว่าองค์ผู้ฃ่วยได้รับการสนับสนุนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยพรอันสูงสุดของพระยะโฮวาที่จะมอบให้แก่มนุษย์ในยุคสุดท้ายของโลกก่อนจะถึงวันพิพากษา          ในศาสนาอิสลาม บอกถึงการมาปรากฏของอิมามมะฮ์ดีว่า เป็นหนทางเดียวที่มนุษยโลกจะพบกับทางรอดพ้นจากความหายนะและใครที่ปฏิเสธการมาของอิมามมะฮ์ดี ผู้นั้นจะได้รับโทษอย่างร้ายแรงที่สุด         ศาสนายิวก็จะมีนัยยะแห่งคำสอนในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน         สำหรับศาสนาอิสลาม มีคำสอนที่เป็นหลักความเชื่อถือตรงกันของมุสลิมทุกมัซฮับในเรื่องการมาปรากฏของอิมามมะฮ์ดีแต่จะมีความแตกต่างและขัดแย้งกันบ้างในด้านรายละเอียด แต่สรุปแล้ว คนทุกศาสนาทุกนิกาย จะถูกสอนให้เชื่อในยุคสมัยหนึ่งข้างหน้าว่าจะมีผู้ปกครองคนหนึ่งมาทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความยุติธรรม          ฉะนั้น ถึงแม้ว่า ปัจจุบันนี้มนุษยชาติบนโลกนี้ส่วนใหญ่จะถูกปกครอง จะถูกชี้นำโดยผู้ปกครองที่อธรรม บางประเทศจะถูกปกครองด้วยคนกลับกลอกหลอกลวง บางประเทศจะปกครองกันด้วยคนโกหก ตลบตะแลง แต่ในที่สุดเมื่อมนุษยชาติได้พัฒนาความคิด พัฒนาชีวิตการดำรงอยู่ เพื่อตรียมตนเองให้พร้อม เพื่อรอคอยการมาของพระศรีอารย์หรืออิมามมะฮ์ดี มนุษย์ก็จะพบกับความบริสุทธิ์ ความยุติธรรม และความผาสุกอย่างแท้จริง          

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service